พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่174 พี่รองที่หายสาปสูญไปกลับมาแล้ว! (1)
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่174 พี่รองที่หายสาปสูญไปกลับมาแล้ว! (1)
บทที่174 พี่รองที่หายสาปสูญไปกลับมาแล้ว! (1)
คราแรกที่ฮูหยินเมิ่งได้ยินดังนั้น ก็พลันชะงักงันไปเล็กน้อย ก่อนจะตกอยู่ในความเงียบงันในที่สุด
ความคิดที่ ‘เมิ่งหนานอี้’ เสนอมานี้ ฟังดูช่างบ้าบิ่นมากนัก แต่ทว่าเมื่อฮูหยินเมิ่งค่อยๆขบคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน ยิ่งคิด ประกายในดวงตาของนางก็ยิ่งเจิดจ้ามากขึ้น ยิ่งรู้สึกว่าแผนการนี้แทบจะเป็นหนทางรอดท่ามกลางทางตันอย่างแท้จริง!
แม้จะไม่อาจสาดโคลนใส่สตรีของฝ่าบาทได้โดยตรง แต่ก็สามารถขอยืมพระนามของฝ่าบาทมาใช้สักหน่อย ย่อมจะได้กระมัง?
หากโยนเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้อื่นตระกูลอื่น กล่าวหาพวกเขาว่าหวาดกลัวจวนโหว จะไปพึ่งใบบุญของสนมผู้เป็นที่โปรดปรานจนเรืองอำนาจ จึงได้ร่วมมือกันวางแผนกดดันและใส่ร้ายป้ายสี เหตุผลนี้ฟังดูแล้วช่างสมเหตุสมผลยิ่งนัก!
นอกจากจะสามารถอธิบายที่มาของข่าวฉาวทั้งหมดได้แล้ว บุตรีอันเป็นที่รักของนางก็จะกลายเป็นผู้เคราะห์ร้าย ที่สมควรต้องได้รับความเห็นอกเห็นใจ
ในดวงตาของฮูหยินเมิ่งพลันระเบิดประกายแห่งความปีติและชื่นชมขึ้นอย่างมากมาย นางยื่นมือออกไปฉุดดึงร่างของ ‘เมิ่งหนานอี้’ เข้ามาสวมกอดไว้ในอ้อมแขนแน่น
“หนานหนานลูกแม่! เหตุใดเจ้าจึงคิดแผนการล้ำเลิศเช่นนี้ออกมาได้! ช่างเป็นแผนการที่ดียิ่งนัก ครานี้ปัญหาทุกอย่างย่อมจะคลี่คลายได้โดยง่ายแล้ว!”
เมิ่งซีโจวเอนกายพักพิงอยู่ในอ้อมอกของผู้เป็นมารดาอย่างว่าง่าย ปลายนิ้วเคาะเบาๆลงบนแขนของฮูหยินเมิ่งเป็นจังหวะ ราวกับบุตรีที่กำลังออดอ้อนพึ่งพาผู้เป็นมารดา
ฮูหยินเมิ่งจมดิ่งอยู่ในความปลาบปลื้ม ประหนึ่งพบเจอแสงสว่างหลังความสิ้นหวัง จึงมิอาจสังเกตเห็นว่า ‘เมิ่งหนานอี้’ ในอ้อมแขนของนางนั้น มุมปากกำลังยกขึ้นเป็นรอยโค้งเย็นเยียบเย้ยหยันสักเพียงใด
ช่วงนี้ผู้คนในเมืองหลวงนับว่าได้ชมเรื่องครึกครื้นสนุกสนานนกันอย่างเต็มอิ่ม คุณหนูใหญ่แห่งจวนโหว ผู้ที่เคยมีชื่อเสียงเลื่องลือ ทั้งยังแบกรับ ‘ชะตาหงส์’ ไว้กับตัวผู้นั้น ข่าวฉาวของนางช่างมีออกมาไม่ขาดสาย เรื่องหนึ่งตามติดอีกเรื่องหนึ่ง พลิกผันขึ้นลงไม่หยุด สนุกเข้มข้นยิ่งกว่างิ้วบนโรงเสียอีก
ทว่าในยามที่ผู้คนล้วนคิดว่าคุณหนูใหญ่ผู้นี้ได้เสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่มีวันได้พลิกกลับคืนมาอีกแล้วนั้น กระแสลมกลับค่อยๆผันเปลี่ยนอย่างเงียบงัน
ข่าวลือชุดใหม่เริ่มแพร่สะพัดออกไปตามตรอกซอกซอยทั่วทั้งเมืองหลวง
แท้จริงแล้ว คุณหนูใหญ่แห่งจวนโหวผู้นั้น หาได้ปล่อยกายปล่อยใจให้ทำเรื่องต่ำตมเช่นนั้นไม่ หากแต่ตกเป็นเหยื่ออันน่าเวทนาสงสาร อยู่ท่ามกลางการบดขยี้และแย่งชิงอำนาจของเหล่าขุนนางแต่ละฝ่ายในราชสำนัก และศึกชิงอำนาจระหว่างตระกูลต่างหาก!
ในผืนพิภพแห่งนี้ การใช้วิธีต่ำช้าเช่นนี้มาทำลายชื่อเสียงของสตรีผู้หนึ่ง ย่อมมิต่างอันใดจากการบีบให้นางต้องตายทั้งเป็น!
ช่างโหดเหี้ยมอำมหิต สมควรถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ยิ่งนัก!
แต่นับว่าเคราะห์ยังดี บัดนี้จวนโหวดูเหมือนจะสืบรู้จนค้นพบความจริงแล้ว ทั้งยังสามารถจับมองเห็นเงื่อนงำของแผนร้ายครั้งนี้ได้ ในที่สุดจึงคืนความบริสุทธิ์ให้แก่คุณหนูใหญ่ได้เสียที
คลื่นลมรุนแรงที่ซัดสาดเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า จึงค่อยสงบลงเช่นนี้นี่เอง เมิ่งซีโจวกลับมาเป็นยอดสตรีผู้เปี่ยมปัญญาอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงดังเดิม ภายในระยะเวลาอันสั้น ชื่อเสียงและเกียรติยศของนางจึงเริ่มฟื้นฟูก้าวสู่จุดสูงสุดได้อีกครา
ในที่สุด เมิ่งซีโจวก็ได้กลับมายังเรือนหลานจื่อ ซึ่งเดิมทีเป็นเรือนของนางอย่างถูกต้องชอบธรรม แม้ยามนี้ภายในเรือนจะมีข้าวของมากมายของเมิ่งหนานอี้กองระเกะระกะอยู่ก็ตาม แต่นางหาได้รีบร้อนโยนทิ้งไม่
อีกไม่นาน ทุกสิ่งทุกอย่างในเรือนแห่งนี้ย่อมต้องกลับคืนสู่สภาพเดิม
ร่องรอยทั้งหลายที่นกกาเหว่าได้เข้ามายึดครองรังของนางอื่น ย่อมจะต้องถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก
วันถัดมา…
หลังจากเมิ่งหนานอี้ถูกส่งตัวเข้าวังไปแล้ว ก็มิมีข่าวคราวใดเกี่ยวกับนางเล็ดลอดออกมาได้เลย เงียบสงัดราวมิเคยมีเรื่องใดเกิดขึ้น
เมิ่งซีโจวจึงยังคงสวมบทบาทแสดงเป็นเมิ่งหนานอี้ ผู้ถูกความอยุติธรรมเล่นงาน จนบอบช้ำทั้งกายใจและจำต้องได้รับการทะนุถนอม คอยอยู่ข้างกายฮูหยินเมิ่งอย่างสุขกายสบายใจ ทั้งสองต่างร่วมแสดงงิ้วฉากแล้วฉากเล่าในบท ‘มารดาผู้เมตตากับบุตรแสนกตัญญู’ ได้อย่างแนบเนียน
นางหาได้หวาดกลัวว่าความจริงจะถูกเปิดโปงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ลึกๆในใจแล้วกลับเฝ้าคอยด้วยซ้ำว่า เมื่อถึงวันที่ความจริงกระจ่างแจ้ง ฮูหยินหน้าจะมีสีหน้าเช่นใดกันแน่ หากล่วงรู้ว่าบุตรีที่ตนรักดั่งแก้วตาดวงใจ กลับถูกตนผลักเข้าสู่กองเพลิงในวังหลังด้วยสองมือ เกรงว่าฮูหยินเมิ่งคงจะต้องสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายทุกค่ำคืนเป็นแน่ คงจะมีชีวิตไม่ต่างจากตายทั้งเป็นเลยกระมัง?
ขณะสามารถประคองสถานการณ์ภายในจวนให้มั่นคงได้แล้ว หัวใจของเมิ่งซีโจวกลับล่องลอยไปยังด่านชายแดนอันห่างไกล
สถานการณ์ยามนี้ยังไม่กระจ่างแจ้ง นางจึงไปยังจวนองค์หญิงใหญ่ด้วยตนเองอีกครา เสาะหาหนทางส่งจดหมายเร่งด่วนออกไปฉบับหนึ่ง เพียงหวังจะล่วงรู้ข่าวคราวทางนั้นบ้าง
ทว่า ภูผาสูงหนทางไกล ต่อให้นางมีกลอุบายพันประการ หรือหมื่นแผนการ ในยามนี้ใช่ว่าจะลงมือใดๆได้ แม้ร้อนใจเพียงใดก็ทำได้แค่ข่มใจลง กัดฟันเฝ้ารอข่าวคราวตอบกลับจากทางนั้นด้วยความทรมานใจ
ยามบ่าย เมิ่งซีโจวกำลังนั่งอยู่ริมหน้าต่าง ค่อยๆเคี้ยวกินผลไม้สดที่ฮูหยินเมิ่งตั้งใจให้คนนำมาให้ด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อย ทันใดนั้น ลั่วกู่ก็ปรากฏกายขึ้นอย่างกะทันหัน
เมิ่งซีโจวเบนศีรษะไปมอง
“เกิดอะไรขึ้น? มีข่าวเพิ่มเติมแล้วรึ?”
สีหน้าของลั่วกู่เคร่งขรึม เขากดเสียงต่ำแล้วกล่าวว่า
“แม่นางเมิ่ง คนของเราพบว่า… พี่รองของท่าน เมิ่งจิ่งหมิง ได้ปรากฏตัวแล้วขอรับ”
มือของเมิ่งซีโจวที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบองุ่น พลันชะงักค้างอยู่กลางอากาศ แววประหลาดใจฉายวาบผ่านดวงตาทั้งสองของนาง
“โอ้? แล้วตอนนี้เขา… อยู่ที่ใดรึ?”
คนสองคนที่นางต้องการตามหาให้พบนั้น หนึ่งก็คือฉินหลาง ชู้รักของฮูหยินเมิ่ง อีกหนึ่งก็คือเมิ่งจิ่งหมิง สำหรับคนแรก นางพอจะขีดวงจำกัดได้คร่าวๆว่าอยู่แถบใด ทว่าสำหรับคนหลังนั้น นางกลับไม่รู้แม้แต่น้อยว่าอยู่แห่งหนใด จำต้องส่งคนออกไปตามหาไปทั่ว เรียกได้ว่าแทบจะอาศัยเพียงวาสนาพาไป
คิดไม่ถึงเลยว่า ผู้ที่ถูกพบเข้าก่อน กลับเป็นเมิ่งจิ่งหมิงเสียได้
การที่เมิ่งจิ่งหมิงมีชีวิตรอดกลับมาได้นั้น… สำหรับฮูหยินเมิ่งแล้ว นี่นับเป็นข่าวร้ายเหนือความคาดหมายที่ถาโถมเข้าท้าทายชีวิตนางอีกระลอก!