พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่178 ฮ่องเต้ผู้น่าสมเพช
บทที่178 ฮ่องเต้ผู้น่าสมเพช
นางจ้องมองหมอกไอสีขาวที่ลอยคุกรุ่นอยู่เบื้องหน้า แล้วก็อดนึกถึงชาติภพก่อนขึ้นมาไม่ได้
ครั้งสุดท้ายที่นางหนีออกมาจากหมู่บ้านเสี่ยวเหอได้นั้น ร่างกายก็แทบจะถึงคราวน้ำมันหมดตะเกียง อ่อนแอจนเพียงสายลมพัดผ่าน ก็อาจล้มคว่ำลงได้ทุกเมื่อ
หากมิใช่เพราะบังเอิญพบกับกลุ่มผู้ลี้ภัยที่กำลังมุ่งหน้าขึ้นเหนือเช่นกัน และอาศัยขบวนของพวกเขาเป็นเกราะกำบังอำพราง เกรงว่านางคงต้องถูกแม่เฒ่าจางผู้นั้นพาคนมาตามจับตัวกลับไปหมู่บ้านอีกครั้งแล้วเป็นแน่
เพราะนางหลบหนีครั้งแล้วครั้งเล่า คนสกุลจางจึงยิ่งทำกับนางอย่างวิปริตผิดมนุษย์มากขึ้น ถึงขั้นใช้โซ่เหล็กล่ามนางไว้ก็มี วันหนึ่งให้กินเพียงข้าวบูดหนึ่งมื้อ ทั้งนี้เพื่อทำให้นางสูญสิ้นเรี่ยวแรงที่จะต่อต้านและหลบหนีไปอีก
แต่นางก็ยังคงกัดฟันรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้าย ฝืนประคองร่างผุพังนั้นหนีออกมาจนได้ แล้วแฝงตัวปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ลี้ภัยที่มีจุดหมายปลายทางคือเมืองหลวงเช่นเดียวกัน เดินทางมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปตลอดเส้นทาง
คนเหล่านั้น ส่วนใหญ่ล้วนเงียบขรึมพูดน้อย แทบไม่สุงสิงกันเลย และไม่มีทางแบ่งอาหารให้แก่กันอย่างเด็ดขาด ซ้ำยังมักชกต่อยตีกันจนหัวร้างข้างแตกอยู่บ่อยๆ เพียงเพื่อแย่งเศษอาหารที่ผู้อื่นโยนทิ้งไว้ให้เท่านั้น
ทว่าเมื่อมีผู้ใดอ่อนแรงจนก้าวเดินต่อไม่ไหว จำต้องรั้งท้ายอยู่เบื้องหลัง ก็มักจะมีใครสักคนยื่นมือฉุดคนผู้นั้นขึ้นมาเสมอ ครั้นมีผู้ใดเผลอล้มลงโดยไม่ทันระวังตัว ก็ย่อมจะมีคนก้าวเข้าไปช่วยประคองให้ลุกขึ้นอย่างเงียบงัน
นางจึงค่อยๆกัดฟันสู้ อดทนเดินกลับมาเมืองหลวงทีละก้าวอย่างยากลำบาก
ไอร้อนจากหม้อข้าวต้ม สะท้อนอยู่ในดวงตาลึกล้ำยากจะหยั่งถึงคู่นั้นของนาง
วันนี้นางมาที่นี่เพื่อทำโรงทานข้าวต้ม เพียงเพราะต้องการทำตามใจปรารถนาเท่านั้น ทว่านางตระหนักชัดยิ่งกว่าผู้ใดว่า การแจกข้าวต้มในวันนี้ ความจริงแล้วก็แค่ทำให้พวกเขาอิ่มท้องได้ไม่กี่มื้อเท่านั้น
ในสภาวะเช่นนี้ หากไม่ขจัดรากเหง้าของปัญหาให้สิ้น ผู้พลัดถิ่นไร้บ้านและผู้ประสบภัยก็มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีผู้คนใจกว้างควักทรัพย์ส่วนตัวช่วยเหลือสักเพียงใด สุดท้ายก็เป็นเพียงแค่น้ำหนึ่งถ้วยที่หมายดับไฟกองใหญ่เท่านั้น
แต่นางคิดว่า ทำได้เล็กน้อย ก็ยังนับว่าได้ช่วยเล็กน้อย
‘อย่าเห็นว่าเป็นความดีเล็กน้อยแล้วไม่กระทำ อย่าได้เห็นว่ามันคือความชั่วเล็กน้อยแล้วจึงลักลอบลงมือทำ’
เมื่อครั้งยังเยาว์วัย ตอนเริ่มต้นร่ำเรียนหนังสือ อาจารย์ได้เคยถ่ายทอดถ้อยคำนี้ไว้ และนางยังคงจดจำมาได้จนถึงบัดนี้
บางที… นางควรตั้งอกตั้งใจไปเป็นขุนนางที่กรมพระคลังอย่างจริงจังเสียที เพื่อจะได้เสาะหาหนทางแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจังได้
ครั้งก่อนยามรับตำแหน่งชั่วคราวในกรมพระคลัง นางใช้ฐานะของเมิ่งหนานอี้ บัดนี้เมิ่งหนานอี้ถูกฝ่าบาทรับเข้าวังหลวงไปแล้ว ตำแหน่งขุนนางนั้นย่อมต้องมีผู้อื่นเข้ามาแทนที่แล้วเช่นกัน
ต้องยอมรับว่า เรื่องที่ฝ่าบาทรับเมิ่งหนานอี้เข้าวังนั้น ได้สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ราชสำนักอย่างแท้จริง เพราะนางไม่เพียงเป็นพี่น้องฝาแฝดของคู่หมั้นองค์รัชทายาทเท่านั้น หากแต่ยังเป็นขุนนางผู้หนึ่งในราชสำนักอีกด้วย!
นี่ช่างเป็นการกระทำที่ไร้พระเกียรติแห่งจอมราชันอย่างแท้จริง! ช่างกระทำการตามอำเภอใจโดยแท้!
ทว่าเหล่าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊ทั่วท้องพระโรง กลับมิมีผู้ใดกล้ายื่นีกาทัดทานเลยสักคน ผู้ใดเล่าจะอยากไปสะกิดโทสะของฝ่าบาทในยามนี้ อารมณ์ของพระองค์ในระยะหลังยิ่งแปรปรวนหนักขึ้น เอาแน่เอานอนไม่ได้มากขึ้นทุกที หากมิได้กระทบถึงผลประโยชน์ของตนแล้ว โดยมากก็มิมีผู้ใดอยากยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องไม่เป็นเรื่องทั้งสิ้น
เมื่อการเข้ารับราชการภายใต้ชื่อเมิ่งหนานอี้ใช้การไม่ได้แล้ว นางจึงจำต้องเสาะหาหนทางอื่น เปิดช่องทางใหม่เพื่อหาโอกาสเข้ารับตำแหน่งด้วยฐานะของตนเองอีกครา
โจ๊กต้มเสร็จแล้ว
ภายใต้การช่วยกันคนละไม้คนละมือของบ่าวชายทั้งหลาย บรรดาผู้ลี้ภัยจึงยอมฝืนเข้าแถวเป็นแนวยาวคดๆเบี้ยวๆได้บ้าง ทว่าสถานการณ์ก็ยังคงเต็มไปด้วยเสียงเอะอะและการเบียดเสียดกันอย่างวุ่นวาย
อย่างไรเสีย ในหมู่ผู้ลี้ภัยเหล่านี้ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนที่เคยอดอยากจนกลายเป็นความหวาดกลัว ความหิวโหยได้บีบคั้นพวกเขาถึงขีดสุด ต่างกลัวว่าหากตนต่อแถวอยู่ด้านหลังแล้วจะไม่ได้รับโจ๊ก เมิ่งซีโจวจึงต้องย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า จะต้มโจ๊กแจกต่อไปจนกว่าทุกคนจะได้กินคนละหนึ่งชาม สถานการณ์จึงค่อยสงบลงได้บ้าง
ส่วนพวกที่หิวโหยจนไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะลุกขึ้นนั้น เมิ่งซีโจวได้สั่งให้คนยกโจ๊กไปส่งให้ถึงตรงหน้า
นางตั้งโรงทานแจกโจ๊กต่อเนื่องกันอยู่หลายวัน ในที่สุดก็รอจนได้รับข่าวที่เฝ้าคอยมานาน
จดหมายตอบกลับขององค์หญิงใหญ่ได้ส่งมาถึงแล้ว
ในจดหมายเขียนไว้ว่า – ศึกชายแดนเป็นไปอย่างราบรื่น กองทัพของเราโจมตีพวกชนเผ่าป่าเถื่อนจนถอยร่นพ่ายแพ้กลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า บัดนี้ทั้งสองฝ่ายใกล้จะเข้าสู่การเจรจา อีกไม่นานก็คงได้ยกทัพกลับมาอย่างมีชัย
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หัวใจที่หนักอึ้งของเมิ่งซีโจว ในที่สุดก็คล้ายถูกยกหินก้อนใหญ่ออก มุมปากอดมิได้ที่จะคลี่เป็นรอยยิ้มบางๆด้วยความโล่งใจ
นางอ่านต่อไป
ปลายพู่กันขององค์หญิงใหญ่พลันเปลี่ยนทิศ กล่าวถึงว่า แม้สถานการณ์ศึกจะกระจ่างชัดแล้ว ทว่านางกลับไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเหตุใดฝ่าบาทจึงทรงส่งองค์รัชทายาทซ่งเฉิงจี้มายังชายแดนเพื่อเสริมกำลังอย่างกะทันหัน การกระทำเช่นนี้ออกจะเกินความจำเป็นไปมาก กระทั่งชวนให้รู้สึกแปลกประหลาดอยู่หลายส่วน
เมิ่งซีโจวหรี่ตาลงเล็กน้อย ภายในใจพลันกระจ่างแจ้งขึ้นทันใด
ฝ่าบาทย่อมจะต้องรักษาหน้า คิดจะรับน้องสาวฝาแฝดของคู่หมั้นโอรสเข้าวังหลวง ย่อมต้องหาทางส่งโอรสตนไปให้ไกลๆเสียก่อน จึงจะลงมือได้สะดวก
เพียงแต่ว่า การกระทำเช่นนี้ของพระองค์ ช่างเป็นเรื่องเหลวไหลและเห็นแก่ตัวอย่างที่สุดจริงๆ!
เพียงเพื่อความสำราญส่วนตัว ถึงกับไม่เสียใจที่จะหลอกองค์รัชทายาทด้วยข่าวศึกเท็จ เห็นความสงบของชายแดน เห็นการจัดวางกำลังของราชสำนักเป็นเพียงเรื่องเล่นหัว!
ช่างหมกมุ่นในกามสุขอย่างไร้ขอบเขตนัก สำมะเลเทเมาไร้ยางอายอย่างแท้จริง!
มิรู้ว่า… เมิ่งหนานอี้น้องสาวแสนดีของนาง ยามนี้อยู่ในวังหลังที่กลืนกินผู้คนแห่งนั้น จะมีชีวิตความเป็นอยู่เช่นใดบ้าง?
แม้ว่าฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจะมีนิสัยใจคอเหี้ยมโหมด ทั้งวิสัยทัศน์ยังมืดบอด เหล่าสนมชั้นต่ำที่เพิ่งเข้าวังไป ก็มักจะตายอย่างไร้ที่มาที่ไป ทว่าเหล่าสนมที่สามารถอดทนไต่ขึ้นไปถึงตำแหน่งสูงๆได้ กลับล้วนปักหลักอยู่ในที่ของตนอย่างมั่นคง เห็นได้ชัดว่า มิมีผู้ใดยอมเป็นตะเกียงไร้น้ำมันให้ผู้อื่นข่มเหงรังแกได้โดยง่ายเลย
ในวังหลังแห่งนั้น หากทำตัวต่ำต้อยหลบเลี่ยงการโปรดปรานจากฝ่าบาท ย่อมต้องถูกเหล่านางกำนัลเหยียบย่ำตามลมสูงต่ำ อาหารที่ได้กินก็มีเพียงเศษเหลือเย็นชืด ของใช้ตามส่วนแบ่งก็มักถูกหักถูกโกง ยามเหมันต์ฤดูที่เหน็บหนาวเช่นนี้ หากไร้ซึ่งถ่านไฟให้ผิง การหนาวตายก็หาใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใดไม่
แต่หากทำตัวเด่นชัดจนเกินไป ช่วงชิงการโปรดปรานอย่างออกหน้า ก็ย่อมจะกลายเป็นเป้าให้หลายคนเล็งลูกธนูใส่ ถูกสนมตำแหน่งสูงไม่กี่คนนั้นร่วมมือกันกดข่ม เกรงว่าคงต้องตายเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม
มิว่าจะมองทางใด ก็เห็นแต่… ทางตันไร้ทางรอด