พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่181 ข้า เมิ่งซีโจว!
บทที่181 ข้า เมิ่งซีโจว!
เมิ่งซีโจวไม่มีทีท่าว่าจะลดแขนที่ขวางทางลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม นางกลับซักถามต่อไปอย่างไม่ลดละ
“เช่นนั้นเมื่อก่อนท่านเติบโตมาในจวนโหวเช่นไร ท่านพ่อ ท่านแม่ แล้วยังมีพวกเราพี่น้อง เจ้าไม่มีความทรงจำใดๆหลงเหลืออยู่เลยสักนิดรึ?”
“ข้าก็บอกแล้วว่าจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น! ถาม ถาม ถาม! เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นคนของศาลต้าหลี่ที่กำลังไต่สวนคดีอยู่หรืออย่างไร?!”
เมิ่งจิ่งหมิงสวนโต้ด้วยความโมโหจนเส้นเอ็นที่ลำคอปูดโปน เขาผลักแขนของเมิ่งซีโจวที่ขวางทางอยู่ออกไปอย่างแรง จากนั้นก็วิ่งพรวดพราดออกไปทางประตูทันที และไม่ยอมเหลียวหลังกลับมามองอีกเลย!
นับว่าโชคดีที่เมิ่งซีโจวยืนหยัดได้มั่นคง หาไม่แล้วด้วยแรงผลักรุนแรงของเขา เกรงว่าร่างนางคงจะต้องซวนเซอย่างแน่นอน
“หมิงเอ๋อร์! เหตุใดเจ้าจึงได้บุ่มบ่ามไร้มารยาท มิรู้จักกาลเทศะเช่นนี้เล่า!”
อนุหลิวตกใจจนหน้าถอดสีซีดเผือด จ้องมองแผ่นหลังของบุตรชายด้วยความร้อนอกร้อนใจและขุ่นเคือง ก่อนจะรีบหันไปขอโทษเมิ่งซีโจวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“คุณหนูใหญ่ ข้าต้องขออภัยแทนหมิงเอ๋อร์จริงๆ! เจ้าเด็กคนนี้กว่าจะช่วยชีวิตกลับมาได้ไม่ง่ายเลย แต่ก็ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างสิ้นเชิง มารยาทและการอบรมสั่งสอนที่มีในเมื่อก่อนนั้น ล้วน…”
เมิ่งซีโจวมิได้ตอบรับคำขอโทษของอนุหลิว เพียงทอดสายตาจับจ้องไปยังทิศทางที่เมิ่งจิ่งหมิงเดินจากไปอย่างครุ่นคิด แววตาลุ่มลึกของนางยากจะหยั่งถึง
ราวกับว่า… เปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างนั้นรึ?
ปริศนาที่รายล้อมตัวเมิ่งจิ่งหมิงยามนี้ ดุจเมฆาทะมึนที่วนเวียนค้างคาอยู่ภายในใจของเมิ่งซีโจวนานหลายวัน แต่ในที่สุดก็มีข่าวดีส่งมาถึง
องค์หญิงใหญ่ส่งคนควบม้าเร็วกลับมาแจ้งข่าวดี กองทัพของฝ่ายเราได้รับชัยชนะอย่างงดงาม! ขณะเดียวกัน การเจรจาซึ่งมีองค์รัชทายาทซ่งเฉิงจี้เป็นผู้ดำเนินการ ก็ได้จบลงอย่างราบรื่น อีกไม่นานกองทัพก็จะยกพลกลับเมืองหลวงแล้ว!
ระหว่างเฝ้ารอทัพใหญ่คืนชัยกลับมา เมิ่งซีโจวจึงเริ่มสืบหาความจริงไปพลางๆ ระหว่างนั้น นางได้พบเมิ่งจิ่งหมิงอีกสองครั้ง ทว่าข้อกังขากลับยิ่งสะสมมากขึ้นทุกที
หลังเทศกาลหยวนเซียวผ่านพ้นไปได้เพียงสองวัน โคมบุปผาตามท้องถนนยังมิได้ถูกรื้อเก็บไปจนหมด บรรยากาศยังคงหลงเหลือกลิ่นอายความรื่นเริงอยู่บางเบา
และท่ามกลางบรรยากาศอันแสนสงบสุขนั้นเอง กองทัพที่ออกศึกก็ได้เดินทางกลับถึงเมืองหลวงโดยสวัสดิภาพในที่สุด
ต่างจากคราวส่งทัพออกศึกยิ่งนัก ครั้งนื้ที่หน้าประตูเมืองเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
วีรบุรุษผู้คว้าชัยชนะกลับมา แม้แต่ฮ่องเต้ซึ่งมิได้เสด็จออกมาต้อนรับกองทัพด้วยพระองค์เองมานาน ก็ยังทรงนำเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นและบู๊มารออยู่บนหอประตูเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ อีกทั้งยังมีราษรจำนวนนับไม่ถ้วน พากันหลั่งไหลออกมาบนท้องถนนด้วยความสมัครใจ ต่างชะเง้อคอเฝ้ารอด้วยความคาดหวัง
เมิ่งซีโจวติดตามเมิ่งชินรุ่ยผู้เป็นบิดา ออกมายืนร่วมในขบวนญาติสตรีของเหล่าขุนนาง ตำแหน่งที่ยืนอยู่นั้นค่อนไปทางด้านหน้า
ยามฟ้าสาง ท่ามกลางเสียงฆ้องเสียงกลองและเสียงแตรเขาสัตว์ ที่ดังกึกก้องสะเทือนท้องนภา องค์หญิงใหญ่ควบม้านำหน้ามาก่อนเป็นคนแรก นำเหล่าทหารหาญซึ่งเรียงแถวเป็นระเบียบเคร่งครัด ปรากฏขึ้น ณ สุดปลายสายตาของฝูงชน จากนั้นจึงค่อยๆเคลื่อนขบวนมาจนถึงใต้กำแพงเมือง
องค์หญิงใหญ่พลิกกายกระโดดลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว ก้าวยาวๆตรงไปเบื้องหน้า แล้วประสานมือถวายบังคมต่อองค์ฮ่องเต้ผู้ประทับอยู่บนหอประตูเมือง น้ำเสียงกังวานใส ทว่าหนักแน่นดุจเหล็กกล้า
“ฝ่าบาท! มิเสียทีที่หม่อมฉันรับพระบัญชา ศึกครานี้กองทัพของเราได้รับชัยชนะอย่างงดงาม พวกหมานอี๋ยอมก้มศีรษะสวามิภักดิ์ต่อเราแล้วเพคะ!”
ต่อจากนั้น องค์รัชทายาทซ่งเฉิงจี้ก็กราบทูลด้วยน้ำเสียงแจ่มน้ำ
“เสด็จพ่อ การเจรจาครั้งนี้สิ้นสุดลงแล้ว ชนเผ่าหมานอี๋ยอมรับเงื่อนไขที่จะขึ้นตรงต่อแคว้นเรา ด่านชายแดนย่อมรักษาความสงบไว้ได้อีกหลายปีพ่ะย่ะค่ะ!”
พระพักตร์ของฮ่องเต้เปี่ยมล้นไปด้วยรอยแย้มสรวล พระองค์ทรงลุกขึ้นยืน แล้วเสด็จลงจากหอประตูเมืองมาด้วยพระองค์เอง มือข้างหนึ่งยื่นออกไปประคองพระเชษฐภคินีไว้ ส่วนอีกข้างก็ประคองโอรสของตนให้ลุกขึ้น
“เยี่ยม! เยี่ยมมาก! เราผู้นี้ย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่า หากมีเจ้าไปช่วยสมทบเช่นนี้ การศึกย่อมต้องสำเร็จในคราเดียว! เราเชื่อมั่นในตัวโอรสของเราผู้นี้เป็นที่สุด และเชื่อมั่นในเหล่าทหารกล้าทุกนาย! เฉิงจี้ ครั้งนี้เจ้าทำได้ดีมาก มิได้ทำให้เราผิดหวังเลยสักนิด!”
เหล่าทหารพลันระเบิดเสียงโห่ร้องกึกก้องจนแทบสะเทือนฟ้าสะท้านดิน เหล่าขุนนางและราษรทั้งบนหอเมืองและเบื้องล่าง ต่างพากันส่งเสียงขานรับตาม บรรยากาศในชั่วขณะนั้นร้อนแรงถึงขีดสุด อบอวลไปด้วยความปีติยินดีแห่งชัยชนะ
ฮ่องเต้ทรงตรัสทักทายกับองค์หญิงใหญ่และองค์รัชทายาทอีกไม่กี่ประโยค ครั้นรับคำถวายพระพรจากเหล่าขุนนางแล้ว จึงเสด็จกลับวังหลวงไป
หลังฝ่าบาทเสด็จกลับไปแล้ว สายพระเนตรขององค์หญิงใหญ่ก็เบนไปจับที่ร่างของเมิ่งซีโจวทันที
มุมปากของนางยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเดินตรงไปยังทิศทางที่สองพ่อลูกตระกูลเมิ่งยืนอยู่
เบื้องหลังนาง แน่นอนว่าย่อมมีองค์รัชทายาทซ่งเฉิงจี้ติดตามไปด้วย ส่วนเจียงจี้เยว่ที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย ก็แอบเบียดผู้คนเดินตามมาอย่างเงียบงันเช่นกัน
เมิ่งชินรุ่ยเห็นดังนั้น จึงรีบดึงเมิ่งซีโจวให้ก้าวออกไปข้างหน้าหลายก้าว แล้วค้อมกายคาราวะด้วยความนอบน้อม
“กระหม่อมถวายบังคมองค์หญิงใหญ่ ถวายบังคมองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมได้พาบุตรีน้อยซีโจวมามาที่นี่ เพื่อรอต้อนรับการเสด็จกลับจากชัยชนะของทั้งสองพระองค์ด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
องค์หญิงใหญ่และซ่งเฉิงจี้ได้ยินคำเรียกที่อีกฝ่ายใช้เรียกเมิ่งซีโจวแล้ว การเคลื่อนไหวของทั้งสองก็พลันชะงักงันไปเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น คิ้วตาคล้ายคลึงกันทั้งสองคู่เลิกขึ้นพร้อมกันครึ่งส่วน เผยแววประหลาดใจระคนหยอกเย้าอย่างรู้กันโดยมิต้องเอ่ยวาจา
ซ่งเฉิงจี้มองผ่านเมิ่งชินรุ่ยไปโดยตรง สายตาคู่คมเข้มของเขาตกลงบนร่างของเมิ่งซีโจว ที่กำลังย่อกายถวายบังคมอยู่เบื้องหลังผู้เป็นบิดา รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งดูล้ำลึกกว่าเดิม แฝงแววล้อเลียนอย่างชัดเจน ก่อนจะจงใจลากเสียงยาวเอ่ยขึ้นว่า
“……เมิ่งซีโจว?”