พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่198 พระราชทานความตาย ให้ปลิดชีพตนเองเสีย!
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่198 พระราชทานความตาย ให้ปลิดชีพตนเองเสีย!
บทที่198 พระราชทานความตาย ให้ปลิดชีพตนเองเสีย!
เส้นเอ็นเส้นประสาทตลอดทั่วใบหน้าของเมิ่งหนานอี้ พลันขึ้นสีแดงคล้ำจนดูม่วงหมองเพราะขาดอากาศหายใจ ครั้นได้ยินถ้อยคำกล่าวหาของฮ่องเต้ ดวงตาของนางก็เบิกโพลงขึ้นในทันที จนยามนี้แทบจะถลนออกจากเบ้า!
บุรุษเสียสติจนคลุ้งคลั่งผู้นี้! กำลังกล่าววาจาเหลวไหลอันใดกัน?!
นางน่ะหรือ…วางยาพิษสังหารฮองเฮา?!
ทุกวี่ทุกวัน นางเฝ้าใช้ชีวิตอยู่ในวังหลวงลึกล้ำแห่งนี้ด้วยความหวาดหวั่น ระมัดระวังตัวประหนึ่งเหยียบย่างอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางเฉียบ เพียงแค่เอาชีวิตให้รอดไปวันหนึ่งๆ ก็แทบจะผลาญเรี่ยวแรงในใจจนหมดสิ้นแล้ว นางยังจะเอาความสามารถและความกล้ามาจากที่ใด ถึงขั้นคิดวางยาพิษสังหารผู้เป็นนายหญิงแห่งหกตำหนักได้?!
ในชั่วพริบตาที่ความคิดแล่นวาบราวประกายไฟ ความคิดหนึ่งก็พลันพุ่งขึ้นมาในห้วงสมองของนาง
ใครบางคนกำลังยืมดาบฆ่าคน!
ฮองเฮาองค์ปัจจุบัน แม้จะอยู่ในตำแหน่งฮองเฮาก็จริง หากแต่มิใช่มารดาผู้ให้กำเนิดองค์รัชทยาทซ่งเฉิงจี้ แต่กระนั้นก็เป็นฮองเฮาผู้อยู่เคียงข้างฮ่องเต้มานานหลายปี และเป็นผู้ถือครองตราหงส์ว่าการวังหลัง! ต่อให้ฮ่องเต้ไม่มีความผูกพันลึกซึ้งต่อนาง อย่างน้อยก็ยังต้องมีเกรงใจอยู่หลายส่วน!
เป็นผู้ใดกัน?! ผู้ใดช่างกำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้ได้ ไม่เพียงวางยาพิษสังหารฮองเฮา แต่ยังกล้ายัดเยียดข้อหาสะเทือนฟ้าดินนี้มาไว้บนศีรษะของนางด้วย?!
นางฐานะต่ำต้อย เสียงเบายิ่งกว่าฝุ่นผง แม้ได้รับความโปรดปรานจากองค์เหนือหัวอย่างล้นเหลือ แต่ก็ไร้รากฐานให้พึ่งพา แท้จริงแล้วจึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะถูกเลือกให้เป็นแพะรับบาป! ทั้งสามารถกำจัดนางผู้เป็นคนโปรดหน้าใหม่ที่ขวางหูขวางตาได้ ทั้งยังสามารถชำระตนเองให้สะอาดหมดจด สองมือมิต้องเปื้อนมลทินแม้แต่น้อย!
ยิงธนูนัดเดียวได้นกสองตัว! ช่างเป็นแผนการที่อำมหิตนัก! ช่างบังอาจใหญ่หลวงยิ่ง!
ส่วนตัวนาง ผู้ถูกเลือกให้เป็นผีตายแทน จุดจบย่อมคาดเดาได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องตายอย่างน่าอนาถ ไร้ทางได้ตายดีแน่!
“ไม่! ไม่ใช่หม่อมฉันเพคะ…”
นางพยายามอย่างสุดชีวิต ที่จะบีบเค้นคำแก้ตัวออกมาจากลำคอ ทว่าแรงมือของฮ่องเต้กลับเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน เบื้องหน้าของนางพลันพร่างพราวไปด้วยประกายดารา เสียงทั้งหมดที่พยายามจะเปล่งออกมา พลันถูกบีบขาดคาอยู่ในลำคอ!
และในเสี้ยวขณะที่นางกำลังจะจมดิ่งสู่ขอบเหวแห่งการหมดสติ มือของฮ่องเต้ที่กำลังบีบคอนางอยู่ จู่ๆก็คลายออกอย่างรุนแรง ราวกับเพิ่งสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้ายอย่างฉับพลัน
ร่างของเมิ่งหนานอี้ล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง นางยกสองมือขึ้นกุมลำคอที่ปวดร้าวแทบขาดใจ สูดอากาศเข้าปอดเฮือกแล้วเฮือกเล่า ก่อนจะสำลักไอออกมาอย่างรุนแรงอีกครา
สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำให้นางมิอาจใส่ใจอาการเจ็บแสบในลำคอ ที่ยามนี้ประหนึ่งถูกไฟลวกได้ นางรีบเอ่ยแก้ต่างด้วยเสียงแหบแห้งทันที
“ฝ่าบาทได้โปรดทรงพิจารณาให้กระจ่างด้วยเพคะ จะเป็นหม่อมฉันไปได้อย่างไร! หม่อมฉันเพิ่งจะเข้าวังมาได้ไม่นาน ในวังหลังแห่งนี้ หม่อมฉันใช้ชีวิตโดยไร้ที่พึ่งไร้ผู้หนุนหลัง เพียงหวังใช้ชีวิตอย่างสงบเท่านั้น แล้วจะกล้ากระทำเรื่องอุกอาจล่วงเกินฟ้าดินเช่นนี้ได้อย่างไร! ยิ่งไปกว่านั้น… หม่อมฉันก็เป็นเพียงเจี๋ยอวี๋ สนมขั้นสามต่ำต้อยผู้หนึ่งเท่านั้น การลอบปลงพระชนม์ฮองเฮา จะเป็นผลดีต่อหม่อมฉันได้อย่างไรกัน? เรื่องนี้ฟังดูไม่สมเหตุสมผลเลยแม้แต่น้อยนะเพคะ!”
พระอุระของฮ่องเต้ทรงกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง สีแดงฉานคลุ้มคลั่งในดวงตาทั้งสอง ดูคล้ายจะจางลงไปเล็กน้อย และถูกแทนที่ด้วยแววสติแจ่มชัดและความฉงนสงสัยที่ผุดขึ้นเพียงชั่วขณะ
เต๋อเฟยซึ่งคุกเข่าอยู่ด้านหลังและมองดูเหตุการณ์อย่างเย็นชามาโดยตลอด เห็นดังนั้นจึงรีบฉวยโอกาสเอ่ยขึ้นทันที น้ำเสียงแฝงการตำหนิติเตียน
“มีผลดีเช่นไรอย่างนั้นรึ? เมิ่งหนานอี้ เรื่องบาดหมางระหว่างเจ้ากับฮองเฮานั้น คนทั่วทั้งวังหลังมีผู้ใดไม่รู้บ้างเล่า? บัดนี้พยานหลักฐานครบถ้วน หลักฐานแน่นหนาดุจภูผา เจ้ายังจะกล้าพลิกลิ้นใช้วาจาลื่นไหล บิดเบือนความผิดเพื่อเอาตัวรอดอีกรึ? หรือเจ้าคิดว่า เมื่อก่อโทษมหันต์เลวร้ายถึงเพียงนี้แล้ว ฝ่าบาทยังจะทรงปกป้องเจ้าอยู่อีกกระมัง?!”
ทุกถ้อยคำที่เมิ่งหนานอี้เอ่ยออกมา ล้วนเสียดแทงลำคอจนเจ็บปวดราวกับตายทั้งเป็นแล้ว ทว่านางรู้ดีแก่ใจ หากยามนี้นางเลือกที่จะนิ่งเงียบ ย่อมเท่ากับตัดหนทางรอดของตนจนสิ้นแน่!
นางพลันเงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบพุ่งตรงไปยังเต๋อเฟย ก่อนจะย้อนวาจาเชือดเฉือนกลับไปอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ
“ข้าเพิ่งเข้าวังมาเพียงไม่กี่วัน ต่อให้มีเรื่องไม่ลงรอยกับฮองเฮาอยู่บ้าง แล้วจะมีความแค้นลึกล้ำได้สักเพียงใดกัน? กลับเป็นท่านต่างหากที่ครุ่นคิดไม่รอบคอบ เต๋อเฟย… ทรงปรนนิบัติรับใช้ฝ่าบาทกับฮองเฮามานานหลายปี ได้ยินว่าท่านเองก็หมายปองตำแหน่งหงส์เคียงบัลลังก์มานานแล้วมิใช่รึ ความริษยานี้ เกรงว่าคงจะลึกซึ้งกว่าความขุ่นข้องหมองใจเล็กน้อยของข้าแล้วกระมัง!”
เต๋อเฟยประหนึ่งถูกเหยียบเข้าจุดเจ็บ ใบหน้าที่ได้รับการบำรุงดูแลมาเป็นอย่างดี พลันเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยโทสะ นางตวาดเสียงกร้าวว่า
“หุบปาก! อย่าได้มาพ่นเลือดใส่คน! ฮองเฮาทรงมีพระเมตตาใจกว้างมาโดยตลอด พระนางทรงดูแลเราผู้นี้มาไม่น้อย เรากับฮองเฮาสนิทสนมประหนึ่งพี่น้อง เรื่องนี้ในวังมีผู้ใดไม่รู้บ้าง? จะยอมให้เจ้ามายุแยงให้แตกคอ ใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ของเราตรงนี้ได้อย่างไร!”
สีหน้าของเมิ่งหนานอี้ซีดเผือดราวกระดาษในชั่วพริบตา ความเสียใจมหาศาลพลันถาโถมขึ้นภายในอก!
นางนึกเสียใจยิ่งนักว่า เหตุใดในตอนนั้น ตนจึงต้องไปโต้เถียงกับฮองเฮาเพราะเรื่องเบี้ยหวัดและของใช้เพียงเล็กน้อยด้วย จนเปิดช่องให้ผู้อื่นหยิบยกขึ้นมาเป็นข้ออ้างใส่ความได้เช่นนี้!
ส่วนเต๋อเฟยนั้นเชี่ยวชาญเรื่องการเล่นละครเป็นที่สุด ต่อหน้าผู้คนก็แสดงท่าทีสนิทสนมกลมเกลียวกับฮองเฮาไร้รอยร้าวฉาน หากยามนี้จำต้องตัดสินว่าระหว่างนางกับเต๋อเฟยว่า ผู้ใดคือคนร้าย ต่อให้คิดด้วยนิ้วเท้าก็รู้ว่า ทุกคนย่อมต้องเชื่อว่าเป็นนางที่จนตรอกจนต้องดิ้นรนกัดผู้คนไปทั่ว!
แต่นางไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ! หลักฐานมัดตัวอยู่ที่ใดกัน?!
นางยังคิดจะโต้แย้งต่อ ทว่าฮ่องเต้กลับหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าอย่างถึงที่สุด แล้วโบกพระหัตถ์เบาๆ
“พอแล้ว ไม่ต้องโต้เถียงกันอีกแล้ว”
พระองค์ทรงลืมตาขึ้นอีกครา สายพระเนตรซับซ้อนทอดมองเมิ่งหนานอี้ที่ทรุดนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น ในสภาพน่าอเนจอนาถเหลือทนเพียงปราดหนึ่ง สุดท้ายจึงตรัสเสียงขรึมว่า
“หลักฐานทั้งหมด เราผู้นี้ได้ตรวจสอบดูหมดแล้ว เจี๋ยอวี๋เมิ่ง… โทษในครั้งนี้ เราจักพระราชทานความตาย โดยให้เจ้าปลิดชีพตนเองเสีย!”
ดวงตาของเมิ่งหนานอี้พลันเบิกกว้างขึ้นทันใด ภายในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง!
หลักฐาน? หลักฐานอันใดกัน? นางเพิ่งจะมาถึงที่เกิดเหตุได้เพียงครู่เดียวเท่านั้น กระทั่งฮองเฮาสิ้นพระชนม์อย่างไรนางก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ทว่าทุกอย่างกลับถูก… ตัดสินปิดคดีไปแล้วอย่างนั้นหรือ?!
แม้แต่โอกาสให้แก้ต่างเพียงสักคำ ก็ยังไม่คิดจะมอบให้นางอย่างนั้นหรือ?!