พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่55 คุณหนูเมิ่ง พวกเรามาแล้ว!
บทที่55 คุณหนูเมิ่ง พวกเรามาแล้ว!
ม่านรถม้าถูกกระชากเปิดขึ้นจากมุมหนึ่งด้วยกิริยาหยาบกระด้าง ใบหน้าของคนขับรถม้าซึ่งเดิมทีดูซื่อจนโง่ บัดนี้กลับเผยแววดุร้ายเหี้ยมเกรียมออกมาหลายส่วน
ยามเขากระโดดลงจากคานเทียมรถนั้น เรี่ยวแรงมหาศาลก็พลันทำให้ตัวรถทั้งคันสั่นสะเทือนและโยกเยกอย่างรุนแรง!
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าของคนแปลกหน้าก็เคลื่อนประชิดเข้ามาใกล้มากขึ้น!
มาแล้วสินะ!
ร่างทั้งร่างของเมิ่งซีโจวพลันบีบเกร็งแน่นขึ้นอย่างฉับพลัน! หัวใจใต้อกพลันเต้นกระหน่ำรุนแรง ประหนึ่งจะพุ่งกระแทกชนซี่โครงจนแตกออกเป็นเสี่ยงได้ทุกเมื่อ!
ด้ามมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อบัดนี้ถูกเหงื่อชโลมจนชื้นลื่น อาวุธที่แนบชิดติดข้อมือนางยามนี้ เป็นเพียงเครื่องยึดเหนี่ยวใจหนึ่งเดียวของนางในยามนี้
นางรู้ดีว่า ก่อนการสลับดวงชะตาจะสำเร็จ ฮูหยินเมิ่งย่อมไม่มีวันสังหารนางเป็นแน่ ทว่าสิ่งที่เรียกว่า ‘ไว้ชีวิต’ ของนางนั้น ย่อมเป็นเพียงร่างที่เหลือเพียงแค่ลมหายใจไว้เท่านั้น!
ด้านนอกยามนี้ เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามามากขึ้นทุกที เมิ่งซีโจวกลั้นลมหายใจเอาไว้ ข้อนิ้วซีดขาวเพราะออกแรงบีบกำด้ามมีดสั้นไว้จนสุดแรง นางกัดฟันเตรียมพร้อมจะสู้ตายเต็มที่!
ยังมีเรื่องอีกมากมายที่นางยังมิได้สะสางให้ลุล่วง นางจะปล่อยให้ตนเองต้องกลายมาเป็นคนพิการไม่ได้อย่างเด็ดขาด และยิ่งมิอาจถูกตอกตรึงให้ต้องใช้ชีวิตอยู่ในฐานะของ ‘เมิ่งหนานอี้’ นี้ไปจนตาย จนไม่อาจมีวันพลิกฟื้นกลับมาได้เช่นกัน!
มือของคนผู้นั้นแตะลงบนม่านรถม้าแล้ว ในห้วงแห่งเสี้ยวอึดใจอันคับขันดุจแขวนอยู่บนเส้นด้าย—
“คุณหนูเมิ่ง! หลบอยู่แต่ข้างในเถิด อย่าได้ออกมาโดยเด็ดขาด!”
เสียงร้องตะโกนกังวานใสคุ้นหู ดังแหวกความเงียบงันภายในตรอกเปลี่ยวลึกเข้าสู่รูหูของนางในชั่วพริบตา! ผู้มาเยือนหาใช่ใครอื่นไม่ หากแต่เป็นลั่วกู่ องครักษ์คนสนิทที่ได้รับความไว้วางใจให้อยู่ข้างกายองค์รัชทายาทซ่งเฉิงจี้นั่นเอง!
สายพิณในใจที่ขึงตึงจนถึงขีดสุดของเมิ่งซีโจว พลันคลายผ่อนลงในทันที นิ้วมือที่แทบจะหมดเรี่ยวแรงสั่นระริกเบาๆอย่างไม่อาจควบคุมได้
นอกรถม้ายามนี้ เสียงศาสตราวุธปะทะกันดังระเบิดขึ้นภายใต้ศึกพัลวันดุเดือดในฉับพลัน คลอเคล้าตามมาด้วยเสียงอู้อี้และเสียงร้องโหยหวนเพราะความเจ็บปวด!
ความอลหม่านวุ่นวายนี้ประหนึ่งพายุฝนกระหน่ำรุนแรง ทว่าเพียงชั่วอึดใจเดียว ก็สงบลงอย่างน่าเหลือเชื่อ เร็วเสียจนผู้คนมิอาจตั้งตัวได้ทัน
เสียงฝีเท้าค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้ตัวรถม้าอีกครา
“ข้าน้อยจัดการเรียบร้อยแล้วคุณหนูเมิ่ง” เสียงตะโกนบอกของลั่วกู่ดังลอดผ่านม่านรถม้าเข้ามาด้านใน “ทำให้คุณหนูเมิ่งต้องตกอกตกใจเสียแล้ว มิทราบว่าคุณหนูเมิ่งจะไปที่ใดต่อจากนี้รึ? ข้าน้อยจะคอยคุ้มกันท่านไปเอง”
เมิ่งซีโจวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มกลิ่นคาวหวานที่ตีขึ้นมาถึงลำคอ ก่อนจะยกมือขึ้นจับมุมม่านรถม้าด้านหนึ่งเปิดออก
นางเห็นเพียงลั่วกู่สวมใส่หน้ากาก แต่งกายรัดกุมทะมัดทะแมง น้ำเสียงผ่อนคลายดูสบายอารมณ์ยิ่ง ราวกับเมื่อครู่เป็นเพียงการนั่งทานอาหารสักสำรับเท่านั้น
และเบื้องหลังเขาออกไปไม่ไกลนัก ก็มีศพบุรุษหลายร่างนอนฟุบระเนระนาดอยู่เกลื่อนกลาดพื้น
“จัดการได้รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวรึ?” เมิ่งซีโจวร้องถามออกมาด้วยความประหลาดใจ
อย่างไรเสียตัวนางกับฮูหยินเมิ่งต่างก็เป็นแม่ลูกกัน ฉะนั้น หลายสิ่งหลายอย่างจึงคล้ายคลึงกันอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น พวกนางทั้งคู่ล้วนไม่เคยออกรบโดยไร้การตระเตรียม และหากลงมือแล้ว ก็จะต้องหมายเล่นงานให้ถึงตายในคราเดียว หาไม่แล้วสู้ยอมซ่อนคมเขี้ยวรอคอยโอกาสเสียยังจะดีกว่า
ครานี้มารดาของนางย่อมต้องเดินหมากวางแผนมาแล้วด้วยความมั่นอกมั่นใจ ผู้ที่ส่งมาย่อมไม่มีทางเป็นคนไร้ฝีมือได้ แต่เหตุใดนางกลับรู้สึกว่าคนเหล่านั้นราวถูกลั่วกู่จัดการเสียอยู่หมัดได้ภายในพริบตาเล่า?
ลั่วกู่ยกมือขึ้นเกาศีรษะพลางเอ่ยยิ้มๆว่า
“คุณหนูเมิ่งโปรดวางใจเถิด นั่นเป็นเพราะว่า…พี่น้องทั้งหลายของข้าน้อยล้วนอยู่กันพร้อมหน้า”
สิ้นเสียงของเขา เงาร่างหลายสายก็ปรากฏขึ้นอย่างเงียบงัน ประหนึ่งภูตพรายโผล่พรวดออกมาจากความมืด ต่างประสานมือค้อมคำนับเล็กน้อยให้แก่เมิ่งซีโจว ก่อนจะเลือนหายกลับเข้าสู่เงามืดอีกคราอย่างไร้สุ้มเสียง
คนเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นองครักษ์เงา คนใกล้ชิดขององค์รัชทายาททั้งสิ้น!
ม่านตาของเมิ่งซีโจวพลันหดวูบลงทันใด คลื่นอารมณ์ซัดกระเพื่อมขึ้นในห้วงจิตใจอยู่ชั่วขณะหนึ่ง
นางขมวดคิ้วแน่น เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย
“องค์รัชทายาทถึงกับทิ้งองครักษ์ทั้งหมดไว้ข้างกายข้าเช่นนี้ แล้วความปลอดภัยของพระองค์เล่า? หรือจะไม่คิดไยดีใส่ใจแม้แต่น้อย?”
ลั่วกู่คล้ายคาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว จึงรีบเอ่ยตอบกลับไปอย่างฉับพลัน
“องค์รัชทายาททรงคาดเดาว่าคุณหนูเมิ่งจะต้องเอ่ยถามเช่นนี้เป็นแน่ จึงได้รับสั่งให้ข้าน้อยทูลตอบไปว่า… พระองค์ไม่ทรงถึงตายแน่ ข้างกายพระองค์ยังมีผู้อื่นอยู่ด้วยขอรับ”
เมิ่งซีโจวพลันเหม่อลอยไปชั่วขณะ
เพียงถ้อยคำสั้นๆไม่กี่ประโยคนั้น กลับทำให้นางประหนึ่งได้พบเห็นซ่งเฉิงจี้ในวัยเยาว์อีกครา เด็กหนุ่มผู้เคยมาเยือนจวนองค์หญิงใหญ่ด้วยท่วงท่าองอาจฮึกเหิม แต่ยังคงความถือดีอยู่บ้างเล็กน้อย ทว่ากลับไม่ทำให้ผู้คนนึกชิงชัง
โชคชะตาของนางผ่านการพลิกผันมาหลายครั้งหลายครา จนจิตใจเต็มไปด้วยบาดแผลและรูพรุนดุจผ้าโทรมเก่าผืนหนึ่ง
แต่เขากลับยังคงเป็นเช่นเดิมเหมือนดั่งวันวาน ราวกับไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปแม้เพียงครึ่งส่วนเลย
“แท้จริงแล้ว… นับแต่คราวที่ข้าแยกจากองค์รัชทายาทที่หมู่บ้านถู่โพ พวกท่านก็เฝ้าติดตามคุ้มครองข้ามาโดยตลอดกระมัง”
ลั่วกู่ชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกดเสียงให้แผ่วต่ำลงจากเดิมอีกหลายส่วน
“เฝ้ามาโดยตลอดขอรับ…”
เพียงประโยคสั้นๆไม่กี่คำนี้ กลับประหนึ่งค้อนศึกอันหนักหน่วง ฟาดกระหน่ำลงกลางดวงใจของเมิ่งซีโจวอย่างรุนแรง!