พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่57 ผู้ใดเล่าจะรู้ว่าข้าคือผู้พี่หรือน้องสาว?
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่57 ผู้ใดเล่าจะรู้ว่าข้าคือผู้พี่หรือน้องสาว?
บทที่57 ผู้ใดเล่าจะรู้ว่าข้าคือผู้พี่หรือน้องสาว?
ลั่วกู่บังคับควบรถม้าให้หยุดจอด สองล้อพลันหยุดแน่นิ่งมั่นคงอยู่ตรงหน้าประตูใหญ่ของหอร้อยรสชาติ
ก่อนเมิ่งซีโจวจะลงจากรถม้า ลั่วกู่ก็ได้เอ่ยเสียงต่ำขึ้นว่า
“เชิญคุณหนูเมิ่งเข้าไปด้านในก่อนเถิดขอรับ ผู้น้อยสะสางธุระเสร็จแล้วจะเร่งกลับมาสมทบในอีกไม่ช้า”
ธุระที่ลั่วกู่เอ่ยนั้นย่อมหมายถึงการไปทำตามคำสั่งของเมิ่งซีโจวเมื่อครู่นั่นเอง เขาตรงไปยังจวนตระกูลเจียงเพื่อนำตัวฉู่เซียวออกมา
เมิ่งซีโจวพยักหน้าส่งให้เล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้ จากนั้นจึงค่อยก้าวเท้าเข้าไปในหอสุรา ซึ่งเป็นสถานที่อันมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของเมืองหลวงแห่งนี้
ก่อนลงจากรถม้า นางยังได้สวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้าเอาไว้เรียบร้อย ยามนี้จึงเผยให้เห็นเพียงแค่ดวงตาคมงดงามที่ยากจะลืมเลือนคู่นั้น
ภายในห้องโถงดังอื้ออึงไปด้วยเสียงผู้คน เมิ่งซีโจวปฏิเสธการนำทางด้วยท่าทางกระตือรือร้นจากเสี่ยวเอ้อร์ในร้าน นางกวาดตามองไปทั่วโถงอันครึกครื้น ก่อนจะเลือกนั่งลงที่ตรงริมหน้าต่างด้านหนึ่ง
ตำแหน่งนี้สามารถมองเห็นภายนอกได้กว้างไกล ทั้งยังสามารถจับตาดูความเคลื่อนไหวภายในโถงได้ชัดเจนด้วย ทำให้แขกส่วนใหญ่ยังอยู่ในสายตาได้
เมื่อนางทรุดกายนั่งลงแล้ว จึงได้สั่งกับข้าวจานเล็กขึ้นชื่อของหอร้อยรสชาติมาหลายจาน พร้อมทั้งชาชั้นเลิศอีกหนึ่งกา
ตางลูบไล้ปลายนิ้วเรียวงามไปตามขอบถ้วยชาอย่างแผ่วเบา ทว่าห้วงคำนึงของเมิ่งซีโจวกลับล่องลอยไปไกลนานแล้ว
ฉู่เซียว…
ข่าวลือในชาติก่อนนั้น ร่ำลือกันว่าองครักษ์ผู้ภักดีต่อเมิ่งหนานอี้จนหมดหัวใจผู้นี้ มีจุดเริ่มต้นมาจาก ‘รักแรกพบ’ ที่ตราตรึงฝังลึกลงภายในใจของเขาจนยากจะลืมเลือนเลยเชียวรึ?
มุมปากของเมิ่งซีโจวโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มขบขัน ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นริมจิบอย่างแผ่วเบา
เช่นนั้น… ยังยากจะคาดเดาเช่นกันว่า เขาผู้นี้จะสามารถจำแนกพี่น้องฝาแฝดได้หรือไม่?
ท่ามกลางไอร้อนที่ลอยอบอวล แววตาเจ้าเล่ห์ของนางพลันฉายประกายวาบขึ้น
รูปลักษณ์ภายนอกที่เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วเช่นนี้ ย่อมนับเป็นเครื่องอำพรางสมบูรณ์แบบที่สุดของนางในยามนี้ และยังนับเป็นอาวุธแหลมคมที่สุดของนางด้วยเช่นกัน
ส่วนกิริยาและท่าทีเสแสร้งในแบบที่เมิ่งหนานอี้ใช้อยู่เป็นประจำนั้น นางย่อมสามารถเลียนแบบท่วงท่าให้เหมือนได้อย่างง่ายดายนัก ถึงขั้นปลอมแปลงเป็นนางได้แนบเนียนไร้พิรุธเลยทีเดียว
นี่นับเป็นครั้งแรกในสองภพสองชาติ ที่นางได้ลิ้มรสผลประโยชน์จากการมีใบหน้า ที่คล้ายกับเมิ่งหนานอี้ชนิดถอดแบบออกมาจากพิมพ์เดียวกัน
โอกาสที่สรวงสวรรค์ประทานมาให้เช่นนี้ ไยเล่าจะทิ้งขว้างมิใช้ให้คุ้มค่า? ล่อหลอกคู่รักอาภัพคู่นี้สักนิดสักหน่อยจะเป็นไปไปเล่า?
สาเหตุที่หอร้อยรสชาติมีชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกลนั้น นอกจากอาหารที่มีรสชาติเลิศเลอแล้ว ยังเป็นเพราะมีนักเล่านิทานผู้เก่งกาจที่สุดแห่งเมืองหลวงนั่งประจำอยู่ด้วยนั่นเอง
ยามนี้บนเวทีสูงตรงกลางโถง ชายชราผู้หนึ่งที่ทั้งผมและหนวดเคราล้วนขาวโพลน กำลังตบไม้ปลุกเรื่องดัง ‘เพียะ’ ทีหนึ่ง ก่อนจะเริ่มเล่าความลับแห่งราชวงศ์ก่อน ด้วยน้ำเสียงที่ทั้งสูงทั้งต่ำทั้งหนักทั้งเบาอย่างมีจังหวะจะโคน ชวนให้ผู้ฟังทั้งหลายพลางต้องกลั้นลมหายใจตามคราหนึ่ง ก่อนจะตามด้วยเสียงหัวเราะครืนสนุกสนานอีกคราหนึ่ง
เมิ่งซีโจวทำทีตั้งอกตั้งใจฟังเรื่องเล่านั้น หากแต่หางตากลับกวาดมองผู้คนที่เข้าออกอย่างมิให้ผิดสังเกต
สถานที่แห่งนี้มีผู้คนหลากหลายประเภทอยู่ปะปนกัน ทั้งดีทั้งร้าย ทั้งสูงทั้งต่ำต่างฐานันดร ทุกคนที่มารวมตัวกันนั้น มีทั้งบัณฑิตที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรสออกชาติ มีทั้งอันธพาลเปิดอกเปลือยแขนดูหยาบกระด้าง ทั้งยังมีเหล่าลูกผู้ดีเสเพลที่ชักชวนพรรคพวกมาหาความสำราญ ใช้เงินตราทิ้งขว้างประหนึ่งเศษดิน
วันนี้นางตัดสินใจมาสถานที่แห่งนี้อย่างกะทันหัน จุดประสงค์เพื่อตกปลาหยั่งเชิง จึงตั้งใจมิได้เข้าไปนั่งในห้องรับรองส่วนตัว
ความอดทนนับเป็นคุณธรรมอันประเสริฐสุดของนายพราน
ของขวัญเหลวไหลไร้สาระที่เจียงจี้เยว่ตระเตรียมไว้ ‘มอบให้’ นางในวันนั้น กลับกลายเป็นบ่อเกิดแห่งแรงบันดาลใจมิรู้จบสำหรับแผนการต่อไปของเมิ่งซีโจวอย่างแท้จริง
หากต้องการทำลายความเป็นไปได้ของเมิ่งหนานอี้ ที่จะมีโอกาสแต่งเข้าสู่จวนองค์รัชทายาทให้สิ้นซากแล้ว ลำพังตัวนางคนเดียวย่อมไม่เพียงพอ จำต้องใช้วิธีหมาหมู่หาผู้คนทั้งฝูงช่วยด้วย
ข่าวฉาว ‘คลุมเครือกำกวม’ ที่กระจุกรวมอยู่เพียงแค่จุดเดียวนั้น แน่นอนว่าย่อมไม่เพียงพอแน่ เช่นนั้นก็ต้องทำให้กลายเป็นเรื่องกระหึ่มลือเลื่องไปทั่วทั้งเมือง!
นางจะต้องทำให้ชื่อของ ‘เมิ่งซีโจว’ ถูกขีดฆ่าและลบทิ้งออกจากรายนามว่าที่พระชายาแห่งองค์รัชทายาทจนสิ้นให้ได้!
นางจะต้องทำให้เมิ่งหนานอี้และฮูหยินเมิ่ง ไม่อาจหวนกลับมาหมายตาฐานะของนางอีก!
แล้วจะทำเช่นไรน่ะรึ?
ก็เพียงทำให้ชื่อเสียงของ ‘เมิ่งซีโจว’ เสื่อมเสีย จนต้องกลายมาเป็นสตรีบัดซบนางหนึ่ง เป็นบุปผาท่ามกลางหมู่มวลภมรหมื่นพัน แต่กลับมิมีผู้ใดคิดจะเด็ดมาชื่นชมแม้เพียงกลีบใบ ทั้งยังชอบคบค้าสมาคมคลุกคลีอยู่กับเหล่าคุณชายเสเพลตลอดวัน เอาแต่แสวงหาความสำราญเสรีไปวันๆเท่านั้น
ครั้นชื่อเสียงเช่นนี้แพร่สะพรัดออกไปเมื่อใด ล่วงรู้ไปถึงตำหนักบูรพาและราชสำนักเข้า เมื่อนั้นต่อให้เมิ่งชินรุ่ยจะมีกำลังอำนาจค้ำฟ้าสักเพียงใด หรือถึงขั้นยอมเอาชีวิตเฒ่าชราไร้ค่าของตนเข้าปกป้องก็ตามที ย่อมมิอาจปิดปากผู้คนทั่วทั้งแผ่นดินได้อยู่ดี!
ตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาทนั้น ย่อมต้องเป็นกุลสตรีผู้มีกิริยาสงบเสงี่ยม ใจคออ่อนโยน ทั้งยังต้องเปี่ยมคุณธรรมด้วย จึงจะสมควรได้เป็นมารดาแห่งใต้หล้า จึงไม่มีทางที่หญิงชื่อเสียงมัวหมองทั้งยังมีขาวฉาวโฉ่จะได้รับการยอมรับ!
เมื่อถึงครานั้น ฐานะสูงส่งใหญ่หลวงที่เมิ่งหนานอี้หวังเกาะเกี่ยวค้ำจุน ย่อมจะกลับกลายมาเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่กดทับนางให้พังพินาศ!
วันนี้ นางมาที่นี่ก็เพื่อเฟ้นหาภมรตัวแรก และผู้เหมาะสมจะถูกเลือกให้มาอยู่ในตำแหน่งนี้ ก็จำต้องเป็นบุรุษที่เหลวไหลเสเพลที่สุด จึงจะเหมาะแก่การจุดประกาย ‘ชื่อเสียงใหม่’ ให้แก่เมิ่งซีโจว