พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่66 ตามหาแทบตาย สุดท้ายอยู่ตรงหน้า! (2)
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่66 ตามหาแทบตาย สุดท้ายอยู่ตรงหน้า! (2)
บทที่66 ตามหาแทบตาย สุดท้ายอยู่ตรงหน้า! (2)
เมิ่งซีโจวถูกคำซักถามด้วยวาจาเฉียบขาดคำนี้ นางพลันสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาววูบหนึ่ง ท่าทีเสแสร้งแกล้งทำเป็นงุนงงคงอยู่เพียงชั่วเสี้ยวอึดใจ ครั้นแล้วนางก็ได้เผยสีหน้าราวกับเพิ่งกระจ่างแจ้งขึ้นมา แล้วจึงกล่าวตอบกลับไปว่า
“ลูกยังมิได้ก้าวเท้าออกจากจวนไปเลยสักนิดนะท่านพ่อ เกรงว่าคงเป็นพี่หญิงกระมังที่ออกไปข้างนอก แล้วยามเฝ้าประตูจวนก็หูตาพร่ามัวไปชั่วขณะ จึงได้จำผิดเห็นเป็นลูกเข้า”
น้ำเสียงของนางฟังดูผ่อนคลายเป็นธรรมชาติยิ่งนัก มิหนำซ้ำยังเจือแววตำหนิติเตียนบรรดายามเฝ้าหน้าประตูว่าล้วนสายตาไม่ดีด้วย
“ส่วนเรื่องที่สาวใช้ไปรายงานนั้น…”
เมิ่งซีโจวแสร้งทำเป็นทอดถอนใจแผ่วต่ำ แล้วจึงกล่าวต่อ “เรียนท่านพ่อ ดูท่าเรื่องนี้ลูกคงไม่อาจปิดบังท่านพ่อได้อีกต่อไปแล้วจริงๆ สาวใช้พวกนั้นล้วนปิบัติต่อลูกอย่างไร้ความจริงใจ เกรงว่าภายในใจของพวกนางจะมีพิษร้ายบางประการแอบซ่อนอยู่ เพราะตัวลูกนั้นอยู่แต่ในห้องตลอดทั้งวัน มิได้ออกไปไหนเลยจริงๆ พวกนางไม่คิดไต่ถามลูกสักคำก็แล้วไปเถิด แต่นี่ยังกลับวิ่งโร่ไปฟ้องท่านพ่อ กล่าวหาให้ร้ายลูกอย่างไร้เหตุผลอีก”
“บุตรีของท่านพ่อผู้นี้เพิ่งจะกลับจวนมา ก็เพียงอยากพักผ่อนให้มากสักหน่อยก็เท่านั้นเอง”
ฮูหยินเมิ่งกำสองหมัดแน่น – นังหญิงแพศยาผู้นี้เพียงมีโอกาส ก็รีบสาดน้ำโสโครกใส่หนานหนานของข้าทันที!
เพลิงอารมณ์ชั่วร้ายสายหนึ่งพลันพวยพุ่งขึ้นสู่ศีรษะ นางลุกพรวดตวาดสวนกลับเสียงดังขึ้นทันใด “เมิ่งหนานอี้ เจ้านี่ช่างกำเริบเสิบสานนัก! ตนเองทำเรื่องไร้ยางอาย ออกไปมั่วสุมกับบุรุษข้างนอกมาตลอดทั้งวันก็ช่างเถิด! แต่เรื่องโสมมที่ตัวเองก่อขึ้น ยังคิดจะใส่ร้ายให้พี่สาวของเจ้าอีกรึ! นี่เจ้ากำลังคิดการอันใดอยู่กันแน่?!”
คำว่า ‘มั่วสุม’ เพียงสองพยางค์นั้น ล้วนเปล่งออกมาด้วยความรู้สึกดูถูกดูแคลนและชิงชัง รุนแรงประหนึ่งแส้อาบยาพิษที่ฟาดผึงลงกลางห้วงอากาศ
‘เมิ่งซีโจว’ ภายใต้สายตาของฮูหยินเมิ่งพลันค้อมศีรษะลง ทำตัวประหนึ่งนกกระทาตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัวเมื่อถูกผู้ใหญ่ตำหนิติเตียน ทว่าในดวงตากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม
คำพูดของฮูหยินเมิ่งประโยคนี้ นับว่ากล่าวได้ดีเสียจริง เมิ่งหนานอี้เองก็เป็นคนประเภทไร้ยางอาย ทั้งยังชอบมั่วสุมดั่งว่าจริงๆมิใช่รึ
แม้จะเป็นเพราะบัดนี้ฐานะของนางคือ ‘เมิ่งหนานอี้’ เพื่อมิให้ความแตก ฮูหยินเมิ่งจึงทำได้เพียงต้องกัดฟันยอมทำลายชื่อเสียงของเมิ่งหนานอี้ แต่นับว่าโชคดีอยู่บ้าง ที่ความผิดพลาดโดยบังเอิญนี้กลับไปตรงกับความเป็นจริงอย่างพอดิบพอดี
เมิ่งชินรุ่ยหาได้ใส่ใจกับคำด่าทอที่ฮูหยินเมิ่งหลุดปากพ่นออกมาอย่างเสียกิริยาไม่ เขาแค่นหัวเราะเย็นชาและได้แต่คิดในใจว่า – นี่นางคงมิได้คิดจริงๆหรอกกระมังว่า จะสามารถใช้เพียงคำพูดไม่กี่ประโยคก็จะปิดฟ้าข้ามทะเล หรือหลอกลวงคนทั้งใต้หล้าได้
ช่างเป็นคนที่ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ!
“เยี่ยม เยี่ยมมาก” เมิ่งชินรุ่ยแค่นเสียงเย็นเยี่ยบเอ่ยออกมา ก่อนจะหันไปสั่งบ่าวไพร่ตรงนั้นว่า “ไป! ไปเชิญคุณหนูใหญ่เมิ่งซีโจวมาที่นี่เดี๋ยวนี้! แล้วก็ไปนำตัวสาวใช้ที่เรือนฉงหัวทั้งหมดมาด้วย อย่าให้ขาดไปแม้แต่คนเดียว!”
คำโกหกที่เต็มไปด้วยช่องโหว่มากมายถึงเพียงนี้ ‘เมิ่งหนานอี้’ ยังจะกล้าเอ่ยออกมาได้อีกรึ? ผู้ที่ออกนอกจวนไปย่อมมีเพียงนาง หรือไม่ก็ ‘เมิ่งซีโจว’ เท่านั้น อีกทั้งยามเฝ้าประตูก็มิได้เห็นพวกนางทั้งสองกลับเข้ามาทางประตูใหญ่ด้วย ส่วนสาวใช้ในเรือนของ ‘เมิ่งหนานอี้’ นางหนึ่ง ก็ได้มารายงานชัดเจนว่านางยังมิได้กลับเข้าเรือน ข้อเท็จจริงทุกอย่างล้วนกระจ่างชัดถึงเพียงนี้ ขอแค่นำตัว ‘เมิ่งซีโจว’ มาที่นี่ แล้วความจริงทั้งหมดย่อมจะปรากฏออกมาเอง!
“ไม่จำเป็นต้องรบกวนท่านพ่อส่งคนไปนำตัวสาวใช้ที่เรือนของลูกมาหรอกเจ้าค่ะ” เมิ่งซีโจวกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน นางเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้นเล็กน้อย ร้องบอกไปทางด้านนอกว่า “เข้ามาเถิด”
ก่อนหน้านี้ นางเฝ้าจับตาดูบรรดาสาวใช้ในเรือนทั้งหมด มิให้คลาดสายตาแม้สักก้าวเดียว เพื่อป้องกันไม่ให้พวกนางแอบคาบข่าวไปรายงานได้ จนกระทั่งฮูหยินเมิ่งเชื่อสนิทใจแล้วว่าเกิดเรื่องขึ้นกับนางจริงๆ นางจึงค่อยออกจากเรือนมา และได้นำพาเหล่าสาวใช้ให้มายืนรออยู่หน้าประตูห้องโถงใหญ่ด้วยกันแล้ว ทั้งยังกำชับให้เหล่าองครักษ์คอยจับตามองไว้ให้ดี
นับว่านางได้ปิดทุกช่องทาง ที่ชิงหลีจะสามารถใช้กอบกู้คำโป้ปดมดเท็จของตนไว้จนหมดสิ้น
ชิงหลีที่อกสั่นขวัญแขวนมาตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังต้องนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงจนร่างแทบแข็งทื่อ ได้แต่เฝ้าภาวนาให้เมิ่งซีโจวลุกจากไปเสียที ทว่าเมิ่งซีโจวถึงกับตระเตรียมเสบียงแห้งไว้พร้อมสรรพ และได้นั่งกินอยู่ในห้องพักบ่าวรับใช้ด้านล่างเรือน เรียกได้ว่าหาได้จากไปแม้เพียงครึ่งเค่อไม่!
กาลเวลาเคลื่อนผ่านไปทีละน้อย หัวใจของชิงหลีคล้ายถูกแช่งแข็งเย็นเยือกลงทีละส่วน!
ในที่สุด เมื่อเมิ่งซีโจวลุกขึ้นเปิดประตู ทำทีประหนึ่งว่าจะจากไป แต่แล้วนางกลับยืนอยู่ที่ธรณีประตู และหันกายกลับมาสั่งว่า
“มาเถิด พวกเจ้าทั้งหมดตามข้าไปพบท่านพ่อที่ห้องโถงใหญ่”
แม้นางจะกล่าวกับทุกคน ทว่าสายตากลับทอดมองไปที่ร่างของชิงหลีแต่เพียงผู้เดียว ชัดเจนเหลือเกินว่า วาจาประโยคนี้ล้วนจงใจเอ่ยให้นางฟัง!
สายตาของเมิ่งซีโจวเจือแววหยอกเย้า ประหนึ่งสามารถมองผ่านอ่านความคิดทั้งหมดในใจของนางได้
ชิงหลีค่อยๆขยับกายลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า ความหวังริบหรี่ทั้งปวงพลันสลายกลายเป็นเถ้าธุลีจนสิ้น!