พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่73 อยากหาเรื่องทะเลาะนักรึ? ย่อมจัดให้! (1)
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่73 อยากหาเรื่องทะเลาะนักรึ? ย่อมจัดให้! (1)
บทที่73 อยากหาเรื่องทะเลาะนักรึ? ย่อมจัดให้! (1)
เมิ่งหนานอี้ถูกวาจาทิ่มแทงหัวใจไม่กี่ประโยคของเมิ่งซีโจวเล่นงานเข้า ก็ถึงกับวิงเวียนศีรษะตาลาย เลือดลมในกายพลุ่งพล่าน อ้าปากค้างยากจะหุบอยู่ครู่ใหญ่ ทว่ากลับไม่อาจโต้แย้งออกมาได้แม้เพียงครึ่งคำ ใบหน้างดงามนั้นสะกดกลั้นอารมณ์ไว้เสียจนเป็นสีแดงคล้ำออกม่วง
ทว่าเมิ่งซีโจวกลับยกมือขึ้นปิดปากในทันใด ดวงตาฉ่ำน้ำพลันเคลือบด้วยหมอกจางๆ เอ่ยคำขอโทษด้วยท่าทีสำนึกผิดอย่างสุดประมาณ
“พี่หญิง อภัยให้ข้าด้วย เป็นข้าที่พลั้งวาจาไป มิควรกล่าวถึงท่านเช่นนั้น…”
น้ำเสียงของนางทั้งออดอ้อนทั้งขลาดเขิน ท่าทางเช่นนั้นดูราวกับคนกำลังเศร้าโศกเสียใจเพราะรู้สึกผิดจริงๆ
การสวมบทเป็นเมิ่งหนานอี้นั้น ต่อให้ต้องระบายโทสะ ก็ยังต้องกะเกณฑ์ให้พอเหมาะพอควร จะให้เสียบุคลิกเดิมไปมิได้
เดิมทีฮูหยินเมิ่งกำลังจะโพล่งวาจาปกป้องบุตรีสุดที่รักออกมาอยู่แล้ว แต่กลับถูกคำขอโทษแบบ ‘ชิงลงมือก่อน’ ของเมิ่งซีโจวขวางวาจาทั้งหมดไว้กลางลำคอ จนรู้สึกแน่นอึดอัดอยู่ในอก
ทว่าถ้อยวาจาประชดประชันแฝงพิษเหล่านั้น เมื่อตกถึงหูของเมิ่งชินรุ่ย กลับให้ความรู้สึกชื่นบานจิตใจ ดุจดั่งได้ดื่มน้ำบ๊วยดองเย็นจัดสามวันต่อเนื่อง หึ—ช่างชื่นอกชื่นใจยิ่งนัก!
นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า แท้จริงคำพูดเสียดแทงก็สามารถระบายความอัดอั้นได้ดีถึงเพียงนี้ แต่ละประโยคล้วนด่าได้ตรงใจกับส่วนลึกที่เขาต้องทนขมขื่นมาตลอดทั้งคืนนัก!
โทสะที่อัดแน่นจากการถูกหลอกลวงมาตลอดทั้งค่ำคืนนั้น กลับถูกบุตรีผู้นี้ช่วยปลดปล่อยและคลี่คลายให้ไม่น้อย ภายใต้คำพูดเพียงไม่กี่วาจาเท่านั้น
เมื่ออารมณ์สงบลงได้บ้างแล้ว เมิ่งชินรุ่ยจึงเริ่มครุ่นคิดว่าจะจัดการกับ ‘เมิ่งซีโจว’ เช่นไรดี จึงจะสามารถรักษาศักดิ์ศรีความเป็นบิดาของตนไว้ได้ ขณะเดียวกัน ก็ไม่อาจทำลายคุณค่าในฐานะว่าที่พระชายาแห่งองค์รัชทายาทของนางได้
เขาตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดจึงเลือกบทลงโทษเบาที่สุดจนแทบไม่ระคายผิวหนัง
“ห้ามเจ้าออกนอกเรือนหลานจื่อเป็นเวลาหนึ่งเดือน พร้อมทั้งริบเงินเบี้ยหวัดครึ่งปี! แล้วเรื่องนี้ก็ให้จบแต่เพียงเท่านี้เถิด ห้ามผู้ใดรื้อฟื้นขึ้นมาเอ่ยถึงอีก!”
น้ำเสียงนั้นเจือผสมความอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด
เมิ่งซีโจวหาได้ประหลาดใจต่อผลลัพธ์นี้แม้แต่น้อย เดิมทีนี่ก็เป็นเพียงการโต้กลับอย่างฉับพลันที่นางคิดขึ้นได้เพียงชั่ววูบเท่านั้น จุดประสงค์ก็ได้บรรลุแล้ว นางจึงมิได้คาดหวังว่าจะอาศัยเรื่องเพียงเท่านี้ ทำให้เมิ่งหนานอี้สามารถบอบช้ำถึงรากได้
หากเมิ่งชินรุ่ยเป็นคนใจแข็งและเด็ดเดี่ยวมากพอที่จะกล้าลงโทษเมิ่งหนานอี้สถานหนักจริงๆ แล้วมีหรือที่สองแม่ลูกยังจะกล้าทำตัวกำเริบเสิบสานมาจนถึงทุกวันนี้ได้?
บทลงโทษนี้สำหรับเมิ่งซีโจวแล้ว นับว่าไม่เจ็บไม่คันนัก แต่ทว่าสำหรับเมิ่งหนานอี้ —บุตรีผู้ถูกเลี้ยงดูตามใจจนเสียคนแล้ว โทษสถานนี้จึงนับว่ารุนแรงปานฟ้าถล่มแผ่นดินทลายเลยทีเดียว!
ถูกกักบริเวณ! ถูกริบเบี้ย!
นางไม่เคยได้รับโทษหนักถึงเพียงนี้มาก่อน!
และเหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่นางไม่สามารถทำใจยอมรับได้มากที่สุดก็คือ ความอัปยศอดสูที่เกิดขึ้นในครานี้!
นางเงยหน้าขึ้นส่ายสะบัดไปมา ปฏิเสธที่จะยอมรับอย่างดื้อรั้น จ้องมองเมิ่งชินรุ่ยเขม็งไม่วางตา แววตาทั้งสองยังฉายความหวังสุดท้ายออกมาเสี้ยวหนึ่ง — บางทีท่านพ่ออาจจะเห็นแก่ฐานะ ‘ว่าที่พระชายาแห่งองค์รัชทายาท’ ของนาง ยอมถอนคำสั่งนี่ก็เป็นได้กระมัง?!
แต่ช่างน่าเสียดายที่เมิ่งชินรุ่ยนั้นหนังตาแทบจะปิดอยู่รอมร่อแล้ว ความง่วงถาโถมเข้ามาดุจคลื่นสมุทรจนเกือบกลืนเขาจมหาย
เขาฝืนประคองบารมีแห่งประมุขจวน ประกาศบทลงโทษจนเสร็จสรรพแล้ว ก็รู้สึกราวกับได้รับการอภัยโทษ รีบลุกพรวดขึ้นทันใด ภายในใจคิดเพียงแค่ต้องการจะพุ่งกายลงไปบนเตียงนอน
“แยกย้ายกันได้แล้ว!”
น้ำเสียงของเขาเด็ดขาดแน่วแน่ ไม่เปิดช่องให้ผู้ใดได้มีโอกาสโต้แย้งอีก
เมิ่งชินรุ่ยมิได้ล่วงรู้ความคับแค้นใจของเมิ่งหนานอี้ในยามนี้
แต่ฮูหยินเมิ่งกลับมองเห็นอย่างชัดแจ้งทุกประการ!
นั่นคือแววตาสิ้นหวังของบุตรีสุดที่รัก ผู้ซึ่งนางเฝ้าทะนุถนอมดุจแก้วตาดวงใจมาตลอด มิเคยปล่อยให้อีกฝ่ายต้องทนรับความคับข้องใจแม้เพียงครึ่งส่วน!
ความเจ็บปวดประหนึ่งถูกควักหัวใจ พลันถาโถมเข้าใส่ฮูหยินเมิ่งในชั่วพริบตา!
“ท่านพี่!” ฮูหยินเมิ่งโถมตัวพุ่งพรวดขึ้นไปข้างหน้า ฉุดรั้งชายแขนเสื้อของเมิ่งชินรุ่ยไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “ท่านจะทำกับลูกของเราเช่นนี้ไม่ได้นะ!”
เดิมทีเมิ่งชินรุ่ยก็ง่วงจนฝ่าเท้าแทบลอยโหวงอยู่แล้ว ครั้นถูกฉุดกระชากอย่างกะทันหันเช่นนี้ ร่างทั้งร่างของเขาจึงเซถลาจนเกือบหงายล้มลงไปกับพื้น!
ฉับพลันนั้นเองความง่วงหงาวหาวนอนทั้งมวล พลันถูกความตระหนกตกใจจากการเกือบหกล้มขับไล่จนสิ้น เหลือไว้เพียงโทสะที่พลุ่งพล่านดุจคลื่นมหาเพลิง
“บังอาจ! นี่เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?!”
“ท่านพี่!” ฮูหยินเมิ่งมิได้ถอยแม้เพียงครึ่งก้าว นางเอ่ยต่อด้วยเสียงแหลมสูง “ซีโจวเป็นถึงว่าที่พระชายาแห่งองค์รัชทายาท! ท่านลงโทษนางเช่นนี้ แล้วนางซึ่งเป็นคนหยิ่งทะนงเพียงนั้น จะทนแบกรับได้อย่างไรเล่า?!”