พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่76 ติดประกาศตามหาอย่างเปิดเผย!
บทที่76 ติดประกาศตามหาอย่างเปิดเผย!
ครั้นเมิ่งซีโจวร้องไห้จนพอแล้ว จึงจัดแจงดูแลพวกนางให้เรียบร้อย ทั้งยังให้คำมั่นสัญญากับพวกนางทั้งสามว่า อีกไม่นานจะมารับพวกนางกลับไปอยู่ด้วยกัน
ยามเมื่อก้าวเท้าออกจากประตูไปแล้ว สีหน้าของเมิ่งซีโจวก็ไม่หลงเหลือความเศร้าโศกแม้เพียงเสี้ยว คงเหลือไว้เพียงความสงบสุขุมดุจสระน้ำลึกที่ยากจะหยั่งถึง แล้วก็ช่างบังเอิญนัก ที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ก็เป็นที่นำพักชั่วคราวของฉู่เซียวพอดี ในเมื่อเมิ่งซีโจวมาถึงแล้ว ย่อมต้องไปพบพานเขาสักคราเป็นธรรมดา
เพื่อสานต่อความลุ่มหลงแต่แรกพบให้กระชับมั่นคงแนบแน่นมากขึ้นอีกสักหน่อย เมิ่งซีโจวยกมือขึ้นเคาะประตู และบังเอิญว่าฉู่เซียวก็อยู่ในห้องมิได้ไปไหนพอดี
บนใบหน้าของนางยังคงประดับรอยยิ้มงดงามดุจบุปผาแย้มบาน กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า “คุณชาย~”
แม้ฉู่เซียวจะเอ่ยปากถามว่า “ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร”
ทว่าร่างของเขากลับเบี่ยงหลบไปด้านข้างโดยไม่รู้ตัว เพื่อเปิดทางให้เมิ่งซีโจวก้าวเข้ามาในห้องได้
เมิ่งซีโจวก้าวเท้าเข้าไปด้านในอย่างไม่นึกเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย นางเดินไปพลางเอ่ยไปด้วยว่า
“หรือตัวข้าจะลักลอบมาพบท่านมิได้รึ? บุญคุณที่ช่วยชีวิตครั้งนั้น ต่อให้ต้องมอบทั้งกายใจให้ท่านจริงๆ ก็ยังไม่อาจตอบแทนได้หมด… ทว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับท่านช่างเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมายนัก แต่อย่างน้อย ขอเพียงข้าได้แวะเวียนมาพบเจอหน้าท่านบ้าง ก็นับว่าดีเหลือล้นมากแล้ว…”
เมื่อเมิ่งซีโจวกล่าววาจาชุดนี้จบลง แม้แต่ตัวนางเองยังรู้สึกเลี่ยนจนแทบขนลุก ครั้นเห็นว่าทั้งใบหน้าและลำคอของฉู่เซียวแดงก่ำขึ้นในชั่วพริบตา นางก็ได้แต่ปลอบใจตนเองเงียบๆว่า—
กระบวนท่าแม้จะอำมหิตหรือทำร้ายจิตใจเพียงใด ขอเพียงใช้ได้ผลก็นับว่าเพียงพอแล้ว
นางรู้สึกว่า การอยู่เบื้องหน้าฉู่เซียวนับเป็นฉากที่แสดงได้ยากที่สุด เพราะสิ่งที่นางต้องการก็คือ ทำให้ฉู่เซียวหลงรักผู้ที่เป็น ‘เมิ่งหนานอี้’ จากนั้น จึงค่อยส่งเขาไปอยู่ข้างกายเมิ่งหนานอี้จริงๆ แล้วทำให้เมิ่งหนานอี้หลงใหลพลานุภาพของคมมีดเล่มนี้จนยากจะปล่อยมือได้ สุดท้ายจึงค่อยย้อนใช้มีดเล่มเดิมนี้สวนแทงกลับใส่อีกฝ่าย
ทว่าเวลานี้เมิ่งหนานอี้เองก็กำลังสวมรอยเป็นเมิ่งซีโจวอยู่ แต่นางกลับสวมรอยได้ไม่แนบเนียนนัก ดังนั้น เมิ่งซีโจวที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ จึงจำต้องแสดงเป็นเมิ่งซีโจวที่เมิ่งหนานอี้สวมรอยอีกชั้นหนึ่ง
ช่างวกวนเสียจริง วกวนจนแทบทำให้ผู้คนมึนงงสับสน ดวงจิตแทบล่องลอย
แต่ถึงกระนั้น เมิ่งซีโจวก็ยังคงรับมือได้อย่างคล่องแคล่วไร้ช่องโหว่แม้เพียงน้อย
นางแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าฉู่เซียวยามนี้กำลังขวยเขิน และได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อว่า
“คุณชาย… เมื่อคืนท่านหลับสบายหรือไม่?”
ฉู่เซียวพยักหน้าด้วยท่วงท่าที่แข็งทื่อ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง และแทบมิกล้าสบตานางเลย
เมิ่งซีโจวยิ้มกว้างจนดวงตาทั้งสองหรี่ลงเล็กน้อย
แต่กลับช่างเหนือความคาดหมายยิ่งนัก เพราะจู่ๆฉู่เซียวผู้เขินอายที่มีใบหน้าแดงก่ำเสียยิ่งกว่าผลแอปเปิ้ลสุก กลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูดขึ้นก่อนว่า
“หากแม่นางจะกรุณา… ได้โปรดช่วยบอกนามของท่านให้ข้ารู้สักหน่อยจะได้หรือไม่?”
“ย่อมต้องได้อยู่แล้ว” เมิ่งซีโจวตอบรับอย่างฉับไว
ท่ามกลางสายตาของฉู่เซียวที่พลันสว่างวาบขึ้นทันใด นางใช้นิ้วแตะปลายคางเบาๆ ภายในใจเต็มไปด้วยแผนการร้ายสารพัด จนมิรู้ว่าจะเลือกใช้อันใดก่อนดี
หลังจากไตร่ตรองแล้ว ในที่สุดนางก็ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์แล้วกล่าวว่า
“ท่านจงฟังให้ดี—”
น้ำเสียงของนางแผ่วเบาราวกระซิบ ทั้งยังคล้ายเจือด้วยมนตร์เสน่ห์ลวงให้บุรุษตรงหน้าลุ่มหลง
“ลมทักษิณล่วงรู้ดวงใจข้า พัดพาความฝันไปถึงซีโจว… แซ่และนามของข้า ล้วนซ่อนอยู่ในบทกวีนี้แล้ว”
ยังมิทันสิ้นเสียง นางก็พลันขยับเท้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายก้าวหนึ่ง ทำให้ฉู่เซียวถึงกับร่างแข็งค้างในบัดดล แม้แต่ลมหายใจก็แทบลืมไปเสียสิ้น
“คุณชายลองพินิจใคร่ครวญดูก่อนเถิด วันนี้ข้าไม่มีเวลารั้งอยู่ที่นี่ได้นานเท่าใดนัก ไว้คุณชายได้คำตอบเมื่อใด จึงค่อยเป็นฝ่ายไปหาข้าเองก็แล้วกัน เช่นนี้ดีหรือไม่เล่า?”
ฉู่เซียวพยักหน้าตอบรับหนักแน่น แววตาเปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่มั่นคง
เมิ่งซีโจวเดินไปถึงหน้าประตู ครั้นใกล้จะออกไปแล้ว ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบหันกลับชำเลืองมองไปพร้อมเอ่ยเสริมว่า
“อ้อ จริงสิ ยามเมื่อเราพบกันคราวหน้า บางทีท่าทางของข้าอาจจะดูเย็นชาและกล่าววาจาห่างเหินกับคุณชายสักหน่อย แต่นั่นล้วนเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ขอคุณชายได้โปรดเข้าใจข้าด้วย”
“ได้”
เมิ่งซีโจวได้ยินฉู่เซียวขานรับอยู่ด้านหลัง นางจึงยิ้มออกมาอย่างพึงใจ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดประตูจากด้านนอก
เจ้ารีบไปสานสัมพันธ์เก่ากับเมิ่งหนานอี้ต่อเถิด ฉู่เซียวเอ๋ย
หากเขาสามารถฉุดนางผู้นั้นให้ร่วมดำดิ่งสู่หงเหมิงไปด้วยกันได้ วันนี้คำพูดของนางก็นับว่ามิได้หลอกลวงแต่อย่างใด เขาคงนับเป็นผู้มีพระคุณใหญ่หลวงของนางจริงๆ
ระหว่างทางกลับ รถม้าได้แล่นผ่านถนนสายหนึ่งซึ่งคึกคักยิ่งนัก ผู้คนเดินเบียดเสียดกันแน่นขนัดจนแทบจะปิดเส้นทางอยู่แล้ว
เมิ่งซีโจวเลิกม่านขึ้น แล้วจึงเอ่ยถามผู้คนที่เดินขวักไขว่อยู่บนถนนว่า
“เกิดอันใดขึ้นที่นี่รึ?”
คนผู้นั้นหันมาตอบกลับด้วยท่าทีตื่นเต้น
“คุณชายจ้าวหังแห่งจวนกั๋วกงหนิงได้ติดประกาศให้รางวัลก้อนโตเอาไว้ เขากำลังเร่งตามหาคนเขียนตำราเบ็ดเตล็ดผู้หนึ่งอยู่ ดูเหมือนจะมีนามว่า ‘เซียวเหยาเค่อ’ คนผู้นั้นช่างเคราะห์ร้ายเหลือเกิน มิรู้ไปล่วงเกินก่อความวุ่นวายให้กับคุณชายปีศาจผู้นี้ได้เยี่ยงไร”
เมิ่งซีโจว “……”
จ้าวหังผู้นี้ช่างสมองกลวงโดยแท้ นางสู้อุตส่าห์คิดอ่านวางแผนมาอย่างยากลำบาก ก็เพื่อให้เขาได้หาวิธีติดตามหานางอย่างมีชั้นเชิงแบบแผน ไม่ใช่มาติดประกาศตามหากันอย่างเปิดเผยเช่นนี้!
เมิ่งซีโจวกล่าวขอบคุณแล้วรีบปล่อยผ้าม่านปิดลงทันที จากนั้นจึงได้แต่กลอกตาไปมาคราหนึ่งด้วยความหงุดหงิดใจ