พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่87 อิสตรีนางนี้คือเซียวเหยาเค่อ? (1)
บทที่87 อิสตรีนางนี้คือเซียวเหยาเค่อ? (1)
ฮูหยินเมิ่งยกมือขึ้นกุมเอวข้างที่ปวดร้าวราวเจียนแตกหักเป็นเสี่ยงไว้แน่น สายตาเย็นเยียบคู่นั้นดุจลิ่มน้ำแข็งอาบยาพิษ จ้องมองมาที่เมิ่งซีโจวด้วยแววตาล้ำลึกคราหนึ่ง
นางมิได้เอ่ยวาจาอาฆาตใดๆออกมาอีก เพียงค่อยๆถอยหลังไปทีละก้าว ฝืนข่มทั้งความเจ็บปวดและจิตสังหารที่พลุ่งพล่านไว้ภายใน สุดท้ายจึงสะบัดกายหันหลังเดินออกจากเรือนไปในทันที
หากยังขืนอยู่ต่อไป มิเพียงนางจะไม่สามารถง้างปากที่แข็งดุจเหล็กกล้าของเมิ่งซีโจว ให้พูดความจริงออกมาแม้เพียงครึ่งคำได้แล้ว นางยังอาจจะไม่สามารถควบคุมสติอารมณ์ของตนเองได้อีก และอาจก่อปัญหาที่ไม่อาจย้อนกลับคืนได้ด้วย
อย่างไรก็ดี ฮูหยินเมิ่งก็คือฮูหยินเมิ่ง นางเป็นผู้ที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงนัก ชนิดเกือบจะเข้าขั้นหมกมุ่นเลยก็ว่าได้
ดังนั้น ต่อให้ต้องเผชิญกับความอัปยศและความคลางแคลงใจรุนแรงถึงเพียงนี้ นางก็ยังสามารถข่มจิตใจตนให้สงบลงได้ จากนั้น จึงเริ่มไตร่ตรองเรียบเรียงเรื่องราวทีละขั้นทีละตอนอย่างละเอียด
บุรุษผู้นั้นก็ได้ล่วงลับไปแล้ว… ส่วนผู้ล่วงรู้ความจริงที่เหลือทั้งหมด ไฟแห่งชีวิตล้วนมอดดับ ถูกนางปิดปากจนหมดสิ้นแล้วเช่นกัน แต่หากยังหลงเหลือสักคนสองคนจะเป็นไรไปเล่า? ใช่ว่าจะสายเกินแก้เสียหน่อย?
ความคิดเข้าข้างตัวเองประการนี้ เปรียบดั่งโอสถประคองใจ ดังกึกก้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ในห้วงสมองของนาง
และที่สำคัญ นางเองก็มั่นใจเต็มสิบส่วนว่าเรื่องราวเมื่อครั้งนั้น ไม่มีทางที่จะรั่วไหลออกมาได้อย่างเด็ดขาด!
วาจาเหล่านั้นของเมิ่งซีโจว แม้ฟังดูราวกับแทงตรงถึงขั้วหัวใจ ทว่าแท้จริงแล้วกลับคลุมเครือ มิได้ชี้ชัดสิ่งใดโจ่งแจ้ง อย่างมากที่สุด…ก็คงเป็นเพียงการอาศัยความช่างสังเกตของนาง จับพิรุธจากร่องรอยเล็กๆน้อยๆ แล้วคาดเดาออกมาได้บางส่วนเท่านั้นเอง
ถึงอย่างไร ตลอดหลายปีมานี้ การเฝ้ามองอยู่ในเงามืดของเมิ่งซีโจวนั้น ก็ใช่ว่านางจะสัมผัสไม่ได้แม้แต่น้อย
แต่แม้จะคิดได้เช่นนั้น… ความคลางแคลงเสี้ยวหนึ่ง ก็ยังคงเลื้อยพันจิตใจดุจเถาวัลย์อาบยาพิษอยู่
หรือว่านางจะไปได้ยินเรื่องอะไรบางอย่างมาจากปากของพวกมดปลวกชั้นต่ำ ที่บังเอิญหลุดรอดจากการกวาดล้างปิดปากไปได้?
ฮูหยินเมิ่งหรี่ตาลงซ่อนเขี้ยวเล็บอันตราย ประกายเย็นเยียบพลันสว่างวาบไหวไม่หยุด
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร… นังตัวอัปมงคลเช่นนาง ก็อย่าได้หวังว่าจะมีชีวิตยืนยาวนักเลย!
ขอเพียงชะตาหงส์ถูกถ่ายโอนไปให้หนานหนานได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์เมื่อใด เมื่อนั้นก็ถึงคราวที่เมิ่งซีโจวสมควรต้องถอนตัวลงจากฉากอย่างสมบูรณ์ และหายสาบสูญไปจากโลกนี้เช่นกัน!
ฮูหยินเมิ่งสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะทยอยผ่อนออกมาอย่างเชื่องช้า คิดเสียว่าเมื่อครู่มิได้มีสิ่งใดเกิดขึ้น จากนั้นจึงค่อยเดินกลับไปยังเรือนโยวหลานทีละก้าวอย่างสงบนิ่ง
ภายในเรือนฉงหัว เมิ่งซีโจวทั้งแกล้งหยอกเย้าเมิ่งหนานอี้ ทั้งยั่วโมโหฮูหยินเมิ่ง กระทั่งสองแม่ลูกต่างพากันเดือดดาลจนควันพวยพุ่งออกจากทวารทั้งเจ็ด ครานี้อารมณ์ของนางจึงนับว่าปลอดโปร่งเบิกบานไม่น้อยทีเดียว
นางหลับตาลงอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะจมดิ่งกลับสู่ห้วงนิทราอีกครา
หมากตัวแรกของกระดานนี้ได้วางลงเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงรอคอยแรงลมตะวันออกเท่านั้น
ตะวันขึ้นแล้วก็ตก วันแล้ววันเล่าผ่านพ้นไป วันเวลาก็ได้ล่วงเลยไปรวดเร็วดุจกระพริบตา
ชื่อเสียงของ ‘เซียวเหยาเค่อ’ ในเมืองหลวงก็ยิ่งโด่งดังมากขึ้นทุกที
เมิ่งซีโจวฉวยจังหวะยามที่กระแสกำลังร้อนแรงนี้ รีบลงมือเขียนต้นฉบับเล่มแล้วเล่มเล่าออกมา แล้วจึงให้ลั่วกู่นำส่งไปยังหอตำราซู่อวี้
บัดนี้เถ้าแก่หอตำราเพียงได้เห็นหน้าลั่วกู่ ก็แทบประหนึ่งเห็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่มีตัวตนแล้ว รอยยิ้มเบิกบานมากเสียจนรอยย่นแทบปรากฏเต็มใบหน้า เขาถึงขั้นอยากยกลั่วกู่ขึ้นบูชาดุจบรรพชนผู้ล่วงลับ เฝ้าคอยเอาอกเอาใจอีกฝ่ายอย่างไร้ที่ติ
ทว่าลั่วกู่ยังคงมีสีหน้าเย็นชาประหนึ่งภูเขาน้ำแข็งพันปีมิแปรเปลี่ยน ไม่รับรู้ต่อคำประจบสอพลอของเถ้าแก่แม้แต่น้อย ทุกคราที่มาก็เพียงวางต้นฉบับลง แล้วรีบหมุนกายเดินจากไปในทันที ไม่เอื้อนเอ่ยวาจาเกินจำเป็นแม้แต่คำเดียว
“ขอน้อมส่งท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ! คราวหน้าขอเชิญมาอีกนะขอรับ!”
เถ้าแก่หาได้ถือสาท่าทีเย็นชาของเขาไม่ ยังคงยืนส่งอยู่ที่หน้าประตูด้วยสีหน้าท่าทางยิ้มแย้มดังเดิม น้ำเสียงก้องกังวานเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
เถ้าแก่หอตำรานั้นนับว่ากอบโกยเงินทองไปจนเต็มสองมือ ใบหน้าจึงอาบไปด้วยความสุขสำราญ ประดุจสายลมวสันต์ต้องกิ่งหลิว ยามนี้เขาช่างภูมิใจและเป็นสุขยิ่งนัก ทว่าจ้าวหังกลับมีท่าทีซึมเซาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เขาดูประหนึ่งมะเขือที่ต้องน้ำค้างแข็ง จนกลายเป็นเหี่ยวเฉาไร้ชีวิตชีวา
นับแต่วันนั้น เพียงเรื่องเล่าแสนตื่นเต้นที่หอร้อยรสชาติไม่กี่ประโยค ถูกส่งเข้าโสตประสาทของเขาแล้ว จ้าวหังก็ยิ่งกว่าต้องมนตร์สะกดเข้าอย่างจัง
กระทั่งข้าวปลาอาหารที่เคยรู้สึกว่าเอร็ดอร่อย ยามนี้กลับไม่โอชาดังเดิมแล้ว เวลานอนยังคร้านที่จะนอน ทั้งวันเอาแต่เที่ยวสืบเสาะถามถึงเรื่องเขียนของเซียวเหยาเค่อประหนึ่งแมลงวันไร้หัว กว่าจะพบเจอก็หลังจากตระเวนถามอยู่ถึงหนึ่งวันเต็ม กระทั่งในที่สุด จึงได้พบเข้าที่หอตำราเล็กๆ ที่ซุกตัวอยู่มุมอับห่างไกลในตรอกคับแคบแห่งหนึ่ง
ทว่าช่างน่าโมโหนัก ที่เจ้าของหอตำรานั้นกลับเป็นคนหัวแข็งเสียยิ่งกว่าอะไร! ยืนกรานเสียงแข็งว่านี่เป็นเพียงเล่มเดียวที่มีอยู่ มิว่าอย่างไรก็จะไม่ยอมขายให้เด็ดขาด เอาแต่บอกให้เขารอฉบับคัดเพิ่มเติมเท่านั้น
แม้จ้าวหังจะเป็นคนอารมณ์ร้อนและห้าวเล็กน้อย หาใช่ผู้รักสงบโดยกำเนิด ปกติแม้เพียงสุนัขเดินผ่านหน้า เขายังอาจยกเท้าเตะเข้าให้สักคราได้ แต่กับชาวบ้านตาดำๆที่ดิ้นรนทำมาหาเลี้ยงชีพเหล่านี้ เขากลับไว้หน้าถือความสุภาพหนึ่งส่วน
เหตุนี้ เขาจึงฝืนข่มเพลิงโทสะภายในอกไว้ อาศัยทั้งคำหวานคำอ้อนวอน กล่าวโน้มน้าวเกลี้ยกล่อมอยู่เนิ่นนาน ในที่สุดเจ้าของร้านจึงยอมให้เขาเปิดอ่านก่อนเป็นกรณีพิเศษ
จ้าวหังประหนึ่งได้ของล้ำค่าดุจสมบัติวิเศษ รีบประคองเรื่องเขียนเล่มนั้นไว้ในอ้อมแขนทันที กระทั่งน้ำสักอึกก็ยังไม่คิดจะดื่ม แล้วรีบก้มหน้าก้มตาอ่านอย่างเอาเป็นเอาตาย
ครั้นได้อ่านแล้ว ก็ยิ่งติดงอมแงมถอนตัวไม่ขึ้น!
ยิ่งอ่าน ห้วงอารมณ์ของเขาก็ยิ่งพลุ่งพล่านสะท้านไปถึงทรวง ยิ่งอ่านเขาก็ยิ่งอยากตบโต๊ะร้องชื่นชมออกมาอย่างอัศจรรย์ใจ!
เมื่อเขาปิดหน้าสุดท้ายลง นอกหน้าต่างก็เป็นยามที่โคมนับร้อยเริ่มส่องสว่างแล้ว ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนอยากจะเอ่ยออกมาว่า — ช่างเป็นสหายรู้ใจที่สวรรค์ประทานให้แก่เขาอย่างแท้จริง!
อักษรเหล่านั้น มิใช่เพียงมองทะลุถึงความเป็นไปของโลกมนุษย์ได้อย่างแจ่มแจ้ง หากยังไม่ตกลงสู่ความคิดสามัญตื้นเขิน แม้จะพรรณนาถึงความโหดร้ายอำมหิตแห่งโลกนี้ ทว่าในถ้อยคำทั้งหมดกลับยังแฝงไออุ่นบางเบาสายหนึ่งไว้เสมอ และเป็นไออุ่นละมุนที่ค่อยๆปลอบประโลมหัวใจของผู้คนได้อย่างเงียบงัน
ด้วยจิตใจเช่นนี้ ด้วยพลังแห่งปลายพู่กันเยี่ยงนี้ ผู้ที่เขียนออกมาได้ย่อมต้องเป็นคนประเภทเดียวกับเขาเป็นแน่ จะต้องเป็นผู้ที่ลุ่มหลงในเรื่องเล่าชั้นดีจนฝังลึกถึงกระดูกทีเดียว!
แรงกระตุ้นรุนแรงสายหนึ่งพลันทะลักขึ้นสู่ห้วงจิตใจ!
จ้าวหังลุกพรวดขึ้นทันใด ก่อนจะเอ่ยสั่งการผู้ติดตามด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“ไป! รีบไปจัดทำประกาศตามหาผู้เขียน พร้อมทั้งเสนอเงินรางวัลก้อนโตให้กับผู้ที่ตามหาพบเดี๋ยวนี้! ข้าต้องการตามหาท่านเซียวเหยาเค่อ! เมื่อทำประกาศเสร็จแล้ว คุณชายผู้นี้จะไปติดประกาศนั่นด้วยตนเอง!”