พลิกชะตา หมอเทวดาอันดับหนึ่ง - บทที่ 594 ส่งตัว (2)
ผู้คนบนตรอกเล็กๆ ตกใจสะดุ้งเมื่อเห็นขบวนส่งตัวเจ้าสาวหัก
เลี้ยวเข้ามา
มีคนหลีกเลี่ยงถนนใหญ่ในการส่งตัวเจ้าสาวด้วยหรือ หรือว่า
เป็นคนจากตระกูลต้อยต่ำที่สินเดิมของเจ้าสาวน่าอดสูจนไม่กล้า
เผชิญหน้าคนอื่น
แต่เมื่อเห็นทหารม้ารักษาพระองค์นำทางอยู่ด้านหน้าขบวน
ชาวบ้านก็หลบให้ทางทันที
ขบวนเยี่ยงนี้อย่างน้อยก็ต้องเป็นชินอ๋อง
แต่ชินอ๋องแต่งตั้งพระชายาก็ไม่น่าดูอดสูเพียงนี้มิใช่หรือ
ผู้คนพากันเงยหน้ามองด้วยความสงสัย
“ข้าพูดถูกใช่ไหมล่ะ”
ชายสองคนในขบวนรับตัวเจ้าสาวกำลังพูดคุยกันอย่าง
สบายใจ“ถึงแม้ตรอกเส้นนี้จะแคบกว่าถนนใหญ่ แต่ก็กว้างมากสำ หรับ
ขบวนรับตัวเจ้าสาว”
เพราะว่าไม่ต้องคอยไล่คนที่มาขวางทาง และไม่ต้องเคลื่อน
ขบวนช้าลงเพราะมีคนมามุงดู
“ข้าก็บอกแล้วว่าดื่มเหล้าสักถ้วยก่อนค่อยออกก็ได้” ชายอีก
คนหนึ่งยกมือขึ้นป้องปากที่กำลังหาวหวอ สีหน้าง่วงซึมบ่นอุบอิบ
ต่อว่า “พวกเราพี่น้องดื่มเหล้าด้วยกันยังสำ คัญกว่าเรื่องนี้อีก”
คนฝั่งนี้กำลังพูดคุยหัวเราะกันสนุกสนาน อยู่ดีๆ ก็มีรถม้าคัน
หนึ่งเลี้ยวออกมาจากซอย เคลื่อนไปข้างหน้าไม่ช้าไม่เร็วอยู่ด้านหน้า
ขบวนของพวกเขา
ไม่ได้เรื่องเลย!
ทหารรักษาพระองค์ใช้แซ่ตีม้าพุ่งไปข้างหน้าเพื่อจะขับไล่
ไม่ได้เรื่องก็ดีแล้วนี่ ไทเฮาไม่ได้บอกว่าอยากให้การแต่งงาน
ครั้งนี้ไม่ได้เรื่องหรือ
ขันทีคนหนึ่งได้สติขึ้นมา รีบตะโกนสั่งให้ทหารรักษาพระองค์
หยุดม้า“อีกไม่ไกล แถมถนนก็แคบ ถ้าจะให้หลบคงลำบากกว่าเดิม ให้
เขาไปก่อนเถิด พวกเราไปช้าๆ หน่อย” เขาเอ่ย
“จริงด้วย จริงด้วย ไม่ได้รีบร้อนอะไรอยู่แล้วนี่” ใครบางคน
หัวเราะพูดเสริม
คำพูดนี้ทำให้เสียงหัวเราะดังลั่นขึ้นมาจนกลบเสียงกลองและ
เครื่องดนตรี
ปั้น
ฉินทนดูต่อไปไม่ไหว จึงก้มหน้าปล่อยให้น้ำตาหยดลงพื้น
ไม่ให้เครื่องสำ อางบนหน้าเลอะเทอะ
ไม่นานพวกเขาก็เดินออกมาจากตรอกที่ทั้งแคบและยาว
“เลี้ยวเข้าตรอกอีกเส้นหนึ่งก็ถึงแล้ว”
“เดี๋ยวมากินเหล้ากันต่อ”
เสียงพูดคุยหัวเราะในขบวนดังขึ้นไม่ขาดสาย แต่เมื่อเลี้ยวเข้า
ซอย อยู่ดีๆ ก็มีเสียงพิณลอยมา เสียงบรรเลงรื่นเริงดังกระหึ่ม ค่อยๆ
กลบเสียงหัวเราะไปจนมิด
ใครบรรเลงพิณกลางถนนแบบนี้กันคนในขบวนส่งตัวหยุดพูดคุย หันไปมองอย่างอดไม่ได้ เห็น
ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนพื้นข้างถนนด้านหน้าไม่ไกล
“เอ๊ะ นักดนตรีชุยหรือ” ใครบางคนตะโกนขึ้น
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็จำ ได้ทันที
ในบรรดาศิลปินของวังหลวง คนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในทุกพิธีกรรม
ก็คือนักดนตรีชุย เขาเป็นนักบรรเลงที่มีเพียงชนชั้นสูงในเมืองหลวง
เท่านั้นที่จะเชิญไปบรรเลงเพลงเพื่อเป็นเกียรติในงานเลี้ยงได้
เหตุใดเขาถึงมาเล่นดนตรีข้างถนนเล่า
แต่นักดนตรีชุยกำลังดื่มด่ำอยู่กับเสียงเพลง ไม่ได้หันมองผู้
คนในขบวนแม้แต่คนเดียว
เมื่อขบวนเคลื่อนเข้าไปใกล้ เสียงเพลงของเขาก็ยิ่งรื่นเริงขึ้น
กว่าเดิม เสียงกลองในขบวนยังคงดังต่อเนื่อง เสียงพูดคุยก็เช่นกัน
แต่น่าแปลกที่ทุกคนกลับได้ยินเสียงพิณบรรเลงอย่างแจ่มชัด เสียง
พิณวนเวียนอยู่ข้างหู ราวกับมีนกมาบินวนว่อนอยู่ตรงนั้นแล้วจึง
บินหนีออกไป ทำให้คนอยากจะยืดตัวออกไปวิ่งไล่จับมันเสียงดนตรีนี้ดึงดูดสายตาทุกคนบนถนน กระทั่งคนในบ้านยัง
เดินออกมา คนที่กำลังเดินไปมาก็หยุดฝีเท้าลง คนที่ฟังเข้าใจรู้สึก
หลงใหล คนที่ฟังไม่เข้าใจก็เริงร่า
“ไม่เคยได้ยินเพลงบรรเลงเช่นนี้มาก่อนเลย” ใครคนหนึ่งเอ่ย
ขึ้น
เขาคืนคนในขบวนรับตัวเจ้าสาว สีหน้าตื่นเต้นไม่น้อย
“ต้องเป็นเพลงใหม่ของนักดนตรีชุยแน่ๆ !”
“แต่เหตุใดนักดนตรีชุยถึงมาบรรเลงเพลงที่นี่” ใครอีกคนเอ่ย
ถาม
ตอนนี้พวกเขาเดินผ่านจุดที่นักดนตรีชุยนั่งอยู่มาแล้ว แต่เสียง
บรรเลงยังคงวนเวียนอยู่ที่หู ทุกคนหันไปมองอย่างอดไม่ได้
“พวกเจ้าลืมแล้วหรือ” อยู่ดีๆ ก็มีคนเอ่ยขึ้น “ตอนนั้นที่
นักดนตรีชุยบรรลุ ก็เพราะได้ฟังผู้ใดบรรเลงพิณเล่า”
แม่นางเฉิง!
เสียงบรรเลงชำ ระล้างตำหนักที่ทำให้ชิ่งอ๋องคนบ้าหวาดผวา
ได้ และทำให้นักดนตรีชุยหลงใหล“เช่นนั้น แปลว่านักดนตรีชุย…” ทุกคนสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
และตกตะลึง
เขาตั้งใจมาส่งตัวแม่นางเฉิง
“เพลงบรรเลงนี้ช่างไพเราะเสียจริง! ”
“ข้าจะต้องเชิญนักดนตรีชุยมาบรรเลงที่บ้านข้าให้ได้! ”
ทุกคนเริ่มพูดเรื่องนี้กันอย่างตื่นเต้น หลายคนอยากจะรีบไป
ถามชื่อเพลงนี้จากนักดนตรีชุยทันที แต่ทำไม่ได้เพราะตัวเองอยู่ใน
ขบวนรับตัวเจ้าสาวตอนนี้
“ใช่ ใช่ ข้าก็จะต้องเชิญให้ได้ ขอให้เขาบรรเลงเพลง… เพลง…
เพลงส่งตัวแม่นางเฉิง! ”
เพลงส่งตัวแม่นางเฉิงหรือ
เมื่อตั้งชื่อเพลงแล้ว ก็แปลว่าการแต่งงานของแม่นางเฉิงใน
ครั้งนี้จะถูกถ่ายทอดบอกต่อไปตลอดกาล
ถนนในเมืองหลวงเชื่อมต่อกันทุกทาง ทำให้เรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่
ถูกบอกต่อไปอย่างรวดเร็ว“รีบไปดูสิ ที่นั่นมีนักบรรเลงจากในวังมาบรรเลงส่งตัวนาย
หญิงเฉิงด้วยนะ! ”
“ไพเราะยิ่งนัก”
นายหญิงเฉิงหรือ
มีอะไรน่าสนุกอย่างนี้ด้วยหรือ
ฝูงชนพากันกรูเข้ามาในตรอกทางนี้ทันที
ขบวนยังคงเดินหน้าไป เสียงบรรเลงค่อยๆ ไกลห่างออกไป แต่
ทุกคนยังคงหันไปมองอย่างอดไม่ได้ ขณะกำลังดื่มด่ำเสียงบรรเลง
อยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงตะโกนดังขึ้นจากด้านหน้า
“ไปดูเร็วเข้า! นั่นเขาทำอะไร”
มีคนมาบรรเลงเพลงอีกหรือ
ทุกคนมองไปด้านหน้า เห็นฝูงชนมากมายกรูกันเข้ามาตั้งแต่
เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ บ้างสวมชุดผ้าไหมงดงาม บ้างสวม
ชุดผ้าสีทึมธรรมดา แต่สิ่งที่เหมือนกันคือพวกเขาต่างถือหมึกอยู่ใน
มือ
นี่คืออะไรขณะที่ทุกคนกำลังสงสัย ก็มีคนจำ นวนมากวิ่งมาจากสอง
ข้างทาง กระดาษสีขาวถูกกางออกตรงหน้า ลากยาวจนห้อมล้อม
ขบวน
“จับพู่กัน! ”
มีคนตะโกนเสียงดัง
เมื่อเสียงตะโกนนี้ดังขึ้น คนที่ยืนอยู่สองข้างทางก็จับพู่กันใน
มือแน่น
ห่างจากเสียงดนตรีของนักดนตรีชุยมาแล้ว เสียงกลองและ
เสียงเพลงในขบวนที่เพิ่งกลับมาเล่นใหม่ก็หยุดลงอีกครั้ง นักดนตรี
ในขบวนพากันมองผู้คนที่ยืนเรียงรายเป็นแถวที่ดูเหมือน
จะเป็นระเบียบแต่ก็ยุ่งเหยิงเพราะอายุอานามอันหลากหลายของ
ผู้คน
ผู้คนที่อยู่ไกลออกไปรอบทิศทั้งซ้ายขวาหน้าหลังกำลังกรู
เข้ามา
“ยก! ”เมื่อเสียงตะโกนนี้ดังขึ้น คนที่ยืนเรียงแถวสองข้างก็เริ่มวาดน้ำ
มึกสีดำลงบนกระดาษสีขาวตรงหน้า
นี่มัน…
คนในขบวนส่งตัวพากันตะลึงงัน ม้ายังคงเดินไปเป็นปกติ แต่
พวกเขากลับตัวแข็งทื่อ ขณะที่ม้าเคลื่อนไปข้างหน้า สายตาของ
พวกเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ฝูงคนที่กำลังเขียนหนังสือ
บ้างก็เป็นคนชราที่ผมขาวทั้งหัว บ้างก็เป็นวัยรุ่นที่ยังดูสง่า
และยังมีลูกเล็กเด็กแดง แต่สิ่งที่เหมือนกันคือทุกคนดูใจจดใจจ่อ มุ่ง
มั่นอยู่กับการตวัดพู่กันในมือที่บ้างก็ดูสวยหรูมีราคา บ้างก็ผุพังไป
แล้วไม่น้อย ตัวหนังสือทั้งเล็กทั้งใหญ่ ทั้งที่ดูชำ นาญและไม่ชำ นาญ
ปรากฏขึ้นบนกระดาษสีขาว
“นางเฉิงเฝ้าสอนพู่กันเขียน”
“ยกขึ้นตวัดลงตามแนวเวียน”
“รู้สึกจริงแท้จึงวาดพู่กันลง”
“ทุกสารทิศทึ่งใจไม่เสื่อมคลาย”ขณะที่ทุกคนกำลังตวัดพู่กันระบายหมึกดำลงบนกระดาษ ใคร
บางคนอ่านข้อความขึ้นเสียงดัง
จากเสียงคนคนเดียว ก็มีเสียงอีกมากมายลอยตามมา ทั้งเสียง
คนชราและเด็กเล็ก เสียงทุกเสียงค่อยๆ ดังขึ้นเป็นทาง ราวกับม้วน
กระดาษที่ค่อยๆ คลี่ออกต่อหน้าผู้คน
คนบนหลังม้าไม่ได้ยิ้มอย่างเริงร่าอีกต่อไป ถึงแม้จะไม่มีเสียง
บรรเลงที่ปลุกเร้าหัวใจของนักดนตรีชุยแล้ว แต่ในใจพวกเขายังคง
สั่นคลอนตลอดเวลา
แม่นางเฉิงเฝ้าสอนพู่กันเขียน!
คนที่คอยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เขียนพู่กันหน้าประตูบ้าน
เงียบๆ คนที่ใครขอก็เขียนแผ่นป้ายให้ ไม่เคยพูดว่าตนสอนใคร แต่ก็
ยังถูกนับว่าเป็นอาจารย์ได้
สาวใช้ยกมือขึ้นปิดปาก น้ำตาพรั่งพรูออกมา
นี่พวกเขายังจำ กันได้ ที่แท้ทุกคนก็ยังจำ ได้
นายหญิงไม่พูด ไม่ขอ ก็ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะไม่ถาม ไม่ให้ไม่รู้ผู้คนเนืองแน่นเต็มท้องถนนตั้งแต่เมื่อไหร่ คึกคักวุ่นวาย
ยิ่งกว่าถนนใหญ่ของเมืองหลวงเสียอีก
“นี่พวกเขามาส่งตัวแม่นางเฉิงหรือ”
“ให้ตายเถอะ นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นการส่งตัวแบบนี้! ”
“เจ้าดูสิ ข้ารู้จักคนที่กำลังเขียนหนังสืออยู่คนนั้น เขาคือนาย
ท่านชื่อดังจากร้านเหมิงหลินเชียวนะ! ”
“ข้าก็รู้จักคนหนึ่ง เขาเป็นบ่าวของคนแถวบ้านข้า”
กระดาษแผ่ยาวออกไปกว่าหนึ่งร้อยจ้าง สำ หรับขบวนส่งตัว
เจ้าสาวแล้ว ที่จริงพวกเขาสามารถเคลื่อนผ่านความยาวหนึ่งร้อย
จ้างไปได้ในเวลาไม่นาน แต่บัดนี้พวกเขากลับต้องเคลื่อนขบวนไป
ช้าๆ
เหตุหนึ่งเพราะทุกคนอดหยุดดูไม่ได้ อีกเหตุหนึ่งเพราะผู้คน
พากันกรูเข้ามา ทหารรักษาพระองค์ด้านหน้าต้องเปิดทางอย่าง
ยากลำบาก
“นี่มาทางลัด มาทางเล็กก็ไม่รอดหรือ” คนในขบวนบ่นพึมพำ
ขึ้นที่จริงไม่ว่าจะไปทางไหนก็ไม่ต่างกัน เพราะคนที่กำลังถูกส่งตัว
คือแม่นางเฉิง
คนในขบวนไม่มีใครพูดคุยหัวเราะกันอีก กระทั่งคนที่อยากรีบ
มารีบกลับไปดื่มเหล้า เดิมทีสีหน้าเมามาย บัดนี้กลับกลายเป็นสีหน้า
เคารพนับถือแทน
ในตอนนั้นเอง อยู่ดีๆ ก็มีเสียงดังสะท้านขึ้นบนท้องฟ้า คนที่
เบียดเสียดกันอยู่บนถนนตกใจจนหน้าเหวอ ยังไม่ทันได้สติกลับมา
ก็เห็นดอกไม้ไฟปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า สว่างไสวราวก้อนเมฆที่มีแสง
เรืองรอง
ดอกไม้ไฟที่สว่างไสวราวก้อนเมฆเปล่งแสงเรืองรองตอน
กลางวันแสกๆ !
เสียงโหวกเหวกบนท้องถนนเงียบกริบในทันใด ความเงียบงัน
อันแปลกประหลาดมาแทนที่ ทุกคนรู้สึกอ่อนแรงตั้งแต่หัวจรดเท้า
เสียงดอกไม้ไฟดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า สีสันงดงามกลางท้องฟ้า
ค่อยๆ จางหายไป
เสียงโหวกเหวกบนท้องถนนดังหึ่งขึ้นอีกครั้ง“อันนี้ไม่ต้องบอกก็รู้” ใครบางคนพึมพำขึ้น “นี่คืออีกคนที่
ได้รับการช่วยเหลือจากนางมาร่วมส่งตัวด้วย…”
“ไทเฮาท่านจะไม่ส่ง…”
คนในขบวนเงยหน้าขึ้นมองดอกไม้ไฟที่แตกออกกลางท้องฟ้า
ไม่หยุด พึมพำขึ้นขณะจ้องมองถนนที่สว่างไสวราวกับอยู่ใน
ความฝันว่า
“มีคนมาส่ง…”
และการส่งแบบนี้กระทั่งไทเฮาผู้มีชาติกำเนิดสูงส่งก็หาไม่ได้
…
นางเฉิงเฝ้าสอน… ตามแนวเวียน… ทึ่งใจไม่เสื่อมคลาย
ทึ่งใจไม่เสื่อมคลาย
ปั้น
ฉินยื่นมือมาจับหน้าต่างเกี้ยว
“นายหญิง นายหญิง” นางร่ำไห้ตะโกนขึ้น “ท่านเห็นหรือยัง
ท่านเห็นหรือยัง มีคนมาส่งท่านตั้งมากมาย! มีคนมาส่งท่านตั้ง
มากมาย! นายหญิงพูดผิด การส่งตัวของท่านคงใช้เวลานัก! ”เฉิงเจียวเหนียงซึ่งนั่งตัวตรงอยู่ในเกี้ยว หลับตามาตลอดทาง
ตั้ง
แต่ปิดผ้าคลุมหน้า เริ่มคลายมือออกและค่อยๆ ลืมตาขึ้น
สีแดงสดตรงหน้ายังคงเป็นสีแดงที่บาดตา แต่ว่ามันไม่ได้
ทำให้นางกลัวมากขนาดนั้นแล้ว
“นายหญิง นายหญิง ท่านเห็นหรือยัง มีคนจำ ท่านได้ตั้ง
มากมาย นายหญิง พวกเขาจำ ท่านได้”
เสียงปั้นฉินปนเปกับเสียงดอกไม้ไฟที่ดังขึ้นไม่ขาดสายข้างนอก
ลอยกระทบหูนาง
ข้าเห็นแล้ว ข้าเห็นแล้ว
สายตาเฉิงเจียวเหนียงจับจ้องไปข้างหน้า ที่หางตามีน้ำตาไหล
ออกมา