พลิกชะตา หมอเทวดาอันดับหนึ่ง - บทที่ 634 ด้านหนึ่ง
เสียงฝน เสียงลม ฺเสียงรองโหยหวน ฉินหูแกวงดาบยาวในมืออยางแรง ฝ่าทานชายเกาไปยัง ผูติดตามสองนายที่พุงเขามาจนกลิงตกลงมาจากหลังมารอง โหยหวน ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว สายตาของฉินหูมองตรงไปฝังตรงขามไมละไปไหนตังแตตน จับจองบนเปลวเพลิงทีแผดเผารางศพบนพืน ทำใหเห็นคนบนหลัง มาไดอยางเลือนราง ราวกับหมายวาจะโจมตีโดนเป้าหมายให้ได้ในคราวเดียว ฺหญิง ผู้นั้นทำเพียงควบม้าวนเวียนไปมาอยู่ที่เดิมไมได้เข้ามาหา นางจะไปแลว! ฉินหูใชเทากระทบทองมาในทันที่ ในทันในหญิงผู้นั้นภกึยกมือวสงสัญญาณให้เขา ชี้ไปยังพื้น
รอบดาน
ลมฝนสาดชัดหนัก ฉินหู ‘เปียกชุ่มไปทั่วรางหากแต่ในชั่วขณะที่ เห็นสัญญาณมือของหญิงผู้นั้น ทั่วทั้งรางคล้ายจมดิ่งลงสูทะเลเพลิง รอนรุมเหลือใดจะเปรียบ เขายกมือขึ้น ชี้ไปที่ตัวเอง และทำสัญญาณมือ หญิงผู้นั้นจึงหันหัวม้าควบออกไป ฉินหูเรงม้าตามไปสองสามก้าวอยางอดไมได้ นางคอย” ไกล ออกไปเรื่อยฆ ทามกลางราตรีบนถนนใหญ่ เสียงเกือกมาหายไปใน สายฝน เบื้องหน้าวางเปลาไรเงาคน ราวกับภาพเมื่อครูเป็นเพียง
ภาพลวงตาของเขา
พวกเขาไมไดพบหน้ากันเนิ่นนานมากแลว ไมคิดเลยวาจะได้ พบกัน เในสถานการณ์เชนนี้ แมวาจะพบกันอยูไกลฯ ฺก็ตาม ทวาแลวอย่างไรเลา เขาเห็นนางแลว นางก็ไมไดพูดคุยกับเขาลักคำอยูดี
หากแตแลวอย่างไรเลา นางกับเขายังรวมมือเขนฆาสังหาร
ครานี้กันได้อยางสำเร็จ ไมได้ตกใจเลยวาเหตุใดเขาจึงมาปรากฏ )ตัวอยู่ที่นี่ เหมือนกับ วาพวกเขาควรจะพบกันที่นื่อย่างไรอย่างนั้น ไมไดพูดคุย นางทำเพียงสงสัญญาณมือใหเขา สงมอบเรืองที่ เหลือให้แกเขาเทานั้น ไมไดถามเขาวาจะทำไดหรือไม ไมไดอธิบายวาควรทำอยางไร เหมือนเมื่อกอนอยางไรอย่างนั้น นางเชือเขา! นางเชือในตัวเขา! ฉินหูแหงนหน้าขึ้นร้องตะโกนก้อง น้ำฝนตกกระทบลงบน ใบหนา
เหมือนแตกอน บอกมาเถิด ครานีจะกำจัดใคร พวกเขาก็จะไป
กำจัดคนนัน
ยังคงเหมือนแตกอน เสียงร้องโหยหวนสุดท้ายดังขึ้นสั้นท คนบนพื้นเกลือกกลิ้ง ไปมาสุดท้ายก็นิ่งไมไหวติง ถนนใหญ่กลับสูความเงียบงันอีกครั้ง
เสียงฝนตกกระหนำกระทบลงบนกระเบื้องเกิดเป็นเสียง เปลวเพลิงลุกโซนขื้นรอบวัดผุพังฺ ฺสวางโชติชวงในสายฝน ราวกับตอนกลางวัน คนทั้งนอกทั้งในยืนตรงกุมมือทำความเคารพ สาย ลมหอบเอาน้ำฝนพัดเข้าประตูมา ทำให้เปลวเพลิงทั้งสอง ฟากสายไหว เงาของคนตรงนันทอดยาวออกไป “ฝ่าบาท” ขันที่ จิ่งมองจิ้นอันจวิ้นอองที่อาภรณ์รองเท้าเปียกฝนจน ชุ่มด้วยสีหน้าเป็นหวงไมน้อย ‘เข้าไปรอดีกวาพะยะคะ” จิ้นอันจวินอองไมได้เอยคำใดและไมได้สนใจเขา ทำเพียงเอา มือไพลหลังมองออกไปดานนอก ขันที่ จิ่งจึงถือรมคันหนึ่งยืนกางให้ตรงหน้าจิ้นอันจวิ้นออง ยง ไมทันยืนให้มั่นดีกึถูกจิ้นอันจวิ้นอองผลักออกไปด้วยมือเดียว “อยามาขวางขา” เขาตวาด ขันที่ จิงยังอยากจะเอยบางอยางตอ แตถูกนายทหารกู้ สายหน้าห้ามไว้
ทามกลางฝนเทกระหนำคลายมีเสียงเกือกมาลอยมาแววๆ รางกายจิ้นอันจวิ้นอองแข็งตึงขึ้นมาทันที่ ขันทีจิงสัมผัสถึงปฏิกิริยาของเขาได้ก์สายหน้า หูแววไปไมรู้กี่ครั้งแล้ว มีเรื่องในใจจึงหูแววอย่างยากจะเลี่ยง ความคิดแลนผานไป เห็นนายทหารกูที่อยูด้านข้างสาวเท้าเดิน ไปอย่างรวดเร็ว “มาแลว!” เขาโพลงตะโกนขึน ทันใดนันทุกคนตางมองไปในสายฝน ฺม้าตัวหนึงควบทะยาน มา พอเห็นชัดเจนแลวทุกคนตางมีสีหนาผิดหวัง ผู้มาใหมเป็นผู้ติดตาม ทัวทุกสารทิศลวนสงผูติดตามออกไปสืบหา ทุกฯฺหนึงถวยชาก็ จะมารายงานครั้งหนึ่ง “พระชายากลับมาแลวพะยะคะ” ทวาครูตอมาผูติดตามคนนันกลับไมไดตะโกนออกมาวาไมพบ รองรอยของพระชายา แตตะโกนรองออกมาเสียงดังแทน
ทุกคนยังไมได้สติจากคำพูดนี้ เบื้องหลังองครักษ์คนนั้นม้าตัว หนึงก็ควบมาทามกลางราตรี
“นายหญิง!” ปันฉินและซูชินตะโกนเรียกแลวพุงเข้าไปหา เบื้องหน้าวัดที่เดิมทีเงียบงันก็พลันโกลาหลขึ้น แนนอนวาคนที่ควบมามามี เพียงคนของเฉิงเจียวเหนียง คน ที่อยูข้างกายจิ้นอันจวิ้นอองล้วนยืนกุมมือตัวตรงฺทวาหลังจากที่ พวกเขาเห็นผู้มาใหม่อย่างชัดเจนแล้ว สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย สตรีบนหลังม้าเปียกชุ่มไปทั่วราง อาภรณ์สีครามเข้มแนบไป กับรางคล้ายวาสี จะเขมขึ้นกวาเดิม ฺทวาพอมองอย่างตั้งใจภายใต้ เปลวเพลิงที่สองสะท้อนแล้ว จะพบวาไมใชสีเข้มขึ้น แตถูกโลหิต อาบ ย้อมจนชุมต่างหาก ส่วนสิ่งที่ทำให้รู้สึกแปลกใจก็คือ หญิงผู้นั้นไมวาจะเป็นบนราง หรือบนหลังม้าล้วนไร้อาวุธแม้แตชิ้นเดียว บอกวาเอาอาวุธไปมากมายไมใชหรือ “นายหญิง เนายหญิง” เปั้นฉินกับชูชินเปลงเสียงร้องไห้ออกมา
เฉิงเจียวเหนียงกระโดดลงจากมา “อยารอง รีบไปชวยนายหญิงเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย พอบานเฉาบอกดวยเสียงอันสันเทา ปั้นฉินกับชูชินรีบวิ่งไปทั้งน้ำตา พอถึงหน้าประตูก็หยุดลง โดยพลัน จิ้นอันจวิ้นอองยังคงยืนอยู่อยางนั้นไมขยับไหว ฝนตกลงมาดับความเจียวจาวเสียงดัง บริเวณนันพลันเงียบลง
ทันใด
“พระชายา ทานไปไหนมาหรือ นายทหารกู้ตะโกนโพลงถามฺทำลายบรรยากาศชะงักค้างนี้ลง ขันทีจิ่งที่อยูด้านข้างก็ได้สติขึ้นมาเซนกัน “พระชายา เหตุใดทานจึงออกไปเลา นี่มันอันตรายมากนะ ขอรับ’ เขาเอย “ทำคนรอนใจจะแยแลว เร็วเขา เขามาพูดคุย’ เขาพูดพลางรีบรอนเชิญใหเขามา จิ้นอันจวิ้นอองยังคงไมไหวติง การไกลเกลี่ยของขันที่ จิ่งจึงกระอักกระอวนอยู่ไมน้อย
สตรีตรงหน้าพลันหัวเราะออกมา นางยกเท้าเดินเร็วขึ้นเรื่อยๆ สองสามก้าวสุดท้ายกลายเป็นวิ่งตรงมาทางนี้ ทั่วรางเปียกชุ่มฺสีหน้าซีดขาว อาภรณ์อาบย้อมด้วยสีแดงฉาน แฝงไว้ด้วยกลิ่นคาวเลือดอบอวลที่โชยมา แมวาเปลวเพลิงจะสองสวางราวกับยามกลางวัน หอมลอม ดั้วยองครักษ์ที่สวมชุดเต็มยศ แตดวงใจของคนทาง เนี้ยังหวาดกลัวอยูอย่างห้ามไมได้ จะพุงมาหรือ รางกายเชนนี้ของฝ่าบาทจวินอองทนรับการกระแทกรุนแรง ของนางไมได้หรอกนะ รางกายของขันทีจิงพลันเกร็งเขม็งขึ้น ทำทาขวางไว้ ทวาเพิ่ง จะยืนมือไป หญิงผูนั้นก็ไปถึงตรงหน้าจิ้นอันจวิ้นอองแล้ว วิ่งรุด ไมหยุดกระโดดเบาซ คราหนึง กอดลำคอของเขาเอาไว โหนตัวกับ รางเขา การกระทำอันกะทันหันนี้ทำให้คนรอบด้านต่างตกตะลึง
จิ้นอันจวินอองยิ่งคิดไมถึง กาวถอยหลังไปก้าวหนึงอยางหาม ไมอยู่ ยืนมือไปประคองเอวนางตามสัญชาตญาณ “ทานชายเกาสิบสีตายแลว” เฉิงเจียวเหนียงเอย แยมยิม
เบงบาน
วาอยางไรนะ สีหน้าของคนที่รอบข้างที่ได้ยินต่างสะดุงตกใจ ไมรอใหมีใครได้เอย|ขึ้น ก็เห็นหญิงผู้นั้นทำสิ่งที่ไมมีใครคาดคิด มากอน
นางสงแรงทีมือ ยกตัวขึน จุมพิตลงบนใบหนาของจินอันจวิน
อองหนักฯ
ทุกคนตางปากอาตาคาง จินอันจวินอองนิงงันราวกับโดน ฟ้าผ่า
เฉิงเจียวเหนียงจึงไดปลอยมือกระโดดลงแลวหันหลังเดินไป
ดานใน
เสียงหัวเราะยกใหญ่ของสตรีดังขึ้นตามมา
เรีบปรนนิบัตินายหญิงเปลี่ยนเสื้อผ้า” พอบ้านเฉาได้สติกอน ใครตะโกนขึน ปั้นฉินกับชูชินลืมรองไห้ไปนานแลว ถูกเสียงตะโกนนี้เรียกสติ กลับมาจึงรีบวิ่งเข้าไปทันที่ นอกวัดยังคงเงียบงันไปทั้งบริเวณ หากแตเห็นได้ชัดยิ่งวา เป็นความเงียบที่แตกต่างจากกอนหน้านี้ แตละคนต่างตั้งใจหลุบ สายตาลง หรือไมก็มองไปที่อื่น จิ้นอันจวิ้นอองก์ยังคงยืนตัวตรงดังเกา ทวาแรงกดดันอัน นาหวาดกลัวนันไดมลายหายไปแลว “ฝ่า. ขันทีจิ่งอ้ำซ อิ้งฯหมายจะเอย |ขึ้น จิ้นอันจวิ้นอองกลับหันหลังเดินเข้าไป แม้สีหน้ายังคง ไมสบอารมณ์ แต่ ,ใบหู แดงกำไดเขาสูสายตาคนขางกายอยางชัดเจน ภายใต้เปลวไฟสองสะท้อน รอคอยอยางอกสั่นขวัญแขวนอยูนานเพียงนี้ ทั้งยังถูก หยอกเยาตอหนาผูคนมากมายอีก มันชาง.. รังแกกันเกินไปแลว!
ขันทีจิงสีหน้าทังเห็นใจและเดือดดาลในคราวเดียว
บนถนนอันมือมิดยามราตรี ชนวนเพลิงก็ถูกจุดขึน สอง สะท้อนศพคนตายเกลื่อนพื้น บุรุษที่ถือชนวนเพลิงสายตากวาดมอง ไปทันใดฟนั้นภก็โบกมือดับไฟลง รอบทิศตกสูความมืดมิดอีกครั้ง “ทานชาย เก็บกวาดเรียบรอยแลวขอรับ” เสียงแผวเบาดังขึ้น ในขณะเดียวกันภ็คลอเคล้าด้วยเสียง ของ แข็งกระแทกกันโครมครามเสียงดัง “เนี่เป็นอาวุธที่เก็บได้ขอรับ” “มากมาย แเพียงนี้dเลยรี” เมีคนเอย|ขึ้นด้วยความตก์ ดาบ เหอก กระบี งาว ธนฺูหนาไม ลูกดอก รวมถึง กระบอกไม้ไผที่ไม่รู้วาเอาไว้ใช้ทำอะไรอีก สิบห้าคนตรงนี้ล้วนถูก นางสังหารในกระบวนเดียว”
ทันใดนันลมหายใจก็คลายชะงักคาง
แม้วาจะไมได้บุกเดี่ยวแต่ก็ขี่ม้ามา ชั่วพริบตาก็ทำเอาล้มลง เกลี้ยง ฺชางนากลัวจริงๆ หรือเทพเซียนจะสอนฆาคนดวย “เหตุ ใดนางจึงไลฆาคนตระกูลเกาด้วยเลา หรือนางรู้แต่แรก ถึงการซุมโจมตีของตระกูลเกา’ พูกันดึงวิญญาณไดสลักตัวอักษรหนึงลงบนป้ายหลุมศพแลว แนนอนวาเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอยูแล้ว โอกาส ตระกูลเกาคิดวาเป็นโอกาสที่จะซุมโจมตีจินอันจวิน อองกับนาง ในทางตรงกันข้าม ฺนี่ จะไมใชโอกาสสำหรับนางที่จะซุม โจมตีพวกเขาดวยไดอยางไร เมื่อนางไมอยากไปใครอาจหาญไลนางไปได้ ที่ไลนางไปได้ นันเพราะนางตองการจะไปนาง ตองการจะไปก็เพราะมีเหตุผลที่ นางตองไป จนกระทังตอนนี้คนโงเขลาเหลานัน ก็ยังคิดวานางเป็นคนที่ รังแกไดงาย บอกไปตั้งนานแล้ววา นางเป็นสตรีที่ใจคับแคบยิ่ง
สตรีทีจิตใจคับแคบยิ่ง รอยยิมบนใบหนาฉินหูชะงักคางเล็กนอย ทวาก็เป็นสตรีที่ดีมากด้วยเชนกัน เขายกมือขึ้นดึงหมวกกันฝนลง พลิกตัวขึ้นหลังม้า “ไป อย่าได้พลาดโอกาสปลอบขวัญ ใต้เท้าเกาที่สูญเสียลูกชาย ไป”
สาว ใชสองนางถือกลองอาหารออกมา “ไมกินรี” นายทหารกูกระซิบถามเสียงเบา สาวใชพยักหน้า
“เชนนันจะเขาไปพูดคุยไดหรือไม” นายทหารกูเอยดวยความ รอนใจไมนอย ขันทีจิ่งยื่นมือไปดึงเขาไว้ “เจ้าไมมีตารี” เขากดเสียงต่ำเอย ขึ้น “ยามนี้ด้านในยังไ ไมรูเลย วาจะทะเลาะอะไรกัน เจาจะไปชมความึกคักใด”
“เรื่องสามีภรรยาของพวกเขานะเรืองเล็ก จะเทียบกับเรืองใหญ่ อยางสังหารทานชายเกาสิบสีไดอยางไร” นายทหารภูเอยดวย แววตาแรงกลา
สังหารทานชายเกาสิบสีเชียวนะ!
เหตุใดจึงสังหารทานชายเกาสิบสี
ในสมองมีความคิดมากมายแลนผานวุนวายไปหมด คลาย เขาใจคลายไมเขาใจ “ฝ่าบาท” เขาตะโกนขึนเสียงดังอยางอดไมได “ไสหัวไป”
เสียงคำราม เดือดดาลลอยมาจากดานหลังฉากบังลม นายทหารกู้สีหน้าเหยเก ขันที่ จิ่งจึงหัวเราะอย่างปรีดาใน หายนะ ของคนอื่นอยูข้างๆ “ข้าพูดถูกละสิ ในพระทัยฝ่าบาทไมมีเรื่องไหนใหญ่เทาอูหยิน
แลว
ภายในฉากบังลม จิ้นอันจวิ้นอองนั่งอยูบนตั่งสี่ขามองเฉิงเจียว เหนียง
หลังจากอาบน้ำอาบทาเสร็จฺหญิงสาวที่ผลัดเสื้อผ้าสกปรก ออกเป็นชุดใหมหอมสะอาดและสวยสดงดงามเอนกายพิงหมอนอิง ดวงตาทั้งสองข้างหลุบลงเล็กน้อย ดูสง่างามและเงียบสงบ ราวกับเป็นคนละคนกับหญิงที่เดินเข้ามาด้วยรางอาบโลหิต ทามกลางฝนกระหน่ำเมื่อครู “เฉิงฝั่ง เจ้าไมมีอะไรจะพูดเลยหรือ” จิ้นอันจวินอองเอยถาม เสียงขรึม ทำลายความเงียบระหวางทั้งคูตั้งแตเข้ามาลง ไมมีคำตอบออกมา จิ้นอันจวิ้นอองกัดฟัน ‘เฉิงฝั่ง!” เขาตวาด ยื่นมือไปคว้าไหลนางไว้ พรอมกับแรงผลักของเขา ศีรษะของนางเอียงลงเล็กนอย เผย ใหเห็นใบหนา
สีหนาแดงระเรือ ดวงตาสองขางปิดสนิท แพขนตาขยับไหว
เบาตฺตามการหายใจ
หลับไปแลว.
นึกไมถึงวาจะหลับไปแลว
จิ้นอันจวินอองพลันหงุดหงิด ออกแรงในมือมากขึ้นอยางอด ไมได้ ทวาสุดท้ายก็ระงับไว้ เสียงตวาดติดอยู่ที่ปากกึกลืนมันกลับไป ห้อยแขวนอาวุธไปเต็มตัว กลับมามือเปลาทั้งตัวเบื้อนเลือด ผานเหตุการณ์เขนฆาอยางไรมาจึงได้ออนเปลี้ยเพลียแรงจน หมดสิน กลับมาถึงนี่จึงได้ปลดปลอยความเหนื่อยล้าทั้งรางลง หลับไป
อยางสบายอุรา จิ้นอันจวิ้นอองกัดฟันไว้ โบกมืออย่างแรง แสงเทียนทั้งสี่ด้าน ข้างตังสีขาดับลง นายทหารกูดานนอกทียังไมยอมแพเห็นไฟดับลงแลว ทันใด`นั้นก็ตกตะลึง “หลับแล้วรี” เขาเอย “เกิดเรื่องใหญ่โตเพียงนี้ นึกไมถึงวายัง จะนอนลงได” “เหตุใดจะนอนไมหลับเลา” ขันทีจิ่งกระชิบเอย “หากที่ พระชายาพูดมาเป็นเรื่องจริง เชนนั้นคนที่นอนไมหลับนะ ไมใชพวกเราหรอก’