พลิกชะตา หมอเทวดาอันดับหนึ่ง - บทที่ 635 ใกล้รุ่ง
บทที่ 635 ใกล้รุ่ง
เมืองหลวงในยามนี้ สายฝนเริ่มชาลงแลว รอบด้านเงียบงันลง แมนางหวงตกใจตื่นขึ้นมาอยางแรง แผนหลังเย็นวาบ แมนางหวงพลิกตัว ด้านข้างวางเปลา นางรีบลุกขึ้นนั่ง ห้องของแมนางหวงไมมีสาวใชเฝ้ายามวิกาล นางคลุมเสื้อแลว ลุกขึนยืน หลังจากฝนหยุดลง ฺฟากฟ้ายามราตรีแจมใสขึ้น แมนางหวง เดินออกไปยืนบนระเบียงแมไมตองมี แสงไฟตะเกียง ลมหอบหนึงพัด โชยมาจนนางตัวสั่นไมหยุด ภายในลานบานเงียบสงัด แมนางหวงเงี่ยหูฟัง เสียงโครมครามที่ลอยมารำไร ตรงคลังเก็บของที่ตั้งอยูที่เรือนท้ายด้านหลังบ้าน ห้องห้องหนึ่ง มีไฟสวางอยู่ ลายฉลุบนหน้าตางที่อยูไกลออกไป สะทอนเงารางคน
อยางชัดเจน คนรูปรางสูงใหญยกบางอยางขึ้น กระแทกลงไป เบื้องลางอย่างแรง กระบอกไมไผแตกแยกตกลงมา ฟ่านเจียงหลิงที่สวมเพียงอาภรณ์ตัวบางหยิบไผทอนหนึ่งขึ้น มาอีกครั้ง เสียงฝีเท้านอกประตูทำให้เขาหยุดมือลงฺขมวดคิ้วมองไป แมนางหวงยืนอยูตรงนัน “ทานกำลังทำอะไรหรือ” แมนางหวงถามดวยความตกใจ มอง ทอนไผที่ผาแยกระเกระกะอยู่ในห้อง อากาศหนาวแลว หากไมเรงมือทำใหเสร็จโดยไว เสี่ยวเป่าจะ ไมทันไดเลน” ฟานเจียงหลินบอก พลางยกขวานขึนอีกครั้ง เสียงโครมครามดังขึ้น กระบอกไม้ไผ่แยกออกแล้วรวงลงมา กอนหน้านี้ฟานเจียงหลินพาเสี่ยวเป่าไปเป็นแขกที่บ้านเพื่อน รวมสังกัด เห็นที่บ้านเขาใช้ไผมาสร้างเป็นบ้านเล็กซ เสี่ยวเป่า โวยวายจะเอาด้วย ฟานเจียงหลิงจึงซื้อไผกระบอกลำใหญ่จำนวน หนึ่งมาสร้างให้เสี่ยวเป่า
“เซนนั้นภก็ไมต้องทำถึงขนาดดึกดื่นไมหลับไมนอนก็ได้นี่นา ยิ่งไปกวานั้น ไมใชวาไมมีบาวไพรรับใช้เสียหนอย” แมนางหวงทั้ง โมโหทั้งขบขัน
ฟานเจียงหลิงหัวเราะ วางขวานในมือลง “นอน แไมหลับเลยมาที่นี่ ทั้งยังอยูวางๆ ด้วย” เขาเอย แมนางหวงขมวดคิว นอนไมหลับอีกแลวรึตังแตนองสาวออกจากเมืองหลวงไป เขา
ก็นอนไมหลับมาหลายวันแลว “ทานอยากังวลใจไปเลย” นางเอยพลางหยิบอาภรณทีแขวนไว้ อีกด้านมาคลุมให้ฟ่านเจียงหลิง คนมากมายเพียงนัน ระหวางทาง ล้วนมีทางการรับสงแม้วาซงผิงจะไกลยิ่ง แตนางก็ไมใชคนใน ตระก ลคนยากคนจนเสียหนอย.
นางพรำบน ฟานเจียงหลิงใจลอย “ไปได้กี่วันแล้ว” เขาโพลงถามขึ้น “เพิ่งจะสองวันเอง พรุงนี้ก็เป็นวันที่สามแลว” แมนางหวงบอก หัวเราะออกมาอีกครั้งอยางอดไมได “ดูทานสิ มัวแตหวงคิดถึง
น้องสาว กระทั่งไปได้กี่วันกึลืมไปแล้ว’ ฟ่านเจียงหลินสูดหายใจลึก ไมได้เอยคำใด “ไปเถอะ’ เขาเอย “กลับไปนอนเถอะ’ “ฟ้าใกลจะสางอยูแลว” แมนางหวงบนไมพอใจ ภาย ในเรือนกลับเขาสูความเงียบอีกครั้ง คายทหารรักษาพระองคนอกวัง คนและม้ากลุมหนึ่งตั้ง ขบวนออกมาเขาแถวกับกลุมทหารมาหุมเกราะทีกลับมาจากการ ลาดตระเวนในเมือง “ใต้เท้าเสี่ยวโจว” หนึ่งในนั้นที่นำขบวนเอยเรียกด้วย ความตกใจ “เหตุใดจึงเป็นเจาอีกแลว’ “ขามาแทนคนอืน เปลียนเป็นกะกลางวัน” โจวฝู่เอย คนผูนันพยักหนา มองโจว ฝูพากองทหารไปลาดตระเวนที่ เมืองหลวง “เนี่มันรังแกคนชัดต” มีคนหนึ่งเอย ขึ้นเบาๆ “นันสิ เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพระชายาจิ้นอันจวิ้นออง สุดท้าย จิ้นอันจวิ้นอองถูกไลออกจากเมืองหลวง ซ้ำตอนนั้นพระชายาจิ้นอัน
จวินอองก์เป็นปรปักษกับตระกูลเกา หากเขาไดอยาสุขสบายสิถึง จะแปลก” อีกคนกระซิบบอก ‘แตตระกูลเกาก็โดนไลออกจากเมืองหลวงเหมือนกันนะ’ มีอีกคนฉงนขึ เน ประช โยคนี้เรียกเสียงเหน็บแนมออกมาอย่างพร้อมเพรียง ‘ตระกูลเกาจะไมโดนไลออกมาได้อย่างไร อยาลืมสิวาคนที่ สูงสงที่สุ ด ในเมืองหลวงนั้นตระกูลอะไร” ลมราตรีทำใหคำวิพากษวิจารณของพวกเขากระจัดกระจายไป ลอยเข้าโสตโจวฝูไปอยางเลอะเลือนไมชัดถ้อยแลว ไมต้องได้ยินก็รู้วาพวกเขากำลังคุยอะไรกัน ตั้งแตอยูที่คาย รักษาการของเมืองหลวงตอ คำพูดพรรค์นี้ก็ได้ยินจนหนาหูจนเกิน
ทน
โจวฝู่มองไปเบื้องหน้า ประตูเมืองสูงใหญ่ในราตรีเห็นได้ เลือนราง
“โชครายจริงที่ฝนหยุดแลว มิฉะนั้นยังสามารถหาที่หลบฝนสัก ที่ ใหถึงพรุงนื้อยางถูฯ ไกฯ ไปได้” ทหารหุ้มเกราะด้านข้างพึมพาขึ้น
“เวลาเชนนี้จะเกียจคร้านไมได้” hโจวฝูเอย|ขึ้น “เวลาเซนนี้คือเวลาใดรี” เทหารหุ้มเกราะถามด้วยเสียงฉงน มองใบหน้าใต้คบเพลิงของโจว ฝูที่เครงขรึมไมน้อย คอนคืนหลังฟากฟ้าราตรีเริ่มทอแสงขึ้นมา เดิมที่เป็นชวงเวลา ทึ่งวงงุนที่สุดและอยากจะผานไปได้ที่สุด “องค์รัชทายาทใกล้จะอภิเษกแล้ว ป้องกันเมืองอย่างรัดกุม ไมอาจหยอนยานได” โจวฝูเอย องครัชทายาทอภิเษกสมรสอยางนันรี อง ครัชทายาทที่สติไมดีผูนั้นนะหรือ ยิ่งไปกวานันเจ้าสาวยัง lนลูกสาวของอำมาตย์เฉินอีก มีอะไรให้ป้องกันกัน บรรดาทหารหุมเกราะพากันขานรับแลวเรงมาลาดตระเวน
ออมเมืองทามกลางราตรีกาล
โจวฝูแหงนหนาขึนมองทองฟ้า ฟากฟ้าราตรีหลังฝนตกสดใส แจมชัดและเงียบสงบฺเขาดึงสายตากลับมาเรงม้าขึ้นไปหน้าสุด เมื่อวนรอบประตูเมืองทั้งสี่ทิศครบรอบหนึ่งฟากฟ้าก็คอยๆ สวางขึ้น สีหน้าของบรรดาทหารหุ้มเกราะแฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้า
ไมนอย “เอีกเดี่ยวประตูเมืองเปิดจะไปกินน้ำแกงร้อน” เสียหนอย” “ไปร้านตรงหัวสะพานถนนตะวันตกนะ รสชาติ ขดั้งเดิมที่สุด’ ทุกคนหัวเราะพูดคุยพลางควบม้าไปยังประตูเมืองฝั่งเหนือ กะ วารอ ใหประตู เมืองเปิดก็จะเขาไป โจว์ฟฝูที่อยูหน้าสุดยังคงเงียบงัน จูฯ เขาก็ดึงมาใ ให้หยุ ดลง คนอื่น” ไมทันตั้งตัวจึงเกือบชนเข้า “ใต้เท้าเสี่ยวโจว” ทุกคนเอยเรียกถาม โจวฝูมองไปเบื้องหน้า มีคนมา” เขาเอย บรรดาทหารหุ้มเกราะต่างหันไปมอง เป็นดังที่เขาพูด บน ถนน เใหญ่ไกลลิบนั่นมีม้าตัวหนึ่งควบทะยานมา “หากรอเข้าเมืองตอนนี้คงจะมาเร็วเกินไปหนอย” มีทหารหุ้ม เกราะนายหนึ่งเอย|ขึ้น ในทุกฯ วันกอนที่ประตูเมืองจะเปิดจะมีคนทยอยกันมารอหน้า ประตูเมือง ฺทวาเช้าตรูเพียงนี้คนที่มารอจึงยังไมมาก
พวกเขาหรี่ตาลงใกล้เข้ามาเรื่อยต ก็เห็นคนบนหลังม้าสวม อากรณ์ธรรมดาเรียบๆ ได้อยางชัดเจน ไมใชทหารสงสาร ทุกคนจึง ไมไปสนใจ กระตุกม้าเดินไปเบื้องหน้าอยางไมรีบไมร้อน พลาง ปรึกษากันต่อวาจะไปกินอาหารที่ไหน โจวฝูมองคนผู้นั้นควบม้าใกล้ประตูเมืองอยูตลอด ตะโกนขึ้น คำเดียววาใหรีบเปิดประตู บนประตูมีคนชะโงกหน้ามาดู ประตูก็ถูก
ดออก
‘เขาไปแลว เขาเอย
บรรดาทหารหุ้มเกราะได้ยินประโยคนี้ของเขาก็หยุดพูดคุยกัน แลวมองไป ทันใดนันก็ตางตกใจกันหมด ไม่ใชทหารสงสารไมใชม้าเร็วสงขาวดวน นึกไมถึงวาจะสา
มารถตรงเขาเมืองไปไดเลย
“เป็นใครกันนะ’
เปลวเพลิงในวัดคอย มอดลง ฺฟากฟ้าสีครามสวางทำให้ ภายในวัดพังๆ แหงนี้มืดสลัว ฉิงเจียวเหนียงพลิกตัว แขนทียืดออกไปชนโดนคนเขา
คนผูนันผลักแขนนางออกไป ฉิงเจียวเหนียงลืมตาขึ้น เงาที่นั่งข้างกายของคนผู้นั้นปกคลุม นางไว
“เฉิงฝัง” เห็นนางลีมตาขึ้น จิ้นอันจวิ้นอองก็รีบเอยเรียก “เจ้านี่ก็หลับลงได้จริงๆ!” ฉิง เเจียวเหนียงหลับตาลงอีกครั้ง ยื่นมือไปตบขาเขา ‘ยังเชาอยูเลย นอนเถอะ’ นางเอย ในน้ำเสียงแฝ งดวยความ งวงงุนไมน้อย จิ้นอันจวิ้นอองกัดฟัน เยื่นมือไปคว้าไหลนางไว้ “ฟ้าใกล้จะสางอยูแลว’ เขาเอย “เจาหลับไปทังคืนแลว พอได
แลว
เฉิงเจียวเหนียงที่นอนอยูบนหมอนจึงลืมตาขึ้นมองเขา
“ขายังนอนไมพอ” นางเอยดวยเสียงเกียจครานและออนเพลีย ฟังดูแล้วนาสงสารไมน้อย มือจิ้นอันจวิ้นอองคลายลงอยางห้ามไมได้ ทำเรื่องใจกล้าเซนนั้นก็ต้องเหนื่อยล้าอยูแล้ว มานับดูแล้วนอน ไปแคครึ่งคืนเทานั้น นอนไมพอจริงๆ นั่นแหละ. ภายในหองเงียบงันลงฺทามกลางสีครามสลัวเฉิงเจียวเหนียง
มองสีหนาลังเลของเขาก็หัวเราะออกมายกใหญ่
นางหยอกเยาตนอีกแลว! จิ้นอันจวิ้นอองพลันได้สติ เหมือนกับเมื่อครูที่จุมพิตตนฺที่ต่างก็คือตอนนั้นอยูตอหน้า สายตาผู้คนมากมาย แตยามนี้มีเพียงพวกเขาสองคนเทานั้น จิ้นอันจวิ้นอองสีหน้าเหอแดง เคิ้วขมวดมุนฺมือที่กุมไหลนาง จึงออกแรงดึงมากขึ้น “เฉิงฝัง!” เขาตะคอกเสียงเขม “เจาคิดวาขาจะไมโกรธเจ้า ใชหรือไม”
เสียงตะคอกนี้ทำเอานายทหารภูที่พิงกำแพงสัปหงกลุกขึ้นนั่ง ตัวตรงโดยพลัน “ตื่นแล้ว!” เขาเอยเสียงเบา พยุงขันทีจิ่งที่อยูด้านข้างให้ลุกขี้ เร็ว เร็วเข้า ครานี้ถามได้แล้วกระมัง” ขันทีจิ่งยื่นมือไปดึงเขาไว้ทั้งๆ ฺที่หลับตาอยู “อยาเสียงดัง” เขาพึมพำ”เรื่องผัวๆ เมียๆ .เพิ่งจะเริ่มขึ้นเอง” นายทหารกูสายหนาดวยความไมพอใจ “เมื่อคืนก็นาจะคุยกันชัดเจนแล้ว ยืดเยื้อมาถึงตอนนี้ แคมองก็ รู้วาภรรยาไมเชื่อฟังสามีแล้ว ยังมีอะไรให้ต้องพูดอีก รีบพูด เรื่องสำคัญเสียแตทีแรกสิ” เขาพึมพำ เฉิงเจียวเหนียงที่ถูกดึงให้ลุกอยู่ภายในห้องมองเขา “ใชนะสิ ตอไปไมรู้ แตตอนนี้ไมมีทางโกรธหรอก’ นางเอย พลางอมยิมพยักหนา แมรอยยิมของนางจะยังคงจางๆ เหมือนเมือกอน แตไ ไมรู เพราะตนเดือดดาลรอนใจหรือไม จึงเห็นแววตานางเต็มไปดวยแวว
หยอกลอ
เขาสูดหายใจลึก ปลอยมือออก ‘แตข้าจะเจ็บปวดใจ” เขาเอยอยางช้าๆ “เจ็บปวดที่เจ้าไมเชื่อ ขา เจ็บปวดที่เจ้าไมสนใจข้า”
เฉิงเจียวเหนียงมองเขาตังตัวตรง .ใช” นางเอยพลางยกมือขึนคอมกายคำนับ เฉิงฝังทำผิดไป” จิ๋นอันจวินอองมองนางโดยไมพูดอะไร “ข้ารู้วาเรื่องที่ทำไปครานี้อันตรายเกินไป” เฉิงเจียวเหนียง ลุกขึ้นเอย ‘เก็เพราะข้ารู้วาทานเป็นหวง ทานเสียใจ ดังนั้นข้าจึง ไมอยากบอก อีกทั้งโอกาสของเรื่องในคราวนี้แคกะพริบตาก็จะสูญ เสียไปได้แล้ว ข้าไมมีเวลามากพอมาโน้มน้าวให้ท่านยอม’ นางเอยถึงตรงนี้ก็คอมกายคำนับอีกครั้ง “ฟังปอจงโปรดอภัยให้ด้วย’ “ข้ารูวาเจ้ามีเหตุผล และขากรูเหตุผลนั้น แตเฉิงฝั่ง เจ้าเคย คิดบ้างหรือไมวาหากเจ้าพลาดพลั้งล้มเหลวแล้วจะทำเซนไร” จิ้นอัน จวินอองเอยเสียงเครง
“ไมเป็นไร พวกเขาไมมีทางรู้วาเป็นข้าหรอก ข้าพกสิ่งหนึ่งไป ดวย สามารถระเบิดไดในฉับพลัน จุดทำลายรางของขา.. เฉิงเจียว เหนียงเงยหน้าขึ้นเอยด้วยดวงตาเป็นประกาย ยังพูดไมทันจบฺ ฺจิ้นอันจวิ้นอองตวาดขึ้นเสียงดัง “หุบปาก!” ยังพูดไมทันจบฺเขาก็ลุกขึ้นจากตั่งสี่ขาเดินตรงไปด้านนอกแล้ว “ฟังปอจง” เฉิงเจียวเหนียงร้องเรียก รีบลุกขึ้นตามไป จิ้นอันจวินอองเดินออกไปแล้ว เฉิงเจียวเหนียงหยิบเสื้อกันลมมาหมไว้แล้วเดินตามออกไป นายทหารกู้กับขันทีจิ่งที่อยูด้านนอกคล้ายจะห้ามไว้ จิ้นอัน ขนอองก้าวออกประตูวัดไปโดยไมมองพวกเขาสักนิด “พระชายา นายทหารกู้กับขันทีจิงเห็นนางรีบร้อนมาทางนี้ “ฝ่าบาททรงเป็นหวงพระชายา พระชายาโปรด. ขันทีจิงเอย ด้วยน้ำเสียงพร่ำบน ยังพูดไมทันจบก็ถูกนายทหารกูเบียดไปอีกดานแลว
‘พระชายา ทานรู้ได้อยางไรวาทานชายเกาอยู่ที่นี่ ทานสังหาร เขาอย่างไร แน่ใจหรือวาตายแลว ถูกใครเห็นเขาหรือไม แลว. เขา ถามอยางรอนใจ “ไอหยา เจ้านี่มัน ฺยามนี้ใชเวลามาถามหรือ’ เฉิงเจียวเหนียงยังไมทันตอบ ขันที่ จิงกึกลึงตาพลางตะคอกใส่ “ยามนี้ต้องพูดเรื่องสำคัญ ผานไปนานเพียงนี้แล้ว หาก ไม่รู้เรื่องราวรายละเอียดแล้วจะรับมืออยางไร” นายทหารกู้เอยขึ้น ดวยความรอนรนเชนกัน ระหวางที่ทั้งสองเถียงกันไปมา เฉิงเจียวเหนียงก็เดินผ่านไป
แล
“พระชายา. นายทหารกู้เอยเรียก ถูกขันทีจิ่งดึงไว้จำต้อง มองเฉิงเจียวเหนียงเดินออกไปอยางจนใจ “ทานรีบหนอยสิ” รีบงอฝาบาทแลวพูดคุยเรืองสำคัญเสียที่ ขันที่ จิงสงเสียงถุยออกมา “เจ้าพูดเชนนี้หมายความวาอยางไร หรือจะบอกวาฝ่าบาท กำลังงี่เงาไร้เหตุผลอยู่’
เฉิงเจียวเหนียงทิ้งทั้งสองคนที่กำลังถกเถียงกันไปมาไว้ ด้านหลัง นางเดินออกมามองซ้ายขวาไมเห็นจิ้นอันจวิ้นอองแล้ว บรรดาผูติดตามดานนอกต่างพากันกมหัวคำนับ ปั้นฉินกับชูซินที่กำลังทำกับข้าวอยูอีกด้านกึลุกขึ้นมาด้วย สีหนาเป็นหวง
พอบานเฉา จึงชีไปทางดานหลังเฉิงเจียวเหนียง
เฉิงเจียวเหนียงยกเท้าหันหลังไปทางด้านหลังวัด เห็นจิ้นอัน
จวินอองกำลังสาวเทายาวๆ เดินไป นางรีบตามไปทันที่ พกสิงหนึงไปดวย ฺสามารถระเบิดไดในฉับพลัน ดทำลายราง
จุดทำลายรางเพื่อไมให้คนอื่นรู้วาเป็นนาง._ สามารถระเบิดได้ในฉับพลัน จุดทำลายราง.. จุดทำลายราง. จิ้นอันจวิ้นอองรู้สึกวาทั่วทั้งรางสั่นเทา มือข้างหนึ่งดึงเขาไว้ “ฟังปอจงอยาเสียใจไปเลย” เสียงหญิงสาวเอยอยางออนนุม
จิ้นอันจวินอองสูดหายใจลึก หยุดฝีเทาลง “เจ้าบอกข้าได้หรือไมวาทำอย่างไรข้าถึงจะไมเสียใจ” เขาเอย หันหน้าไปมองเฉิงเจียวเหนียงด้วยสีหน้าเครงขรึม เฉิงเจียวเหนียงมองเขาโดยไมพูดอะไร นางสายหน้า เจ้าบอกข้าได้หรือไมวาทำอยางไรข้าถึงจะไมเสียใจ” จิ้นอัน จวิ้นอองถามขึ้นอีกครั้ง ไมรอให้เฉิงเจียวเหนียงตอบ เขาก็พยักหน้า “อันที่จริงภก็มี นั่นภก็คือไมสนใจ พอไมสนใจก็จะไมเจ็บปวดและไม
สียใจแลว”
เขามองเฉิงเจียวเหนียง “เจ้าหวังให้เป็นเหตุผลนี้หรือ’ เขาเอยพลางยิ้ม “ความจริงแลวไมใช เหตุผลของเรืองนี้มีเพียงอยางเดียว” เขามองเฉิงเจียวเหนียง “เจ้าไมสนใจความรู้สึกขาเลย”