พลิกชะตา หมอเทวดาอันดับหนึ่ง - บทที่ 636 ได้ทราบ
เจ้าไม่สนใจความรู้สึกของขาเลย คำพูดที่ฟังดูแล้วเหมือนโกรธงอนและนาขัน แตเฉิงเจียว เหนียงกลับไมได้ขำนางมองบุรุษที่มีสีหน้าเงียบขรึมตรงหน้า เด็กหนุมที่พบกันครั้งแรกเมื่อห้าปีกอนสลัดคราบความเป็น เด็กออกไปโดยไมทันรู้ตัว เปลี่ยนเป็นชายหนุมที่ใจเย็นและเก็บงำ ความรูสึก “หาปีแลว” เฉิงเจียวเหนียงโพลงขึ้น หาปือยางนันรี พวกเขารู้จักกันมาห้าปีกวาแล้ว จินอันจวินอองเกิดความหวาดกลัวขึนในใจโดยไมทราบสาเหตุ ไมนึกเลยวาการพบกันคราแรกโดยบังเอิญที่หุบเขาครานันจะทำให มีวันนี้ มีคนเทาใดที่พบหน้าคราเดียวก็เสียใจไรที่สิ้นสุด และมีคน เทาใดที่พบหน้าคราเดียวกลับครองคูกันชั่วนิรันดร์
ที่เขาต้องการคือครองคูกันชั่วนิรันดรกับนางไมใชชั่วยามกอน หัวเราะพูดคุยกัน พอหันหลังกลับไมอาจพบเจอกันไดอีก ตายแล้วก็ตายไป อยาได้ใส่ใจ ในใจของนาง ตนเป็นคนที่ไมต้องใสใจคนหนึ่งนี่เอง ยินดีปรีดา ก็ดี เจ็บปวดก็ดี ไมอยากมีชีวิตอยูก็ดี นางลวนไมสนใจ จิ้นอันจวินอองหลุบตาลงฺสาวเท้าเดินไป “ฟังปอจง” เฉิงเจียวเหนียงเอยเรียก ยืนมือไปดึงแขนเสือเขาไว จิ้นอันจวิ้นอองหยุดฝีเท้าลงแตไมได้พูดคำใด เฉิงเจียวเหนียงหลังจากเอยเรียกชื่อในครานี้กไมได้พูดอะไร ออกมาอีก ทามกลางแสงสลัว ภายในวัดหักพัง ทั้งสองคนยืนอยู่ในที่ รกร้างกันอย่างเงียบงัน นางเป็นคนไมพูดโกหกนี่นา จิ้นอันจวิ้นอองมองสตรีที่เอาแตเงียบด้วยแววตาที่อึมครึมขึ้น อีกครัง
“ชางเถอะ” เขาแย้มยิ้มออกมาอีก ดึงแขนเสื้อตัวเองที่นางดึง ไว้ ปัดไปมาเบาต “ข้าตกใจจนขวัญหาย สติเลอะเลือน คำถามนี้ จึงพลั้งปากไป”
เฉิงเจียวเหนียงเงยหนามองเขา ในแสงสลัวนั้นยิ่งขับให้ดวงหน้าเด็กหนุมหลอเหลาขึ้น แต่ เพราะรอย|ยิ้มจางๆ เห็นฟันสีคล้ำเล็กน้อย จึงทำลายความงดงาม ทั้งหมดไป สายตานางกวาดมองเขาตังแตศีรษะจรดเทาอยางเชืองชา รูปรางสูงใหญ่ แตผายผอมไปหนอย รางนี้แทบจะแตกสลาย ไปหลายตอหลายครั้งแลว มิฉะนันภก็คงจะกำยำไดอีกนิด อวนทวม ขึ้นมาได้อีกหนอย เห็นนางหลุบตาลง จินอันจวินอองก์ยิมอีกครั้ง “ข้ารู้ และเคยพูดไปแล้ว เรื่องเหลานี้ลวนเป็นเรื่องเล็กสำหรับ เจา ข้าไมควร์ใช้ความรู้สึกของตัวเองมาเรียกร้อ ง ให้เจ้าเป็น เหมือนกัน” เขาเอยแลวยืนมือไปตบแขนนางเบาๆ ‘เอาละ ไมวา อย่างไรก็ปลอดภัยทุกอย่าง คิดเรื่องพวกนั้นที่เดิมทีไมมีทางเกิดขึ้น
ก็เหมือนหาเรื่องใหรกสมอง ไปเถิด ไปเถิด เรารีบไปพูดคุยเรื่องที่ ใกล้จะเกิดขึ้นกันดีกวา” เขาพูดจบก็ดึงมือกลับ ฺสาวเท้าเดินผานเฉิงเจียวเหนียงไปทาง
เพิ่งจะเดินไปไดสองก้าวภก็มีคนกอดเขาไวจากด้านหลัง จิ้นอันจวิ้นอองฝีเท้าหยุดลง งที่ข้าคิดในตอนนั้น หากตายแล้ว ยังมีเจ้า” สียงดานหลังเอยขึน “ขาตายแลว เจ้าจะจัดการเรืองยุงยากทีเหลือเน” “ข้าตายแล้ว เจ้าจะปกป้องตัวเองให้ดี” “ขาตายแลว เจาจะแกแคนแทนขา” มือที่โอบรอบเอวเขาไว้กระชับแนนขึ้น คนด้านหลังเขาขยับ
แนบ
‘เพราะมีเจาอยฺูขาจึงตายอยางสบายใจ” จิ้นอันจวิ้นอองรู้สึกเหมือนดวงใจถูกใครชกหมัดเข้าใส่ จูฯๆ ลมหายใจก็แทบจะหยุดลง ความรูสึกแปลกประหลาดกำจายอยู่ใน
ทรวง
เห็นอยูวาเป็นคำพูดโศกเศร้าชัดต เหตุใดฟังแล้วจึงทำให้น้ำตา คลอ ขอบตาร้อนผาวขึ้นมาเลา นี่เรียกวาถ้อยคำหวานซึ้งได้หรือไม ที่แท้ยังมีถ้อยคำหวาน:ซึ้ง เซนนื้อยูอีกด้วย หญิงผู้นี้ ง้อคนเกงเกินไปแล้ว! ไมได้การแล้ว อยาได้ถูกนาง ใช้คำหวานมาป้อยอแล้วปลอยผานไปได้งายๆ เด็ดขาด! จิ้นอันจวิ้นเงยหน้าสูดหายใจลึกกำลังจะหันหลังกลับ เฉิงเจียวเหนียงกลับยิ่งกอดแนนขึ้นไมให้เขาหันไป ข้ารู้บางครั้งทุกคนต่างบอกวา ต้องมีชีวิตอยูตอให้ดีมีชีวิต อยูตอให้ดีต่างหากจึงจะสำคัญที่สุด ฺทวาไมได้เป็นเซนนี้กันหมด สำหรับคนบางคนแลว เรื่องบางเรื่องจำเป็นต้องทำหากไมทำละก็ ถึงแม้วาจะมีชีวิตอยูตอ แตก็ไมอาจมีชีวิตตอจากนี้ที่ดีได้” “ฟังป่อจง ข้าอยากมีชีวิตอยูตอกับเจ้าอยางดี ดังนั้น ข้าจึง จำตองไปทำเรื่องบางเรื่อง”
“เจ้ามีเรื่องที่ทานควรทำข้าก็มี เรื่องที่ข้าควรทำเชนกัน ข้า ไมได้ไมสนใจตัวเอง ไมสนใจเจ้าอยางไร้เหตุไร้ผล และไมได้ไมเชื่อ เจ้า เรื่องบางเรื่องมีเพียงข้าเทานั้นที่สามารถไปทำได้ ข้าก็รู้แเนอยู่ แล้วจึงได้ไปทำ” จิ้นอันจวิ้นอองยื่นมือไปดึงมือนางออกแล้วหันกลับมาหา กอด นางเอาไวในออมอก “หากมีวันใดที่ขาอยากใหเจ้าตายกอน” เขาเอย “เจ้าไมต้อง หวงข้านะ สบายใจ เบิกบานมีความสุขฺอิสระเสรี ไร้ความกังวลใดไป
ถิด
เฉิงเจียวเหนียงเงยหนามองเขาแลวยิม
จินอันจวินอองกมหนามองคนในออมกอด ริมฝีปากแนบชิด
หนาฝากนาง
“เจานาสงสารกวาขามามากพอแลว ฺขาไมอยากใหเจาตอง แบกความเศราโศกเสียใจ ความทุกขทรมาน มีชีวิตอยูเพื่อแก้แค้น” เฉิงเจียวเหนียงหลับตาลงเล็กนอย น้ำตาสายหนึ่งไหลรินลงมา นางแนบศีรษะลงบนแผนอกของจิ้นอันจวินออง ฟังเสียงหัวใจเต้น
ตึกตักของเขา ซึมซับอุณหภูมิรางกายที่รอนผาวในยามเช้าของ ฤดูใบไมรวง “อันทีจริงขาตายไปแลวคราหนึง นางพึมพำบอก ดังนันขา
จึงนาสงสารกวาเจ้า” จิ้นอันจวิ้นอองแย้มยิ้มอีกครั้ง เยื่นมือไปเชยใบหน้านาง ให้นาง เงยหนาขึนมองตน
“เฉิงฝัง” เขาเอยดวยดวงตาเป็นประกาย “พวกเรากำลัง
ระบายความในใจกันอยูกระฆัง’ เฉิงเจียวเหนียงมองเขาโดยไมพูดอะไร “เหตุใดการง้องอนของเจ้ากับข้าจึงกลายเป็นแขงกันนาสงสาร ไปได้เลา” จิ้นอันจวิ้นอองเอย กั้มหน้าจุมพิตตรงหน้าผากนาง แล้ว แยมยิม เอาละ เรากลับเขาไปกันเถอะ ควรคุยกันวิธีจัดการปัญหา ที่จะตามมาไดแลว’ เฉิงเจียวเหนียงกลับกอดเขาไวไมปลอย “ไมตองรีบรอนไป นางเอย “มีคนทำเรียบรอยแลว” มีคนอยางนันรี
จิ้นอันจวินอองกมหนามองนาง เทวาไมไดถามอีก เขาแยมยิม กอดนางแนนขึ้นอีกครั้ง “ในเมือเป็นเชนนัน ถาอยางนันก็กอดเจาอีกหนอยแลวกัน”
เขาเอย
ขันที่ จิ่งและนายทหารกู้มองสองคนทางนั้นที่ยืนนิ่งไมไปไหนทั้ง ยังไมได้พูดคุยอะไรกันแล้ว แตกอดกันกลมฺก็พากันปากอ้าตาค้าง ‘ดูทาแล้วตอไปการหยอกเย้ากันนี้จะไมเลือกสถานที่เสียแล้ว ขันที่ จิงพึมพำ “ฟ้าใกล้จะสวางแล้วด้วย” นายทหารภู่ยื่นมือไปชี้ฟ้าพลาง กัดฟันแนน “เก็ใชนะสิ ฟ้าแจ้งกลางวันแสกๆ มือย่างนี้ที่ไหนกัน” ขันที่ จิงพยักหนาเอย
นายทหารกูรอนใจจนขวนกำแพง “ข้าหมายถึงวาฟฬาใกล้จะสวางแล้ว จะพูดเรื่องสำคัญได้ หรือยัง!” เขากัดฟันเอย “ฟ้าจะสวางอยูแล้ว จะปกปิดทุกอยางไว้ ไมอยูแลว จะจัดการอยางไรกันแน!ฺข้ารอนใจจะตายอยูแลว!”
ในขณะนั้นเอง ในศาลาวาการอำเภอที่ใกล้ที่สุดฺนายอำเภอ ชิงหยวนภก็กำลังเดินกลับไปกลับมาในห้องด้วยความร้อนใจเชนกัน ภายในห้องไมได้จุดไฟ มืดสลัวไปทั้งบริเวณ จูซ ก็ชนเข้ากับ โตะเกิดเป็นเสียงโครมครามขึ้น “นายทาน” มือหนึ่งยื่นจากภายในมานเลิกมานขึ้น เผยให้เห็นสาวงาม อรชรชะโงกหนามามองอย่างเกียจคราน ภาย ใต้ความมืดสลัวจะเห็นวาบุรุษคนหนึงกำลังยื่นมือไปลูบขา ดปากดวยความเจ็บ “นายทาน” สาวงามรีบลุกขึ้นลงจากเตียงมา “จะดื่มชาหรือ เจาคะ หมอมฉันจะทำให”
นายอำเภอผลักนางออกอยางอารมณเสีย “ไป ไป ากลับไปนอนไป” เขาเอยดวยความรำคาญ สาวงามอรชรบอบบางยิ่งถูกผลักล้มลงกับพื้น “นายทาน” นางขุนเคืองและนอยอกนอยใจ “ทานเป็นอะไรไป เจ้าคะ หมูนี้เอาแต่ใจลอย’
พูดถึงตรงนี้กแคนเสียงออกมา “ชูหยินวาอะไรมาอีกใชหรือไมเจ้าคะ’= นายอาเภออุทานออกมา “ในหัวมีแตเรื่องเซนนี้รี” เขายื่นมือไปจิ้มศีรษะสาวงาม เอยวา รู้หรือไมวาข้าจะทำการใหญ่ใด” “ไมรูหรอกเจาคะ” สาวงามบอก “ไมรูก็ไสหัวกลับไปนอน’ นายอำเภอถลึงตาใสพลางเอย “อยา มาตอแยใหขารำคาญ มิฉะนันจะขายเจ้าทิง” สาวงามพลันโวยวาย สะบัดแขนเสือแคนเสียงเดินหลีกไป นายอำเภอจึงเท้าโต๊ะไว้นึกไปถึงคำพูดของสาวใช้วาดื่มน้ำชา ก็๊รู้สึกกระหายขึ้นมา จึงยกกาน้ำชาขึ้นมาเท เพิ่งจะหยิบแก้วชาขี้น เน เสียงฝีเท้าเรงรีบก็ลอยมาจากหน้าประตู “นายทาน นายทาน แยแลว!” มีคนตะโกนขึนดานนอก นายะ เอำเภอก็เยจริงๆ แล้ว สำลักชาคำหนึ่งอยางรุนแรง ภาย ในหองพลันโกลาหลขึน
“เจ้าทำอะไรนะ ตะโกนโหวกเหวกดึกต ดื่น” เรียกผีรี!” สาวงามลูบหลังนายอำเภอพลางดาใหดานนอกไปดวย นายอำเภอกลับไมรับความหวังดีจากสาวงาม ตรงกันขามกลับ
ผลักนางออก สำลักออกมาติดๆ กันพลางพุงออกจากประตูไป บุรุษด้านนอกสีหน้ากระวนกระวายใจ “เกิดอะไรขึ้น” นายอำเภอเอยถามเสียงสั่น “เกิด เรื่องแล้วขอรับ” บุรุษคนนั้นกระชิบบอกเสียงเบา นายอำเภอรู้สึกวาหัวใจพลันหยุดเต้น สำลักสักคำก็ไมมีแล้ว ยื่นมือไปกุมดวงใจไว้ “สำเร็จหรือไม” เขาถามเสียงสั่น ‘เมื่อเที่ยงคืนก็มีคนมาสงขาวแลว ข้าน้อยไปดูมาด้วยตัวเอง แลวดวย” บุรุษคนนันกดเสียงเบาเอย นึกไปถึงภาพเหตุการณ์ ตอนนันสีหนาก็เกิดความหวาดกลัวขึน มันชาง…นาอนาถยิ่ง..
เขาเอยพลางคอมกายลง
“นายทาน ฟ้าจะสวางแล้ว รีบไปเถิด” นายอำเภอสีหนาเปลียนแปรไป มองไปดานนอก
ไปฺหรือวาไมไปดี ทำหรือจะไมทำดี หากทำมีโทษสถานหนักคือตัดหัว.
เขาลำบากตรากตรำอานหนังสือสอบเขารับราชการมาสิบปี กวาจะได้เป็นขุนนางฝ่ายบุนได้ ยังต้องรอปีนขึ้นสูตำแหน่งสูงได้โดย ไมเปลืองแรงอีก “นายทาน เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว หากทานไมไป คนเขาก็ จะมารายงานอยูดี นี่เป็นเรื่องไมช้าก็เร็วต้องเกิด ไมสู้ทำอันที่ดีดีกวา นะขอรับ” บุรุษคนนั้นมองออกวาเขาลังเลจึงรีบเกลี้ยกลอม แมวา คนหนึ่งจะฟังดูแล้วมีชื่อเสียงไมน้อย แตบางครั้งชื่อเสียงก็สู้อำนาจที่ แท้จริงไมได้นะขอรับ นั่นเป็นอำนาจที่สามารถตัดสินความเป็นตาย ของนายทานไดเลยนะขอรับ’
นันธสิ เขาลำบากตรากตรำอานหนังสือสอบเขารับราชการ มาสิบปีกวาจะไดเป็นขุนนางฝ่ายอักษรได้ ยังต้องรอปีนขึ้น เตำแหนงสูงได้โดยไมเปลืองแรงอีก จะพลาดโอกาสนี้ไปได้อยางไร! นายอำเภอตบหนาขา
“ไป” เขาเอยโดยไมมีเวลามาเปลียนเป็นชุดราชการอะไรทั้งนั้น ‘เร็วเข้า ร้องเรียกคน ฺตี ฆ้องร้องป่าว ไลลาโจรขี่ม้าปล้นชิง” บุรุษคนนันขานรับเสียงดัง
ภายในเมืองหลวง เกาหลิงปอลีมตาโพลงขึ้น สายตาสลัวใน มานมุง เขามองมุงอยางเหมอลอย ยืนมือมากุมดวง จุ. คล้ายจะฝันร้าย แตก็จำไมได้วาคืออะไร เป็นลางรายอยางนันหรือ ความคิดแลนวาบ เกาหลิงปอขมว เดคิ้วลุกขึ้นนั่ง เขาไมเคยเชื่อ ลางสังหรณอะไรมากอน แตในใจก็ยังวิตก
แมจะเตรียมการไวพรอม เตรียมพรอมรับมืออยางดี ครังเดียว ไมสำเร็จ ครั้งหน้าก็เตรียมไว้พร้อมสรรพแล้ว เดินหน้าโจมตีได้ ถอย มาเฝ้าระวังได้ ทวากอนที่เรื่องราวจะจบสิ้น ภก็ยังคงทำเอาสบายใจ
อยู่
เขาเลิกมานมุงขึน ภายในหองมืดสลัว ฟ้าจะสวางแล้ว สำเร็จหรือไม ขาวคราวนาจะสงมาแล้ว “ใครก็ได้” เขาเอยขึ้น นอกหองชันในมีสาวใชสองนางเขามาทันที่ คำนับใหอยาง นอบนอม จากนันภก็คุกเขาลงคนหนึงชวยเขาสวมรองเทา อีกคนถือ ถวยชามาให เกาหลิงปอรับมาบวนปาก บวนลงบนรางสาว วใชที่คุกเขาอยู่ พลางลุกขื้นยืน เนื่องจากรังเกียจกลิ่นกระโถนที่แปลกแปรง ข้างกายเกาหลิง ปอจึงไมใช้กระโถน แล้วเอาสาวใช้มาเป็นกระโถนแทน หลังจากบ้วนปากลางหนาเรียบรอย เกาหลิงปอก็เดินไปยัง ระเบียง เพราะเมื่อวานฝนตกหนัก ในลานบ้านจึงระเนระนาด เขา จึงรำไทเกกอยูบนระเบียงนัน คนรับใชในเรือนตางเริมทำงาน นกบนระเบียงก็เริมสงเสียงรอง
ขัน
เกาหลิงปอรำเสร็จ เหงื่อออกไมน้อย ยืนตัวตรงอย่าง ผอนคลาย รับไม้ไผจากสาวใช้มาเลนกับนก ฟากฟ้าสวางขึ้นแล้ว ในขณะนันเองนอกประตูเรือนมีเสียงโวยวายลอยมา คนกรูกัน เขามาคุกเขาลง ไม้ไผ่ในมือเกาหลิงปอหยุดชะงักเล็กน้อย สีหน้ายังคงเรียบนิ่ง “เกิดอะไรขึ้น” เขาเอย “ทำไมสำเร็จรี” ผู้มาใหมค้อมกายโขกศีรษะร้องไห้ยกใหญ่ ใตเทา ทานชาย…ไปแลว. เสียงร้องหมร้องไหทำให้คนภายในเรือนสีหน้าพลันเปลี่ยน ทานชายไปแล้วอย่างนันรี ไปไหนเลา เกาหลิงปอนิ่งอึ้ง “ใตเทา ใตเทา” คนภายในลานบานรองไหพลางโขกศีรษะกัน ไมหยุด “ทานชายสิบสี่ถูกคนฆาตายแล้ว ถูกคนฆาตายแล้ว” เสียงร้องไห้ยังไมทันหยุด เสียงนกร้องดังก็พลันหายไป ทันใดนันกลับกลายเป็นไรเสียง
นกที่เพิ่งจะกระโดดไปมาอยู่ในกรงถูกไม้ไผด้ามหนึ่งแทงทะลุ คอ ไม้ไผวางอยูบนกรงแขวนนกขึ้นมา นกที่ยังไมสิ้นสมชักกระตุก ชาต
ภายในเรือนเงียบงันไรเสียง บรรดาสาวใชบนระเบียงสีหนา
ซีดเผือด
“เจาวาอยางไรนะ” ในที่สุดเกาหลิงปอก็หันหน้ามา มองบุรุษที่คุกเขาโขกหัวพลาง เอยทีละถอยละคำ สีหน้าเขายังเหมือนเกา กระทั่งความตกใจยังไมมี เทวาเขาสู สายตาของบุรุษคนนั้นแล้วทำเอาตัวสั่นอยางอดไมได้ “ใต้เท้า ทานชายสิบสี่ถูกคนฆาตายแล้ว.” เขาไมกล้ามองให้ มากไปกวานี้`โขกศีรษะกับพื้นไว้พลางร้องไห้ เกาหลิงปอสาวเท้าเดินลงไป่อย่างช้าๆ “ทานชายสิบสี่นะรี” เขาเอย “ทานชายสิบสี่ไหน ทานชายใน เมืองหลวงมีถมเถไป เรียงลำดับที่สิบสี่ก็มีมากมาย ไมทราบวา เจาหมายถึงทานชายสิบสีไหน”
เขาเอยพลางเดินมาถึงเบื้องหน้าบุรุษที่คุกเขาโขกหัวแล้ว
กั้มหน้ามองจากที่สูงพลางโน้มกายลงแสงอรุณคอยศ สวางไสวสอง ลงบน .ใบหน้าเขาเป็นเงาทะมึน บุรุษที่คุกเขากับพื้นตัวสั่นสะท้าน ไมกล้าเงยหน้าขึ้นแม้แตน้อย เกาหลิงปอโน้มตัวลงราวกับภูเขาลูกใหญกดทับลงมา จนเขาไร้ แม้กระทั่งเรี่ยวแรงจะเปลงเสียง “ใต้เท้า.” เที่ปรึกษาที่ตามเข้ามาก็คุกเขาลงด้วยเชนกัน เสียงทั้ง เจ็บใจจทั้งตระหนกอยางยากจะปิดบัง “ได้โปรดอยาเศร้าโศกเลย
ขอรับ!”
เกาหลิงปอมองคนบนพื้นแลวหัวเราะ
‘ขานะรีจะเศราโศก” เขาเอย “ขาจะเศราโศกเรืองอันใด ทานชายสิบสี่ของข้าตายอย่างนั้นหรือ ลูกชาย เกาหลิงปอจะตายไดอยางไร” พูดถึงตรงนี้กึยกเท้าถีบบุรุษที่คุกเขาอยูตรงหน้า ลูกชายเกาหลิงปอจะตายไดอยางไร!”
สีหน้าเขาบูดบึ้ง ทั่วทั้งรางสั่นเทิ้ม เยื่นมือออกไปพลางตวาด เสียงสูง