พลิกชะตา หมอเทวดาอันดับหนึ่ง - บทที่ 637 เคลื่อนไหว
เสียงรองไหลอยมาจากภายในหอง ทุกคนในตระกูลเกา เศร้าโศกกันไปทั่วทั้งเรือน “ใตเทา พวกฮูหยินปลอดภัยกันดี ผานบ้านใตเทาซงที่ลา ออกจากราชการ จึงโดนรั้งให้พ้ักอยู่’ ที่ปรึกษาคนหนึ่งเอยบอกเสียงเบา เกาหลิงปอนั่งเท้าเขาร้องไห้ “เหตุใดสิบสี่จึงตามไปด้วย’ เขาเอย “บอก าให้เขาอยู่ที่เดิมไม่ให้ ขยับไปไหนมิใชหรือ” พูดถึงตรงนี้๊ก็ยกมือขึ้นคว่ำโต๊ะอยางแรง บรรดาขุนนางภายในหองกาวถอยหลังไป่อยางอดไมได คนพวกนันละ คนทีติดตามเขาไปพวกนันละ พวกเขาดูแลสิบ สี่กันอย่างไร หรือไปยืนมองสิบสี่ตายอยางนั้นรี” “ทานชายสิบสี่ไมได้ไปขอรับ ทุกคนต่างทำตามคำสั่งของทาน กันหมด” เอีกคนรีบรอนเอยบอก “พวกเขาอางเรืองเยียมหาสหายเกา
ออมไปรออยูอีกดาน ไมไดเขารวมการปลนฆาดวย’ ข้ารู้อยู่แล้ววาสิบสี่ของข้าแม้จะกำเริบเสิบสานไมมีกาลเทศะ แตเวลาทำสิ่งใดนั้นยังคงเชื่อฟังกันอยู่’ เกาหลิงป่อเอยทั้งน้ำตา สิบสีเอย สิบสี่ของเขา “ใตเทา ใตเทา ทานชายสิบสี่ถูกคนฆาชิงทรัพย์นะขอรับ” ทีปรึกษาเอย ‘
ตอนที่ข้าน้อยเรงรุดไป คนยี่สิบกวาคนตายกันเกลี้ยงแล้ว” คนที่มาสงขาวคุกเขาอยูกับพื้น เอยด้วยเสียงอันสั่นเครือ ดูจาก สภาพที่เกิดเหตุตอนนั้นแล้ว ถูกคนไมน้อยฆาตายแนขอรับ คนยี่สิบ กวาคนมีรอยแผลบาดเจ็บทีแตกต่างกันหมด ทานชายถูกลูกดอก เป่าทะลุคอจึงตาย ไม่รู้วาอีกฝ่ายมีกันกี่คน ฺข้าน้อยไมกล้าอยูตอ จึงรีบกลับมารายงาน’
ทะลุคอ.
ในโลกนี้ยังมีสิ่งที่เสียใจได้ยิ่งกวาการได้ยินสภาพการตายของ ลูกชายกับหูตัวเองอีกหรือ
เกาหลิงปอรองไหออกมาอีกครั้ง “กำลังตรวจสอบอยูวาเป็นใครขอรับ.. ทีปรึกษาคนหนึงเอย เสียงเบา
“ไมตองตรวจสอบแลว’ เกาหลิงเป่ารองพลางบอก “ยังมีอะไร ต้องตรวจสอบอีก ยังไมชัดเจนอีกหรือ’ เจ้าอยากฆาใคร คนนั้นก็อยากจะฆาเจ้าเชนกัน นี่เป็นโอกาสหนึ่ง เป็นโอกาสของเจ้า และยอมเป็นโอกาสของ คนอืนดวยเชนกัน เกาหลิงปอก็เงยหนาขึน ‘แยแล้ว.” เขาเอย|ขึ้น สีหน้าเจ็บปวดพลันเปลี่ยนแปลงไป
นายอำเภอชิงหยวนจามออกมาอยางแรง แสงอรุณคอยศ สวางขึ้นอยางช้าๆ คอยศ ขับไลความ หนาวเหน็บของยามราตรีออกไป
ทวาเห็นสภาพตรงหน้าแลว นายอำเภอพลันสั่นเทาไปทั่วทั้ง
ราง
ศพถูกยกไปไวขางถนนแลว มีคนกำลังคลุมผ้าขาวหรือไมก็ สือลงบนศพทีละศพ เดิมทีศาลาวาการจะทำเชนนี้น้อยนัก แต่เพราะใจ เขารูดีวา ครานี้จะต้องเผชิญหน้ากับบุคคลเซนใด ดังนั้นจึงระดมคนมา คิดวา อยางไรเสียก็เป็นเกียรติ และถือวาเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยฯ |ก็แล้วกัน ยามนี้สิ่งที่วางอยู่ตรงหน้านายอำเภอคือศพที่ยังไมได้คลุม เสื่อ อ ผ้าของศพยุงเหยิง ทั่วรางมีแตเลือด ใบหน้าบนลำคอใหญ่ เละเทะ เห็นไดชัดถึงความทรมานกอนตาย “ทะ ทาน. ฟันบนลางของนายอำเภอกระทบกันสงเป็นคำที่
ไมชัดเจน
“นายทาน” ผูติดตามดานขางเอยถามดวยความสงสัย เหตุใดนายทานpจึงมีสีหน้าเปลี่ยนไปมากเพียงนี้ได้
เห็นศพมากมายแลวตกใจขวัญหายหรือ
นาจะใช เตั้งแตมาถึงที่นี่ นายทานภก็ดูหลบฯ เลี่ยงๆ คล้ายอยาก จะดูและไมกล้าดู พอทำใจกล้ามองดฺู สุดทายก็ตกใจจนขวัญเสีย ศพนี้หากยังมีชีวิตอยู คนเทาใดที่แทบอยากจะคุกเขาลงจูบบน หลังเท้าเขา ไมใชเผยสีหน้ารังเกียจเหยียดหยามเหมือนยามนี้ คนเหลานี้เดิมทีก็ไมรู้จักวาศพนี้เป็นใครอยูแล้ว คนที่สูงสงเพียงนั้น บรรดาคนงานเหลานี้จะรู้จักได้อยางไร ได้ เจอหนาสักครังยังตองจุดรูปไหววอนเลย คนที่สูงสงเพียงนัน เขามอบเงินและผลประโยชนไปมากมาย เทาใดจึงจะไดพบหนาลักครัง แคพบหนาครังเดียวก็ไดรับประโยชน ที่ดีเชนนี้มาแล้ว คนแบบนี้ นึกไมถึงวาจะกลายเป็นศพไปแลว ไมสิ ไมสิ ไมได้หมายความวาอยางนั้น .โจรขี่ม้าปล้นชิงโหดเหี้ยมอำมหิตนัก…ชางกำเริบเสิบสาน
บรรดาคนงาน เในศาลาวาการที่ยืนอยูด้านข้างไดรับคำสั่งก็เท้า เอวตะโกนขึ้นเสียงดังความแค้นเคืองตอคววามไมเป็นธรรม
เต็มเปียม
ไม่ใช! ไม่ใช!
นายอำเภอชิงหยวนตะโกนขึนเสียงดัง เสียงเกือกม้าตะบึงมาแตไกล ทุกคนเงยหน้าหันไปมองเห็นคน กลุมหนึ่งประมาณสิบกวาคนกำลังควบม้ามา “พวกเจาเป็นใคร” คนรับ ใชที่ยืนล้อมอยูรอบนอกรับผิดชอบ รักษาระเบียบเทาเอวตะโกนขึน พลางคิดจะไปขวาง ผู้มาใหมไมลดความเร็วลง ยกแส้ในมือฟาดคนรับใช้คนนั้นล้ม ไปอีกดาน
“นายอำเภอชิงหยวน!” คนนำหนาสุดสีหน้าเดือดดาล
ชี้นายอำเภอชิงหยวนอย่างสั่นเทา “เจ้ากำลังทำอะไร ใครให้เจ้ามา” ใครให้ข้ามาอย่างนั้นรี พวกเจ้าเป็นคนให้ข้ามาไมใชรี
นายอำเภอชิงหยวนมองคนบนหลังมาดวยความงุนงง เสียงกลองเสียงข้องดังขึ้นจากที่ไกลฯ ไมหยุดวา
ทางการตามปราบปรามโจรขีมาฆาคน คนไมเกียวของหลบ
ไป..
เสียงกลองเสียงฆองคอยศ ไกลออกไป เคาะเสียฟากฟ้าสวาง
ไสวขึนมา ทุกคนบนหลังม้าสีหน้ายิ่งดูไมได้กวาเดิม “ไอ้นายอำเภอโงเง่า!” มีคนสะบัดแส้ฟาดลงมาอย่างแรง ตอ นแรกสั่งเจ้าวาอย่างไร ไมได้เรียกเจ้าเจ้าก็ไมต้องมา! แล้ว ตอนนี้เจ้ากำลังทำอะไรอยู!ฺ ทานชายของข้าถูกอริสังหาร ไมได้โดน โจรฆา!”
นายอำเภอชิงหยวนถูกแสฟาดลมลงไป คนรอบดานตางตกใจ จนนิ่งอิ้ง ตกตะลึงจนไมมีใครกล้าเข้าใกล้ “ใต้เท้าใต้เท้า” นายอำเภอชิงหยวนคลานขึ้นมา ตะโกนเรียก คนบนหลังม้า พลางยื่นมือชี้ไปด้านหลัง “เมื่อคอนคืนหลังเป็นคน ของทานที่เรียกข้าจริงฯ…คนผู้นั้นก็อยูตรงที่. เขาหันหน้ากลับมามองข้างกาย นอกจากเจ้าหน้าที่ศาลา วาการ บาวรับใช้ และผู้ติดตอของตนแลว ก็ไมมีคนหน้าคุนอึกเลย
บาวรับใช้คนนั้นที่ถือจดหมายตระกูลเกามา ไมรู้วาหายไป ตั้งแตเมื่อใด เหมือนกับวาไมเคยปรากฏตัวขึ้นมากอน แยแลว!
ตกหลุมพรางแลว! คนที่โดนฆามี แคทานชายเกาสิบสี่ที่ไหน ยังมีตัวเองอีกแนา นายอำเภอชิงหยวนคุกเขาลงโดยพลัน “แยแล้ว!” เขาตะโกน ขึ้นเสียงสั่น ชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง “ระ. .รีบ
ตามไปเร็ว.
ตามคนสงสารเมืองจิงเจาไป!
รีบตามไปสิฺตามกลับมาสิ!
ม้าตัวหนึ่งควบตะบึงจนโคลนสาดกระเซ็นไปทั่วทั้งถนนใหญ่ เสียงลูลมดังขึ้น ธนูดอกหนึ่งพุงยิงใสล้ำคอของคนบนหลังม้า กระทั่งเสียงครวญครางสักคำยังไมมี รางตกลงมาจากหลังม้า ม้าตกใจสงเสียงร้องหันหัววิงกลัปไปทางเดิม
ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ข้างทางมีคนสามคนสาวเท้าออกมาอย่าง รวดเร็ว หนึ่งในนั้นถอดเสื้อผ้าบนรางคนของศาลาวาการที่ตกลงมา แลวเอามาสวมใส ลูบคลำจดหมายในอกเขา เปิดออกดูโดยอาศัย แสงสลัวเพือยืนยันตราประทับสีแดงสดของนายอำเภอชิงหยวนใน จดหมายนั้น แล้วเก็บไปด้วยความวางใจ พลิกตัวขึ้นหลังม้าควบ ทะยานไป สองคนที่เหลือทั้งลากทั้งดึงเจ้าหน้าที่ศาลาวาการคนนั้นไป ขางทาง โยนเขาไปในหลุมที่ขุดเตรียมไวกอนแลว ฝังกลบไปอยาง รวดเร็ว แล้วขี่ม้าจากไป ตะวันสาดแสงทองสอง ประตูเมืองทั้งหนาทั้งหนักของ เมืองหลวงเปิดออกพรอมกับเสียงจอแจ หน้าประตูเมืองมีชาวบ้านรออยูไมนอยแลว กรูกันเข้าไป พร้อมกับประตูที่เปิดออก “เบียดเสียดอะไรกันนัก” เทหารเฝ้าประตูตะคอกดาดวยความ ไมสบอารมณ์. เคัดเลือกพวกที่ดูแลวเกะกะสายตามาตรวจ โจว:ฝูพากองทัพทการหุมเกราะตรงเขาไป
หน้าประตูเมืองมีร้านขายน้ำชาร้านหนึ่ง เป็นร้านกลางคืน เริ่ม เก็บร้านในยามเช้าตรู โจวฝูลงจากม้าเข้าไปนั่ง “ใต้เท้าทานนี้.. “ใตเทาเสี่ยวโจว” เถ้าแกร้านน้ำชากับบรรดาทหารหุ้มเกราะต่างเกิดความสงสัย
น
“ข้าแคดื่มน้ำชาถ้วยเดียว ไมเอาอะไรอีก” โจวฝูเอยกับเถ้าแก่ เขามองไปยังบรรดาทหารหุมเกราะ “พวกเจาตามสบายเถิด กินแลวหามชักชาหามกลับบาน กลับ ไปที่คายทันที” บรรดาทหารหุมเกราะยิมตาหยีขานรับ เดินไปหารานทีตัวเอง ตองการทันที่ ลูกค้ามาไมอาจไลหนีได้ ยิ่งไปกวานั้นนี่ยังเป็นขุนนางทหาร ลาดตระเวนเมืองหลวงอีก ขยัวโทสะพวกเขาเขา พวกเขาหาขออางรือ ร้านของตนไป ชางเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งนัก
เถ้าแกร้านน้ำชาจึงขานรับแล้วต้มน้ำชามาให้ ทั้งยังสงปลา หมักเกลือจานเล็กซ ไปใหอีกด้วย “เนี่เรียกวาปลาหมักเกลือ” เถ้าแกยิ้มแย้มเอยบอก “นี่เป็นนก ขมินสูตรลับที่ไดมาจากตระกูลอำมาตย์เฉิน” นกขมินตระกูลอำมาตยเฉิน โจวฝูหันไปมองอย่างอดไมได้ แล้วแย้มยิ้ม นางฟ้าผ่านทาง สุขใจไร้กังวล นกขมิ้น ปลาหมักเกลือ นางให้ ร้านที่เมืองหลวงเพิ่มอาหารมามากขึ้นไมน้อย เขาคอยๆ หยิบมาชิมคำหนึง พลางมองประตูเมืองเหมือน ไมมีอะไรเกิดขึน วัวแพะฝูงหนึ่งกำลังเข้าเมืองมา ทำให้ประตูเมืองดูคักคักอยาง เห็นไดชัด
“รายงานดวน รายงานดวน”
มีคนควบมาทะยานมาพลางตะโกนเสียงดัง ไดยินคำวารายงานดวน แล้วมองไปที่คนบนหลังมาที่แตงตัว เหมือนเจาหนาทีศาลาวาการควบตะบึงมา บรรดาทหารรักษาการณ์
ประตูเมืองพลันรีบหลีกทางให้ “อำเภอชิงหยวนมีรายงานดวน” เจ้าหน้าที่ศาลาวาการข้ามประตูเมืองมา ผานฝูงวัวแพะ วุนวายไป ตะโกนเสียงดัง เรียกผู้คนบนถนนใหหันไปมอง “โจรขี่ม้าปล้นชิงสังหารคน” โจว ฝูลุกพรวดขึ้นเซนกัน มองเจ้าหน้าที่ศาลาวาการที่ตะบึง มาผานไปบนถนน
คนบนถนนพากันวิพากษวิจารณขึน “โจรขี่ม้าปล้นชิงหรือ” เถ้าแกร้านน้ำชากึลุกขึ้นเชนกัน มองไป บนถนน พลางเดาะลิ้นเอยวา “ได้ยินเรื่องโจรขี่ม้าปล้นชิงมานาน แลว เกิดเรื่องขึ้นจริงฯ เด้วย” เขาเพิ่งจะพูดจบฺโจวฝูก็จูงม้าพลิกตัวขึ้นนั่ง ขี่ตะบึงไปในเมือง ทันที
“ยังไมได้จายเงินเลยนะ” เถ้าแกรีบตะโกน ขึ้น มองโจวฝู่จากไป ไกลลิปไมมองกลับมาลักนิด ได้แตสายหน้าถอนหายใจกับตัวเองวา โชคราย
บนถนน ใหญยามเชาตรู เสียงตะโกนกำจายไปตลอดทาง
“รายงานดวน รายงานดวน รายงานดวนจากอำเภอชิงหยวน
โจรปล้นฆาคนแล้ว’ บรรดาบุรุษที่เพิ่งจะเดินออกจากตรอกโคมแดงพลัน ตกอกตกใจตื่นตัวขึ้น รางกายที่เดิมทีออนแออยู่แล้วแทบจะลิ้มลงไป กับพื้น โจรขีมาปลนชิงรี!
บรรดาพอคาเรทีแบกของกินขายตางหลบหลีกใหดวยความ ตระหนก ได้ยินประโยคนี้เข้าก็วางข้าววางของลงกับพื้น มีโจรขี่ม้าปล้นชิงอยูจริงฯ ด้วย! พร้อมกับม้าที่ควบทะยานไปนั้น เช้าตรูอันเงียบสงบของ เมืองหลวงถูกกอกวนเสียจนโกลาหลไปหมด “เกิด อะไรขึ้น” ขุนนางที่กลับมาจากเข้าเวรเลิกมานรถขึ้น มองไปด้านนอก พลางขมวดคิ้วเอย|ขึ้น “เอะอะโวยวายอยูหนาประตูศาลาวาการแตเชาตรู”
“ใตเทา วากันวาเป็นรายงานจากอำเภอชิงหยวนขอรับ”
ผูติดตามหนารถสาวเทามาหา เอยวา “รายงานจากอำเภอชิงหยวน บอกวามีโจรขี่ม้าปล้นชิงสังหารคนขอรับ” โจรขี่ม้าปล้นชิงอย่างนั้นรี โจรภูเขา โจรขีม้าปล้นชิงไมเห็นมีอะไรนาแปลก ‘แล้วอำเภอชิงหยวนจะเอะอะโวยวายเป็นกระตายตื่นตูมไป เพื่อการใด” ขุนนางคนนั้นขมวดคิ้ว “โจรขี่ม้าแคไมกี่คนก็ ตกอกตกใจจนขวัญหายแลวรี” ใตเทา เกรงวาคงกลัวจะตองรับผิดชอบกระมัง’ ผูติดตามยิม เอย “ไมแนวาโจรพวกนี้อาจจะฆาคนใหญคนโตคนไหนเข้าก็ได้ พวกเขาจึงรีบมารายงาน จะได้ไมต้องโทษเข้า อยางไรเสียเรื่องราวก็ มาจากในอำเภอชิงหยวนนี่นาขอรับ’ ขุนนางชั้นผู้น้อยพวกนี้ก็เป็นกันแบบนี้ พอเกิดเรื่องขึ้นไมปกปิด ก็ปฏิเสธความรับผิดชอบ ขุนนางคนนั้นสายหน้า ก็หยุดชะงัก อำเภอชิงหยวน คนใหญคนโต.
นับตามวันเวลาดู ฺยามนี้คนใหญ่คนโตที่ผานในอำเภอชิงหยว น. “แยแล้ว!” สีหน้าเขาพลันเปลี่ยน โพลงเอย|ขึ้น
หน้าประตูคนตะโกนรองบอกรายงานดวนผานไปเพียงพริบตา ที่ปรึกษาสามนายยังยืนเหมออยูที่เดิม รู้สึกทั่วรางเย็นยะเยือก ชางเป็ ไนแผนการอันสมบูรณ์แบบยิ่ง ฺชางเป็นวิธีการที่รอบคอบ ไมน้อย สวนที่เล็กที่สุดสงผลกระทบไปทั่วราง พันรอบกักกันไว้ อันที่จริงภาพนี้พวกเขาก็เคยคาดคิดจินตนาการถึง ทวาไมคิดเลยวาเมื่อเห็นฉากนี้เข้าจริงๆ เสิ่งที่รอคอยพวกเขา อยูจะไมใชเสียงกูร้องปรีดาและคำอวยพร ทุกอยางสมดังปรารถนาแลว เพียงแตวาเป็นปรารถนาของ คนอืน
ดี.! ดี.”
ด้านหลังมีเสียงตะโกนของเกาหลิงปอโพลงขึ้น
ในที่สุดคนหน้าประตูก็หลุดจากภวังค์ รีบหันหน้าไปมอง เห็น เกาหลิงปอยืนอยูประตูเมื่อใดก็ไมทราบ ยามนี้สีหน้าเดี่ยวแดงเดี่ยว ซด ดวงตาทั้งสองข้างเบิกถลน เยี่ยม เยี่ยม จิ้นอันจวิ้นอองเจ้าทำได้ยอดเยี่ยมนัก! ในโลกนี้ยังมีสิ่งที่เสียใจได้ยิ่งกวาการได้ยินสภาพการตายของ ลูกชายกับหูตัวเองอึกหรือไมนะหรือ นันภก็คือความจริงทีตัวเองยังลงมือจัดการวางแผนกลบ ฝังลูกชายกับมือนะสิ! เกาหลิงปอพลันนึกขึ้นมาได้วา ครากอนขโมยของคนเขามา สุดท้ายถูกพิษตาย ไมอาจร้องทุกข์ได้ ต้องกล้ำกลืนความทุกข์ใจ ยากจะพูดออกมาได เชนนั้นครานี้คิดจะฆาคน สุดท้ายถูกคนฆาเอง ก็เหมือนกลืน ฟันกับเลือดที่โดนชกลงท้อง เยี่ยม เยี่ยม เจิ้นอันจวิ้นอองเจ้าทำได้ยอดเยี่ยมนัก! ไม ไม จิ้นอันจวิ้นอองไมมีทางทำเรื่องเชนนี้แเด็ดขาด เรื่อง พรรคนี้นะ วิธีการพรรคนี้นะ มีเพียงสตรีนางนั้นคนเดียวเทานั้น!
แมนางเฉิง! เกาหลิงปอรู้สึกทรวงอกร้อนผ่าว อ้าปากกระอักเลือดออกมา คำหนึง ทันใดนันเสียงกรีดรองโกลาหลก็ดังขึนทีเรือน เห็นกองเลือดสดฯ นองพืน ทามกลางความวุนวายนัน ผูดูแล คนหนึงทาทางเหมอลอย
กระอักเลือดออกมาอีกแลว หางกับคราวกอนไมนานนี้เอง แล้วจะยังมีครั้งที่สามหรือไม ที่ปรึกษาตัวสั่นเทิ้มอยางอดไมได้ เรื่องราวกลายเป็นเซนนี้ได้อย่างไรกันนะ