พลิกชะตา หมอเทวดาอันดับหนึ่ง - บทที่ 638 เช่นนี้
ยามตะวันเทียงตรง แมนางหวงกาวเขาประตูบานมาดวย ความรีบร้อน ตรงเข้าไปยังห้องโถงทันทีโดยที่ไมมีเวลามาปลอบ เด็กน้อยที่งอแงจะให้นางอุ้ม “ชายใหญฺ่ชายใหญ่” นางเสียกิริยายังไมทันเขาประตูมาก็ ตะโกนเรียกขึน
สาวใชหนาประตูรีบคำนับให “นายทานกำลัง.. พวกนางเอยบอก ยังพูดไมทันจบ แมนางหวงก็เข้าไบในโลงเสียแล้ว “ชายใหญ่ เกิดเรื่องแล้ว ข้าได้ยินวา.. นางเอยเสียงรอนรน ภายในห้องโถงนั้น ฟ่านเจียงหลิงกับเด็กหนุมอีกคนมองมาทาง นาง ในมือของทั้งสองต่างถือจอกสุราไว้ เห็นได้ชัดวากำลังร่ำสุรากัน
อย
คำพูดของแมนางหวงหยุดลงทันที่ “ทานชายหก” นางลำบากใจเล็กน้อย รีบคำนับให้
โจว์ฝูพยักหนาคำนับคืน ดืมสุราในมือจนหมดรวดเดียว “ขากลับกอนนะ’ เขาเอย ฟ่านเจียงหลินลุกขึ้นสง โจว ฝู่ สาวเทาออกไปแลว “ชายใหญ่” ยามนี้แมนางหวงจึงได้รีบเอย|ขึ้น “เมื่อครูข้าได้ยิน ขาวใหญ่มาจากถนนใหญ่ อำเภอชิงหยวนมีโจรขี่ม้าปล้นชิงสังหาร คนไปไมนอยเลย ลือกันจนระบือไปไกล ฺทหารของเมืองหลวงตาง เคลื่อนไหวแลว นับวันเวลาดู พวกนองสาวไปถึงที่นั่นพอดี หาคนไป ถามดูดีหรือไม” ฟ่านเจียงหลินยื่นมือชี้ไปด้านนอก “ทานชายหกไปถามมาแลว’ เขาเอย “เจอคนสงขาวที่ ประตูเมืองพอดี เขาตามไปถามที่เมืองจิงเจ้าแล้ว’ “นั่นเป็นโจรขี่ม้าปล้นชิงจริงศ รี” แมนางหวงรีบถามขึ้น ฟานเจียงหลินสีหนาแปลกประหลาดอยูเล็กนอย “จริง เขาเอย “เอีกทั้งยังฆาคนไปไมน้อยด้วย’ ยามนี้ได้ยินประโยคนี้เข้าแมนางหวงกลับไมตระหนกแล้ว หาก เกิดเรื่องกับน้องสาวขึ้นจริงฯฺทานชายหกคงไมมานั่งดื่มสุรากับชาย
ใหญ่อยู่ที่นี่หรอก ทานชายหกรู้สึกกับน้องสาวอยางไร นางที่เป็นสตรีคนหนึ่ง ยอมกระจางแจ้งในใจที่สุด ดังนั้นเมื่อครูนางจึงไมได้ถามเรื่องนี้ตอหน้าทานชายโจวหก นางกลัวจริงๆ ฺวาทานชายโจวหกได้ยินขาวลือนี้เข้าจะร้อนใจ จนเสียสติไป “เอีกทั้งคนพวกนั้นที่ถูกฆาพวกเราก็รู้จัก” ฟ่านเจียงหลินเอย พลางนังลงเทสุรา ‘เจาลองเดาสิวาเป็นใคร’ แมนางหวงสีหน้าตกใจ รีบนั่งลงตาม ‘คนรูจักรี” นางเอย คนในเมืองหลวงที่พวกนางรูจักมีไมมาก สามารถผูกสัมพันธ์กับพวกนางได้ ล้วนเป็นคนที่ไมเลว หากเกิดเรื่อง ขึ้นจริงฯ เสีหน้านางทั้งตึงเครียดทั้งเสียใจ “ใครหรือ” ฟ่านเจียงหลินยกจอกสุราขึนพลางแย้มยิ้ม “ทานชายเกา” เขาเอย
แมนางหวงเบิกตาโตดวยความตะลึง
“ใครนะ” นางหลุดตะโกนขึน
ลูกชายคนที่สามของเกาหลิงปอ ทานชายสิบสี่ตระกูลเกา ทานชายสิบสี่ที่แยงนางโลมกับทานชายสี่ในหอนางโลม” ฟ่านเจียง หลินเอยอยางช้า” รอยยิ้มมุมปากกว้างขึ้น แมนางหวงครานี้ฟังกระจางแจ้งในที่สุด ความตกใจที่ยังไม จางหายเพิ่มขึ้นมากกวาเดิม “เป็นไปไดอย่างไร” นางเอย โจรขี่ม้าปล้นชิงจะฆาทานชายสิบสี่ตระกูลเกาได้อย่างไร อีกนัยหนึงก็คือ ทานชายเกาสิบสีจะถูกโจรฆาตายไดอยางไร เขาไม่ใชพอคาธรรมดาธรรมดาที่ขนสินค้าผ่านทางมา เสียหนอย และทั้งไมใชบัณฑิตที่เดินทางคนเดียว ฺเขาเป็นคนตระกูล เกา ทานชายสิบสี่แห่งตระกูลเกาที่สูงสงอันดับหนึ่งในแผนดินนี้ “มีอะไรที่เป็นไปไมได้เลา” ฟ่านเจียงหลินเอย ตอนนันทีพวก เจาสามตาย ก็ถูกโจรชั่วใจดำนั่นหยามหมิ่นขโมยความดีความชอบ ไป เจ้าเคยคิดหรือไมวาพวกเขามีมลทินหนักหนาที่ต้องลบล้าง มีเกียรติยศต้องทวงกลับคืนในสักวันหนึ่ง เจ้าเคยคิดวาเสี่ยวเป่าที่ยัง เดินไมไดจะสามารถถูกพระราชทานใหเป็นขุนนางหรือไม เจาเคย
คิดวา พูดถึงเขาเมาหยวนชานแลว ผู้คนในเมืองหลวงกระทั่งที่ที่ ห่างไกลออกไปต่างรู้จักหรือไม เจ้าเคยคิดวาบัณฑิตมากมาย เพียงนั้นจะเขียนชื่อพวกเจ้าสามแล้วทองอานกันไปมาหรือไม” เขาถามคำหนึ่ง แมนางหวงก็สายหน้าคำหนึ่ง ไมเคยคาดคิด จะไปคาดคิดถึงได้อย่างไร คนตำต้อยอยางพวกเขา ตายแลวก็ตายไป ราวกับธุลีดิน คิดไมถึงวาจะเลาสืบตอกันในหมูชาวบ้าน บันทึกลงใน บทประพันธของปัญญาชนฺสลักลงบนกำแพงและศิลาจารึก นี่เป็นสิ่งที่ผู้คนมากมายพูดกันและเป็นความใผ่ฝันที่จะทิ้ง ชื่อเสียงเรียงนามไว้ในประวัติศาสตร์ที่ไลตามอยู่ขชั่วชีวิตนี้ ดังนั้น ไมมีอะไรที่เป็นไปไมได้หรอก” ฟ่านเจียงหลินยิ้มพลาง เอย ตราบใดที่มีหญิง ผู้นั้นอยู่ เขายกจอกสุราขึ้นมาดีมรวดเดียวจนหมด
เรือนตระกูลฉิน ฮูหยินฉินสาวเทาตรงไปยังประตูบาน ฺหนา ประตูตรงนี้ไ ไมมีบาวไพรยืนลอม ฺดูแลวเหมือนจะไมมีใครอยู่
ชูหยินฉินไมหยุดเดินเลยแมแตนิด นางยืนมือไปผลักประตูเปิด ออกอยางแรง
อาลักษณหลวงฉินกำลังนังตัวตรง ในนัน รางกายสันเล็กนอย
เห็นนางจึงไดถอนหายใจออกมา ‘ฮูหยินมีธุระใดหรือ” เขาถาม สิบสามไปทำอะไรมา” ศูหยินฉินสีหน้าไร้รอยยิ้มเหมือนที่แล้ว มา นางเอยถามขึ้น “บอกไปแลวมิใชหรือ” อาลักษณหลวงฉินยิมพลางเอย “วัน คลายวันเกิดอูเปียว ฺขาจึงใหเขาไปอวยพรแทนขา’
ฮูหยิ เนฉินมองเขา
ขาตองขอโทษสิบสาม’ นางเอย “ขาคลอดเขาใหกลายเป็น คนพิการ เขาเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตข้า” นางพูดพลางขอบตาแดงกำ อาลักษณ์หลวงฉินลุกขึ้นยืน “เรื่องนี้เป็นความผิดของเจ้าได้อยางไร หากจะผิดภ็คงเป็นข้าที่ ผิด” เขาเอย ยื่นมือไปโอปไหลฮูหยินฉิน
ฮูหยิ jนฉินหลบไปก้าวหนึ่ง “หากเขาตายไปทานชายฉินเจ็ด ความผิดของทานภก็ชดใช ไมหมด” ดวงตาทั้งสองข้างของนางจดจ้องอาลักษณ์หลวงฉินพลาง
พูดขน อาลักษณ์หลวงฉินสีหน้าทะมึนขึ้นเล็กน้อย “เจ้าอยาคิดมากไปเลย ยังอยูดี ตายอะไรกันละ” เขาเอย ยื่นมือไปโอปไหลนางอีกครั้ง “ข้าไมใชคนโง” ฮูหยินฉินสะบัดเขาทิ้งพลางตวาด ฺน้ำตา ไหลรินลงมา “บนโลกนี้ใครอยากใหทานชายเกาสิบสีตายมากทีสุด สิบสามนะสิ! ฺเขาชอบเฉิงเจียวเหนียงมากเพียงใด เขาก็เกลียด ทานชายเกาสิบสีมากเทานัน! หากใหเอาชีวิตของตัวเองไปแลกชีวิต ทานชายเกาสิบสี่ เขาก็ทำทั้งๆ ที่ตายังไมทันกะพริบด้วยซ้ำ” พูดถึงตรงนี้นางก์ยื่นมือไปคว้าเสื้อสวนหน้าของอาลักษณ์ หลวงฉินไว “เขาเสียสติไปแลว เหตุใดทานจึงบ้าตามเขาไปด้วยเลา ทาน เห็นดวยกับเขาใหเขาไปทำเรืองอันตรายพรรคนันไดอยางไร ทานรีบ
คืนสิบสามมาใหขา ทานรีบให้เขากลับมาเร็วซ” อาลักษณหลวงฉินยืนมือไปกอดนางไวหมายจะเอยปลอบใจ เสียงฝีเทาก็ลอยมาจากนอกประตู และประตูกถูกคนเปิดออก อาลักษณหลวงฉินรูสึกสันหลังเย็นเยียบ สีหนาพลันเย็นชาขึน ฮูหยินฉินภก็หยุดโวยวายลงเชนกัน นี่เป็นเรือนชั้นในของพวกเขานึกไมถึงวาจะถูกคนบุกเข้ามา ทั้ง ยังกำลังพูดเรื่องนี้กันอยู่ด้วย! “ไอหยา” เสียงกังวานเอยขึนนอกประตู ทำลายความชะงักงันในหองลง ในขณะเดียวกันเด็กหนุมคนหนึงหันหลังยกแขนเสื้อปิดหน้า “คนไรมารยาท แไมกล้าสู้หน้ำ ลูกเสียมารยาทแล้ว” อาลักษณ์หลวงฉินรู้สึกวาในที่สุดลมขุนก็พรูออกมา ชูหยินฉิน ผลักอาลักษณหลวงฉินออกแลวกาวไปกอดฉินหูไว ปลอยเสียง รอง ไห้โฮออกมา “เจ้ามันเด็กเลว เพื่อหญิงนางหนึ่งก็จะทิ้งแม่ไปแลวรีเจ้ามัน ลูกอกตัญญ”
ฉินหูยิ้มตาหยี ยื่นมือไปกอดมารดาไว้ “ทานแมฺตีคนไมตีหน้า ดาคนไมดาปมด้อยนะ ลูกมีหญิง ที่ไหนกัน ข้ามีแคทานแม” เขาเอย มีหญิงที่ไหน เขาไมมีอีกแล้ว. ประโยคเดียวทำเอาฮูหยินฉินเจ็บปวดใจอยางไร้สาเหตุ|ฺน้ำตา พรั่งพรูลงมาหนักยิ่งกวาเดิม ลูกโงเขลาคนนี้นี่.! ลูกโงเขลาคนนี้นี่.! “ทานชายเกาสิบสี่ตายแลวอย่างนั้นรี” ในขณะเดียวกันนั้นเอง เฉินเชาที่ได้ยินขาวภก็มีสีหน้าตกใจ
เชนกัน
“ทานชายเกาสิบสี่ถูกโจรขี่ม้าปล้นชิงฆาตายแลวรีเป็นไปได้ อย่างไร” “เป็นโจรทีทำหรือไมนันยังไมแน่ใจ แมอำเภอชิงหยวน จะรายงานวาโจรเป็นคนทำแตคนของตระกูลเกาบอกวาไมใชฝีมือ โจรแนนอน จะตองตรวจสอบอยางละเอียด เห็นไดชัดวาทานชาย เกาสิบสี่ตายไปแล้วจริงฯ” ผู้ติดตามเอยขึ้น
เฉินเชาสีหน้ายังคงเหมือนเก่า “ทานชายเกาสิบสี่ตายแล้วอย่างนั้นรี” เขาถามขึ้นอีกครั้ง ‘ถูก โจรขี่ม้าปล้นชิงฆาตายระหวางทางกลับบ้านเกิดรี”
เอยทวนออกมาอีกรอบ
“เป็นไปไดอยางไร จะบังเอิญ เกินไปแลว. คำวาบังเอิญ’หลุดออกจากปาก ในหัวก็ราวกับมีสายฟ้าฟาด ฉินเร เชาลุกพรวดขึ้นทันที่ “โจรขี่ม้าปล้นชิง! อำเภอชิงหยวน!” เขาตะโกนขึ้น ยามนี้คนที่ผ่านอำเภอชิงหยวนไมได้มีแคตระกูลเกาตระกูล เดียว! ยังมีจิ้นอันจวิ้นอองด้วย ไม ไมได้มีเพียงจิ้นอันจวิ้นออง ยังมีคนที่ตามอยูข้างกายจิ้นอัน จวินอองอีก
เฉินเชามองฉากบังลมตามสัญชาตญาณ เชนนันเรืองมากมายก็อธิบายใหกระจางไดแลว
เกาหลิงปอกลับบ้านเกิดไปอยางเปรมปรีดิที่แท้ก็เพื่อฆาจิ้นอัน จวิ้นอองทิ้งระหวางทางนี่เอง ส่วนเมื่อหลายวันกอบ เน เในเมืองหลวงมีขาวลือเรืองโจรขีมาปลน ชิง ก็ไมใชขาวโคมลอยแล้ว ดังนั้นบนโลกนี้เดิมทีไมมีเรื่องบังเอิญอยูแลว. ทั้งหมดทุกอยาง ดูเหมือนความบังเอิญที่ไมเกี่ยวข้องกัน สุดท้ายล้วนรวมตัวกันอยู่ใน วันนี
“เรื่องเกิดขึ้นเมื่อใด” เฉินเชาถาม ‘เมื่อคืนขอรับ” ผู้ติดตามบอก เมือคืน คืนวันฝนตกธรรมดา นึกไมถึงวาจะเกิดเรืองใหญ่โต เพียงนีขึน
ไมรูวาตอนนันอันตรายเพียงใด เฉินเชาเดินไปเดินมาในหองอยางอดไมอยู ทวาสุดท้ายคนที่ตายก็ยังเป็นคนอื่น เขาหยุดฝีเท้าลงแล้วพรูลมออกมา ยืนนิ่งอยูหน้าฉากบังลม มองบนนันอยางเงียบงัน
เกาหลิงปอยินดีกลับบ้านเกิดอยางรี่นรมย์ ก็เพื่อฆาจิ้นอันจวิ้น อองที่งระหวางทาง เซนนั้นหญิงผู้นั้นกับจิ้นอันจวิ้นอองออกจาก เมืองหลวงไปเพื่อเหตุอันใด ความ/ เคิดแลนวาบขึ้นโดยไมรู้ตัว เทวาทำให้เฉินเชาตกตะลึงขี้ เน อีกครั้ง ทันใดนั้นภก็พลันกระจางแจ้ง ในขณะที่หน้าเรือนตนเกิดการโต้เถียงขึ้น ทำให้สุดท้ายตน น ใจใหโอกาสนางจากเมืองหลวงไป นางยินดีออกจากเมืองหลวงไปให้โอกาสเกาหลิงปอได้ลงมือ เกาหลิงปอลงมือก็เป็นโอกาสให้นางลงมือเชนกัน โอกาส ทุกคนตางมีโอกาส แผนของเขา แผนของข้า ทวาที่แท ล้วนเป็นแผนของนางทั้ง น” เขาเอย ขึ้นช้าซ มองฉากบังลมพลางหัวเราะขื่น ยกพูกันขึ้นแต้ม ดเขมลงไปบนนัน
“ที่แท ฮูหยินก็เตรียมพรอมไวแต่แรกแลวจริงๆ ด้วย” นายทหารกู้เอยขึ้นในรถม้าด้วยสีหน้าที่แฝงด้วยความตื่นเต้น
“เชนนั้นครานี้เฉินเชายื่นมติไมไว้วางใจขับไลพวกเราออกจาก เมืองหลวงก็ปรึกษากับฮูหยินเรียบร้อยใชหรือไม” ฉิงเจียวเหนียงสายหนา “จะเป็นไปได้อย่างไร” นางเอย “ข้าอยากจะออกจาก เมืองหลวงไปจริงๆ ต่างหาก จะวาบังเอิญก็ใช ที่คิดตรงกันกับ อำมาตย์เฉินเข้า” ‘คิดในสิ่งที่คนคิดจึงจะทำการสำเร็จ” จิ้นอันจวิ้นอองเอยสอด ขน มองนายทหารกูแลวขมวดคิว แฝงไวด้วยความรำคาญ นายทหารกู่ทำเป็นไมเห็น เอยถามเฉิงเจียวเหนียงตอ คิด ในสิ่งที่คนคิด ถ้าอย่างนั้นก็อธิบายได้แล้ว ฮูหยินคิดไป ถึงเรื่องที่อำมาตย์เฉินกำลังคิดได้ และคิดไปถึงเรื่องที่ตระกูลเกา กำลังคิดได ดังนันจึงสามารถทำการสำเร็จได” เขาลูบเคราดวย ความปลี้มอกปลื้มใจ “ดังนั้นชูหยินจึงเตรียมหอกอะไรนั่นไว้โจมตี ตระกูลเกาที่ซุมโจมตี” เฉิงเจียวเหนียงพยักหนา
“ทวา ชูหยินรู้ได้อยางไรวาทานชายเกาสิบสื่อยูที่ไหน” นายทหารภูนึกขึ้นมาไดจึงถามด้วยความฉงน นี่ต่างหากที่เป็นสิ่งที่ไมเข้าใจที่สุดฺทานชายเกาสิบสี่ไมได้อยู่ใน ที่เกิดเหตุซุมโจมตีเสียหนอย “ในกระบอกไม้ไผนั่นข้าเพิ่มเครื่องหอมลงไป” เฉิงเจียวเหนียง เอย “ข้าคิดวาคนที่หลบหนีพวกนั้นคงจะไปรายงานกัน บางทีอาจจะ สามารถสืบตามเบาะแสไปได” นายทหารกูสงเสียงออออกมา “ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง’ เขาเอย มินาเลาฮูหยินจึงไมให้พวกเรา ตามคนพวกนั้นไป ที่แทก็เพื่อสงเสือกลับเขาไปหาบ้านเกานี่เอง” เฉิงเจียวเหนียงเงียบ จิ้นอันจวินอองกระแอมเบาต “ฝ่าบาท ขันทีจิ่งตั้งใจต้มชาสงบจิตใจมาให้เป็นพิเศษ” นายทหารกูรีบเอยพลางมองถ้วยชาบนโต๊ะเล็กด้านข้าง “เฝ่าบาทดื่ม สักคำใหชุมคอ’ “ข้ารู้” เจิ้นอันจวิ้นอองเอย “เข้าแคงวงแล้ว’
งวงแลว เจาเขาใจหรือไมวาหมายความวาอยางไร นายทหารกู้ยิ้มแห้งในหัวทบทวนเรื่องราวทั้งหมดอีกรอบ ยืนยันวากระจางแจ้งชัดเจนหรือยัง จากนั้นก็หยุดชะงักไป แตวา หากคนพวกนั้นไมได้ไปหาตัวการเบื้องหลังเลา” เขา
ถาม
เฉิงเจียวเหนียงยิม “ขาวาขาโชคดีมาโดยตลอด บางทีครานีก็จะโชคดีดวยเชนกัน
นางบอก
โชคดีนีเอง ตอนแรก ฟังดูแล้วเหมือนจัดเตรียมไว้กอนแล้ว จูไ พูดถึงตรงนี้ บอกวาโชคดี ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นลองลอยจับต้องไมได้แล้ว “อยาได้ดูถูกโชคชะตาเชียว” เฉิงเจียวเหนียงคล้ายมอง ความคิดเขาออก บีบนิ้วช้าต เหรียญสามเหรียญในนั้นสลับกันดัน มาอยู่ในฝ่ามือ “การจะมีโชคนั้นไมง่าย’ “หากคนพวกนั้นไมไป นางยอมกลับมา ใชความเงียบสยบ การเคลือนไหว คนทีจะลงมืออีกครังคือพวกเขามีอะไรใหตองสมมติ
กัน ไมมีก็ไมมีสิ รอครั้งหน้าก็ได้แล้ว” จิ้นอันจวิ้นอองเอยอย่าง
รำคาญ
นันก็จริง
นายทหารภูยิมพลางพยักหนา “แตวา เรื่องนี้ ชูหยินทำได้อยางรอบคอบหรือ ถูกคนเห็นเข้า หรือไม…” เขาเอย|ขึ้นอีก เห็นจิ้นอันจวิ้นอองขมวดคิ้วขึ้นอึกครั้งก็เอย เร็วขึ้น “ขอรับ ข้ารู้ไมวาจะมีหรือไมมีหลักฐาน ฺตระกูลเกาต้องรู้แเน่ วาเรื่องนี้ เกี่ยวข้องกับพวกเรา ข้าหมายความวา อยาให้พวกเขาได้ หลักฐานอะไรทีมันสามารถเอามากางดูได.. เฉิงเจียวเหนียงยิมแลวสายหนา “เรื่องรอบคอบนี้ข้าไมได้เป็นคนทำ” นางเอย เพิ่งจะเอยจบ ฺรถม้าก็หยุดลง “ฝ่าบาท ถึงศาลาพักมาแลวพะยะคะ” มีคนเอยขึ้นนอกรถ นายทหารกูรีบลงจากรถพลางเลิกมานรถขึ้น ไกลออกไปนั้นผู้ดูแลศาลาพักม้าพาเจ้าหน้าที่มาต้อนรับ
“ฝ่าบาทมาก็ดีแลว กระหมอมกำลังเป็นหวงเลยพะยะคะ มีโจร ขี่มาปล้นชิงที่อำเภอชิงหยวน นาตกใจนัก.. โจรขี่มาปล้นชิงอยางนั้นรี นายทหารกูตะลึง ทันใดนันก็กระจางแจง เขาหันไปมองเฉิง เจียวเหนียง เฉิงเจียวเหนียงกำลังใหจิ้นอันจวินอองพยุงลงจากรถ ดังนันขาจึงไดบอกวา บางครังขาก็โชคดีมาก” นางยิมบาง
เอยขึน