พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 120 เล่าเจี้ยงได้รับชัยชนะอีกครั้ง
บทที่ 120 เล่าเจี้ยงได้รับชัยชนะอีกครั้ง
ดวงตาเว่ยจี้เปล่งประกาย ในใจชื่นชมเล่าเจี้ยงอย่างมาก ด้วยคำเตือนเล็ก ๆ น้อย ๆ จากตัวเอง เล่าเจี้ยงก็รู้ทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร
“แม่ทัพหลัง ท่านน่าจะรู้ดี ราคาม้าศึกตอนนี้สูงมาก!”
“เพื่อแสดงความจริงใจ ตระกูลเว่ยเรายินดีช่วยสนับสนุนม้าศึกให้แม่ทัพหลังโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย!”
“เพียงแต่จำนวนนั้น…”
เล่าเจี้ยงไม่สนใจท่าทางลำบากใจของเว่ยจี้ แต่เหยียดนิ้วออกไปห้านิ้ว
รูม่านตาทายาทตระกูลเว่ยหดลง ก่อนเผยสีหน้าปีติยินดีออกมา
“ไม่คิดเลยว่าแม่ทัพหลังจะคำนึงถึงตระกูลเว่ย ม้าศึกห้าร้อยตัวข้าน้อยซื้อมาให้ได้! ท่านแม่ทัพเพียงแค่ต้องรอเท่านั้น…”
“ห้าพัน”
เล่าเจี้ยงเอ่ยขัด และเอ่ยออกมาสองคำอย่างราบเรียบ
เมื่อเห็นเว่ยจี้ต้องการพูด แม่ทัพเล่าจึงเสริมขึ้นมาอีกเล็กน้อย
“ห้าพัน ไม่เช่นนั้นไม่ต้องคุยกัน”
“แม่ทัพหลัง ม้าศึกห้าพันตัวมีมูลค่าเรือนหลายหมื่นตำลึง! แม้ตระกูลเว่ยข้าจะสิ้นเนื้อประดาตัว ก็ไม่สามารถจ่ายได้!”
สีหน้าเว่ยจี้เปลี่ยนจากตกใจเป็นกลัดกลุ้ม จนสุดท้ายก็มีสีหน้าหมดหนทาง
“ม้าศึกข้าไม่เอาก็ได้ ทว่าเจ้ายังสามารถแลกเปลี่ยนรูปแบบค่ายกลทั้งสองม้วนนี้เพื่อความปลอดภัยของตระกูลเว่ยได้”
“เพียงแต่กิจการนี้ของตระกูลเว่ย เกรงว่าคงปิดบังไว้ไม่ได้แล้ว”
เล่าเจี้ยงส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมา เจ้าไม่ได้ข่มขู่ข้าด้วยข่าวลือหรอกหรือ? ข้าก็จะให้เจ้าได้ลิ้มรสสิ่งนี้ด้วยตัวเอง
หากเว่ยจี้ผู้นี้คร่ำครวญต่อหน้าคนอื่นก็อาจจะหลอกได้ เพราะอย่างไรม้าศึกห้าพันตัวก็มีค่าสูงเกินไป
น่าเสียดาย น่าเสียดายที่เว่ยจี้ต้องมาพบกับเขา!
ตระกูลเว่ยเจ้าลักลอบขนสินค้า…
นี่มันกำไรมหาศาลขนาดไหน เจ้าจะซ่อนมันจากข้าได้อย่างไร!
เมื่อนึกถึงคนรุ่นหลังของตัวเอง จะมีกี่คนที่เลือกจะเสี่ยงอย่างสิ้นหวังเพื่อผลประโยชน์อันสูงส่งเช่นนี้
เว่ยจี้เริ่มจนมุม นึกเสียใจที่ตัวเองประมาทเกินไป เสียใจที่เขาประเมินเล่าเจี้ยงต่ำไป!
ตั้งแต่เริ่ม เล่าเจี้ยงแสดงตามบทที่เขาเขียนไว้ ตัวเองให้พูดอะไร เล่าเจี้ยงก็จะไม่พูดเป็นอื่นอย่างอื่นเด็ดขาด
การควบคุมได้ดังใจอยู่ชั่วครู่ทำให้เว่ยจี้ค่อย ๆ สูญเสียสติปัญญาไป
นี่เป็นปัญหาที่พบบ่อยในหมู่นักปราชญ์ ซึ่งมักจะคิดว่าตนเหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างมาก!
และเพราะความรู้สึกเหนือกว่านี้ ทำให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าเล่าเจี้ยงยังอยู่ในกรอบที่เขาวาดไว้ จนเกิดการตัดสินใจผิดพลาด
เดิมทีเขาอยากจะตบหัวลูบหลังเล่าเจี้ยง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
หากอีกฝ่ายเป็นโฮจิ๋น เว่ยจี้คงสมดังหวังแน่! ชนิดที่ว่าต่อให้เว่ยจี้ขายโฮจิ๋น โฮจิ๋นก็อาจจะยังช่วยเขานับเงินด้วยซ้ำ
น่าเสียดาย เล่าเจี้ยงไม่ใช่โฮจิ๋น และน่าเสียดายยิ่งกว่าคือบนโลกนี้ไม่มียาแก้รักษาโรคเสียใจภายหลัง!
เว่ยจี้ยังคงแสร้งทำเป็นลำบากใจ และคร่ำครวญอย่างไม่หยุดหย่อน
“แม่ทัพหลัง หาม้าศึกห้าพันตัวนั้นทำไม่ได้จริง ๆ หากท่านแม่ทัพตกลง ข้ายินดีมอบเงินห้าพันตำลึงทอง!”
เล่าเจี้ยงไม่แยแสเลยแม้แต่น้อย ก่อนทำท่าเชิญออกมา
“ข้ามีงานรัดตัวมาก เชิญกลับเถิด”
“ท่านแม่ทัพ ข้า…”
เล่าเจี้ยงไม่ให้โอกาสเว่ยจี้พูดอีก ก่อนออกคำสั่งขับไล่ทันที
คนมีสติปัญญาเช่นนี้ หากมีไว้ข้างตัวจะเป็นประโยชน์ยิ่ง แต่หากตกลงกันไม่ได้และวันหน้าจะต้องเป็นศัตรู เล่าเจี้ยงก็ไม่คิดไว้ชีวิต
ยิ่งน่ากลัวมากเท่าไร… ยิ่งปล่อยไว้ไม่ได้
“จูล่ง ส่งแขก!”
จูล่งไม่สนว่าเว่ยจี้จะพูดจบหรือไม่ เขาลากอีกฝ่ายเดินออกไปข้างนอกทันที
“แม่ทัพหลัง ข้าตกลง!!”
ในที่สุด เมื่อถึงขอบหน้าประตู เว่ยจี้ก็ตอบตกลง
เขาไม่กล้าเดิมพันอีกแล้ว หากหนนี้ตกลงกับเล่าเจี้ยงไม่ได้ หนหน้ามาอีก คงจะไม่ใช่ห้าพันตัวแล้วละ!
เล่าเจี้ยงยิ้มบาง ก่อนยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้จูล่งปล่อยทายาทตระกูลเว่ย
“ตกลงเร็วกว่านี้ก็จบแล้ว จะเปลืองน้ำลายพูดมากไปไย!”
เว่ยจี้ส่ายหัวอย่างรวดเร็ว ไม่มีความหยิ่งผยองเหมือนเมื่อครู่อีกต่อไปแล้ว กลับเป็นเว่ยจี้ผู้อ่อนน้อมเหมือนตอนแรกพบ
“แม่ทัพหลัง ม้าศึกห้าพันตัวข้าให้ท่านได้ แต่ว่า…”
เล่าเจี้ยงเอ่ยขัดอีกครั้ง “ข้าไม่อยากได้ยินคำว่าแต่ ข้าอยากเห็นม้าศึก!”
คำตอบที่เด็ดขาดของอีกฝ่าย ทำให้เว่ยจี้ลำบากใจนัก แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากอธิบายให้เล่าเจี้ยงเข้าใจอย่างชัดเจน
“แม่ทัพหลัง หากท่านไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขนี้ ต่อให้กวาดล้างตระกูลเว่ยทั้งหมดจนสิ้น ข้าก็เอาม้าศึกห้าพันตัวมาให้ไม่ได้!”
“ลองว่ามา…”
เล่าเจี้ยงไม่รู้ว่าตัวเองตกหลุมพรางอีกหรือเปล่า แต่เขารู้สึกจริง ๆ ว่าตอนนี้เว่ยจี้ กำลังรู้สึกลำบากใจมาก
“แม่ทัพหลัง ม้าศึกห้าพันตัวนี้ต้องใช้ระยะเวลาครึ่งปี หนึ่งคือตระกูลเว่ยเราไม่มีเงินมากขนาดนั้น สองคือม้าศึกต้องใช้เวลาในการเตรียม ระยะเวลานี้อาจมีม้าศึกส่งมา ทว่าข้าก็ไม่แน่ใจนัก”
“แต่อย่างมากที่สุดครึ่งปี ม้าศึกห้าพันตัวถึงจะส่งให้แล้วเสร็จ!”
เช่นนี้นี่เอง! คาดว่าตระกูลเว่ยคงไม่กล้าหลอกข้า
เล่าเจี้ยงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขายอมรับเงื่อนไขนี้ได้ ต่อให้เขาจะถูกตระกูลเว่ยหลอกอีกครั้ง ก็ยังยอมรับมัน
“ได้ ข้าตกลง”
“ปั๋วอวี๋ ข้าแค่ไว้หน้าเจ้า หากเป็นคนอื่น อย่าหวังว่าจะได้คิดเลย!”
เว่ยจี้รีบโค้งคำนับ ขอบคุณเล่าเจี้ยง
คุณชายใหญ่เว่ยอยากจะพูดคำอื่นจริง ๆ แต่น่าเสียดาย ที่กล้าบอกมันแค่ในใจเท่านั้น
“ปั๋วอวี๋ ไม่ต้องเกรงใจ พวกเราไม่ใช่คนอื่นคนไกลกัน”
คำพูดของเล่าเจี้ยงเปลี่ยนไปมาก เผยเจตนาเหมือนขจัดความบาดหมางในอดีตไปจนสิ้น
เว่ยจี้ฝืนยิ้มออกมาเช่นกัน ซึ่งถือเป็นการรับทราบ
“ปั๋วอวี๋ นี่มันก็สายมากแล้ว ข้าไม่รั้งเจ้าไว้อีก ข้าจะให้จูล่งส่งเจ้ากลับ แล้วโยกย้ายทหารกลับ!”
“ขอบคุณแม่ทัพหลังอย่างมาก เพียงแต่ท่านพ่อข้า…”
เล่าเจี้ยงตบหน้าผาก แสร้งทำเป็นลืม
“อ่ะ เจ้าดูความจำข้าสิ!”
“จูล่ง เจ้ารีบพาปั๋วอวี๋ไปหาเว่ยเสียน จากนั้นก็ส่งพวกเขากลับบ้าน”
“จำไว้ ทุกคนต้องถูกส่งกลับไปอย่างปลอดภัย!”
จูล่งพยักหน้าอย่างแข็งขัน “นายท่านไม่ต้องห่วง ข้าจะปกป้องคุณชายเว่ยอย่างดีแน่นอน!”
เว่ยจี้ไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไปอีกสักลมหายใจ จึงกล่าวคำอำลากับเล่าเจี้ยงทันที
“เช่นนั้น ข้าน้อยไม่รบกวนแม่ทัพหลังแล้ว”
“ปั๋วอวี๋เชิญตามสบาย”
เล่าเจี้ยงโบกมือให้เว่ยจี้ เพื่อเป็นการอำลา
“ปั๋วอวี๋!”
เว่ยจี้เดินไปถึงหน้าประตูได้ไม่ทันไร ก็ได้ยินเสียงตะโกนเรียกของแม่ทัพหลัง พลันรู้สึกตึงเครียดขึ้นทันใด
ตึกตัก… ตึกตัก
ลางสังหรณ์ไม่ดีประเดประดังเข้ามาในใจ ผู้ชายคนนี้คงไม่มีคำขอที่มากเกินไปหรอกใช่ไหม!
“ปั๋วอวี๋ ท่านพ่อเจ้าถูกโฮจิ๋นทุบตีอย่างทารุณ ข้าบอกไว้ก่อนว่าผู้ลงมือคือโฮจิ๋น”
“หากไม่เชื่อ สามารถถามพ่อเจ้าได้ว่า ข้าช่วยเขามาจากเงื้อมมือแม่ทัพใหญ่!”
เว่ยจี้รีบโค้งคำนับเล่าเจี้ยง
“ขอบคุณแม่ทัพหลังที่ช่วยท่านพ่อข้า ข้ารู้สึกซาบซึ้งยิ่งนัก!”
เล่าเจี้ยงเดินไปหาเว่ยจี้ และช่วยพยุงเขาขึ้นมา
“คำพูดขอบคุณไม่จำเป็นต้องพูดแล้ว ข้าเพียงหวังว่าปั๋วอวี๋จะส่งม้าศึกคุณภาพสูงมาให้ข้า”
“จริงสิ เจ้าห้ามย้อมแมวขายเด็ดขาด ตัวข้าคนนี้ เจ้ารู้ดี”
“ว่าเรื่องนี้ค่อนข้างจริงจัง!”
คำพูดของเล่าเจี้ยงมีทั้งคำเตือน ทั้งเจือไปด้วยการข่มขู่
เว่ยจี้แค่มองก็รู้เจตนาของเล่าเจี้ยงทันที จึงรีบทำการรับปาก
“แม่ทัพหลังโปรดวางใจ ในเมื่อข้าน้อยรับปากกับท่านแม่ทัพแล้ว ข้าไม่ผิดสัญญาแน่นอน”
“ท่านแม่ทัพรอรับม้าศึกห้าพันตัวก็เพียงพอแล้ว”
เล่าเจี้ยงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ พลางยกมือขวาขึ้น
“สุภาพบุรุษพูดคำไหนคำนั้น!”
เว่ยจี้ประสานมือคำนับ เพื่อเป็นการยืนยันสัญญา
“ข้าจะจัดการให้เร็วที่สุด”
เล่าเจี้ยงกุมมือโค้งคำนับตอบ “ปั๋วอวี๋ รักษาตัวด้วย!”
ท่าทางของเล่าเจี้ยงดูจริงใจอย่างยิ่ง ซึ่งทำให้เว่ยจี้ไม่อาจคาดเดาได้
บางที… เล่าเจี้ยงอาจเหมาะจะเป็นมิตรด้วยจริง ๆ
เว่ยจี้ถอนหายใจอย่างเงียบ ๆ น่าเสียดายที่มันสายเกินไปแล้ว หลังเหตุการณ์ในวันนี้เขาคงเป็นลูกไก่ในกำมืออีกฝ่ายไปอีกพักใหญ่
“แม่ทัพหลังดูแลตัวเองด้วย”
ขณะที่เว่ยจี้เพิ่งเดินออกจากประตูไป ก็ได้ยินเสียงเล่าเจี้ยงเรียกจากด้านหลังอีกครั้ง
“ปั๋วอวี๋รอเดี๋ยว!”