พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 212 วันสุดท้ายของหลี่เหวินโหว
บทที่ 212 วันสุดท้ายของหลี่เหวินโหว
การเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจตรงหน้าไม่เพียงทำให้เป่ยกงปั่วอวี้นิ่งอึ้งเท่านั้น แต่ยังทำให้สภาพจิตใจของหลี่เหวินโหวแตกเป็นเสี่ยง ๆ อีกด้วย
“ข้าบอกแล้วว่าอย่าหัวเราะ ท่านก็ไม่ฟัง! ก่อนหน้านี้ไม่ง่ายเลยที่จะหนีออกมาได้ เป็นไงล่ะ เป็นตัวตลกให้กองทัพฮั่นขำอีกแล้ว!”
“หัวเราะสิ หัวเราะไปเถอะ ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะหัวเราะไปได้กี่น้ำ!”
เป่ยกงปั่วอวี้มองหลี่เหวินโหวด้วยความไม่อยากเชื่อ เขามีหรือจะเคยเห็นอีกฝ่ายกล้าพูดเช่นนี้กับเขา!
ก่อนหน้านี้หลี่เหวินโหวมีท่าทางถ่อมตัวมาตลอด เชื่อฟังตัวเองในทุกสิ่ง เสมือนลูกน้องใต้บังคับบัญชา
“เจ้า… เจ้า…”
“ข้าอะไร หัวเราะสิ! ไยไม่หัวเราะอีกเล่า เจ้าหัวเราะเยาะเล่าเจี้ยงเสียสิ”
คล้ายกับหลี่เหวินโหวบ้าไปแล้ว ก่นด่าเป่ยกงปั่วอวี้โดยไม่สนสถานะตัวเอง!
ก่อนหน้านี้เป่ยกงปั่วอวี้ตกใจกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของกองทัพฮั่น จึงไม่มีการตอบสนองต่อคำก่นด่าของหลี่เหวินโหว ทว่าความสับสนมักจะเกิดขึ้นชั่วคราว ตอนนี้เขาตื่นเต็มที่แล้ว
“หลี่เหวินโหว เจ้ากล้านักนะ กล้าพูดกับข้าเช่นนี้!”
เป่ยกงปั่วอวี้ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างไม่สนสิ่งใด ไอเยือกเย็นทำให้หัวของหลี่เหวินโหวสงบลงทันที
“ข้า… ข้า… ข้าเป็นอะไรไป”
“ข้าต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ใช่! บ้าไปแล้ว!”
หลี่เหวินโหวอับอายมาก เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร จู่ ๆ ก็อดรนทนไม่ไหวขึ้นมา
“เอ่อ… พี่ใหญ่… ข้า…”
“หุบปาก ใครเป็นพี่ใหญ่เจ้า!”
เห็นได้ชัดว่าคำอธิบายของหลี่เหวินโหวยิ่งสร้างความขุ่นเคืองให้เป่ยกงปั่วอวี้ แม้แต่ดวงตาทั้งสองยังเปี่ยมไปด้วยโทสะ
“กลับไปข้าค่อยจัดการเจ้า!”
ยามนี้ศัตรูใหญ่อยู่ตรงหน้า เป่ยกงปั่วอวี้จึงไม่อยากขัดแย้งภายใน ได้แต่ทิ้งคำพูดรุนแรงไว้ให้หลี่เหวินโหวเท่านั้น
เมื่อเห็นท่าทางขลาดกลัวของหลี่เหวินโหว แม่ทัพฮั่นอดเผยท่าทางเหยียดหยามออกมาไม่ได้
“หลี่เหวินโหว เจ้ามันช่างอ่อนแอเสียจริง! เสียแรงข้าหลงคิดอยู่เมื่อครู่ ว่าเจ้ามีจิตใจเข้มแข็ง!”
“อ่อนแอ ขี้ขลาด สวะ! ข้าดูถูกคนแบบเจ้าที่สุด วันนี้เจ้าอย่าคิดเลยว่าเจ้าจะรอด!”
ตอนนี้หลี่เหวินโหวแม้แต่คนให้ซบอกร้องไห้ เขาก็ไม่มีแล้วจริง ๆ ตัวเองเพิ่งล่วงเกินเป่ยกงปั่วอวี้ไป ตอนนี้ยังถูกคนบ้าชาวฮั่นนี่เล็งหัวไว้อีก!
“เจ้ารู้จักสัตว์ประหลาดตัวนี้ไหม?”
เป่ยกงปั่วอวี้ไม่กล้าดูแคลนบุคคลผู้นี้เลย ถึงขนาดเรียกว่าสัตว์ประหลาด!
หลี่เหวินโหวพยักหน้า เขาไหนเลยจะจำไม่ได้? เขาเคยถูกคนผู้นี้จับครั้งหนึ่ง!
“เขาเป็นขุนพลของเล่าเจี้ยง นามว่าเตียนอุย วรยุทธ์… ไม่มีใครเทียบได้!”
“ไม่มีใครเทียบได้?”
เป่ยกงปั่วอวี้อุทานอย่างตกใจ ก่อนมองหลี่เหวินโหวอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“หมายความว่าอย่างไรไม่มีใครเทียบได้ เขาเป็นเทพเซียนหรือไร!”
หลี่เหวินโหวเงียบงันพลางส่ายหน้าเศร้าซึม เขาอดนึกภาพตัวเองถูกหิ้วขึ้นไปกลางอากาศราวกับไก่ตัวจ้อยขึ้นมาในหัวไม่ได้ พลันรู้สึกสั่นสะท้านทันใด
“ยังนั่งทำบื้ออะไรอยู่บนพื้นอีก! รีบควบม้าทะลวงวงล้อมออกไป!”
เป่ยกงปั่วอวี้ไม่อยากสนใจหลี่เหวินโหวขยะผู้นี้อีกแล้ว จึงรีบตวาดทหารให้ลุกขึ้นมาต่อสู้
ทหารเสเหลียงไม่กล้าขัดคำสั่งเป่ยกงปั่วอวี้อย่างเปิดเผย ใครมีม้าก็พากันขึ้นขี่ม้า ใครที่ไม่มีม้าก็ทำได้เพียงจับอาวุธให้แน่นเท่านั้น
“พี่น้องทั้งหลาย ตั้งค่าย!”
เตียนอุยไม่กล้าประมาทเลยสักนิด ทหารม้าเสเหลียงเหมาะที่จะได้รับความเคารพจากเขา
หลังจากทหารฮั่นได้ยินคำสั่ง ก็เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว และจัดรูปแบบขบวนทัพเป็นแนวป้องกัน เพื่อรับมือกับการโจมตีกะทันหันของทหารม้า
มีช่องโหว่!
เป่ยกงปั่วอวี้สังเกตกระบวนทัพของกองทัพฮั่นอย่างละเอียด เขาพบว่าทหารของเตียนอุยมีจำกัด อย่างมากแค่ไม่กี่พันคน
ปากทางเข้าร้อยกว่าหมี่ไม่สามารถปิดกั้นได้ทั้งหมด ซึ่งทำให้เขามั่นใจในการฝ่าวงล้อมยิ่งนัก
“ทหารทั้งหลาย อย่าตกใจ! ศัตรูมีแค่ไม่กี่พันคน แต่กองทัพเรามีเป็นหมื่นคน!”
“มากับข้า! ข้าจะพาพวกเจ้ากลับค่าย!”
เป่ยกงปั่วอวี้ไม่กล้ารอช้าอีกแล้ว เขาไม่แน่ใจว่ากองทัพฮั่นจะมีกำลังเสริมหรือไม่ จึงทำได้เพียงหนีจากที่แห่งนี้โดยเร็วที่สุด
หลี่เหวินโหวยังคงงุนงงอยู่กับที่ เมื่อเขาได้สติ เป่ยกงปั่วอวี้พุ่งออกไปไกลแล้ว
“พี่ใหญ่ รอข้าด้วย!”
เป่ยกงปั่วอวี้ไม่หยุดเลยสักนิด กลับเพิกเฉยต่อเสียงตะโกนของเขา
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาวิกฤต สหายพี่น้องเดิมก็เหมือนนกผืนป่าเดียวกัน เมื่อภัยพิบัติใกล้กล้ำกรายก็บินแยกจากกันไป! ยิ่งไปกว่านั้นหลี่เหวินโหวเพิ่งล่วงเกินเป่ยกงปั่วอวี้ไป*[1]
หลี่เหวินโหวถอนหายใจ รีบพลิกตัวขึ้นหลังม้าแล้วขี่เข้าไปรวมกลุ่ม โดยหวังจะคว้าโอกาสที่ทั้งสองฝั่งเข้าโรมรันกันหนีออกไป
ดังที่เป่ยกงปั่วอวี้คาดไว้ แม้กองทัพฮั่นจะเตรียมตัวมาอย่างดี ทว่ากระบวนทัพมีช่องโหว่มากมาย เนื่องจากชัยภูมิกว้างขวางและขาดกำลังทหาร
“เร็ว รีบพุ่งออกไป!”
จากการปะทะกันซ้ำ ๆ ของทหารม้า ช่องว่างก็กว้างขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดกองทัพเสเหลียงก็หลบหนีไปได้
สำหรับเป่ยกงปั่วอวี้ ย่อมหลบหนีได้อย่างราบรื่น ก่อนเร่งความเร็วหลบหนีไปโดยไม่มีหยุด และสนความเป็นตายของทหารใต้บังคับบัญชาเลย!
“พี่น้องทั้งหลาย ผู้บัญชาหนีไปแล้ว พวกเรารีบไปที่ช่องนั้นกันเถิด!”
ทหารเสเหลียงหลบหนีออกจากช่องว่างของกองทัพฮั่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไปกระตุ้นความปรารถนาอยากมีชีวิตรอดของทหารที่ยังหนีไม่ได้เข้า ทหารเสเหลียงทั้งหมดจึงตะบึงรุดไปยังที่แห่งเดียว
“แย่แล้ว รีบปิดช่องว่างนั้นซะ!”
เมื่อเตียนอุยเห็นก็สายไปเสียแล้ว จึงออกคำสั่งอย่างตระหนก ให้ทหารรีบไปแก้ไขสถานการณ์โดยเร็ว
น่าเสียดาย ทหารฮั่นก็มีเท่านั้น หากมีคนมาช่วยตรงนี้ ที่อื่นย่อมโล่งว่าง สิ่งที่เตียนอุยทำนั้นเหมือนกับการรื้อกำแพงด้านตะวันออกมาสร้างกำแพงด้านตะวันตก
“พี่น้องทั้งหลาย ตรงนี้ก็หนีออกไปได้!”
ช่องโหว่ในการป้องกันเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อทหารเสเหลียงมาก เสียงคำรามหนึ่งดังขึ้นดึงดูดทหารจำนวนนับไม่ถ้วนให้เปลี่ยนทิศทางอีกครั้ง
เตียนอุยงุนงงสุดขีด เขาไม่รู้ว่าควรป้องกันอย่างไรแล้ว จึงข่มใจตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
“ไม่ต้องป้องกันแล้ว! ลุยเข้าไป สับไอ้เลวพวกนี้เป็นชิ้น ๆ ซะ!”
เตียนอุยหยิบทวนคู่ขึ้นมาและเข้าร่วมการต่อสู้ ที่ไหนมีคนมากเขาก็พุ่งไปที่นั่น!
จริงอย่างที่หลี่เหวินโหวพูด ไม่มีใครเทียบได้!
เมื่อทวนคู่กวาดไปที่ใด ต้องมีฉากเลือดกระเซ็นตรงจุดนั้น ไม่มีปลาหลุดจากแหไปแน่นอน
“เอ๊ะ เจ้านี่ยังคิดหนีอีก!”
เตียนอุยบังเอิญเห็นชายคนหนึ่งวิ่งหนีเอาชีวิตรอด จึงเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมา แล้วพุ่งไปหาเขาทันที
ชายผู้โชคร้ายคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหลี่เหวินโหวที่ปะปนอยู่ในฝูงชนนั่นเอง!
เป่ยกงปั่วอวี้หนีไปแล้วแท้ ๆ แต่น่าเสียดายที่เขาโชคไม่ดี จวบจนตอนนี้ยังหนีออกไปไม่ได้เลย
หลี่เหวินโหวพยายามปลอมตัวอย่างเต็มที่ เขาโยนเสื้อคลุมทิ้ง และสวมหมวกทหารที่ไม่รู้ว่าไปเก็บมาจากที่ไหน
ตอนนี้เขามีเพียงความปรารถนาเดียว นั่นคือหลบหนีจากสถานที่เวรนี้โดยเร็วที่สุด! หากเป็นไปได้ หลี่เหวินโหวอยากกลับไปยังบ้านเกิดตัวเองในเลียงจิ๋ว และจะไม่ต่อสู้กับกองทัพฮั่นอีกต่อไป โดยเฉพาะกับเล่าเจี้ยง!
น่าเสียดายที่ความปรารถนาเรียบง่ายนี้จะกลายเป็นความเพ้อฝันในไม่ช้า
“เจ้าบ้านี่จะไปไหนหรือ? ไม่บอกลาข้าก่อนเล่า!”
หลี่เหวินโหวได้ยินเสียงเยาะเย้ยดังขึ้นข้างหู จากนั้นม้าก็ถูกยกด้วยแรงมหาศาลจนมิอาจก้าวไปข้างหน้าได้อีก!
“เอ่อ… ข้า… ข้าไม่กล้ารบกวนท่านผู้บัญชาการ… ขอตัวลาก่อน…”
เสียงนี้มีเอกลักษณ์มาก ไหนเลยจะฟังไม่ออกว่าเป็นใคร หลี่เหวินโหวไม่กล้าหันกลับไปมองแม้แต่น้อย และหวังว่าอีกฝ่ายจะจำตัวเองไม่ได้
“ฮ่า ๆ ๆ พูดได้ดี พูดได้ดี! นายท่านข้าบอกแล้ว! เป่ยกงปั่วอวี้ไม่สนใจได้ แต่แม่ทัพหลี่ไม่สนมิได้!”
“จริงสิ นายท่านข้ายังบอกอีกว่าเขายังอยากดื่มสังสรรค์กับเจ้าอยู่น่ะ!”
ความหวังสุดท้ายของหลี่เหวินโหวพังทลาย เจ้าสัตว์ประหลาดนี่เหตุใดถึงมีสายตาเฉียบแหลมนัก? ปลอมตัวขนาดนี้แล้วยังจำตัวเองได้อีก!
“ช่วยขอบคุณแม่ทัพหลังแทนข้าด้วย หลี่เหวินโหวไม่กล้ารบกวนมากแล้ว ไว้โอกาสหน้าเถิด”
หลี่เหวินโหวหันกลับไป ส่งยิ้มที่น่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้ให้เตียนอุย
ผัวะ!
เตียนอุยใช้ทวนคู่ตีหลี่เหวินโหวจนตกจากหลังม้าจนกลิ้งกระเด็นไปไกล!
“เจ้ามันไร้ยางอายสิ้นดี!”
[1] สหายพี่น้องเดิมก็เหมือนนกผืนป่าเดียวกัน เมื่อภัยพิบัติใกล้กล้ำกรายก็บินแยกจากกันไป เปรียบถึงคนเห็นแก่ตัวที่ละทิ้งคนอื่นเมื่อถึงคราวภัยร้ายใกล้ตัวเข้ามา