พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 315 ตั๋งโต๊ะขับไล่ทหารทั้งสอง
บทที่ 315 ตั๋งโต๊ะขับไล่ทหารทั้งสอง
สีหน้าของลิโป้เห็นได้ชัดว่าลำบากใจมาก ทำเอาเล่าเจี้ยงเริ่มรู้สึกว้าวุ่นขึ้นมา
หากสุดท้ายตั๋งโต๊ะไม่ให้ เล่าเจี้ยงคงหมดปัญญาจริง ๆ ได้แค่กล้ำกลืนการเอารัดเอาเปรียบไว้เท่านั้น!
“แม่ทัพลิโป้ เป็นอะไรหรือ? หรือท่านแม่ทัพตัดใจให้ไม่ได้?”
ตั๋งโต๊ะย่นคิ้วมองไปที่ลูกบุญธรรม วันนี้เล่าเจี้ยงนำข่าวดีมาให้ขนาดนี้ หากแม้แต่คนสองคนก็ให้ไม่ได้ ตั๋งโต๊ะคงรู้สึกผิดไม่น้อย
“เฟิ่งเซียนลูกพ่อ แค่คนสองคนเท่านั้นเอง รีบไปตามมาให้ขุนพลพิทักษ์เร็ว!”
“เฮ้อ…”
ลิโป้ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนกุมมือสารภาพผิดกับตั๋งโต๊ะ
“เรียนพ่อบุญธรรม ปัญหาไม่ได้อยู่ข้า แค่คนสองคน ข้าจะตัดใจไม่ให้ขุนพลพิทักษ์ได้อย่างไร? เพียงแต่สองคนนี้เป็นลูกน้องเก่าใต้บัญชาของเต๊งหงวน หาใช่ลูกน้องใต้บัญชาของข้า และเพราะข้าสังหารเต๊งหงวน ทำให้ทั้งสองคนไม่พอใจ พวกเขาก็อาจจะไม่เชื่อฟังคำสั่งของข้าก็เป็นได้”
ลิโป้มองเล่าเจี้ยงอีกครั้ง และกุมมือสารภาพผิดเหมือนอย่างเดียวกัน
“ขุนพลพิทักษ์ ใช่ว่าข้าตัดใจปล่อยสองคนนี้ไปไม่ได้ แต่ไม่แน่ใจว่าจะทำให้พวกเขาติดตามขุนพลพิทักษ์ได้หรือไม่ หากขุนพลพิทักษ์สามารถพาพวกเขาออกไปได้ ข้าจะยอมรับด้วยความยินดีที่สุด”
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ลิโป้เองก็อยากขับไล่สองคนนี้
หัวใจเป็นกังวลของเล่าเจี้ยงคลายลงในที่สุด
“ไม่เป็นไร รบกวนแม่ทัพลิโป้พาสองคนนั้นมา ข้าแน่ใจว่าพวกเขาไม่มีข้อคัดค้านใดแน่นอน”
“ในเมื่อเป็นคำสั่งของขุนพลพิทักษ์ ลิโป้มิอาจขัดคำสั่ง เพียงแต่หากคนสองคนนี้ไม่เชื่อฟังคำสั่งของขุนพลพิทักษ์ ขอขุนพลพิทักษ์โปรดอย่าได้ตำหนิลิโป้เลย!”
เล่าเจี้ยงพยักหน้า เตียวเลี้ยวกับโกซุ่นเกลียดลิโป้ขนาดนั้น จะไม่ตามเขาไปได้อย่างไร!
“รบกวนแม่ทัพลิโป้แล้ว!”
“ขุนพลพิทักษ์นั่งรอสักครู่ ข้าไปครู่เดียวประเดี๋ยวกลับ!”
ลิโป้เดินอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ออกไปจากกระโจมผู้บัญชาการ
เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้น เล่าเจี้ยงกับตั๋งโต๊ะก็หารือเรื่องราชสำนักอีกครั้ง รวมถึงการแต่งตั้งคนรับตำแหน่งอื่น ๆ ด้วย
ลิโป้ไปเร็วมาก ผ่านไปเพียงหนึ่งเค่อ ก็พาชายกำยำสองคนเข้าไปในกระโจมผู้บัญชาการแล้ว
“เตียวเลี้ยว โกซุ่น ผู้นี้คือแม่ทัพตั๋งโต๊ะ ส่วนผู้นี้คือขุนพลพิทักษ์คนปัจจุบัน แม่ทัพเล่าเจี้ยง”
หลังยืนอยู่ข้างตั๋งโต๊ะแล้ว ลิโป้ก็แนะนำบุคคลสำคัญในกระโจมให้ทั้งสองคนตามลำดับ
ลิโป้ยังจงใจท้าทายเล็ก ๆ น้อย ๆ หากเป็นไปตามสถานการณ์ปกติ เขาควรแนะนำเล่าเจี้ยงก่อน
ตำแหน่งขุนพลพิทักษ์ของเล่าเจี้ยงเป็นหนึ่งในสามมหาขุนพล สูงกว่าตำแหน่งขุนพลชื่อหลากหลายอย่างตั๋งโต๊ะมากโข
“คารวะขุนพลพิทักษ์ แม่ทัพตั๋งโต๊ะ”
เตียวเลี้ยวกับโกซุ่นทั้งสองหาได้ไร้มารยาท กลับกันทำความเคารพทั้งสองคนตามตำแหน่งใหญ่เล็ก
แต่นี่ทำให้ตั๋งโต๊ะไม่พอใจ ทั้ง ๆ ที่กล่าวลำดับให้ทั้งสองคนแล้ว ทว่าเจ้าพวกนี้กลับไม่มีตาหามีแววเลยสักนิด
“เจ้าสองคนเป็นคนสนิทของโจรชั่วเต๊งหงวน ข้ามิอาจให้คนทรยศอยู่ที่นี่ได้ ดังนั้นนับแต่วันนี้ไป เจ้าทั้งสองออกจากค่ายไปเสีย”
วาจาของตั๋งโต๊ะทำให้เล่าเจี้ยงอึ้งกิมกี่ ไม่คิดเลยว่าตั๋งโต๊ะจะขับไล่ทั้งสองออกจากกองทัพเป๊งจิ๋วก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร
“เจ้า…”
โกซุ่นกำลังจะระเบิดโทสะ ทว่าเตียวเลี้ยวที่อยู่ด้านข้างห้ามไว้ได้ทันเวลา ก่อนส่ายหน้าให้เบา ๆ
“จาวต๋า อย่าก่อปัญหา เราไปก็พอแล้ว”
เตียวเลี้ยวค่อนข้างใจเย็นและรู้ความ ในเมื่อที่นี่ไม่รับตัวเองไว้ เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ต่อไป
“หยุดก่อน!”
ขณะที่เตียวเลี้ยวกับโกซุ่นหันหลังหมายจะจากไป ตั๋งโต๊ะก็เรียกรั้งไว้อีกครั้ง อีกทั้งน้ำเสียงก็เข้มงวดมาก
“เจ้าสองคนนี่ไม่ปฏิเสธเลยนะ ข้าอนุญาตให้พวกเจ้าไปได้แล้วหรือ!?”
ไม่ว่าเตียวเลี้ยวจะนิสัยดีแค่ไหน ตอนนี้ก็ระเบิดโทสะอย่างกลั้นไว้ไม่ไหว ปกติลิโป้มักจะทำให้ทั้งสองลำบากใจ ตอนนี้ขับไล่ตัวเองออกแล้ว ยังคิดจะกลั่นแกล้งอีก
“ทำไมกันเล่า หรือแม่ทัพตั๋งโต๊ะนึกเสียใจ อยากสังหารเราทั้งสองแทน?”
ตั๋งโต๊ะยิ้มเยาะ เขาเกลียดพวกหัวแข็งดื้อรั้นเป็นที่สุด
“ฮ่า ๆ การฆ่าเจ้าสองคนก็เหมือนกับการเชือดไก่ ข้ากลัวดาบข้าจะสกปรกด้วยซ้ำ! ขอบอกเจ้าตามตรง หากไม่ใช่เพราะขุนพลพิทักษ์เลือกพวกเจ้าทั้งสอง คิดหรือว่าพวกเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่?”
ยิ่งเห็นตั๋งโต๊ะยิ่งโมโหจริง ๆ เขาได้ตัดสินใจแล้ว ขอเพียงเล่าเจี้ยงไม่ต้องการสองคนนี้เมื่อไร เขาจะฉีกทั้งคู่ออกเป็นชิ้น ๆ เสียเดี๋ยวนั้น!
บรรยากาศอึดอัดมากจนอยากจะขอชีวิต เล่าเจี้ยงกลัวว่าเตียวเลี้ยวกับโกซุ่นจะระบายความโกรธใส่เขา จึงลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ทุกท่านโปรดใจเย็น ๆ เมื่อก่อนผู้ตรวจการเต๊งหงวนกับแม่ทัพตั๋งโต๊ะขัดแย้งกัน ข้าไม่ได้เข้าไปก้าวก่าย ทว่าข้ามีสัญญาหนึ่งกับแม่ทัพตั๋งโต๊ะ นั่นคือหลังเขายึดกองทัพเป๊งจิ๋วแล้ว ให้มอบพวกเจ้าสองคนให้ข้า”
“ตอนนี้พวกเจ้าก็เห็นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกองทัพเป๊งจิ๋วหรือแม่ทัพตั๋งโต๊ะก็ดูเหมือนจะไม่ต้อนรับ ทว่าข้ากับพวกเจ้ามีวาสนาต่อกัน หากพวกเจ้าไม่มีข้อโต้แย้ง สามารถตามข้าไปที่จวนขุนพลพิทักษ์ได้”
เดิมทีเล่าเจี้ยงคิดว่าทั้งสองจะไม่ลังเล แม้จะไม่มีความรู้สึกติดหนี้บุญคุณก็จะตอบตกลงทันที ทว่าเรื่องราวไม่ได้ราบรื่นปานนั้น เตียวเลี้ยวกับโกซุ่นต่างตกอยู่ในความเงียบงัน
ด้วยกลัวว่าพวกเขาจะปฏิเสธ เล่าเจี้ยงจึงเดินไปอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสอง แล้วเตือนด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบา
“หากพวกเจ้าไม่ตามข้าไปคงยากจะหลุดพ้นจากความตาย หากมีคำถามอะไร ตามข้ากลับจวนแล้วค่อยถาม”
สิ้นเสียง เล่าเจี้ยงก็หันกลับมานั่งทันที และมองทั้งสองคนด้วยยิ้มปั้นแต่ง
“ว่าอย่างไร ยินดีไปกับข้าไหม?”
เตียวเลี้ยวและโกซุ่นเหลือบมองหน้ากัน ก่อนพยักหน้าเบา ๆ ให้อีกฝ่าย
“เรียนขุนพลพิทักษ์ เราสองคนยินดีติดตามท่าน!”
เล่าเจี้ยงลุกขึ้นทันที กำลังจะแสดงท่าทางดีใจ แต่เมื่อคิดได้ว่าตนอยู่ในค่ายของตั๋งโต๊ะก็รีบสำรวม คิดว่าห้ามเผยความตื่นเต้นออกมามากเกินไป จะได้หลีกเลี่ยงไม่ให้ตั๋งโต๊ะสงสัย
ทว่าการเคลื่อนไหวอย่างฉุกละหุกของเล่าเจี้ยงก็ทำให้ตั๋งโต๊ะตกใจอยู่ดี โชคดีที่หลังจากนั้นไม่มีปฏิกิริยามากเกินไป ตั๋งโต๊ะจึงรู้สึกโล่งใจ
“ขุนพลพิทักษ์ นี่ท่าน…”
“ไม่มีอะไร จู่ ๆ ข้าก็นึกได้ว่ายังมีงานต้องทำในจวน ดังนั้นขอตัวก่อน”
เล่าเจี้ยงใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้กล่าวคำอำลาทันที ตอนนี้ได้เตียวเลี้ยวกับโกซุ่นมาแล้ว เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันขึ้น ยิ่งกลับไปถิ่นตัวเองได้เร็วก็จะยิ่งปลอดภัยมากขึ้น
“ขุนพลพิทักษ์ พรุ่งนี้อย่าลืมงานประชุมเด็ดขาด ทุกอย่างยังต้องฝากไว้กับขุนพลพิทักษ์”
ตั๋งโต๊ะกลัวว่าเล่าเจี้ยงจะไม่รักษาคำพูดจึงรีบเตือนเขาอีกครั้ง หากไม่มีความช่วยเหลือจากเล่าเจี้ยง ในตอนนี้คงยากที่ตนจะต่อกรกับตระกูลอ้วนเพียงลำพัง
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะไม่ต้องห่วง ข้าพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว”
หลังโค้งคำนับให้กัน เล่าเจี้ยงก็พาพวกเตียวเลี้ยวสองคนออกไปจากกระโจมของตั๋งโต๊ะ
เตียนอุยกับไทสูจู้รออยู่ด้านนอกมาตลอด เนื่องจากทั้งสองเคยปะทะกับลิโป้ เล่าเจี้ยงจึงไม่พาพวกเขาเข้าไป
“นายท่าน ท่านออกมาได้เสียที หากยังไม่ออกมา ข้าจะกรูเข้าไปรับท่านแล้ว!”
เมื่อเตียนอุยเห็นเล่าเจี้ยงออกมาก็โล่งใจในที่สุด ตั้งแต่เล่าเจี้ยงเข้าไป เขาก็รู้สึกวิตกกังวลอยู่ด้านนอก
“นายท่าน สองคนนี้คือ?”
ไทสูจู้มองไปที่เล่าเจี้ยงด้วยความสงสัย เขาลองถามตัวเองพบว่าไม่เคยเห็นใบหน้าทั้งสองมาก่อนเลย
“อย่าเพิ่งเอ่ยอันใดมาก เรากลับไปที่ลกเอี๋ยงกันก่อน เอ้อร์ไหล ข้าให้เจ้านำม้าอีกสองตัวมาด้วยมิใช่หรือ เอาให้พวกเขาไป”
เตียนอุยโบกมือ ก็มีทหารจูงม้าเข้ามา เตียวเลี้ยวกับโกซุ่นขึ้นควบหลังม้าอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเล
“ไปกันเถิด! พอถึงจวนขุนพลพิทักษ์แล้ว หากมีคำถามอะไรพวกเจ้าถามข้ามาได้เลย”
ส้นเสียงเล่าเจี้ยงก็ไม่มีรอช้า ตะบึงม้ากลับลกเอี๋ยงเป็นคนแรก เตียวเลี้ยวกับโกซุ่นรีบตามหลังไปอย่างใกล้ชิด ตามเล่าเจี้ยงกลับไปเช่นกัน