พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 350 เตียนอุยประมาทข้าศึก
บทที่ 350 เตียนอุยประมาทข้าศึก
เปาต๋งถูกฆ่าโดยมิได้แผดเสียงร้องแม้แต่น้อย ส่วนเสียงกรีดร้องน่าสังเวชในยามนี้กลับเป็นของเปาสิ้น… โหยหวนประหนึ่งหัวหลุดบ่าคือของเขาเสียเอง
“เล่าเจี้ยง! ข้ายังไม่จบกับเจ้าหรอกนะ!”
พวกโง่เง่าเช่นนี้เล่าเจี้ยงคร้านสนใจแล้วจริง ๆ ในสนามรบมีเพียงเจ้าตายข้ารอด เหตุใดถึงต้องแสร้งพูดให้ดูดีด้วย?
“จะจบหรือไม่จบ ข้าก็อยู่ตรงนี้แล้วมิใช่หรือ? รีบเข้ามาสั่งสอนก็พอ อย่าเอาแต่กระฟัดกระเฟียดอย่างสิ้นไร้ไม้ตอกอยู่ตรงนั้น”
“เจ้า!”
เปาสิ้นกริ้วโกรธจนสั่นสะท้านไปทั้งตัว แต่กลับไม่คิดพุ่งเข้าไปปะทะแต่อย่างใด เปาสิ้นมิได้กล้าหาญอย่างเปาต๋งอยู่แล้ว หากเขาเข้าไปตอนนี้ ย่อมเป็นการประเคนหัวให้อีกฝ่ายอย่างไม่ต้องสงสัย
“เป็นอันใดไป แค่ส่งสวะไร้ค่านี้มาตายก่อนอย่างนั้นหรือ ฮ่า ๆ ๆ!”
เตียนอุยใช้ทวนใหญ่กระหวัดดาบหัวเปาต๋งขึ้น ชูสะบัดไปมากลางอากาศไม่ยั้ง ท่าทางดูบ้าคลั่งขีดสุด!
“ผู้นำทัพพันธมิตร ข้า…”
“พอได้แล้ว!”
เปาสิ้นส่งสายตาเว้าวอนไปทางอ้วนเสี้ยว หวังให้อีกฝ่ายออกหน้าแทนตน แต่น่าเสียดายที่แววปลาบปลื้มในดวงตาอ้วนเสี้ยวอันตรธานหายไป ถูกแทนที่ด้วยความชิงชังเต็มทน
แม้แต่ต่อสู้สักตายังไม่รอด สหายเปาสิ้นช่างสร้างความอับอายแก่อ้วนเสี้ยวยิ่งนัก!
“ใครกล้าออกไปสู้ สังหารเจ้าผีอัปลักษณ์นี่ได้ ข้าให้ห้าสิบตำลึงทอง!”
ภายใต้รางวัลงาม ต้องมีผู้กล้าโผล่มาสักคนแน่ ซึ่งก็เป็นอย่างที่คิด… ครั้นค่าตกรางวัลห้าสิบตำลึงทองดังออกจากปาก ใจกลางกองทัพพลันมีใครคนหนึ่งพุ่งออกมา
“ผู้นี้เป็นคนสังกัดแม่ทัพใด!”
คราวนี้อ้วนเสี้ยวฉลาดขึ้นบ้างแล้ว แม้นเอ่ยปากถาม ทว่าสายตากลับมิได้ห่างไปจากสนามรบ เขาเองก็อยากเห็นสถานการณ์การต่อสู้ของอีกฝ่ายเช่นกัน
เตียวเมาเจ้าเมืองตันหลิวค่อย ๆ เดินออกมา และนี่คือขุนพลใต้อาณัติของเขานั่นเอง
“เรียนท่านผู้นำทัพพันธมิตร นี่คือขุนพลกัวหองของข้า เชี่ยวชาญการใช้ดาบใหญ่ วิชาดาบเก่งกาจเข้าขั้น เคยต่อกรกับพวกกบฏโพกผ้าเหลือง สังหารศัตรูหลายคนด้วยตัวคนเดียว… ”
“พอแล้ว! เจ้าเมืองเตียว ไม่ต้องแนะนำแล้ว”
อ้วนเสี้ยวตัดบทอย่างหมดความอดทน
เตียวเมาไม่ค่อยเข้าใจนัก ครั้นหันมองตามไปถึงได้กระจ่างแจ้ง หัวกัวหองร่วงลงพื้นไปแล้ว!?
“นี่มัน…”
ขุนพลใต้อาณัติเล่าเจี้ยงแข็งแกร่งเกินไป สองเพลงทวนล้วนสังหารขุนพลของกองทัพพันธมิตรไปถึงสองคน
เตียนอุยยังคงน่าเกรงขามกลางสนามรบ โบกสะบัดหัวคนทั้งสองกลางอากาศอย่างบ้าคลั่ง ทว่ายามนี้เหล่าขุนศึกของกองทัพพันธมิตรหาได้กริ้วโกรธอีกต่อไป ดวงตาพวกเขาฉายแววหวาดกลัวขึ้นแทน
กระนั้น… ฝั่งขวาสุดของกองทัพพันธมิตรกลับมีสามคนที่แววตาไร้ซึ่งความเกรงกลัว กระทั่งว่าผู้เป็นหัวโจกแววตาแฝงเร้นด้วยความอิจฉาอยู่ลึก ๆ
“นายท่าน เจ้าตัวเหม็นโอหังยิ่งนัก ให้ข้าออกไปสั่งสอนมันเถอะ!”
ผู้เป็นนายส่ายหน้าเบา ๆ ปฏิเสธคำร้องเสนอตัว
“อย่าได้รีบร้อน ยามนี้ยังไม่ถึงคราวที่เราจะออกหน้าได้ เฝ้าดูเงียบ ๆ ก็พอแล้ว”
“ฮึ่ม! ทำได้แค่ปล่อยมันอวดดีต่อหน้า ช่างน่าโมโหยิ่งนัก!”
ทั้งสามคนในมุมลับตาหาได้ดึงดูดความสนใจใครแต่อย่างใด เพราะอยู่ชายขอบเกินไปดังว่า
ชั่วเวลานั้น ท่ามกลางกองทัพพันธมิตรพลันมีขุนพลคนหนึ่งพุ่งออกมา ถือทวนด้ามยาวปรี่ไปทางเตียนอุยทันที
“ไอ้ผีดำอย่าโอหังอวดดีให้มาก เฉินชงจากอิจิ๋วมาเอาชีวิตเจ้าแล้ว!”
ยังไม่พูดถึงว่าฝีมือเป็นเช่นไร ลำพังแค่พละกำลัง เฉินชงยังแข็งแกร่งกว่าสองคนก่อนหน้าหลายเท่า!
ขงมอผู้ตรวจการแคว้นอิจิ๋วไม่รอให้อ้วนเสี้ยวถาม ก็เดินออกไปด้วยตนเอง
“ท่านผู้นำทัพพันธมิตร นี่คือขุนพลเฉินชงในอาณัติข้าขอรับ”
มีบทเรียนจากเปาสิ้นและเตียวเมามาก่อนแล้ว ขงมอจึงมิได้โอ้อวดขุนพลของตน เพราะหากถูกสังหาร คงน่าอับอายจนทำตัวไม่ถูกแน่
ไม่นาน ขงมอก็รู้สึกโชคดีในสติปัญญาของตน เพราะเฉินชงประคับประคองสู้ได้เพียงสองรอบก็ถูกเตียนอุยสะบั้นร่วงจากม้า!
“ยังเหลือใครกล้าออกไปสู้ไอ้ผีอัปลักษณ์อีกบ้าง! ข้าให้ร้อยตำลึงทอง พร้อมม้างามอีกห้าสิบตัว!”
ทั้งที่เพิ่มรางวัลให้อีกเท่าตัว แต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าขอคำสั่งออกสู้ แต่ละคนต่างกลั้นหายใจ ทำเอาทั้งสนามรบเงียบสงัดผิดปกติ
อ้วนเสี้ยวปะทุโทสะเดือดดาลทันใด กำลังพลใต้อาณัตินับแสนคนกลับถูกลูกน้องเล่าเจี้ยงเพียงคนเดียวควบคุมไว้หมดแล้ว!
“ฝีมืออย่างพวกเจ้ายังคิดเข้าเมืองช่วยเหลือฝ่าบาทอยู่หรือ? รีบกลับบ้านไปอุ้มลูกเสียเถอะ! ฮ่า ๆ ๆ!”
ท่าทางขี้ขลาดของเหล่าขุนพลศึกทำเอาเตียนอุยหัวเราะฟันแทบร่วง แค่ฆ่าพวกมดแมลงไปสามตัว ก็ทำให้พวกนั้นหวาดกลัวจนไม่มีใครกล้าออกมาแล้ว
“งันเหลียง ฆ่าไอ้ผีดำอัปลักษณ์นี่เสีย!”
อ้วนเสี้ยวแผดตะโกนดังลั่น ส่งงันเหลียงขุนพลอันดับหนึ่งของตนไปโดยตรง
งันเหลียงเห็นเตียนอุยขวางหูขวาตามาตั้งแต่แรกแล้ว ก่อนหน้านี้โดนสกัดไว้ด้วยคำสั่งของอ้วนเสี้ยว จึงทำได้เพียงอดทนรอ ยามนี้ได้รับคำสั่งมาแล้วจึงควบม้าออกไปทันใด ถือง้าวควบตะบึงม้าเข้าใส่เตียนอุย
“ไอ้ผีอัปลักษณ์มารับความตายเสีย!”
“หึหึ รนหายที่ตายอีกหนึ่งแล้ว!”
เตียนอุยยิ้มเผยฟันขาวใส มิได้ใส่ใจงันเหลียงแม้แต่น้อย ในสายตาเขาอย่างไรจุดจบของงันเหลียงก็ไม่ต่างจากสามคนก่อนหน้าอยู่ดี!
ความเร็วงันเหลียงว่องไวยิ่ง เพียงพริบตาก็ทะยานถึงเบื้องหน้าเตียนอุย ง้าวใหญ่ในมือชูเหนือฟ้า อีกเพียงพริบตาข้างหน้าก็สะบั้นลงถึงร่างเตียนอุยแล้ว
แน่นอนว่าขุนศึกทวนคู่ก็ไม่ยืนนิ่งรอความตาย เขาตวัดทวนสกัดคมง้าวเบื้องหน้าได้ดั่งใจ คู่ต่อสู้พวกนี้มิอาจสร้างความสนใจให้ได้เลย ทุกครั้งล้วนวางมาดองอาจ ทว่าความจริงกลับมีกำลังไม่ถึงหนึ่งหรือสองในสิบส่วนด้วยซ้ำ!
ครั้นเห็นศาสตราวุธทั้งสองจะกระทบกันในไม่ช้า เหล่ากองทัพพันธมิตรก็เริ่มมีคนถอนหายใจส่ายหน้าอย่างหมดหวัง
อีกแปดส่วนคือชีวิต คงต้องมอบไว้ในกำมือขุนพลใต้อาณัติของเล่าเจี้ยงแล้ว…
ตึง!
การปะทะของศาสตราวุธครั้งนี้ต่างไปอย่างสิ้นเชิง สิ้นเสียงปะทุดังลั่น พลันปรากฏภาพอันน่าตกตะลึง ทวนใหญ่หลุดมือเตียนอุย เพราะถูกงันเหลียงโจมตีกระเด็นไปแล้ว!
ภาพเบื้องหน้าไม่เพียงสร้างความตกตะลึงแก่กองทัพพันธมิตร แต่ยังทำเอาเล่าเจี้ยงเบิกตาโพลงโตไปด้วย
นี่มันเกิดอะไรขึ้น? พลังของเตียนอุยสามารถคุมเชิงการมีอยู่ของลิโป้ได้ แต่ไม่คิดฝันว่ายามนี้จะถูกใครบางคนโจมตีจนศาสตราวุธกระเด็น!
เตียนอุยตะลึงงันไม่แพ้กัน เบนสายตามองมือขวาของตนด้วยแววตาตะลึงค้าง เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าเขารับจุดจบแบบนี้ไม่ได้
เมื่อเห็นง้าวของงันเหลียงชูขึ้นฟ้าอีกครั้ง เตียนอุยไร้ซึ่งการโต้ตอบ เล่าเจี้ยงรีบแผดเสียงเตือนเขาอย่างร้อนใจทันใด
“เอ้อร์ไหล ระวัง!”
กระทั่งเสียงนายท่านดังเข้าหู เตียนอุยถึงได้สติกลับมา ทว่าชั่วพริบตานั้นคมง้าวของงันเหลียงได้ปรากฏเหนือศีรษะเขาเป็นที่เรียบร้อย
เตียนอุยตอบสนองทันควัน ถือทวนคู่ใหญ่ที่เหลืออีกข้างในมือสกัดต้าน ทว่าช่วงเวลาอันฉุกละหุก พละกำลังจึงถูกส่งออกมาอย่างขีดจำกัด สุดท้ายกลับถูกง้าวใหญ่ของงันเหลียงสกัดไว้จนอยู่หมัด
“หนอย! น่าโมโหยิ่งนัก”
เตียนอุยเจียนอกแตกอยู่รอมร่อ เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าพละกำลังอีกฝ่ายสู้ตนไม่ได้ ทว่ายามนี้ตัวเองกลับเป็นฝ่ายโดนข่มเสียอย่างนั้น
ผ่านการประมือไปสองรอบ เตียนอุยมั่นใจว่าด้านพละกำลังของงันเหลียงตรงหน้ามีน้อยกว่าไม่ได้ กระนั้นก็ต้องโทษตัวเองที่ประมาทมากเกินไป!
“ไอ้ผีอัปลักษณ์ ตายเสียเถอะ!”
งันเหลียงตะโกนลั่น เพิ่มแรงแขนขึ้นอีกครั้ง ง้าวใหญ่เบื้องหน้ากำลังขยับใกล้ร่างเตียนอุยอย่างต่อเนื่อง
เตียนอุยคร่ำเครียดจนหน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬ แขนของเขาหดทาบเข้าหน้าอกเรื่อย ๆ มิอาจใช้แรงเพิ่มได้อีกแล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไปต้องตายเพราะความประมาทแน่!
“ไอ้ผีอัปลักษณ์ ยอมรับชะตากรรมเสียเถอะ!”
งันเหลียงหน้าแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าทุ่มเรี่ยวแรงไปมหาศาล
สภาพการณ์ของเตียนอุยมิอาจดีไปกว่านี้ได้แล้ว สายตาดุร้ายโหดเหี้ยม กัดฟันกรอดจนเสียงดังลั่น!
คมง้าวขยับเข้าใกล้เรื่อย ๆ เหล่าฝูงชนในสนามต่างกลั้นหายใจ มองภาพที่กำลังจะตัดสินแพ้ชนะไม่ละสายตา
“อ้าก!”
ชั่วเวลานั้น การเปลี่ยนแปลงอันเหนือความคาดหมายบังเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเตียนอุยแผดตะโกนร้องเสียงแหบแห้งดังลั่น!