พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 352 งันเหลียงบุนทิวแพ้พ่ายราบคาบ!
บทที่ 352 งันเหลียงบุนทิวแพ้พ่ายราบคาบ!
งันเหลียงเปลี่ยนม้าศึกตัวใหม่ ควบม้าตรงดิ่งไปหาอ้วนเสี้ยว
“เรียนนายท่าน งันเหลียงยังมีแรงเหลือขอรับ”
“ดี! เจ้าบุกโจมตีไอ้ผีอัปลักษณ์กับบุนทิว เอาชีวิตมันมาให้ได้”
“รับบัญชา!”
งันเหลียงคารวะรับคำสั่ง ก่อนควบม้ามุ่งหน้าเข้าไปอีกครั้ง สองรุมหนึ่ง ความมั่นใจพลุ่งพล่านเต็มเปี่ยมทันใด
“ไอ้ผีอัปลักษณ์ อากงงันเหลียงของเจ้ามาอีกแล้ว!”
งันเหลียงหน้าหนาพอสมควร ภายใต้สถานการณ์สองรุมหนึ่งยังบุกเข้ามาพร้อมตะโกนเกรี้ยวกราด ไร้ซึ่งยางอายสิ้นดี!
เขาไม่แยแสสายตาหยามเหยียดและไม่พอใจเหล่านั้นแม้แต่น้อย เจ้านายเขาอ้วนเสี้ยวอุตส่าห์ยอมทิ้งเกียรติทิ้งหน้าตา แล้วตัวเขา ยังมีอันใดต้องอับอายอีก!
ยิ่งไปกว่านั้น พละกำลังของคนเบื้องหน้ามหาศาลเกินไปแล้วจริง ๆ เพื่อขจัดหนทางให้นายตนเอง เขากับบุนทิวต้องสังหารมันให้ได้!
หากใช้กลยุทธ์รูปแบบโจมตีขนาบข้าง เตียนอุยย่อมตกอยู่ในอันตราย อาวุธของเตียนอุยไม่มีข้อได้เปรียบด้านความยาวเหมือนง้าวรบหรือทวนยาว กลับกันมีเพียงกระบี่สองคมเท่านั้นที่ความยาวเหมือนกัน
กำลังรบอันแข็งแกร่งที่สุดของเตียนอุยคือทวนคู่และสองแขน ก่อนหน้านี้ประมาทเกินควรจนถูกงันเหลียงซัดกระเด็นไปหนึ่งอัน ยามนี้หากใช้ทวนใหญ่ที่เหลืออีกข้างต่อกรกับงันเหลียงและบุนทิว ต้องใช้งานได้ไม่เต็มที่แน่นอน! กระนั้นเตียนอุยต้องการกระชากหน้ากากคน จะให้หนีก่อนสู้อย่างไรตัวเขาก็ไม่มีวันทำได้ ต่อให้ต้องสู้ตัวตายก็ต้องลากศัตรูลงไปด้วย!
ทว่าเล่าเจี้ยงจะปล่อยให้เตียนอุยสู้จนตายได้หรือ? แน่นอนว่าไม่มีวัน ชั่วพริบตาที่งันเหลียงปรี่เข้ามา เล่าเจี้ยงพลันส่งสายตาไปยังขุนศึกรูปงามทันที
“จูล่ง ไปสั่งสอนบุนทิวว่าทวนใช้อย่างไร”
“รับบัญชา!”
แม้สถานที่และเวลาจะต่างออกไป แต่นักท่องเวลาก็ยังทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยได้หนึ่งอย่าง
การดวลหนึ่งต่อหนึ่งของ จูล่ง ขุนศึกรูปงามปะทะบุนทิว เจ้าแห่งเพลงทวนเกิดขึ้นแล้ว!
จูล่งว่องไวยิ่ง เขาออกตัวไปกลางสนามรบช้ากว่างันเหลียงก้าวหนึ่ง ทว่ากลับชิงถึงสนามรบก่อนอีกฝ่าย ขณะเดียวกันก็สาดเพลงทวนแทง แยกการปะทะระหว่างบุนทิวและเตียนอุยได้ในชั่วพริบตา
“จูล่ง เจ้าทำอะไร ข้ากำลังจะจัดการไอ้สวะสมควรตายนี่!”
เตียนอุยฉงนใจสุดขีด ไม่รู้ว่าเหตุใดสหายถึงต้องแยกพวกเขาทั้งสอง
“ยกเจ้านี่ให้ข้าเอง ท่านไปจัดการเขาเสีย”
จูล่งชี้ทวนไปเบื้องหน้า ส่งสัญญาณว่าศัตรูของเตียนอุยอยู่ตรงนั้น
เตียนอุยมองตามปลายทวน ก่อนดีอกดีใจอย่างบ้าคลั่ง ที่แท้งันเหลียงก็ปรี่เข้ามานี่เอง
“เยี่ยม! ข้าจะไปเก็บไอ้สุนัขนั่น คนนี้ยกให้เจ้าก็แล้วกัน!”
พูดจบพลันปรี่เข้าหางันเหลียงในบัดดล ทิ้งบุนทิวไว้ที่เดิม
“พวกเจ้าไม่เห็นหัวข้าในสายตาเกินไปแล้ว!”
นับตั้งแต่บุนทิวเป็นขุนพล เคยได้รับการดูถูกแบบนี้เสียที่ไหน? เหล่าขุนศึกแห่งฮ่อปัก มีคนใดไม่เกรงกลัวในแสนยานุภาพเขาบ้าง? วันนี้ถูกสร้างความอัปยศซึ่งหน้า ทำเอาเขากริ้วโกรธขึ้นแล้ว
จูล่งกระชับทวนในมือพร้อมรอยยิ้ม
“ข้าไม่เหมือนเตียนอุย เจ้าระวังตัวไว้เถอะ”
รอยยิ้มนี้จุดประกายเพลิงโทสะคู่ต่อสู้เข้าอย่างจัง
บุนทิวลอบสาบานกับตัวเองว่า ต้องให้คนตรงหน้าชดใช้ค่ารอยยิ้มของตนอย่างสาสม!
“รับความตายเสียเถอะ!”
คล้อยหลังเสียงแผดคำรามเปี่ยมโทสะ พละกำลังของบุนทิวพลันปะทุดุเดือด ทุ่มแรงทั้งหมดบุกเข้าไปทันที
เสียงศาสตราวุธปะทะดังขึ้นจากสนามรบไม่ยั้ง บุนทิวได้เปรียบจากการชิงลงมือก่อนในชั่วพริบตา สกัดจูล่งไว้ได้หมดจด
ชั่วพริบตา ทั้งสองปะทะกันสิบว่าเพลงยุทธ์ จูล่งมิได้โจมตีแม้แต่ครั้งเดียว แต่กลับกำลังง่วนอยู่กับการป้องกัน
สถานการณ์นี้ทำให้อ้วนเสี้ยวที่อยู่ไม่ไกลถอนหายใจ หากเล่าเจี้ยงส่งคนมาอีกคนแล้วเอาชนะสองคนที่แกร่งที่สุดของเขาอย่างบุนทิวและงันเหลียงได้ เช่นนั้นก็ไม่ต้องดวลหนึ่งต่อหนึ่งกันแล้ว ทำสงครามตัดสินกันไปเสียเลยดีกว่า!
ยามนี้ทางบุนทิวยังมิอาจตัดสินแพ้ชนะได้ อ้วนเสี้ยวจึงเบี่ยงสายตาไปทางงันเหลียง
จากท่าทีตอนนี้ อ้วนเสี้ยวรู้สึกว่างันเหลียงต้องควบคุมเตียนอุยได้อีกครั้งแน่ ทว่ายามประมวลดูอีกครั้ง กลับทำเอาเขาตกตะลึงงันไปชั่วขณะ
สภาพการณ์ของงันเหลียงและจูล่งคล้ายคลึงกัน นั่นคือทำได้แค่หลบเลี่ยงสุดชีวิต!
อ้วนเสี้ยวไม่เข้าใจอย่างยิ่งว่าสถานการณ์นี้คืออะไรกันแน่ ทั้งสองปะทะกันได้สิบกว่าเพลงยุทธ์แล้ว ทว่าไฉนสถานการณ์ถึงผลิกผันไปเช่นนี้?
อ้วนเสี้ยวงุนงงมากเท่าไร งันเหลียงข้องใจยิ่งกว่า เขาเองไม่รู้แล้วว่าเหตุใดเตียนอุยตรงหน้าถึงยังมีพละกำลังมหาศาลได้ขนาดนี้!
วรยุทธ์โจมตีของเตียนอุยนั้นง่ายดาย นั่นคืออาศัยพลังมหาศาลของตนเหวี่ยงอาวุธซัดอีกฝั่งเต็มแรงกระทั่งคู่ต่อสู้ต้านรับไม่ไหว
วิชาง้าวของงันเหลียงเฉียบคมไม่แพ้กัน อีกทั้งตัวเขาเองมีพละกำลังน่าทึ่งอยู่แล้ว วิธีการโจมตีของเขาจึงคล้ายคลึงกับเตียนอุยเป็นอย่างยิ่ง โจมตีทรงพลังจนน่าตกตะลึง ใช้พละกำลังสะกดอีกฝ่ายให้จำนน
แต่น่าเสียดาย สิ่งที่งันเหลียงเผชิญหน้าอยู่นั้นคือเตียนอุยที่พละกำลังเหนือชั้นกว่าเขา การเทียบปะทะพลังกับขุนศึกทวนคู่จากจวนขุนพลพิทักษ์นั้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย!
การปะทะของง้าวรบกับทวนใหญ่ดุเดือดไม่แพ้การปะทะระหว่างทวนเช่นกัน ทุกคราที่ศาสตราวุธกระแทกเสียดสีรุนแรงถึงขั้นปะทุประกายไฟ!
ครานี้เตียนอุยไม่ออมมือทั้งสิ้น เริ่มแรกก็ทุ่มพลังสุดแรงเกิดทันที!
ซึ่งทำให้เขาสูญเสียพลังตามเช่นกัน ตอนแรกก็ประมาทจนถูกงันเหลียงรุกคืบ ตอนท้ายต้องสู้กับบุนทิวอีกนับสิบกว่ากระบวนท่า ร่างกายมิอาจคงสภาพดีที่สุดได้อีก
หากเทียบกันแล้ว งันเหลียงหาได้ใช้แรงมากมายนัก ผ่านการได้พักผ่อนเมื่อครู่ งันเหลียงจึงพูดได้เต็มปากว่าฟื้นคืนร่างกายสู่สภาพยอดเยี่ยมขั้นสุดแล้ว
แต่… พละกำลังของงันเหลียงกลับยังคงถูกเตียนอุยสะกดบดขยี้ได้อยู่หมัดอยู่ดี!
การดวลเพลงยุทธ์และการดวลพละกำลังนั้นแตกต่างกัน ทุกครั้งที่ปะทะกันล้วนสร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาล ไม่นานงันเหลียงก็พบว่ายิ่งเขาใช้พลังมาก แรงสะท้านย้อนกลับก็ยิ่งมากตาม หลังจากการประลองนับยี่สิบกว่ากระบวนท่านั้น ทำเอาสองแขนของงันเหลียงเริ่มชาแล้ว
“อากงเตียนที่เจ้าก่นด่า ผีอัปลักษณ์ที่เจ้าปากเสียด้วยนั้นจะบดขยี้เจ้าให้แหลกเอง!”
เตียนอุยปะทะคารมไปสู้ไป ทว่ายิ่งหวดทวนลงไปมากเท่าไรก็ยิ่งฮึกเหิม ราวกับว่าพละกำลังใช้ได้ไม่มีวันหมดอย่างไรอย่างนั้น
งันเหลียงจวนทนรับความเจ็บปวดบนแขนไม่ไหวอีกต่อไป ทำได้เพียงลดแรงโจมตีอย่างต่อเนื่อง ทว่าทุกการอ่อนลงของกำลังตัวเองส่วนหนึ่ง เตียนอุยจะแข็งแกร่งขึ้นอีกสองส่วน!
ในที่สุดก็ผ่านไปอีกยี่สิบกระบวนท่า งันเหลียงทนรับไม่ไหวแล้วจริง ๆ สองแขนไร้ซึ่งความรู้สึกเป็นที่เรียบร้อย ตอนนี้เขาทำได้แค่ทิ้งง้าวควบม้าหนีเท่านั้น มิอาจสนใจเรื่องเข้าไปช่วยบุนทิวได้อีก
ดวงตาอ้วนเสี้ยวเต็มไปด้วยเพลิงแค้นอัดแน่น คาดไม่ถึงว่างันเหลียงจะหนี ช่างขายหน้าเหลือเกิน! ครั้นนึกได้ว่าบุนทิวยังพอมีโอกาสเอาชนะ ก็รีบไปหันมองทันใด
ทว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตา กลับทำให้อ้วนเสี้ยวต้องถลึงตาโตอีกครั้ง
บุนทิวยังคงสะกดจูล่งไว้ ทว่าร่างกายกลับเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ หลั่งเลือดสดไม่หยุด
เป็นไปได้อย่างไร? เขาบาดเจ็บขนาดนี้ได้อย่างไรกัน!
อ้วนเสี้ยวจำได้ว่าก่อนหน้านี้ไม่นานบุนทิวยังเป็นฝ่ายได้เปรียบ กระทั่งคิดไปแล้วว่าอีกฝ่ายจัดการจูล่งได้แล้วด้วยซ้ำ!
บุนทิวเริ่มหวาดหวั่นขึ้นแล้ว คนตรงหน้าดูเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไปไม่โดดเด่นนัก ทว่าเพลงทวนกลับทำเอาเขาตกตะลึงเกินคาด
หลังจากประมือกันถึงห้าสิบกระบวนท่า จูล่งเป็นฝ่ายลงมือเพียงห้าครั้ง แต่กลับทำเอาบุนทิวได้แผลได้เลือดถึงห้าแผล อีกทั้งที่บุนทิวโจมตีจูล่งอีกสี่สิบห้าครั้ง กลับไม่สะเทือนแม้แต่ปลายขนจูล่งเสียอย่างนั้น!
ถึงจุดหนึ่งเจ้าแห่งทวนก็รู้ดีแก่ใจ ต่อให้เลือดแห้งหมดตัวก็ไม่มีทางสร้างบาดแผลจูล่งได้ อีกห้าแผลยังส่งความเจ็บปวดไม่หยุดหย่อน โลหิตสดที่ไหลหลั่งออกมาทำให้บุนทิวเริ่มรู้สึกอ่อนล้า
ถอย! สู้ต่อไปไม่ได้แล้ว
บุนทิวตัดสินใจถอย บุกโจมตีจูล่งอีกครั้งสุดแรงเกิดเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นจึงฉวยโอกาสทิ้งระยะห่างไป
เขาอยู่ได้ไม่ถึงหกสิบเพลงทวนตามประวัติศาสตร์ด้วยซ้ำไป!
จูล่งหาได้ตามติด ใบหน้ายังมีรอยยิ้มอยู่ดังเดิม
ครานี้บุนทิวก็มิกล้ากริ้วโกรธ ทว่าในดวงตากลับฉายแววหวาดกลัวสุดขีด
“ไฉนข้าถึงทำลายการโจมตีเจ้าไม่ได้ แต่เจ้ากลับสร้างบาดแผลถึงข้าได้อย่างง่ายดายกัน?”