พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 69 แผนหลงจงของเล่าเจี้ยง
บทที่ 69 แผนหลงจงของเล่าเจี้ยง
เล่าเจี้ยงใช้โอกาสตอนที่พวกขุนพลทำงานพักผ่อนอยู่บนเตียงครู่หนึ่ง
ต่อไปจะตรงไปยังอำเภอกงจ๋งภายในระยะเวลาสั้น ๆ คงไม่มีเวลาได้พักแล้ว
เวลาว่างอันแสนสุขเช่นนี้ ผู้บัญชาการหนุ่มอดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงอนาคตอันงดงามในหัว
ตอนนี้มีห้าทหารเสือสี่คนแล้ว คนสุดท้ายก็ไม่ต้องกังวล
ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็รออยู่ที่แคว้นเอ๊กจิ๋วอยู่แล้ว และเชื่อว่าด้วยความสามารถของตนต้องชักชวนเขาได้ไม่ยากแน่!
โจโฉเอาชนะอ้วนเสี้ยวและรวมฮ่อปักเป็นปึกแผ่นในปี 208 ปัจจุบันคือปี 184 ยังมีเวลาอีกกว่ายี่สิบปี!
ในเวลายี่สิบปีนี้อย่างแย่ที่สุดก็สามารถเข้ายึดครองสองแคว้นเอ๊กจิ๋ว เลียงจิ๋ว และครอบครองดินแดนของซานฝู่*[1]
ถึงตอนนั้นอาศัยด่านงักขุนก๋วน ด่านอู่ก๋วน ซ่องสุมให้กลายเป็นกองกำลังขนาดใหญ่ก่อนยุคราชวงศ์ฉิน!
ต่อให้โจโฉสั่งระดมกองทหารนับล้าน ก็ทำได้แต่ดูสถานการณ์แล้วถอนหายใจ!
เล่าเจี้ยงไม่ได้สนใจแคว้นเกงจิ๋วมากเท่าไรนัก
เกงจิ๋วทางทิศเหนือมีแม่น้ำ ใต้จรดทะเล ตะวันออกติดกับง่อก๊ก ตะวันตกติดกับจ๊กก๊ก นี่เป็นข้อได้เปรียบ แต่ก็เป็นข้อเสียเปรียบที่ใหญ่ที่สุดเช่นกัน
แม่น้ำสายหลักกับสายย่อยของแม่น้ำแยงซีไหลผ่านทั้งแคว้นเกงจิ๋ว และแม่น้ำเซียงไหลผ่านเมืองเลงเหลงโดยตรง!
หากไม่มีกองทัพนาวาที่แข็งแกร่ง การยึดครองแคว้นเกงจิ๋วจึงค่อนข้างตึงเครียด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันของแคว้นเกงจิ๋วนั้นยากลำบากมาก
เมืองซงหยงกับอำเภออ้วนเสียห่างกันโดยมีแม่น้ำกั้นเท่านั้น และโจโฉสามารถข้ามน้ำมาได้ทุกเมื่อ เมืองกังแฮเหนือติดกับโจโฉ ตะวันออกจรดซุนกวน
ส่วนเมืองกังแฮกับเมืองสี่เขตทางใต้ต้องใช้กองทัพนาวาเท่านั้นถึงจะเข้ามาได้ และต้องใช้ทหารจำนวนมากในการเฝ้ารักษาการณ์
ครั้งหนึ่งลิบอง หนึ่งในแม่ทัพคนสำคัญยิ่งของง่อก๊กเคยโจมตีเมืองเตียงสา ฮุยเอี๋ยง และเลงเหลงสามเมืองอย่างง่ายดาย บีบให้เล่าปี่นำกองกำลังออกจากเมืองเชงโต๋มาช่วยเหลือทันที
ความคิดเชิงกลยุทธ์ของเล่าเจี้ยงคือการปกป้องปากเขื่อนซานเสียที่ด้านหน้าแม่น้ำลงใต้ ไม่ว่าทหารม้าจะมาอยู่เบื้องหน้าแคว้นเกงจิ๋วตรงที่ราบภาคกลางมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถฝ่าอันตรายทางธรรมชาตินี้ไปได้
แค่เฝ้าด่านงักขุนก๋วน ด่านอู่ก๋วนและด่านทางน้ำ ก็สามารถต้านทานกองทัพได้แล้ว
รอจนถึงช่วงแผ่นดินผันเปลี่ยน ค่อยออกมาจากทางทิศตะวันออก แล้วยึดเอาศูนย์กลางของฮ่อปัก
นี่คือกลยุทธ์หลงจงที่ปรับปรุงแก้ไขโดยเล่าเจี้ยงเอง!
สิบวันต่อมา เล่าเจี้ยงเพิ่งมาถึงภายในอาณาเขตกงจ๋ง ก็ได้รับรายงานด่วนมาสองเรื่อง
นายทหารทั้งสองมองกันและกัน อยากจะบอกข่าวของตัวเองก่อน
เล้าเจี้ยงผายมือไปที่คนหนึ่ง บ่งบอกให้เขาพูดก่อน
“เรียนท่านแม่ทัพ ตามรายงานสำนักตรวจการแคว้นกิจิ๋ว รองแม่ทัพฮองฮูสงเพิ่งเอาชนะกองทัพโพกผ้าเหลืองในเมืองทางทิศตะวันออกได้ขอรับ”
“อืม”
เล่าเจี้ยงพยักหน้า ข่าวนี้เขาไม่แปลกใจเท่าไรนัก จากนั้นก็มองไปทางอีกคน
“เจ้าพูดมา”
“เรียนท่านแม่ทัพ แม่ทัพตั๋งโต๊ะล้อมโจมตีอำเภอกงจ๋งไม่ได้ จึงเดินทางไปโจมตีเมืองเซี่ยชวีหยาง ถูกเตียวก๊กกับเตียวโป้ตีขนาบทั้งสองด้าน พ่ายแพ้ไป!”
“อะไรนะ!”
เล่าเจี้ยงอึ้งเล็กน้อย ในใจก็พยายามนึกถึงประวัติศาสตร์
ตั๋งโต๊ะถูกปิดล้อมอยู่ที่เมืองเซี่ยชวีหยางและถูกกล่าวหาไม่ใช่หรอกหรือ? ช่วงนี้ไม่มีจดบันทึกว่าโจมตีพ่ายแพ้เลยนี่!
เตียวก๊กป่วยหนักใกล้ตายอยู่แล้ว กลับยังนำทัพออกสู้รบได้!
“ตอนนี้ตั๋งโต๊ะอยู่ที่ใด?”
น้ำเสียงของเล่าเจี้ยงดูร้อนใจเล็กน้อย ดูเหมือนแนวโน้มของเรื่องราวจะไม่ปกติเสียแล้ว
“อยู่เบื้องหน้าไปอีกห้าสิบลี้ ตอนนี้กำลังถูกทัพเตียวก๊กไล่โจมตี! สถานการณ์อันตรายอย่างมาก!”
“ฟังคำสั่ง!”
“ทั้งหมดเคลื่อนทัพเข้าโจมตี ช่วยเหลือแม่ทัพตั๋งโต๊ะ”
“รับทราบ!”
ภายใต้การนำของหน่วยสอดแนม เล่าเจี้ยงนำทหารม้ามุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
การเคลื่อนไหวของเตียวก๊กทำให้เล่าเจี้ยงรู้สึกแปลกมาก ทว่าก็มีความสุขมากในทันที
หากเตียวก๊กหัวหดอยู่แต่ในเมือง เล่าเจี้ยงก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากรอให้เขาตายกะทันหัน
แต่เตียวก๊กออกไปต่อสู้นอกเมือง หากสามารถฆ่าเตียวก๊กได้ เช่นนั้นความดีความชอบคงมหาศาล!
ห่างออกไปห้าสิบลี้ เตียวก๊กได้นำกองทัพของเขาไล่ตามตั๋งโต๊ะด้วยตัวเอง ตามที่เล่าเจี้ยงคาดเดาไว้จริง ๆ
และคนที่ติดตามเตียวก๊กอยู่ข้าง ๆ ก็คือแม่ทัพแห่งแผ่นดิน เตียวโป้นั่นเอง
“พี่ใหญ่ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”
เตียวโป้เห็นสีหน้าซีดเผือดของเตียวก๊ก ก็เป็นห่วงอย่างมาก
“แค่กแค่กแค่ก …แค่กแค่กแค่ก …แค่กแค่กแค่กแค่ก…”
เตียวก๊กปิดปาก อดไม่ได้ที่จะไออย่างรุนแรง
“พี่ใหญ่! ท่านรับกลับเข้าไปในอำเภอกงจ๋งเร็ว ข้าจะไล่ตามไปคนเดียวเอง!”
เตียวโป้มีสีหน้ากังวล พวกเขาสามพี่น้องอาศัยกันและกันมาตั้งแต่เด็ก พี่ใหญ่ก็เปรียบเสมือนเป็นพ่อแม่ของพวกเขา
เตียวก๊กเอามือปิดปากข้างหนึ่ง อีกมือหนึ่งก็ขยับไม่หยุด
“ไม่ได้ แค่ก ๆ ครั้งนี้ไม่ง่ายที่จะไล่โจมตีตั๋งโต๊ะ จักต้องจับเขามาให้ได้ และโจมตีกองกำลังของทัพหลวงในฮ่อปักแตกพ่ายให้จงได้! แค่กแค่กแค่ก!!!”
“แต่ว่า…”
เตียวโป้ยังต้องการจะพูดอีก แต่เตียวก๊กส่งสายตาดุร้ายมาให้เขา
“เรามีผู้ศรัทธาหลายแสนคนอยู่ภายใต้บังคับบัญชา ตอนนี้ถูกกองทัพหลวงปิดล้อมมาสองเดือน เสบียงและหญ้าของเราหมดลงแล้ว!”
“แค่กแค่กแค่ก!!! หากครั้งนี้เอาชนะกองทัพหลวงไม่ได้ อีกไม่นาน แค่กแค่กแค่ก เราจะอดตายกัน! แค่กแค่กแค่ก”
พูดจบ เขาก็กระอักเลือดออกมา
“พี่ใหญ่!”
เตียวก๊กโบกมืออย่างอ่อนแรง สายตาที่มองไปยังเตียวโป้เต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ร่างกายของคงทนได้อีกไม่นานแล้ว แค่กแค่กแค่กแค่ก นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะได้ออกรบ”
“จากนี้ไป แค่กแค่กแค่ก ฝากลัทธิโพกผ้าเหลืองให้เจ้าจัดการแล้ว”
ทหารองครักษ์รอบตัวเขาล้วนเป็นศิษย์สายตรงของเตียวก๊ก เมื่อรู้ว่าเวลาของเตียวก๊กใกล้หมดลงแล้ว ก็อดน้ำตาคลอเบ้าไม่ได้
เตียวก๊กตื่นตัวขึ้น ก่อนตะเบงเสียงตะโกนออกมา
“ฟ้าครามสิ้นแล้ว ฟ้าเหลืองขึ้นแทน ปีชวดนี้แล ใต้ฟ้ารุ่งเรือง! ชาวโพกผ้าเหลืองทั้งหลาย เอาชนะกองทัพทางการเบื้องหน้าให้ได้ ยุคที่รุ่งเรืองใกล้จะมาถึงแล้ว! ฆ่ามัน!”
“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!”
ทหารโพกผ้าเหลืองคล้อยตามไปกับเตียวก๊ก พากันคำรามและทะยานไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลัง ซึ่งอยู่ห่างกับกองทัพทางการสั้นลงเรื่อย ๆ!
[1] ซานฝู่ (三辅) เป็นขุนนางส่วนกลางที่เป็นระดับบัญชาการและขุนนางในส่วนภูมิภาค ซึ่งประกอบด้วย จิงจ้าวอิ่น (京兆尹), สั่วเฝิงอี้(左冯翊), โย่วฝูเฟิง (右扶风)