ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 10 เจ้าสาวเยี่ยมบ้านเดิม
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 10 เจ้าสาวเยี่ยมบ้านเดิม
กู้ฉางสุ่ยกินบะหมี่ชามใหญ่จนเกลี้ยงแทบไม่เหลือ ราวลมพัดก้อนเมฆให้หายไปในพริบตา
เขาซดน้ำแกงจนหยดสุดท้าย ทุกอย่างล้วนตกถึงท้องอย่างหมดจด เมื่อกินเสร็จเขาก็พยักหน้าให้กับนาง
“อร่อย”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจกว่าสารพัดคำชมแบบผู้ดีของพวกกู้ฉางเจี๋ยเสียอีก
เถียนฮวนยิ้มน้อยๆ “ถ้าชอบ ข้ายังทำได้อีกเยอะ วันหลังค่อยทำให้ท่านกิน”
“อืม” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า
สองคนกินเสร็จเดินออกมา เจียงซื่อก็เลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย “กินเสร็จแล้วหรือ”
“เจ้าค่ะ ในครัวไม่มีอะไรแล้ว ข้าเลยทำบะหมี่ไข่ใส่ไข่คนไปสองชาม” เถียนฮวนตอบตามจริง
ทันทีที่นางพูดจบ สีหน้าเจียงซื่อก็เปลี่ยนไปทันใด
นางรีบรุดเข้าไปในครัวพลิกค้นดูจนทั่ว พอเดินกลับออกมาก็แผดเสียงลั่น “วันนี้พวกเจ้าไม่ได้ทำงานนะ ใครอนุญาตให้พวกเจ้ากินบะหมี่ดีๆ กัน! ซ้ำยังกล้าเอาไข่ไปตั้งสองฟอง! ไข่ในบ้านล้วนเก็บไว้บำรุงร่างกายให้ลูกชายข้าไม่ใช่หรือ!”
“แต่พวกข้าก็กินเข้าไปแล้ว” เถียนฮวนทำหน้าใสซื่อมองนาง “อีกอย่างเมื่อครู่นี้ท่านแม่ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้กินนี่นา ถ้าอย่างนั้นวันหน้าข้าจะไม่กินแล้วก็ได้”
นางกำลังสารภาพผิดหรือจงใจราดน้ำมันใส่กองไฟกันแน่
เจียงซื่อโกรธจนตัวสั่น จังหวะนั้นเอง กู้ฉางสุ่ยก็เอ่ยขึ้นว่า
“ท่านแม่เบาเสียงหน่อย น้องชายกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้อง หากเสียงดังไปรบกวนเข้า เขาจะพานไม่พอใจเอาได้นะขอรับ”
เจียงซื่อรีบยกมือปิดปาก แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ยังรู้สึกขุ่นเคืองใจอยู่ดี
“พวกเจ้าสองคน…คอยดูเถอะ!”
พูดจบก็กระแทกเท้าเดินปึงปังกลับเข้าห้อง พร้อมกับปิดประตูเสียงดังปัง!
กู้ฉางสุ่ยมองตาม แล้วพูดเสียงเบา “เมื่อก่อนข้ายังไม่เคยเห็นท่านแม่โกรธขนาดนี้ วันนี้กลับได้เห็นถึงสองครั้งสองครา”
เถียนฮวนเบ้ปากเล็กน้อย “ถ้านางยังลำเอียงแบบนี้ ก็ต้องมีรอบที่สามแน่”
ว่าจบ ทั้งสองก็สบตากันแล้วยิ้มอย่างเข้าใจ ดวงตาเต็มไปด้วยความสะใจ
เพราะว่ามื้อเย็นพวกเขากินบะหมี่กับไข่ไก่ คืนนั้นเจียงซื่อจึงโยนงานให้ทั้งสองมามาย
คืนนั้นสองสามีภรรยาแทบไม่ได้หลับเลย ทั้งสองช่วยกันร่อนช่ายจื่อในคลัง ล้างกังหันลม จากนั้นดูแลซ่อมแซมอุปกรณ์สกัดน้ำมัน ทั้งทาน้ำมัน ทั้งทำความสะอาดเท่าที่จำเป็น
หลังจากทำงานมากมายจนดึกดื่น จึงได้ลากสังขารที่เมื่อยล้ากลับไปพักที่ห้อง
กลางวันก็วิ่งวุ่นกันมาทั้งวัน กลางคืนยังต้องลงแรงอีกกว่าครึ่งคืน เหนื่อยแทบขาดใจ จึงเพียงล้างหน้าล้างตาลวกๆ แล้วล้มตัวลงบนเตียง หลับสนิทในทันที
ส่วนเรื่องอิงแอบแนบชิด เข้าหออะไรเทือกนั้น เถียนฮวนไม่มีแม้แต่แรงจะคิด
หลับไปเพียงครู่เดียว พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ท้องฟ้าก็เริ่มเผยแสงสีขาวจางตรงขอบฟ้าแล้ว
วันนี้พวกเขาควรจะออกเดินทางไปยังหมู่บ้านหลิงเฉวียนเพื่อกลับบ้านตระกูลถัง
ทันทีที่ลืมตาขึ้น เถียนฮวนก็พบว่าคืนนี้นางได้นอนอยู่ในอ้อมอกของกู้ฉางสุ่ยอีกแล้ว
นางหน้าแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว รีบขยับตัวออกจากอ้อมแขนของบุรุษผู้นั้นอย่างเงียบเชียบ จากนั้นจึงลุกขึ้นมาแต่งตัวและหวีผม
ไม่นานกู้ฉางสุ่ยก็ลืมตาตื่นตามมา
ทั้งสองคนต่างคนต่างเตรียมตัว เถียนฮวนเสียบปิ่นของมารดาลงบนมวยผมด้วยท่าทีเคร่งขรึม จากนั้นกู้ฉางสุ่ยก็หยิบตะกร้าใส่หย่วนจื้อขึ้นมา แล้วทั้งสองก็ออกจากห้องไป
เวลานี้คนอื่นๆ ในบ้านตระกูลกู้ยังหลับสนิท ลานบ้านเงียบสงบ
สองสามีภรรยาเดินย่องออกจากบ้านไปยังกับดักบนเขาเพื่อเก็บไก่ป่าทั้งสองตัว จากนั้นเมื่อเดินลงจากเขา กู้ฉางสุ่ยก็ย่อตัวลงตรงหน้าเถียนฮวน
“ขึ้นมา ข้าจะแบกเจ้าเอง”
“ไม่ต้องหรอก ข้าเดินเองได้” เถียนฮวนส่ายหน้า
“อีกไกลกว่าจะถึง เจ้าเดินช้าไป หากอยากไปถึงเร็วหน่อย ปล่อยให้ข้าแบกเจ้าจะดีกว่า” กู้ฉางสุ่ยยังยืนกรานคำเดิม เขาจับแขนของนางมาวางไว้บนบ่าตนเองอย่างเอาแต่ใจ
เถียนฮวนปฏิเสธไม่ได้ จึงยอมปีนขึ้นหลังเขาอย่างว่าง่าย
กู้ฉางสุ่ยจึงลุกขึ้นอีกครั้ง แบกภรรยาของตนเองไว้บนหลัง มืออีกข้างก็หิ้วไก่ป่าสองตัวและหย่วนจื้อจำนวนมาก จากนั้นจึงก้าวเท้าออกเดินทางไปยังบ้านตระกูลถัง
ตลอดทางใช้เวลาราวสองชั่วยาม
เมื่อเดินทางมาถึงบ้านตระกูลถัง ดวงอาทิตย์ก็ลอยอยู่เหนือศีรษะแล้ว
ถังซื่อ มารดาของเถียนฮวนนั่งรออยู่ในลานบ้านตั้งนานแล้ว พอเห็นสองสามีภรรยาเดินมาถึงนางก็รีบลุกขึ้นต้อนรับทันที
“ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ เจ้ากลับมาแล้ว!”
“ท่านแม่!”
แม้จะเพิ่งจากกันเพียงสองวัน แต่เมื่อได้กลับมาเห็นหน้ามารดาอีกครั้ง ความรู้สึกในใจของเถียนฮวนก็ปะปนกันอย่างบอกไม่ถูก
นางรีบกระโดดลงจากหลังของกู้ฉางสุ่ย แล้วพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของถังซื่อ
สองแม่ลูกกุมมือกันแน่น ไม่ยอมปล่อยจากกันง่ายๆ
ถังซาน ลุงของเถียนฮวนเห็นเช่นนั้นก็กระแอมกระไอเบาๆ สองครั้ง
“ไหนๆ ก็กลับมาแล้ว ให้พวกเขาเข้าไปพักก่อนเถอะ เดินทางมาตั้งครึ่งค่อนวัน คงเหนื่อยน่าดู”
ถังซื่อถึงได้นึกขึ้นได้ “ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ รีบเข้ามาข้างในเร็วเข้า! แล้วก็…เอ๊ะ เจ้าเป็นใครหรือ”
พอเงยหน้าขึ้น นางก็เห็นบุรุษหนุ่มรูปงามร่างสูงใหญ่ที่ตามหลังเถียนฮวนมา ใบหน้าของเขากลับไม่เหมือนกับลูกเขยที่นางเคยเห็นเมื่อสองวันก่อนเลยสักนิด
กู้ฉางสุ่ยจึงก้าวขึ้นมาข้างหน้า คำนับให้ถังซื่ออย่างนอบน้อม “ข้าคารวะท่านแม่ยาย”
ถังซื่อหันไปมองหน้าเถียนฮวนอย่างงุนงง “ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ นี่…”
“ท่านแม่เจ้าคะ ก็คือเขานั่นแหละ เพียงแค่เขาโกนหนวดออกเท่านั้นเอง” เถียนฮวนพยักหน้าให้ถังซื่อ
ถังซื่อเพ่งมองดูอีกครั้ง จึงเห็นว่าคิ้วกับดวงตาบนใบหน้านั้นคล้ายกับลูกเขยจริงๆ
เพียงแต่ตอนนี้เขาโกนหนวดออก ทำให้สันกรามดูเด่นชัดขึ้น บุคลิกโดยรวมของเขาจึงเปลี่ยนไป ราวคนละคนกันเลยทีเดียว!
บุรุษรูปงามเช่นนี้คู่ควรกับฮวนเจี่ยเอ๋อร์ของนางยิ่งนัก
สิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับดีเกินคาด ทำให้หัวใจของถังซื่อพลันเบิกบาน นางรีบโบกมือเรียกกู้ฉางสุ่ย
“ลูกเขย เหตุใดจึงมัวยืนอยู่ รีบเข้ามาสิ”
นับตั้งแต่เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยปรากฏตัวขึ้น ถังหรูอี้ก็ปลีกตัววิ่งเข้าห้องไปทันที ไม่กล้าแม้แต่จะออกมา เหลือเพียงแอบชะโงกมองจากรอยแยกของประตูเพื่อดูสถานการณ์จากในห้อง
เห็นว่าเถียนฮวนดูปกติดี ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย นางถึงค่อยเบาใจลง แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นบุรุษหน้าตาหล่อเหลาอีกคนที่ยืนอยู่ข้างเถียนฮวน นางก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะเก็บอาการไม่อยู่
ทันใดนั้นก็พุ่งตัวออกมาหากู้ฉางสุ่ย ดวงตาจ้องใบหน้าเขาเขม็ง
“เจ้าคือกู้ฉางสุ่ย? คนที่มาที่บ้านข้าเมื่อวันก่อน บอกว่าจะมาสู่ขอข้ากลับไปน่ะหรือ”
กู้ฉางสุ่ยขมวดคิ้ว “เรื่องนั้นผ่านไปแล้ว ระหว่างเราก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”
“เหตุใดจะไม่เกี่ยวเล่า ตอนแรกที่หมั้นหมายกันก็เป็นข้านี่นา! ถ้าเจ้า…”
“หากตอนสู่ขอข้ามีรูปโฉมเช่นนี้ตั้งแต่แรก เจ้าคงไม่ปฏิเสธการแต่งงานหรอก” กู้ฉางสุ่ยสวนกลับเสียงเย็น
ถังหรูอี้ถึงกับพูดไม่ออก
กู้ฉางสุ่ยเบือนหน้าหนี “ดังนั้น ขอให้เจ้าหลีกทางด้วย บุรุษและสตรีมิอาจแตะต้องกันได้ ข้าเป็นคนมีภรรยาแล้ว จากนี้ไปเราควรรักษาระยะห่างต่อกันจะดีกว่า”
ว่าจบ เขาก็เดินไปยืนข้างเถียนฮวนทันที
ขณะนั้นเถียนฮวนก็หยิบหย่วนจื้อกับไก่ป่าออกมาแล้ว
“ท่านแม่ดูสิ ทั้งหย่วนจื้อกับไก่ป่านี่เราหามาให้ท่าน ไก่เขาเป็นคนจับ หย่วนจื้อเขาก็เป็นคนขุด ของพวกนี้บนภูเขายังมีอีกมาก ท่านกินให้สบายใจเถอะ พอกินหมดเมื่อไหร่ พวกเราจะเอามาให้ใหม่”
“ดีๆ พวกเจ้ามีน้ำใจเช่นนี้ก็ดีแล้ว ข้ากินแน่นอน จะได้รักษาร่างกายให้แข็งแรง จะได้ไม่ทำให้เจ้าต้องเป็นห่วง” ถังซื่อรีบพยักหน้า สายตาสลับมองบุตรสาวกับบุตรเขย น้ำเสียงแววตาเต็มไปด้วยความปลื้มปริ่ม
ดูท่าแล้ว ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ของนางคงได้สามีดี แบบนี้นางก็วางใจได้เสียที
ส่วนกู้ฉางสุ่ย นับตั้งแต่ได้อยู่ข้างกายเถียนฮวน สายตาของเขาก็จับจ้องอยู่ที่นางเพียงผู้เดียว ไม่เหลือบแลผู้อื่นอีก ราวกับว่าที่แห่งนี้นอกจากเถียนฮวนแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดสลักสำคัญพอจะอยู่ในสายตาของเขาได้อีก
ถังหรูอี้เห็นภาพอันแสนอบอุ่นเช่นนี้ ทำให้นางรู้สึกขุ่นเคืองจนจิตใจปั่นป่วน
ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่เคยมีผู้ใดเมินเฉยนางถึงเพียงนี้มาก่อน! แล้วคนสกปรกที่นางไม่ต้องการผู้นี้ กลับกล้าทำกับนางเช่นนี้งั้นหรือ เถียนฮวนก็เหมือนกัน เป็นคนอกตัญญู!
ถังหรูอี้ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ
นางเพ่งมองเถียนฮวนอีกครั้ง ก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้
“ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ แล้วเสื้อผ้าของข้าล่ะ เจ้าบอกว่าแค่ยืมไปใส่เฉยๆ วันนี้กลับบ้านมาเจ้าต้องเอามาคืนข้าไม่ใช่หรือ”
รอยยิ้มของเถียนฮวนพลันเลือนหาย
“ข้าฉีกทิ้งไปแล้ว” นางตอบเสียงเบา
“ฉีกทิ้งงั้นหรือ! ชุดนั้นข้าเก็บเงินสามเดือนถึงได้ผ้า ใช้เวลาอีกสี่ห้าวันกว่าเย็บมันขึ้นมา ข้ายังไม่ทันได้ใส่เลยนะ!” ถังหรูอี้ตะโกนเสียงแหลมพลางกระทืบเท้า
“อี้เจี่ยเอ๋อร์ เจ้าเอาอะไรมาพูดอีกเล่า เสื้อผ้าเสียไปก็แล้วกัน วันนี้เป็นวันดีของฮวนเจี่ยเอ๋อร์ เจ้าก็อย่าสร้างเรื่องให้เป็นลางร้ายเลย” ถังซานรีบทำหน้าดุใส่ลูกสาว
“ทำไมจะไม่ได้! ข้าไม่ยอม! นั่นมันของข้านะ! นางฉีกมัน นางก็ต้องชดใช้ให้ข้า!” ถังหรูอี้ร้องโวยวาย ไม่ยอมลดราวาศอกเลยแม้แต่น้อย
เถียนฮวนขมวดคิ้ว กำลังจะอ้าปากพูด กู้ฉางสุ่ยก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน “แล้วจะให้พวกเราชดใช้อย่างไร เงินหรือว่าชุดใหม่”
ถังหรูอี้สะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงนั้น รีบวิ่งไปหลบหลังมารดา