ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 26 น้ำต้มกระดูก
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 26 น้ำต้มกระดูก
“ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย!”
ทางด้านเจียงซื่อกำลังกัดฟันด่าทออย่างขุ่นเคือง ขณะเดียวกันเถียนฮวนก็เพิ่งมาถึงตัวตำบลพร้อมกับกู้ฉางสุ่ย นางจามติดๆ กันหลายครั้ง
“เจ้าสบายดีไหม หรือว่าเพราะสองวันมานี้ต้องอดหลับอดนอนเลยเป็นหวัดขึ้นมา?” กู้ฉางสุ่ยเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“อาจจะใช่ก็ได้! พอจัดการธุระเสร็จแล้ว เราซื้อขิงกลับไปต้มดื่มกันสักหน่อยเถอะ” เถียนฮวนกล่าว
กู้ฉางสุ่ยรีบพยักหน้ารับทันที ขณะทั้งสองคนกำลังสนทนากัน ทันใดนั้นกลิ่นหอมฉุยจากร้านบะหมี่ด้านหน้าก็ลอยมาเตะจมูก
เถียนฮวนถึงกับเดินต่อไม่ไหว นางอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจลึกๆ ลูบท้องตัวเองเบาๆ
เช้านี้ตั้งแต่ออกจากบ้านมา เดินทางมาตั้งครึ่งวัน น้ำสักหยดยังไม่ตกถึงท้อง!
เมื่อกู้ฉางสุ่ยเห็นเช่นนั้น เขาก็รีบจูงมือนางไว้ “ข้าหิวแล้ว พวกเราไปหาอะไรกินก่อนเถอะ กินให้อิ่มแล้วค่อยเอาสมุนไพรไปขายที่โรงหมอก็ยังทัน”
เถียนฮวนพยักหน้ารับทันที
นางเองก็หิวไม่น้อย
ทั้งสองคนมาหยุดอยู่หน้าร้านบะหมี่ เจ้าของร้านเห็นพวกเขาก็รีบทักทายอย่างกระตือรือร้น “สุ่ยเกอเอ๋อร์ใช่ไหม ข้าไม่ได้เจอเจ้ามาตั้งนาน เจ้าไม่ได้มาตัวตำบลครึ่งปีแล้วนะ”
“ขอรับ ท่านอาสาม พอดีที่บ้านมีเรื่องยุ่งๆ ข้าเลยไม่ได้แวะมาเลย” กู้ฉางสุ่ยยิ้มตาหยีพลางพยักหน้า “แต่ตอนนี้ ข้าก็พาภรรยามากินบะหมี่ร้านท่าน รบกวนท่านแล้ว ขอบะหมี่ไก่ให้พวกเราสองชามขอรับ”
“โธ่ นึกว่าหายหน้าหายตาไปไหนตั้งครึ่งปี ที่แท้ก็มัวแต่ยุ่งเรื่องแต่งภรรยาเข้าบ้านนี่เอง ยินดีด้วยๆ” เจ้าของร้านบะหมี่เอ่ยเสียงดังฟังชัด ใบหน้ากลมมนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขามองเถียนฮวนอีกครั้งก็ยิ่งหัวเราะร่า “ภรรยาของเจ้าหน้าตาสะสวยจริงๆ เจ้าหนุ่มนี่ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้!”
กู้ฉางสุ่ยยิ้มพลางพยักหน้า ก่อนจะจูงมือเถียนฮวนไปนั่งที่โต๊ะว่างโต๊ะหนึ่ง
“เมื่อก่อนทุกครั้งที่ท่านปู่พาข้ามาในตัวตำบล เราจะต้องแวะมากินบะหมี่ที่ร้านของท่านอาสามทุกที บะหมี่ไก่ของท่านอาสามอร่อยมาก เส้นเหนียวนุ่ม น้ำแกงกลมกล่อม รสชาติเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน พวกข้ากินแล้วก็ไม่เคยเบื่อเลย”
“อย่างนั้นหรือ” พอได้ยินเขาชมบะหมี่ร้านนี้เสียยกใหญ่ เถียนฮวนก็พลอยสนใจขึ้นมาด้วย
ไม่นาน ท่านอาสามก็ยกบะหมี่ไก่สองชามร้อนๆ มาให้ถึงโต๊ะ
ท่านอาสามยกบะหมี่สองชามมาวางตรงหน้า ใบหน้ากลมๆ นั้นยิ้มกว้างจนเห็นริ้วรอยชัดเจน
“ตั้งแต่ปู่ของเจ้าจากไป เจ้าก็ไม่เคยแวะมากินบะหมี่ที่ร้านข้าอีกเลย ไม่คิดถึงรสชาตินี้บ้างหรือ วันนี้ข้าสั่งให้อาสะใภ้สามของเจ้าลวกเส้นให้เยอะหน่อย แล้วก็ใส่ไก่เพิ่มให้อีกหนึ่งช้อน ให้เจ้าได้อิ่มเอมสมกับที่ไม่ได้มากินเสียนาน!”
“ขอบคุณท่านอาสาม ท่านใจดียิ่งนัก” กู้ฉางสุ่ยรีบกล่าวขอบคุณ
ท่านอาสามโบกมือไปมา “พูดอะไรกัน ข้าเห็นเจ้ามาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้เจ้าแต่งงานแล้ว ข้าก็ดีใจยิ่งนัก!”
ว่าแล้วก็หัวเราะพลางคุยกับกู้ฉางสุ่ยอีกสองสามประโยค พอเห็นมีลูกค้าใหม่เข้ามา จึงรีบเดินไปต้อนรับ
“ท่านอาสามเป็นคนแบบนี้แหละ ใจดีมาก ตอนท่านปู่ยังอยู่ก็คุยกับเขาเป็นครึ่งค่อนวัน” กู้ฉางสุ่ยเอ่ยเสียงเบา แล้วดันชามบะหมี่ไปตรงหน้านาง “กินเถอะ!”
เถียนฮวนพยักหน้า สองคนจึงหยิบตะเกียบขึ้นมากินบะหมี่
ทั้งสองหิวจัด กู้ฉางสุ่ยเลยซดบะหมี่จนเกลี้ยงชาม น้ำแกงก็ไม่เว้น ส่วนเถียนฮวนกินไปได้ครึ่งเดียวก็อิ่ม นางเลยเลื่อนชามที่เหลือบะหมี่ครึ่งหนึ่งมาวางตรงหน้าเขา
“ท่านกินเถอะ ข้าอิ่มแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ดื่มน้ำแกงหน่อยสิ น้ำแกงร้านท่านอาสามอร่อยมาก เมื่อก่อนท่านปู่พาข้ามา เราสองคนจะต้องซดน้ำแกงจนหมดทุกหยด” กู้ฉางสุ่ยว่า “ลูกค้าหลายคนก็มากินเพราะน้ำแกงของเขานี่แหละ!”
พอได้ยินเช่นนั้น เถียนฮวนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เจ้าเป็นอะไรไป น้ำแกงมีปัญหาหรือ” กู้ฉางสุ่ยเห็นท่าทางนางก็รีบถาม
“ไม่มีปัญหา น้ำแกงเคี่ยวโดยใช้โครงไก่กับโครงเป็ดทั้งคืนจะใส และรสชาติหอมหวาน เส้นเหนียวนุ่ม ตอนผัดใส่เครื่องปรุงมากพอสมควร ตอนนี้ยังให้มาเยอะขนาดนี้ แสดงว่าเจ้าของร้านเป็นคนซื่อสัตย์
“แต่อย่างไรก็ตาม น้ำแกงของร้านนี้เป็นเพียง ‘น้ำต้มกระดูก’ เป็นหนึ่งในน้ำแกงเข้มข้น น้ำแกงแบบนี้จะใช้โครงไก่ โครงเป็ด และกระดูกหมูมาต้ม จากนั้นเคี่ยวพลางเติมน้ำตลอดเวลา และใส่เครื่องปรุงตามไปเรื่อยๆ เพื่อรักษารสชาติ เวลาผ่านไปนานเข้า รสก็เริ่มปะปน ข้าเลยไม่ชอบเท่าไหร่”
ตอนแรกกู้ฉางสุ่ยก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอกินของที่เถียนฮวนทำจนเคยชิน พอกลับมากินบะหมี่ร้านนี้ก็ดูเหมือนจะมีรสแปลกๆ อยู่บ้าง แต่อธิบายไม่ถูกว่ามันแปลกอย่างไร จนกระทั่งเถียนฮวนอธิบายให้ฟังอย่างชัดเจน เขาก็พลันเข้าใจขึ้นมาทันที
“แต่ร้านเล็กๆ แบบนี้ ลูกค้าเข้าออกตลอด น้ำแกงจะปล่อยให้เย็นไม่ได้ ดังนั้นการที่ยังรักษารสชาติไว้ได้แบบนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว โดยรวมก็ยังอร่อยอยู่ ท่านกินต่อเถอะ กินเสร็จจะได้ไปขายสมุนไพร” เถียนฮวนกล่าวต่อ
ยังไม่ทันขาดคำ ก็ได้ยินเสียงดัง ‘ตึง!’
ทั้งสองหันไปมอง เห็นท่านอาสามเดินตรงมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“แม่นางน้อยช่างพูดจริงนะ! น้ำแกงไก่ของข้าต้มแบบนี้หลายปีแล้ว คนที่เคยกินไม่มีใครบ่น มีแต่ชมทั้งนั้น! เจ้าอายุน้อยอยู่แท้ๆ กลับกล้าวิจารณ์น้ำแกงตำรับข้าเสียแล้ว”
กู้ฉางสุ่ยรีบดึงเถียนฮวนไปไว้ด้านหลัง “ท่านอาสาม นางแค่พูดตามความเห็นของตัวเอง ไม่ได้มีเจตนาว่าร้ายเลยนะขอรับ”
เถียนฮวนก็เอ่ยอย่างจริงจัง “ข้าแค่พูดความจริงเท่านั้น หากท่านไม่เชื่อ ตอนต้มน้ำแกงคืนนี้ใส่สุราเพิ่มสักถ้วย พรุ่งนี้ต้มน้ำแกงค่อยเติมแค่เกลือ รสชาติจะดีกว่านี้มาก”
เขาเพิ่งพูดไปเมื่อครู่ แต่แม่นางน้อยผู้นี้กลับกล้าชี้แนะเขา!
ท่านอาสามสีหน้าถมึงทึงทันที
“หึ! ทุกๆ ปีมีคนวิจารณ์ข้าไม่ต่ำกว่าร้อยคน หากข้าทำตามที่พวกเขาพูด ร้านข้าคงปิดไปนานแล้ว! ถ้าเจ้ามั่นใจนักก็เปิดร้านแข่งกับข้าสิ”
“ถ้าไม่ติดว่าข้าชอบปรุงยา ข้าคงเปิดร้านอาหารแข่งกับท่านไปแล้ว” เถียนฮวนตอบเรียบๆ
“แม่นางน้อยตัวแค่นี้ คำพูดคำจาโอหังไม่เบาเลยนะ!” ท่านอาสามหัวเราะด้วยความโกรธ “สุ่ยเกอเอ๋อร์ ภรรยาเจ้าเป็นลูกสาวบ้านใด บิดามารดาสั่งสอนนางอย่างไร”
เถียนฮวนโกรธจัด
จะดุด่าว่ากล่าวนางอย่างไรก็ได้ แต่ท่านพ่อท่านแม่นางใครอย่าแตะ!
“ท่านพูดถูก ข้าอายุยังน้อย แต่ท่านเองก็ควรรู้ว่า ของเก่าที่สืบทอดมาก็ใช่ว่าจะถูกต้องเสมอไป ตั้งแต่โบราณจนถึงตอนนี้ มีตำรับอาหารตั้งมากมายที่ถูกปรับปรุง หรือแม้แต่ตำรายาก็เคยถูกพิสูจน์ว่าผิดมาแล้วนับไม่ถ้วน หากคนเรายอมรับข้อบกพร่อง กล้าแก้ไข พัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ นั่นแหละถึงจะก้าวหน้าได้ พ่อแม่ข้าสอนมาแบบนี้ ข้าก็ไม่เห็นว่าพวกท่านสอนผิดตรงไหน”
น้ำเสียงของนางหนักแน่นมั่นคง ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็มิอาจสรรหาคำว่าโต้ตอบนางได้!
กู้ฉางสุ่ยเห็นท่าไม่ดี รีบวางเงินสี่เหวินลงบนโต๊ะ “ท่านอาสาม ท่านก็รู้จักนิสัยข้าดี ภรรยาข้าไม่มีเจตนาร้าย คำแนะนำของนาง ท่านลองเก็บไปคิดดูก็ได้นะขอรับ เผื่อจะมีประโยชน์บ้าง”
พูดจบก็จูงมือเถียนฮวนเดินออกจากร้านไป
พอทั้งสองเดินลับไป ท่านอาสามถึงค่อยๆ ได้สติ เขาหันไปมองน้ำแกงที่เถียนฮวนยังไม่แตะต้อง แล้วขมวดคิ้วพึมพำกับตัวเอง
“เจ้าไม่ควรทำเช่นนี้กับข้าเพื่อเอาใจภรรยาเจ้า!”
เพียงแต่…เมื่อคิดถึงคำพูดของเถียนฮวนกับสีหน้าจริงจังของกู้ฉางสุ่ยเมื่อครู่ เขาก็อดรู้สึกคันไม้คันมือไม่ได้
เขาค่อยๆ เดินไปหาภรรยาที่กำลังลวกเส้นอยู่
“นี่ เจ้าคิดว่า…คืนนี้เราจะลองทำแบบที่แม่นางน้อยพูดดีหรือไม่”