ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 27 ขายสมุนไพร
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 27 ขายสมุนไพร
สองสามีภรรยาเดินออกจากร้านบะหมี่ไปด้วยกัน เถียนฮวนเห็นสีหน้ากู้ฉางสุ่ยที่ดูเคร่งขรึมเล็กน้อยก็อดรู้สึกผิดไม่ได้
“เมื่อครู่นี้ข้าทำให้ท่านต้องขายหน้าในหมู่คนรู้จักหรือไม่” นางเอ่ยเสียงแผ่ว
“น้ำแกงนั่น เรียกได้ว่าเป็นหัวใจของท่านอาสาม เจ้าไปพูดแบบนั้นเข้า ก็ย่อมทำให้เขาโกรธเป็นธรรมดา” กู้ฉางสุ่ยตอบเสียงเรียบ
“ทว่า…” เขาก็โน้มตัวลง กระซิบเบาๆ พลางสบตากับนาง “ข้าเชื่อว่าเจ้าพูดถูก อาหารที่เจ้าทำอร่อยยิ่งนัก แน่นอนว่าย่อมมีสิทธิ์วิจารณ์น้ำแกงของเขาได้”
เถียนฮวนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมา
“ความจริงตอนนั้นข้าก็แค่พูดกับท่านเท่านั้นเอง ใครจะคิดว่าเขาจะมาได้ยินเข้า แต่น้ำแกงของร้านเขาก็ถือว่าดีอยู่ เปิดร้านแล้วยังทำได้ถึงระดับนี้นับว่าใช้ได้เลย เพียงแต่ยังสู้ที่ข้าทำเองไม่ได้หรอก ท่านรอหน่อย อีกเดี๋ยวพอขายสมุนไพรเสร็จ ข้าจะซื้อไก่กลับไปเคี่ยวน้ำแกงให้ท่านได้กินกับข้าวฝีมือข้า!”
“ได้เลย!” พอได้ยินเช่นนั้น ดวงตากู้ฉางสุ่ยก็เป็นประกายทันที รีบพยักหน้าไม่หยุด
ท่าทางแบบนี้ไม่ต่างจากหมาป่าที่เห็นเนื้อเลยสักนิด น่ารักจนเถียนฮวนใจอ่อนยวบ
สองสามีภรรยาเดินคุยกันไปพลางหัวเราะไปพลาง ทิ้งเรื่องเมื่อครู่ไว้เบื้องหลัง ไม่นานก็เดินมาถึงหน้าประตูโรงหมอของตำบล
ตำบลสือโถวเป็นแค่ตำบลเล็กๆ ที่นี่จึงมีโรงหมอเพียงแห่งเดียว และยังเปิดเป็นร้านยาด้วย
พอเห็นทั้งสองเดินเข้ามา คนรับใช้ในโรงหมอก็รีบออกมาต้อนรับ “ทั้งสองท่านจะมาหาหมอหรือมาซื้อยาขอรับ”
“พวกข้าไม่ได้มาหาหมอหรือซื้อยา พวกข้ามาขายสมุนไพร” กู้ฉางสุ่ยตอบ
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าคนรับใช้ก็หายวับไป
“มาขายสมุนไพรงั้นหรือ ตามข้ามาทางนี้!”
เขาหันหลังเดินนำพวกเขาไปยังลานด้านหลัง จากนั้นเชิดหน้าขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “รอตรงนี้ ข้าจะไปตามคนมาตรวจดูสมุนไพร อย่าเดินเพ่นพ่าน ถ้าทำข้าวของที่นี่พังขึ้นมา พวกท่านชดใช้ไม่ไหวหรอก!”
น้ำเสียงถือดีเช่นนั้นทำให้ดวงตากู้ฉางสุ่ยเย็นเยียบลงทันที แต่ก็ไม่ได้โต้ตอบอะไร
เถียนฮวนเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ “พวกคนรับใช้แบบนี้น่ะเก่งแต่ดูถูกคนอื่น เราแต่งตัวอย่างนี้ก็สมควรแล้วที่เขาจะดูแคลน ถ้าอยากให้เขาเปลี่ยนท่าที ทางเดียวคือต้องใช้ความสามารถทำให้เขายอมรับ”
“ข้ารู้” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า “ข้าแค่รู้สึกว่า คนพรรค์นี้แต่ก่อนคงไม่มีคุณสมบัติพอจะมายืนต่อหน้าเจ้าได้ด้วยซ้ำ”
ทว่าตอนนี้ เด็กรับใช้โรงหมอแสนต่ำต้อยผู้หนึ่งกลับกล้าดูแคลนนาง
คุณหนูผู้เคยถูกผู้คนล้อมหน้าล้อมหลังราวเดือนกลางหมู่ดารา บัดนี้กลับตกต่ำเพียงนี้ แค่คิดก็ปวดใจแล้ว
เถียนฮวนได้ยินเพียงแค่หัวเราะเบาๆ “ไม่เป็นไร ข้าชินแล้ว”
ทว่าท่าทีสงบนิ่งเช่นนี้ของนางกลับยิ่งบาดลึกลงในใจของกู้ฉางสุ่ย เขายิ่งรู้สึกสงสารนางมากยิ่งขึ้น
นางกำลังจะกล่าวออกมา แต่เด็กรับใช้โรงหมอได้พาชายหน้าเหลี่ยมวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินเข้ามา
“พวกเจ้าจะขายสมุนไพรงั้นหรือ” ชายผู้นั้นไม่แม้แต่จะมองตรงๆ สีหน้าท่าทางก็กระฟัดกระเฟียดเต็มที
เด็กหนุ่มที่ยืนข้างๆ รีบพูดขึ้น “นี่คืออาจารย์เกาของร้านเราขอรับ”
กู้ฉางสุ่ยรีบเอ่ยทัก “คารวะอาจารย์เกา!”
จากนั้นก็เริ่มหยิบสมุนไพรในตะกร้าออกมาวางเรียงบนพื้นทีละอย่าง
แน่นอนว่าโสมนั้นยังเก็บไว้ ไม่ได้หยิบออกมา
ไม่คิดเลยว่าอาจารย์เกาผู้นี้พอเห็นสมุนไพรแปรรูปเหล่านั้นก็หน้าถมึงทึงทันที
“เหตุใดจึงมีแต่สมุนไพรแปรรูป ข้าเคยบอกไว้ไม่ใช่หรือว่าร้านเรารับแต่สมุนไพรสดเท่านั้น พวกเจ้านี่นะ ความรู้เรื่องตัวยาก็ไม่มี ยังกล้าแตะต้องวัตถุดิบโดยพลการอีก สมุนไพรดีๆ ถูกพวกเจ้าทำลายกันไปเท่าไหร่กันแล้วรู้ไหม!”
“ท่านดูของให้ครบก่อนเถอะเจ้าค่ะ ถ้าไม่ถูกใจก็ไม่ต้องซื้อ” เถียนฮวนกล่าวขัดเบาๆ
ดวงตาของอาจารย์เกาแทบจะพ่นไฟออกมา “ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรเลย เจ้าจะรีบร้อนอะไรนัก หนุ่มสาวสมัยนี้นะ ฝีมือไม่มี แต่ปากนี่เก่งนัก!”
เขาสั่งสอนไปคำหนึ่งก่อนจะถอนหายใจแรงๆ “เห็นแก่เด็กเช่นพวกเจ้า ข้าก็จะไม่ถือสาพวกเจ้า เช่นนั้นเอาดอกเบญจมาศป่ามาให้ข้าดูก่อน”
เด็กหนุ่มรีบหยิบเบญจมาศป่ากำหนึ่งส่งให้ เขารับไปแล้วพลิกดูผ่านๆ ไม่กี่ครั้ง “ของพวกนี้ตากแห้งดี กลีบดอกก็ยังสมบูรณ์ รูปลักษณ์ใช้ได้ ยังพอรับซื้อได้อยู่”
ว่าแล้วเขาก็วางดอกเบญจมาศป่าลง แล้วหยิบหย่วนจื้อขึ้นมาตรวจดู สีหน้าเหยียดหยันพลันเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“หืม?” เขาอุทานเบาๆ แล้วรีบหยิบหย่วนจื้อขึ้นมาดูใกล้ๆ จากนั้นบิแยกเพื่อดูด้านใน แล้วจึงเงยหน้ามองกู้ฉางสุ่ย “เจ้าใช้วิธีนึ่งหรือ”
กู้ฉางสุ่ยถอยไปหนึ่งก้าว แล้วชี้ไปที่เถียนฮวน “สมุนไพรพวกนี้ภรรยาข้าเป็นคนแปรรูปทั้งหมด”
“อย่างนั้นหรือ” แววตาของอาจารย์เกาตกใจชัดเจนขึ้นมาก เขาจึงหันไปมองเถียนฮวนด้วยท่าทีจริงจัง
เถียนฮวนตอบกลับอย่างไม่อ้อมค้อม “บ้านข้ายากจน ไม่มีชะเอมเทศกับน้ำผึ้ง จึงได้ใช้วิธีคั่วแทน การคั่วหย่วนจื้อต้องใช้ไฟแรงจนผิวด้านนอกกลายเป็นสีดำเข้ม ด้านในเป็นสีน้ำตาลไหม้ ข้าคิดว่าสีที่ข้าคั่วออกมาเหมาะเจาะดี ไฟก็ไม่อ่อนหรือแรงเกินไป ท่านว่าอย่างไรเจ้าคะ”
น้ำเสียงของนางสงบสุขุม ไม่ถ่อมตนแต่ก็ไม่หยิ่งยโส ไม่มีเค้าของความไม่พอใจหรือโกรธเคืองจากการที่ถูกตำหนิเมื่อครู่แม้แต่น้อย
ในแววตาของอาจารย์เกาจึงปรากฏความฉงนขึ้นมา
“เจ้าศึกษาวิธีแปรรูปพวกนี้มาจากผู้ใด ข้าไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเจ้ามาก่อนเลย”
“ท่านยอมรับในฝีมือของข้าแล้วใช่หรือไม่ แม้ข้าจะอายุน้อย แต่สิ่งที่ทำออกมาก็นับว่าใช้ได้ อีกทั้งเมื่อครู่ข้าก็ไม่ได้ตั้งใจจะอวดดี ท่านว่าไหมเจ้าคะ” เถียนฮวนยิ้มพลางเอ่ยถาม
อาจารย์เกาเบือนสายตาไปทางอื่นด้วยความรู้สึกผิด “พอเถิด อย่าพูดเรื่องไร้สาระพวกนั้นเลย สมุนไพรแปรรูปที่เจ้าทำมานั้นทำได้ดีจริงๆ โรงหมอของเรารับซื้อแน่นอน! หย่วนจื้อสดหนึ่งจินราคาแปดเหวิน โรงหมอเราขายหย่วนจื้อแปรรูปหนึ่งจินสิบสองเหวิน ฉะนั้นข้าจะขอซื้อหย่วนจื่อแปรรูปจากเจ้าที่หนึ่งจินสิบเหวิน ส่วนดอกเบญจมาศป่าข้าจะคิดราคาแพงขึ้นอีกหน่อย หนึ่งจินหนึ่งตำลึง ส่วนสมุนไพรอื่นๆ ข้าก็จะหักแค่จินละหนึ่งถึงสองเหวินจากราคาขาย ตกลงหรือไม่”
“ตกลง” เถียนฮวนพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
ชายผู้นี้แม้จะเย่อหยิ่งไปสักหน่อย แต่ราคาที่เขาเสนอนั้นก็นับว่าตรงไปตรงมาดี
อาจารย์เการีบสั่งให้เด็กรับใช้โรงหมอนำตาชั่งมา เขาชั่งสมุนไพรแต่ละชนิดแล้วกดลูกคิดนับอย่างรวดเร็ว
“ทั้งหมดนี้ได้สองตำลึงหนึ่งเฉียน[1] เจ้านับดูให้ดี”
เถียนฮวนกำลังจะคำนวณราคา กู้ฉางสุ่ยที่อยู่ข้างกายก็พยักหน้าทันที “ไม่ผิดหรอก”
เถียนฮวนหันไปมองเขาด้วยความประหลาดใจ ก็เห็นกู้ฉางสุ่ยยิ้มให้นางพลางเอ่ยว่า “เมื่อครู่เขาบอกราคากับน้ำหนักของแต่ละอย่าง ข้าก็คิดรวมไว้ในใจแล้ว รวมทั้งหมดได้สองตำลึงหนึ่งเฉียน”
“อย่างนี้เอง ถ้าเช่นนั้นก็คงไม่ผิดหรอก” เถียนฮวนเชื่อคำของเขาโดยไม่ลังเล จึงไม่คิดจะเสียเวลาไปคำนวณซ้ำอีก
อาจารย์เกาได้ยินดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งให้กู้ฉางสุ่ย “น้องชาย เจ้าเก่งยิ่งนัก! คิดเลขในใจได้รวดเร็วยิ่งนัก!”
“สู้ภรรยาข้าไม่ได้หรอก นางต่างหากที่เก่งจริงๆ” กู้ฉางสุ่ยกลับตอบเช่นนั้น ทำให้ทุกสายตาหันไปที่เถียนฮวนอีกครั้ง
[1] เฉียน เป็นหน่วยเงินจีนในสมัยโบราณ 10 เฉียน เท่ากับ 1 ตำลึง