ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 4 ย่อมดีกับเจ้า
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 4 ย่อมดีกับเจ้า
จู่ๆ เขาก็เอ่ยปากพูดกับนาง ทำเอาเถียนฮวนตกใจสะดุ้งเฮือก
แต่ไม่นานก็ได้สติ ใบหน้าของนางก็ปรากฏรอยยิ้มเขินอายจางๆ
“ข้าปฏิบัติต่อท่านดี ท่านก็ต้องดีกับข้าเหมือนกันนะ ดีหรือไม่”
ภายใต้แสงไฟที่วูบไหว นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยดวงตาที่ฉ่ำวาวดั่งสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิ มองเขาเขม็งไม่กะพริบแม้แต่น้อย หัวใจของกู้ฉางสุ่ยก็พลันเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
“แน่นอน ข้าต้องดีกับเจ้าอยู่แล้ว” เขาพยักหน้าตอบอย่างหนักแน่น
เถียนฮวนยิ้มหวานทันที แล้วก็ใช้มือนวดฝ่าเท้าทั้งสองข้างของเขาต่ออย่างตั้งอกตั้งใจ
น้ำเริ่มเย็นแล้ว นางจึงให้กู้ฉางสุ่ยเอาเท้าขึ้นแล้วเช็ดให้แห้ง จากนั้นนางก็เติมน้ำร้อนลงในอ่างน้ำ แล้วแช่เท้าของตนเองบ้าง
พอแช่จนเท้าอุ่นสบายดีแล้ว นางก็เอาเท้าออกมาเช็ดให้แห้ง
กู้ฉางสุ่ยเทน้ำแช่เท้าทิ้ง จากนั้นดับไฟ หยิบห่อสัมภาระของเถียนฮวน แล้วพานางเดินเข้าไปในห้องของเขา
ห้องนี้เป็นห้องของบุรุษโดยแท้จริง
ภายในห้องโล่งๆ มีเพียงเตียงไม้แข็งๆ หนึ่งหลังกับตู้เสื้อผ้าอย่างง่ายๆ หนึ่งใบ ไม่มีข้าวของอื่นใดอีกเลย
กู้ฉางสุ่ยวางห่อสัมภาระไว้บนตู้เสื้อผ้า แล้วก็พยักหน้าให้ “ดึกมากแล้ว นอนได้แล้ว”
“อ้อ ได้เลย” เถียนฮวนรีบพยักหน้ารับคำ แล้วก็เห็นเขาล้มตัวลงนอนเสียก่อน
นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอดเสื้อคลุมด้านนอก แล้วขึ้นเตียงตามไป
เคราะห์ดีที่แม้ห้องนี้จะดูแร้นแค้น ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มจะขาวจนซีด แต่ภายในผ้าห่มก็ไม่ได้เหม็นอับชื้นเหงื่อเหมือนที่คิดไว้ ทั้งยังมีกลิ่นแสงแดดที่แห้งสะอาดติดอยู่
เมื่อคืนนี้นางยังนอนกับมารดาอยู่เลย แต่วันนี้กลับมาอยู่ในบ้านที่ไม่คุ้นเคย ห้องที่ไม่คุ้นเคย และข้างกายยังมีบุรุษที่ไม่คุ้นเคยนอนอยู่ด้วย
โดยเฉพาะเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้พวกเขาเป็นสามีภรรยากันแล้ว คืนนี้…ก็น่าจะถือเป็นคืนเข้าหอของพวกเขาใช่หรือไม่
แบบนี้พวกเขาก็…
หัวใจของเถียนฮวนพลันกระตุกวูบขึ้นมาอีกครั้ง นางเริ่มรู้สึกประหม่า แต่เพิ่งเขินอายเพียงไม่นานนัก ก็ได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอมั่นคงดังมาจากข้างกาย
กู้ฉางสุ่ย สามีหมาดๆ ของนาง หลับไปแล้วอย่างนั้นหรือ
เป็นคนซื่อบื้ออะไรเช่นนี้!
เถียนฮวนยิ้ม หัวเราะไม่ออกร้องไห้ก็ไม่ได้ แต่แบบนี้ก็ดีแล้ว
จนถึงตอนนี้ราวกับเรื่องที่ต้องแต่งงานแทนญาติผู้พี่ทำให้นางสติพร่าเลือน หากจะให้นางกับเขามีสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา นางคงมิอาจรับได้เป็นแน่
พอรู้ว่าเขาหลับแล้ว หัวใจที่บีบรัดด้วยความกังวลก็พลันคลายลง ไม่ทันรู้ตัว ความง่วงก็เริ่มเข้าครอบงำ นางจึงหลับตาลงจมสู่ห้วงนิทรา
แต่สิ่งที่เถียนฮวนไม่รู้ก็คือ หลังจากนางหลับไปได้ไม่นาน ชายหนุ่มที่ควรจะหลับใหลไปก่อนหน้าแล้วกลับลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน
ดวงตาใสกระจ่างจ้องมองมายังนาง…หญิงสาวตัวเล็กๆ ข้างกายที่แม้ยามหลับยังขมวดคิ้วอยู่บ้าง เขามองอยู่นาน ก่อนจะยื่นนิ้วหยาบกร้านไปจิ้มแก้มนางเบาๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“นิ่มดี”
จากนั้นจึงหลับตาลงอีกครั้ง เข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความพึงพอใจ
เดิมคิดว่าเปลี่ยนสถานที่นอนแล้วตนคงจะนอนไม่หลับ หรือไม่ก็ฝันร้าย
แต่สุดท้าย เถียนฮวนกลับรู้สึกว่าคืนนี้นอนหลับสบายอย่างประหลาด!
เช้าตรู่ เมื่อไก่ในลานบ้านเริ่มขัน นางก็ยังขี้เกียจเกินกว่าจะลืมตาขึ้น
อุ่นจัง…สบายเหลือเกิน…
นางไม่ได้รู้สึกว่าอบอุ่นยามนอนหลับมานานแล้ว สบายจนอยากจะนอนต่ออีกสักหน่อยค่อยลุกขึ้น แต่ทันใดนั้นก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
นางจำได้ว่า ผ้าห่มที่ป้าสะใภ้ให้ใช้เป็นของเหลือจากพี่หรูอี้ เนื่องจากใช้มาหลายปีแล้ว แม้จะตากแดดไว้หลายวัน แต่ก็ยังแข็งกระด้างและไม่อบอุ่นเท่าไรนัก ทว่าในตอนนี้กลับรู้สึกนุ่มนวลอบอุ่นเป็นพิเศษ…
และแล้วเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่บ้านตระกูลถังและบ้านตระกูลกู้เมื่อวานก็ไหลบ่ากลับเข้าสู่ความทรงจำ
นางนึกขึ้นได้แล้ว!
นางแต่งงานแล้วนี่นา!
เถียนฮวนตกใจจนลืมตาขึ้นทันที พลันผงะเมื่อเห็นใบหน้าชายหนุ่มเบื้องหน้า
แต่ก็ดีที่นางจำได้ว่าใบหน้านี้คือสามีของตน จึงไม่ร้องออกมา ค่อยๆ ดันแขนที่พาดอยู่บนไหล่ของนางออก ก่อนจะดึงผ้าห่มออกลุกจากเตียงทันที
นางก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า…เมื่อครู่หรือว่านางนอนพิงอยู่ในอ้อมอกของบุรุษผู้นี้? ถ้าไม่ใช่ แล้วเหตุใดจึงรู้สึกอบอุ่นและสบายถึงเพียงนี้
แก้มของเถียนฮวนร้อนวูบขึ้นมาทันที
ขณะนั้นเอง ชายหนุ่มบนเตียงก็ลืมตาขึ้นช้าๆ
เขาลุกขึ้นนั่ง หันไปมองเถียนฮวน จากนั้นมองออกไปยังแสงสว่างนอกหน้าต่าง เขาลุกขึ้นอย่างเงียบงันเพื่อไปแต่งตัว
เถียนฮวนเห็นดังนั้นก็รีบหันไปเก็บผ้าห่มด้วยใบหน้าแดงซ่าน
เมื่อนางเก็บเรียบร้อย กู้ฉางสุ่ยก็แต่งตัวเสร็จพอดี ก่อนจะออกจากห้องไป
เขาไม่อยู่ก็ดีแล้ว เถียนฮวนรีบหยิบห่อผ้าจากบนตู้เสื้อผ้าลงมาเปิดออก แล้วหยิบชุดตัวเก่าที่เคยใส่เป็นประจำมาสวมอย่างลวกๆ จากนั้นก็รวบผมมวยง่ายๆ เดินออกจากห้อง
เมื่อเดินออกมาก็เห็นว่ากู้ฉางสุ่ยกำลังถือไม้กวาดกวาดลานบ้านอยู่
เถียนฮวนหยุดชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับเข้าไปในครัว
บ้านตระกูลกู้ดูจะฐานะดีกว่าบ้านตระกูลถัง เพราะในครัวมีทั้งข้าวสารและแป้งครบถ้วน ในอ่างไม้ยังมีแป้งที่ผสมไว้แล้วอยู่ครึ่งหนึ่งด้วย!
เถียนฮวนนวดแป้งจนได้ที่ แล้วนึ่งหมั่นโถวบนซึ้งนึ่ง
หญิงสาวเดินหาของในครัวอยู่ครู่หนึ่ง ก็เจอหัวไชเท้าหนึ่งหัวกับไก่พะโล้ครึ่งตัว นางจึงปอกเปลือกหัวไชเท้าแล้วซอยเป็นเส้นเล็กๆ คลุกเกลือเล็กน้อย ราดน้ำมันงาลงไปหน่อย โรยด้วยต้นหอมซอย ก็ได้เป็นยำหัวไชเท้ากรุบกรอบหอมสดชื่นหนึ่งจาน จากนั้นจึงหั่นไก่พะโล้เป็นชิ้นๆ ตั้งกระทะใส่น้ำมันช่ายจื่อ[1] พอร้อนนิดหน่อยก็นำไปราดลงบนไก่ ไก่พะโล้ก็พลันส่งกลิ่นหอมฉุย หนังไก่เปล่งสีมันวาวน่ารับประทาน
เมื่ออาหารปรุงเสร็จเรียบร้อย ก็มีคนผลักประตูห้องวิ่งออกมา
“เช้านี้มีอะไรให้กินหรือ กลิ่นหอมมากเลย ข้าหิวแล้ว!”
เถียนฮวนรีบยกอาหารออกไป กู้ฉางสุ่ยก็เข้ามาช่วยยกโต๊ะอาหารจากในครัวไปตั้งไว้ที่ลานบ้าน
พอวางอาหารเรียบร้อย หมั่นโถวบนซึ้งก็นึ่งจนสุกพอดี เถียนฮวนจึงหยิบใส่ชามใหญ่แล้วยกออกไป
เมื่อกู้ฉางเจี๋ยเห็นว่าเถียนฮวนเป็นคนนำอาหารออกมา เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มพยักหน้ารับ
“มีสะใภ้ใหม่แต่งเข้าบ้านทำให้บ้านเปลี่ยนไปจริงๆ มื้อไม้คล่องแคล่วใช้ได้ แต่ไหนๆ ท่านก็แต่งเข้าตระกูลกู้ของพวกเราแล้ว ต่อไปนี้เรื่องกินเรื่องใช้ไม่ต้องลำบาก ทุกมื้อได้กินเนื้ออย่างกินดีอยู่ดี ท่านก็ควรขยันให้มากขึ้นหน่อย”
พูดจบเขาก็นั่งลงทันที หยิบหมั่นโถวมาฉีกครึ่ง เลือกชิ้นไก่ไม่มีกระดูกมายัดใส่ในหมั่นโถว แล้วก็กินเข้าไปคำโต
“ท่านพ่อท่านแม่ยังไม่มากัน เจ้าเริ่มกินก่อนแล้วหรือ” เถียนฮวนเห็นดังนั้นก็เผลอพูดออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ตั้งแต่เล็กจนโตนางถูกสอนมาว่า คนไม่ครบห้ามกินข้าว โดยเฉพาะถ้าผู้ใหญ่ยังไม่มา คนที่เด็กกว่าต้องนั่งรอให้เรียบร้อย!
แต่พ่อแม่สามีของนางยังไม่โผล่หน้า กู้ฉางเจี๋ยที่เป็นลูกคนเล็กกลับกินข้าวหน้าตาเฉย
ได้ยินนางพูด กู้ฉางเจี๋ยก็กลอกตาใส่นางหนึ่งที แต่ก็ยังเคี้ยวไม่หยุด
ในตอนนั้นเอง เจียงซื่อก็เดินออกมา ได้ยินคำพูดของเถียนฮวนเข้า นางก็เบิกตาโพลงใส่ทันที
“ลูกข้าต้องลำบากเรียนหนังสือ อีกเดี๋ยวก็ต้องไปโรงสอนตำรา หากเขาหิวก็ต้องให้เขากินก่อน พวกเรากินทีหลังก็ไม่เป็นไร!”
พูดจบนางก็หันไปมองบุตรชายด้วยสายตาเอ็นดู “นานๆ ทีลูกแม่จะมีอารมณ์กินข้าวตอนเช้า รีบกินเถอะลูก อยากกินเท่าไหร่ก็กินเลย”
จากนั้น น้องสาวทั้งสองของกู้ฉางสุ่ย กู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์ก็เดินออกมาด้วย
กู้ฮวาจือหัวเราะเย้ยหยัน “พี่สะใภ้ใหญ่แต่งเข้าบ้าน ไม่เหมือนผู้ใดจริงๆ กล้าตักเตือนน้องสามีแต่เช้า ถ้าไม่รู้มาก่อน คงนึกว่าพี่สะใภ้ใหญ่มีอำนาจดูแลบ้าน!”
[1] น้ำมันช่ายจื่อ เป็นน้ำมันที่สกัดจากเมล็ดช่ายจื่อ นิยมใช้ประกอบอาหาร