ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 3 ปกป้องภรรยา
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 3 ปกป้องภรรยา
กระแสความอุ่นร้อนสายหนึ่งแทรกผ่านผิวหนังซึมลึกเข้าไปถึงภายในร่างกาย อวัยวะภายในที่เย็นเฉียบของนางจึงพลันอบอุ่นขึ้นมาในพริบตา
“ท่านแม่ น้องสาว คนก็แต่งเข้าบ้านมาแล้ว กราบไหว้ฟ้าดินก็กราบไหว้ไปแล้ว ตอนนี้ตระกูลกู้กับตระกูลเถียนก็ถือเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว พวกท่านยังจะเยาะเย้ยตระกูลเถียนอีก ไม่รู้สึกว่าไร้สาระไปหน่อยหรือ”
เสียงชัดเจนของกู้ฉางสุ่ยพลันขัดจังหวะความสะใจของมารดาและน้องสาวของเขา
สีหน้าของเจียงซื่อซึ่งกำลังสะใจอยู่เปลี่ยนไปทันที นางแกล้งทำทีหาวแล้วว่า
“เจ้าสาวเพิ่งเข้าบ้าน คืนนี้ก็เป็นคืนส่งตัวเข้าหอ! ข้าเก็บข้าวเย็นไว้ให้เจ้าบนโต๊ะ รีบกินแล้วส่งตัวเข้าหอได้แล้ว พรุ่งนี้ยังมีเรื่องต้องทำอีกมาก!”
ทิ้งประโยคนี้ไว้ นางก็รีบดึงกู้อันจากไป
ลูกๆ คนอื่นของตระกูลกู้เห็นดังนั้น ก็รีบแยกย้ายกันเข้าห้องไป
เมื่อเรื่องราวมาถึงขั้นนี้ เถียนฮวนก็รู้สึกชาไปทั้งร่างแล้ว แม้กระทั่งมุมปากยังคลี่ยิ้มเย้ยหยันออกมาเล็กน้อย
ก็จริง
ครอบครัวที่ไม่คิดจะเสียเงินแม้สักเหวิน[1]ให้กับงานแต่งของบุตรชายคนโต นางจะหวังให้พวกเขาต้อนรับนางด้วยความอบอุ่นได้อย่างไร
เพียงแต่…ท่าทีของพวกเขาก็ยังเย็นชาเกินไปอยู่ดี
สามีผู้นี้ของนาง ที่ผ่านมาเขาต้องใช้ชีวิตเช่นไรกันแน่ในบ้านแห่งนี้
ในใจของนางพลันรู้สึกสงสารเขาขึ้นมา เวลานั้นเอง มือใหญ่ที่จับข้อมือของนางไว้ก็บีบแน่นขึ้นเล็กน้อย
“อย่าใส่ใจพวกเขาเลย” น้ำเสียงของเขานุ่มลงอย่างเห็นได้ชัด
ใบหน้าของเถียนฮวนแดงระเรื่อขึ้นมาทันใด คล้ายมีลมวสันต์พัดผ่านกลางใจ อารมณ์หม่นหมองเมื่อครู่พลันจางหายไปมาก
“อืม” นางพยักหน้า
กู้ฉางสุ่ยไม่ทันสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของนาง เพียงยังจับมือนางไว้เช่นเดิม
“ไปกินข้าวกัน”
คนทั้งสองจึงเดินเข้าครัวไปด้วยกัน
บ้านตระกูลกู้เปิดโรงสกัดน้ำมัน ดังนั้นในบ้านจึงไม่ขาดน้ำมันทำอาหาร ในครัวมีตะเกียงน้ำมันวางอยู่ด้วย
หลังจากกู้ฉางสุ่ยเข้าไปก็จุดตะเกียงน้ำมัน แล้วจึงยกไปวางที่โต๊ะอาหาร
ด้วยแสงไฟกะพริบแผ่วเบาขนาดเท่าเมล็ดถั่ว เถียนฮวนจึงมองเห็นอาหารที่คนในบ้านทิ้งไว้ให้กู้ฉางสุ่ยได้ชัดเจนเสียที
เป็นข้าวต้มถ้วยหนึ่ง ซ้ำยังเป็นข้าวต้มที่ต้มจากข้าวเหลือผสมน้ำ!
แม้ดูเหมือนเยอะ แต่ในความเป็นจริงมีแค่สามในสิบเท่านั้นที่เป็นเม็ดข้าว ที่เหลือล้วนเป็นน้ำทั้งสิ้น ตอนกลืนลงไปจะรู้สึกเหมือนอิ่มท้อง แต่ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ท้องที่พองแน่นก็จะแฟบลงในพริบตา
ส่วนกับข้าวบนโต๊ะ…ก็ไม่ต้องพูดถึงอีกเช่นกัน เนื้อไม่มีหลงเหลือ แม้แต่ผักใบเขียวยังมีเพียงแค่พอปูให้เต็มก้นถ้วย
พวกเขาทำเกินไปแล้วนะ อาหารแค่นี้นางเป็นสตรีก็ยังกินแทบไม่อิ่ม สำหรับคนรูปร่างสูงใหญ่เช่นกู้ฉางสุ่ย เกรงว่าแค่ให้ติดซอกฟันยังไม่พอด้วยซ้ำ!
เขาใช้ชีวิตมาได้อย่างไรจนถึงตอนนี้กันนะ?
แต่กู้ฉางสุ่ยกลับมีสีหน้าเรียบเฉย
เขาเดินไปที่ตู้เก็บถ้วยชาม หยิบถ้วยหนึ่งใบกับตะเกียบสองคู่ ตักข้าวต้มจากชามใบใหญ่ใส่ถ้วยเล็ก แล้วนำทั้งถ้วยและตะเกียบมายื่นให้เถียนฮวน
จากนั้น เขาก็ยกถ้วยข้าวต้มอีกใบที่เหลือเกินครึ่งขึ้นมาซดเสียงดังฟืดฟาด
เดินทางมานานขนาดนี้ เถียนฮวนก็หิวอยู่ไม่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนเช้านางกินแค่โจ๊กหนึ่งถ้วย ส่วนมื้อกลางวันเพราะต้องรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเก็บของเตรียมออกเรือน จิตใจว้าวุ่นและเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ นางจึงไม่มีอารมณ์จะกินอะไร ระหว่างทางกลับก็เริ่มหิวแล้ว
ดังนั้นแม้จะเป็นแค่เศษกับข้าว แต่ตอนผัดยังมีน้ำมันไม่น้อย กลิ่นเลยหอมฉุย
ทันทีที่ได้กลิ่น ท้องของนางก็ร้องจ๊อกๆ เถียนฮวนจึงไม่มัวมานั่งคิดให้ฟุ้งซ่านอีก รีบยกถ้วยขึ้นมากินทันที
เพียงครู่เดียว ทั้งสองก็กินอาหารบนโต๊ะจนเกลี้ยง
พอกินเสร็จ กู้ฉางสุ่ยก็ลุกขึ้นเก็บถ้วยชามวางซ้อนกันแล้วเดินออกไปล้างที่บ่อน้ำหน้าบ้าน
เขาไม่ได้เอ่ยปากให้นางช่วย เถียนฮวนเพิ่งมาถึง อีกทั้งยามค่ำคืนเช่นนี้นางยังดูไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าห้องต่างๆ ในเรือนอยู่ตรงไหน จึงไม่กล้าวิ่งพล่านไปทั่ว ได้แต่ยืนอยู่หน้าห้องครัว กอดห่อสัมภาระพลางมองชายหนุ่มที่ก้มตัวตักน้ำข้างบ่อน้ำอยู่อย่างนั้น
ไม่รู้ว่ากู้ฉางสุ่ยจะรู้ตัวหรือไม่ว่านางกำลังจ้องมองอยู่ แต่ไม่ว่าจะรู้หรือไม่ เขาก็ล้างถ้วยชามเรียบร้อยอย่างคล่องแคล่ว วางถ้วยชามไว้ข้างหนึ่ง จากนั้นก็ตักน้ำอีกถังขึ้นมา ถอดเสื้อกับกางเกงออก เหลือเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียว แล้วก็คว้าถังน้ำขึ้นมาสาดใส่ตัวเองโครมใหญ่
ซ่า!
น้ำจากบ่อสาดกระจาย
ใต้แสงจันทร์สีเงิน เถียนฮวนมองเห็นชายหนุ่มถูกสายน้ำเย็นเฉียบรดจนเปียกปอนทั้งร่าง หยดน้ำที่เกาะอยู่ตามตัวสะท้อนแสงเป็นประกาย เขาในยามนี้ดูแข็งแรงกำยำเต็มไปด้วยพลัง
นี่คือสามีของนาง บุรุษที่จะต้องอยู่ร่วมกันไปชั่วชีวิตจากนี้
หัวใจเถียนฮวนเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แก้มเริ่มร้อนผ่าว แต่แล้วสายตาของนางก็เหลือบไปเห็นกองฟืนข้างๆ จึงรีบวางห่อผ้าแล้วเดินไปหยิบฟืนมัดหนึ่งขึ้นมา
ฟืนของบ้านตระกูลกู้ที่มัดไว้ทั้งสูงและหนัก นางอุ้มแล้วลำบากไม่น้อย ขณะที่กำลังออกแรงหอบฟืนกลับเข้าครัว ก็รู้สึกว่าฟืนในอ้อมแขนเบาลง
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นว่ากู้ฉางสุ่ยเป็นคนยกฟืนขึ้นไปเรียบร้อย
เขาไม่พูดอะไรสักคำ เดินนำฟืนเข้าครัวไป แล้วก่อไฟที่เตา ก่อนจะหันมาถามว่า “เจ้าต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่”
“ท่านช่วยไปตักน้ำมาให้ข้าถังหนึ่งเถอะ” เถียนฮวนรีบเอ่ย
กู้ฉางสุ่ยก็เดินออกไป ไม่นานก็หิ้วน้ำถังใหญ่กลับมาเต็มถัง
เวลานั้น เถียนฮวนล้างหม้อเสร็จพอดี นางสั่งให้กู้ฉางสุ่ยเทน้ำใส่หม้อ แล้วจุดไฟแรงๆ ใต้เตา
ไม่นานนัก น้ำในหม้อก็เริ่มเดือดปุดๆ
เถียนฮวนไปหยิบอ่างน้ำใบใหญ่ในครัวมาแล้วเทน้ำร้อนใส่ลงไป ใส่เกลือลงไปหนึ่งกำมือ แล้วเติมน้ำเย็นลงไปอีกหน่อย คนให้เข้ากัน พออุณหภูมิน้ำได้ที่จึงพยักหน้าให้กู้ฉางสุ่ย
“นั่งลงเถอะ”
กู้ฉางสุ่ยก็ทำตามอย่างว่าง่าย
เถียนฮวนย่อตัวลง ถอดรองเท้าและถุงเท้าให้เขาด้วยมือตนเอง แล้วจุ่มเท้าของเขาลงไปในอ่างน้ำ
น้ำร้อนที่อุ่นจนเกือบร้อนจัดโอบล้อมเท้าทั้งสองไว้ ทำให้ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย
“เจ้าไม่แช่หรือ” เขาถามด้วยความประหลาดใจ
เดิมคิดว่านางต้มน้ำเพื่อตนเองจะได้เช็ดตัว ใครจะคิดว่าพอน้ำเดือดได้ที่ นางกลับนำมาให้เขาแช่เท้าเสียอย่างนั้น!
เถียนฮวนยกเท้าข้างหนึ่งของเขาขึ้น มือเล็กนุ่มนิ่มเริ่มนวดฝ่าเท้าให้ พลางพูดเบาๆ ว่า
“วันนี้ท่านเดินทางกว่าสองร้อยหลี่ แถมขากลับยังต้องแบกข้ากลับมาด้วย ตอนนี้เท้าของท่านต้องทั้งเมื่อยทั้งบวมแน่ ถ้าคืนนี้ไม่แช่ดีๆ ต่อไปอีกหลายวันท่านจะปวดเท้ากับน่องไปหมด อีกอย่าง ถึงท่านจะยังหนุ่มแน่น การสาดน้ำเย็นใส่ตัวตอนอากาศร้อนก็แค่รู้สึกดีชั่วคราว แต่ถ้าทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ พออายุมากขึ้นร่างกายท่านจะต้องมีปัญหาแน่ๆ การใช้น้ำร้อนแช่เท้าเพื่อขับความเย็นออกถือเป็นสิ่งจำเป็น”
ฝ่าเท้าหยาบกร้านถูกมือเล็กนุ่มบีบนวดสลับกันไปมาหลากหลายท่า ทำให้กู้ฉางสุ่ยรู้สึกปวดหนึบอยู่บ้าง แต่แม้จะปวดก็ยังรู้สึกว่ามีความอบอุ่นแผ่นฝ่าเท้าขึ้นมา
ความอบอุ่นนั้นไหลไปทั่วร่างจนเขาหลับตาลงอย่างสบายใจ
พอมองเห็นหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า กำลังตั้งอกตั้งใจรับใช้เขาอย่างเต็มใจ หัวใจของกู้ฉางสุ่ยก็อบอุ่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ดี ดีมาก” เขาหลุดปากพูดออกมา
[1] เหวิน หมายถึง หน่วยเงินโบราณของจีน 1,000 เหวิน เท่ากับ 1 ตำลึง