ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 45 ทดสอบยา
พวกเขาเดินตามยามเฝ้าประตูเข้าไปด้านในจวนคหบดีหวัง จากนั้นมีสาวใช้แต่งกายเรียบร้อยผู้หนึ่งเดินนำทางไปยังลานด้านหลัง
เพิ่งเดินมาถึงหน้าประตูเรือน ก็ได้ยินเสียงข้าวของตกแตกกระจัดกระจายดังโครมคราม ตามมาด้วยเสียงหญิงสาวตะโกนด่าดังลั่น
“ออกไป ออกไป ออกไป! พวกเจ้าทั้งหมดออกไปให้พ้น! ข้าหน้าตาอัปลักษณ์ยิ่งนัก ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเห็นข้าเป็นเพียงตัวตลก! ข้าไม่ให้ดู! ไปให้หมด!”
สาวใช้ที่พาเดินนำหน้าถอนหายใจ หันกลับมากล่าวอย่างจนใจว่า “ช่วงนี้แผลที่หน้าของอี๋เหนียงยังไม่ดีขึ้น ซ้ำยังปวดมาก นางเลยอารมณ์ไม่ค่อยดี ขอพวกท่านโปรดเข้าใจ”
หมอจางพยักหน้าเล็กน้อย “เจ็บกาย ใจย่อมปั่นป่วน ข้าเจอคนไข้เช่นนี้จนชินไปแล้ว”
สาวใช้ได้ยินเช่นนั้นก็เบาใจ รีบวิ่งไปเปิดประตูห้องเรียกเข้าไปว่า “อี๋เหนียงเจ้าคะ หมอจางจากเมืองหลวงของมณฑลมาดูอาการให้ท่านแล้วเจ้าค่ะ!”
“ไสหัวไป!”
ทว่าพวกเขากลับได้ถ้วยชาสีขาวใบหนึ่งที่ถูกเขวี้ยงออกมาแทนคำตอบ
“ระวัง!”
ผู้ติดตามหมอจางร้องเตือนเสียงหลง กู้ฉางสุ่ยมือไว รีบคว้าตัวหมอจางให้ถอยออกมาเล็กน้อย ถ้วยชาใบนั้นจึงเฉียดแก้มเขาไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะกระแทกพื้นแตกกระจายเป็นเศษผงขาวราวกับหิมะ
สาวใช้เห็นเข้าก็ตกใจ รีบวิ่งเข้าไปในห้อง ใช้ทั้งคำหว่านล้อมและอ้อนวอน กว่าจะทำให้อี๋เหนียงสงบลงได้
พวกเถียนฮวนจึงได้ก้าวเข้าไปในห้อง ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันงาและกลิ่นยาแปลกๆ บางอย่าง
สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังอี๋เหนียงผู้ได้รับบาดเจ็บจากน้ำร้อนลวก นางมีใบหน้ารูปไข่เล็กเรียว ขนคิ้วเรียวยาวดั่งใบหลิว ดวงตาหงส์เปล่งประกายเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน ผิวขาวเนียนละเอียดเปล่งปลั่งน่าทะนุถนอมยิ่งนัก
น่าเสียดายที่ตอนนี้แก้มขวาของนางกลับบวมเป่งเป็นปุ่มปม ผิวหนังไม่เรียบเนียนเหมือนก่อน ซ้ำยังถูกพอกด้วยน้ำมันงาอีกชั้นหนึ่ง ดูน่ากลัวไม่น้อย
ทว่าเถียนฮวนกลับไม่รู้สึกหวั่นใจเลย
ในอดีตที่โรงหมอตระกูลเถียน นางเคยเห็นคนบาดเจ็บหนักกว่านี้มาแล้ว ใบหน้าถูกลวกเล็กน้อยเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่
ทว่าถูกพวกเขาจ้องมองเช่นนี้ ใบหน้าของซูอี๋เหนียงก็เริ่มเปลี่ยนสีอีกครั้ง
“จะรักษาก็รีบรักษา รักษาไม่ได้ก็ไสหัวไป อย่ามายืนหัวเราะเย้ยหยันข้าอยู่ที่นี่!”
หมอจางรีบเบือนสายตาไปทางอื่นก่อนกล่าวว่า “ขออี๋เหนียงยื่นมือมาให้ข้าจับชีพจรด้วยเถิด”
ซูอี๋เหนียงยื่นมือออกมา สาวใช้ก็รีบนำผ้ามาคลุมข้อมือไว้ หมอจางจึงค่อยๆ วางปลายนิ้วลงบนผ้าก่อนจะจับชีพจรอยู่พักหนึ่ง แล้วจึงกล่าวช้าๆ “ร่างกายของอี๋เหนียงปกติดี เพียงแต่อาการบาดเจ็บจากแผลน้ำร้อนลวกที่ใบหน้าค่อนข้างรุนแรงเล็กน้อย โชคดีที่ทันทีที่ถูกลวกก็มีการประคบเย็นไว้แล้ว สองวันมานี้ก็ใช้น้ำมันงาทาไว้ตลอด ทำให้แผลไม่ลุกลามมากนัก อาการจึงคงที่ แถมยังดีขึ้นเล็กน้อยด้วย อี๋เหนียงโปรดวางใจ เพียงทายาอย่างต่อเนื่อง รอจนแผลตกสะเก็ดแล้วก็จะค่อยๆ ฟื้นตัวเอง”
“เรื่องไร้สาระแบบนี้ต้องให้เจ้ามาบอกหรือ หมอที่มาแต่ละคนก็พูดแบบนี้กันทั้งนั้น! บัดนี้ข้าเจ็บปวดยิ่งนัก! อีกอย่าง พวกเจ้าพูดเรื่องสะเก็ดแผล เมื่อสะเก็ดหลุดไปเล่า หน้าข้าต้องมีแผลเป็นแน่นอน เช่นนั้นข้าจะทำอย่างไร ข้าไม่อาจทนไปพบหน้าผู้ใดด้วยใบหน้าอัปลักษณ์เช่นนี้ได้!” ซูอี๋เหนียงพูดอย่างไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย “ถ้ามีวิธีรักษาก็รีบบอกมา ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ไสหัวไปซะ! พวกหมอเถื่อนที่เอาแต่หลอกเอาเงินแบบเจ้าน่ะ ข้าเจอมานักต่อนักแล้ว! ข้าไม่มีเวลามาสนทนากับพวกเจ้า!”
ถ้อยคำเสียดแทงเหล่านี้ทำเอาหมอจางสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เขาก็สูดลมหายใจลึก แล้วเอ่ยอย่างอดทนว่า “รู้อยู่แล้วว่าท่านโดนน้ำร้อนลวก ข้าถึงได้เตรียมน้ำมันมาขวดหนึ่งตั้งใจจะให้ท่านใช้ แต่ไหนๆ ตอนนี้ก็มีคนเอายาที่ดีกว่ามา ท่านก็ลองใช้ของที่ดีกว่าเถิด”
พูดจบ เขาก็โบกมือเรียกเถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยให้เข้ามา
เถียนฮวนรู้สึกตื่นเต้นจนหัวใจสั่นไหว นางรีบคว้าขวดยาจากมือกู้ฉางสุ่ยแล้วเดินเข้าไปยื่นให้ซูอี๋เหนียงด้วยตนเอง “ยานี้คือน้ำมันตัวอ้น มีสรรพคุณถอนพิษ ขับหนอง ฟื้นฟูบาดแผล และบรรเทาอาการเจ็บปวด ใช้รักษาแผลน้ำร้อนลวกหรือแผลไฟไหม้ได้ดีกว่าน้ำมันงายิ่งนัก ตอนนี้ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจ รอทายานี้ก่อน ประเดี๋ยวอาการก็จะดีขึ้นเอง”
ซูอี๋เหนียงเจ็บมาหลายวันแทบเสียสติ ขอแค่หายได้เร็ว นางก็ไม่เกี่ยงอะไรทั้งนั้น!
ยิ่งตอนนี้คนที่พูดด้วยเป็นเถียนฮวนผู้มีใบหน้าเปี่ยมด้วยความจริงใจ เสียงก็นุ่มนวลอ่อนโยน ทำให้อารมณ์ขุ่นเคืองในใจซูอี๋เหนียงจางหายไปไม่น้อย
นางพยักหน้า “เช่นนั้นข้าขอลองดูสักหน่อยเถิด”
สาวใช้รีบยกน้ำร้อนกับผ้ามาให้ เถียนฮวนหยิบผ้าชุบน้ำร้อนบิดหมาดๆ แล้วค่อยๆ เช็ดน้ำมันงาบนใบหน้าของซูอี๋เหนียงออกอย่างระมัดระวัง
เพียงเช็ดไปไม่กี่ครั้ง นางก็อุทานออกมาเสียงดัง
“ในแผลมีเศษตะกอน!”
สาวใช้ของซูอี๋เหนียงพยักหน้า “เจ้าค่ะ! สาวใช้ที่เทน้ำมันวันนั้น สมควรน่าตายยิ่งนัก นำน้ำมันเก่าที่ใช้ทอดของมาทาให้อี๋เหนียง! สงสารก็แต่อี๋เหนียงถูกน้ำร้อนลวกไม่พอ ตอนเจาะตุ่มน้ำก็ยังมีเศษตะกอนไหลเข้าไปในผิวอีก! วันนั้นหมอก็เจาะอยู่นาน ยังเอาออกมาได้ไม่หมด เศษเล็กเศษน้อยบางชิ้นเล็กเกินไป เจาะออกไม่ได้ บัดนี้ยังติดอยู่ในตุ่มน้ำใส อี๋เหนียงคงทนทุกข์ทรมานยิ่งนัก!”
เช่นนั้น เหตุที่ทำให้ซูอี๋เหนียงร้อนใจคงเป็นเรื่องนี้สินะ
สำหรับสตรีแล้ว ใบหน้าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ยามนี้นางไม่เพียงถูกน้ำร้อนลวก แต่แม้แต่ผิวหนังก็ยังมีเศษสิ่งแปลกปลอมแทรกเข้าไป หากปล่อยให้แผลตกสะเก็ดไปเช่นนี้ สิ่งสกปรกเหล่านั้นก็จะฝังอยู่บนใบหน้า! เมื่อผิวฟื้นตัวดีแล้ว ใบหน้าของนางก็คงไม่อาจเรียบเนียนขาวใสได้ดังเดิม
นางจะทนได้อย่างไรเล่า
เมื่อได้ยินดังนั้น เถียนฮวนกลับยิ้มออกมา
“ดี น้ำมันตัวอ้นยังมีอีกหนึ่งสรรพคุณคือช่วยดูดสิ่งแปลกปลอมออกจากผิว หากอี๋เหนียงไว้ใจข้า ตอนนี้ก็ให้ข้าช่วยเอาเศษตะกอนออกมาดีหรือไม่”
ซูอี๋เหนียงดวงตาก็สว่างวาบขึ้นมาทันที
“เจ้าทำได้จริงหรือ”
“ทำได้หรือไม่ ลองดูก็รู้เอง”
“ตกลง ข้าจะลอง!”
ถึงขั้นนี้แล้ว นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นอยู่แล้ว
ซูอี๋เหนียงพยักหน้าในทันที ยอมมอบใบหน้าของตนให้เถียนฮวนดูแล
สีหน้าของเถียนฮวนก็เปลี่ยนเป็นจริงจังทันตา
นางเช็ดคราบสกปรกบนใบหน้าของซูอี๋เหนียงอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ไปขอเข็มเงินเล่มเล็กจากหมอจางมา
มือข้างหนึ่งของนางเทน้ำมันตัวอ้นออกมาป้ายลงบนแก้มที่ถูกลวกของซูอี๋เหนียง ส่วนมืออีกข้างก็ใช้เข็มเงินแตะลงเบาๆ ตรงบริเวณที่ป้ายยาไว้ เพียงไม่กี่ทีก็เขี่ยเอาเศษตะกอนเล็กๆ ออกมาได้หลายชิ้น
“สวรรค์! เขี่ยออกมาได้จริงๆ ด้วยเจ้าค่ะ!” สาวใช้ของซูอี๋เหนียงร้องอย่างตื่นเต้น
ซูอี๋เหนียงเองก็เห็นกับตา นางเอ่ยเสียงดัง “เจ้าทำต่อเลย! อย่าหยุดนะ!”
เถียนฮวนจึงค่อยๆ ป้ายน้ำมันตัวอ้นไปทั่วแก้มของนางแล้วใช้เข็มเงินเขี่ยเอาเศษตะกอนเล็กๆ ออกมาอย่างใจเย็น
นับว่าเป็นงานที่ละเอียดอ่อน ต้องใช้ทั้งความอดทน สายตา และเรี่ยวแรงเป็นอันมาก
เถียนฮวนใช้เวลาร่วมหนึ่งชั่วยามจึงทำจนเสร็จ พอวางเข็มเงินลง ทั้งมือทั้งเอวก็ปวดเมื่อยจนแทบยืนไม่ไหว
“เสร็จแล้วเจ้าค่ะ!”
นางรีบสูดลมหายใจลึกๆ ใบหน้าเผยรอยยิ้มออกมา
“อี๋เหนียงรู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ”