ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 46 ขายได้ห้าตำลึง
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 46 ขายได้ห้าตำลึง
ซูอี๋เหนียงรีบหยิบกระจกขึ้นมาส่องดู ก็เห็นว่าเศษผงเล็กๆ ที่ติดอยู่ตรงแผลนั้นหายไปหมดแล้วจริงๆ แม้บริเวณที่ถูกน้ำร้อนลวกจะยังบวมแดงอยู่มาก แต่…
“หืม? ตรงนี้เย็นสบายยิ่งนัก ไม่ค่อยปวดแล้ว!”
“แน่นอนอยู่แล้ว ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าน้ำมันตัวอ้นนั้นช่วยให้บาดแผลฟื้นตัวและบรรเทาอาการปวด ได้ผลเสียยิ่งกว่าใช้น้ำมันงาเสียอีก” เถียนฮวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ยานี้นางทดลองด้วยตัวเองแล้ว จึงมั่นใจนักว่ามีสรรพคุณยอดเยี่ยม
ซูอี๋เหนียงยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบห้าวัน
“หมอเทวดา! เจ้าคือหมอเทวดาที่ข้ารอคอยมาตลอด! ข้ารอมานานนัก ในที่สุดก็ได้พบเจ้าเสียที!” นางรีบลุกขึ้นจับมือเถียนฮวนไว้แน่น
เถียนฮวนรีบส่ายหน้า “ข้าไม่ใช่หมอหรอกเจ้าค่ะ ข้าแค่พอมีความรู้เรื่องการปรุงยาเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีความสามารถด้านการวินิจฉัยหรือจ่ายยาเลย ชีวิตนี้ข้าไม่อาจเป็นหมอเทวดาได้”
“หืม? เจ้าไม่ใช่หมอหรือ” ซูอี๋เหนียงตะลึงงันแล้วรีบหันไปมองหมอจาง
หมอจางเองก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ข้าเองก็เพิ่งรู้ว่าแม่นางผู้นี้ไม่ใช่หมอ แม่นางกลับรู้สรรพคุณของน้ำมันตัวอ้น วิธีการทายา ทักษะการทำแผล ล้วนเชี่ยวชาญยิ่งนัก ข้าขอถามว่าตระกูลของแม่นางมีวิชาแพทย์งั้นหรือ”
“หา? พวกเจ้าไม่ได้มาด้วยกันหรอกหรือ” ซูอี๋เหนียงยิ่งตื่นตะลึง
นางนึกว่าเถียนฮวนมากับหมอจางเสียอีก จึงไว้ใจให้ช่วยรักษาแผลโดยไม่ลังเล
เถียนฮวนจึงรีบโค้งคำนับ “ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงของหมอจางมานาน เพิ่งมีโอกาสได้พบวันนี้ ข้ากับสามีเป็นชาวหมู่บ้านกานสุ่ย ข้าพอมีฝีมือในการปรุงยาบ้าง ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาเราออกไปจับตัวอ้นในป่า สกัดน้ำมันตัวอ้นได้ครึ่งขวด เมื่อได้ยินว่าซูอี๋เหนียงบาดเจ็บ ข้าจึงลองนำมาด้วยเผื่อจะมีโอกาสได้ใช้งาน ดูท่าว่าจะมีประโยชน์กับอี๋เหนียงไม่น้อยเลยทีเดียว”
ซูอี๋เหนียงฟังนางแนะนำตัว กลับตกใจยิ่งขึ้นไปอีก
ทว่านางก็อดยอมรับไม่ได้ว่าน้ำมันตัวอ้นของเถียนฮวนนั้นได้ผลดีจริงๆ ไม่เพียงแต่ช่วยเอาเศษตะกอนที่ติดอยู่มาหลายวันออกไปได้ ยังทำให้ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนบรรเทาลงมาก รู้สึกสบายขึ้นถนัดตา
นางรีบพยักหน้า “ยานี้ดีจริง ข้าจะซื้อ ขวดหนึ่งราคาเท่าไหร่”
“ขวดละห้าตำลึงเจ้าค่ะ” เถียนฮวนตอบ
ซูอี๋เหนียงถึงกับสูดหายใจแรง “ห้าตำลึง? แพงขนาดนี้เชียวหรือ”
“แต่เมื่อเทียบกับใบหน้าของท่านแล้ว ห้าตำลึงก็ไม่นับว่าแพงเลย อีกทั้งหมอจางก็อยู่ที่นี่ เขารู้ดีว่าการสกัดน้ำมันตัวอ้นนั้นยากเย็นเพียงใด ราคาที่ข้าเรียกมานี้ไม่ถือว่าแพงเจ้าค่ะ”
หมอจางรีบพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ขอรับ ไม่เพียงแต่ไม่แพง ยังถือว่าคุ้มค่ามาก ตัวอ้นเติบโตในป่าไผ่ หาเจอยากนัก ต้องใช้ตัวอ้นยี่สิบถึงสามสิบตัว กว่าจะได้น้ำมันบริสุทธิ์ครึ่งขวดเช่นนี้ กระบวนการยุ่งยากซับซ้อน มิใช่ทำได้ง่ายๆ อีกทั้งข้าเองก็เคยจ้างให้คนสกัดน้ำมันตัวอ้นหนึ่งขวด ต้องใช้เงินไปถึงยี่สิบตำลึงทีเดียว”
เมื่อมีเขาเป็นพยาน ซูอี๋เหนียงก็เชื่อสนิทใจ
นางพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “ได้ ห้าตำลึงก็ห้าตำลึง ข้าจะซื้อ!”
พูดจบนางก็ส่งสัญญาณให้สาวใช้
สาวใช้เข้าไปในห้องด้านในครู่หนึ่ง ก่อนจะออกมาพร้อมกับแท่งเงินหนักห้าตำลึง
เถียนฮวนรีบยื่นมือรับไว้
แท่งเงินห้าตำลึงแม้น้ำหนักจะไม่มาก แต่ในรอบสามปีที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้รับเงินมากขนาดนี้ นางรู้สึกว่าเงินแท่งนี้หนักอึ้งยิ่งนัก ราวกับจะถือแทบไม่ไหว
นางรีบหันไปส่งแท่งเงินให้กู้ฉางสุ่ยทันที “คราวนี้ข้าหาเงินได้ตั้งห้าตำลึงแน่ะ! ท่านช่วยเก็บไว้ให้ข้าหน่อยเร็ว!”
กู้ฉางสุ่ยรับเงินมาเก็บไว้ เขายิ้มจนดวงตาโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว อดกล่าวไม่ได้ว่า “ภรรยาข้าเก่งยิ่งนัก!”
เถียนฮวนจึงแย้มยิ้มออกมา
ซูอี๋เหนียงเห็นภาพนี้เข้าก็พลันแววตาวูบไหว ก่อนจะเบือนหน้าหนีกระแอมไอเบาๆ สองครั้ง
สาวใช้เห็นท่าทีนั้นก็รีบพูดขึ้น “ไม่ทราบว่าทั้งสองท่านยังมีธุระอื่นอีกหรือไม่เจ้าคะ”
เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยรีบส่ายหน้า “ไม่มีแล้ว!”
หมอจางเอ่ยว่า “ในเมื่อยาของแม่นางเถียนได้ผล เช่นนั้นข้าก็เพียงแค่จ่ายยาลดไอร้อนอีกชุดให้อี๋เหนียง ใช้ควบคู่กับยาทาภายนอกและยากิน พอครบครึ่งเดือน แผลก็คงจะหายสนิทแล้ว”
“ถ้าเช่นนั้น ขอเชิญทั้งสองท่านไปเขียนใบสั่งยาที่ด้านนอกเถิดเจ้าค่ะ” สาวใช้รีบพาทั้งสามคนเดินออกไป
เดิมทีพอออกจากห้องของซูอี๋เหนียง เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยก็เตรียมตัวจะขอตัวกลับแล้ว
วันนี้จุดประสงค์ของพวกเขาถือว่าสำเร็จ ตอนนี้ก็แค่อยากรีบกลับบ้าน เพราะที่บ้านยังมีงานรออยู่อีกมาก!
แต่หมอจางกลับเรียกพวกเขาไว้ “แม่นางเถียน อย่าเพิ่งกลับ รอให้ข้าเขียนใบสั่งยาเสร็จก่อน ข้ามีเรื่องอยากคุยกับพวกเจ้า”
ก่อนหน้านี้พวกเขาเข้าจวนคหบดีหวังมาได้ก็เพราะหมอจาง ซ้ำยังเป็นหมอจางที่ใจกว้าง ยอมเปิดโอกาสให้เถียนฮวนแสดงฝีมือ ไม่เช่นนั้น พวกเขาคงไม่มีทางหาเงินห้าตำลึงได้ง่ายๆ แบบนี้
เมื่อหมอจางเปิดปากพูดมาเอง เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยจึงพยักหน้ารับคำทันที ละทิ้งความคิดที่จะกลับบ้านไปเสีย
ด้านนอกมีโต๊ะตัวหนึ่งถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย หมอจางเขียนใบสั่งยาอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็อธิบายการใช้ยาให้สาวใช้ฟัง ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เถียนฮวน “เราออกไปคุยกันต่อข้างนอกเถอะ”
เถียนฮวนก็เดินตามเขาออกจากลานหน้าเรือนของซูอี๋เหนียงอย่างว่าง่าย
ทว่าคาดไม่ถึงว่าเมื่อพวกเขาเดินออกจากประตูเรือนมาก็เจอกับบุรุษวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วนผู้หนึ่งเดินสวนเข้ามาพอดี
ดูจากการแต่งกายแล้ว คงจะเป็นเจ้าของจวนคหบดีหวัง…คหบดีหวัง
คหบดีหวังแทบจะวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เขาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าหมอจาง ก่อนรีบกล่าวชมทันที “ท่านหมอจาง ท่านนี่ช่างเหมือนจางจ้งจิ่ง[1]กลับชาติมาเกิดจริงๆ! ข้าได้ยินเรื่องที่เรือนของซูอี๋เหนียงแล้ว นางเจ็บอยู่ตั้งหลายวัน ท่านเพียงรักษานางได้ไม่นาน นางก็ดีขึ้นทันตา! ความเมตตาในครานี้ ข้าสำนึกในบุญคุณอย่างถึงที่สุด! เพียงแต่ตอนนี้ข้าไม่มีของตอบแทน จึงจัดของเล็กน้อยมาแสดงความขอบคุณ หวังว่าท่านจะเมตตารับไว้”
สาวใช้ที่อยู่ด้านหลังเขารีบยกของที่ห่อด้วยกระดาษแดงขึ้นมามอบให้หมอจาง
ดูจากขนาดและน้ำหนักแล้ว น่าจะเป็นเงินแน่นอน
หมอจางรีบชี้มาทางเถียนฮวน “แท้จริงแล้ววันนี้ข้าไม่ได้ทำอันใดมาก ผู้ที่ช่วยรักษาอี๋เหนียงจริงๆ แล้วคือแม่นางเถียนต่างหาก น้ำมันตัวอ้นที่แม่นางเถียนนำมาใช้ได้ผลดียิ่งนัก ต่อไปอี๋เหนียงก็ต้องใช้ยานี้ทาแผลทุกวัน”
“โอ้ อย่างนี้นี่เอง! เช่นนั้นข้าก็ต้องขอบคุณแม่นางเถียนด้วย!” คหบดีหวังก็เอ่ย พลางส่งสัญญาณให้สาวใช้อีกครั้ง สาวใช้ก็หยิบห่อกระดาษขึ้นมาส่งให้นาง
กู้ฉางสุ่ยก็รับไว้ทันที เขาชั่งดูน้ำหนักครู่หนึ่ง ก่อนจะกระซิบกับเถียนฮวนเบาๆ “ข้ากะน้ำหนักคร่าวๆ ดูแล้ว น่าจะราวๆ หนึ่งตำลึง!”
[1] จางจ้งจิ่ง หมอผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยราชวงศ์ฮั่น ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักปราชญ์แห่งแวดวงแพทย์