ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 49 คิดมากไปแล้ว
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 49 คิดมากไปแล้ว
นางเข้าใจแล้วว่าสามีนาง นอกจากชอบกล่าวชื่นชมนางอยู่เป็นนิจ ยังชอบเอ่ยวาจายกย่องผู้เฒ่ากู้อยู่เสมอ
ในใจของเขา ขอแค่เป็นคนที่เขาชอบ หรือเป็นคนที่ดีกับเขา คนผู้นั้นก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในโลกนี้ทันที แค่มีข้อดีนิดเดียว เขาก็ชื่นชมราวกับเป็นเทพเซียนบนสวรรค์
โง่ยิ่งนัก!
แต่กลับเป็นคนโง่ผู้นี้ ที่ทำให้นางอดสงสารไม่ได้
เมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสของเขาแล้ว เถียนฮวนพลันเกิดความคิด
อยากจะดีกับเขาให้มากขึ้นไปอีก ปรารถนาให้เขาได้มีรอยยิ้มแบบนี้ไปนานๆ แม้ดูซื่อบื้อแต่ก็มีความสุข
เฮ้อ!
พร้อมกันนั้น ในใจเถียนฮวนก็พลันหม่นหมองเล็กน้อย…อยู่ดีๆ นางก็คิดถึงท่านตากับท่านแม่ขึ้นมา
นางไม่ได้เจอทั้งสองคนมานานแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง
เห็นสีหน้าหม่นหมองของนาง กู้ฉางสุ่ยก็เอ่ยขึ้นว่า “อีกครึ่งเดือน เมื่อเราเก็บเงินก้อนใหญ่ได้ ถึงตอนนั้นหย่วนจื้อก็น่าจะโตพอให้ท่านแม่ยายใช้ได้อีกเดือนพอดี เราก็ค่อยแบกกลับไปให้ท่านแม่ยาย เอาตัวอ้นย่างไปฝากพวกเขาด้วย”
“อืม!” เมื่อรู้ว่าอีกเพียงครึ่งเดือนจะได้พบมารดากับท่านตาอีกครั้ง จิตใจของนางพลันสดใสขึ้นมาทันที
“ว่าแต่…นอกจากตัวอ้นแล้ว เราควรนำสิ่งใดไปฝากท่านตาอีกดี ครั้งก่อนเราก็เอาไก่ป่าไปให้แล้ว เช่นนั้นคราวนี้จับนกพิราบป่าดีหรือไม่ ข้าเคยได้ยินว่าเนื้อนกพิราบช่วยบำรุงร่างกาย ท่านตาจะกินได้ไหม”
“เนื้อนกพิราบช่วยบำรุงตับ ไต เสริมกำลังและโลหิต นับว่าเป็นของดีเลยละ ทว่า…นกพิราบป่าจับได้ง่ายๆ หรือ”
“ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใดเป็นคนจับ! ถ้าข้าลงมือเองละก็ นกพิราบป่าไม่หนีไปไหนหรอก!”
“นี่ท่าน...โอ้อวดอีกแล้วนะ!”
“ข้าพูดความจริงทั้งนั้น! ถ้าเจ้ายังไม่เชื่อ เดี๋ยวคอยดูแล้วกัน!”
“…ก็ได้!”
ทั้งสองพูดหัวเราะกันมาตลอดทาง จนกลับถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน ยังไม่ทันเดินเข้าไป พวกเขาก็ได้ยินเสียงด่าทอของกู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์แว่วมาจากด้านหน้า
“ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดหน้าด้านไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อน! พวกข้าแค่เด็ดผักจากแปลงผักของพวกเขานิดเดียว สองคนนั่นกลับมาถอนผักบ้านข้าทั้งแปลงจนหมดเกลี้ยง! ยังไม่พอ ผักที่ถอนไม่ได้ก็กลับเหยียบจนเละหมด! อย่าไปหลงกลว่าพวกเขาดูน่าสงสารเลย จริงๆ แล้วพวกเขาล้วนใจดำกันทั้งบ้าน!”
“ข้าขอแช่งให้พวกเขาไม่ตายดี!”
เมื่อเห็นเงาของกู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนที่ปากทางหมู่บ้าน กู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์ก็กระแทกเสียงให้ดังขึ้นอีกเท่าตัว
เถียนฮวนได้ยินก็แย้มยิ้มบางๆ “ขอบคุณเจ้าที่ชมพวกข้า!”
เมื่อวานพวกเขาสองคนถอนผักในแปลงผักบ้านตระกูลกู้จนหมดจริงๆ ที่เหลืออยู่ก็ล้วนแต่เป็นผักแก่กินไม่ได้ หรือผักที่เพิ่งงอกมาแค่ต้นเล็กๆ
อย่างน้อยในอีกสามถึงห้าวันข้างหน้า บ้านตระกูลกู้คงไม่มีผักสดให้กินเป็นแน่
ไหนๆ บ้านนั้นก็รังแกพวกเขา เช่นนั้นยังต้องเกรงใจอันใดอีกเล่า
อีกอย่าง ถึงจะถอนผักในสวนผักของบ้านตระกูลกู้จนหมด พวกเขาก็นำมาปลูกบนที่ดินของตนได้แค่สองหมู่! ยังเหลืออีกตั้งหนึ่งหมู่ที่ว่างอยู่
ชัดเจนว่าพวกเขาขาดทุนนัก
กู้ฉางสุ่ยก็หัวเราะ “ดูเหมือนท่านแม่ข้าจะยอมถอยแล้วนะ คราวนี้ถึงไม่ยอมออกหน้าเอง แต่ให้น้องสาวมาจัดการ เมื่อคืนคงโดนท่านพ่อตำหนิไปแล้ว”
“ยังต้องพูดอีกหรือ ไม่แน่ว่าอาจโดนกู้ฉางเจี๋ยตำหนิด้วยนะ” เถียนฮวนพูดอย่างสะใจ
ด้วยนิสัยที่รักศักดิ์ศรีเสียยิ่งกว่าชีวิตของกู้ฉางเจี๋ย เมื่อวานบ้านตระกูลกู้ก่อเรื่องเสื่อมเสีย ทั้งสหายร่วมห้องเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สุดท้ายบ้านตระกูลกู้กลับเสียหน้า เขาย่อมต้องอึดอัดใจจนแทบระเบิดเป็นแน่
เขาไม่กล้าแตะต้องกู้อันผู้เป็นบิดา แต่กับเจียงซื่อ กู้ฮวาจือ รวมถึงกู้ฮวาเย่ว์ เขากลับสามารถรังแกได้ตามใจอยาก
จะว่าไป นิสัยแย่ๆ ของกู้ฉางเจี๋ยล้วนเป็นเพราะถูกตามใจจนเสียคน
เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยไม่ตามใจเขา กู้ฉางเจี๋ยเลยทำอะไรพวกตนไม่ได้
สุดท้ายแล้ว กู้ฉางเจี๋ยก็เป็นคนที่ชอบรังแกคนในบ้านตัวเองก็เท่านั้น
อย่างไรเสีย การต่อสู้ก็จบไปแล้ว ตอนนี้แค่โดนด่าไม่กี่คำ ไม่มีพิษสงอะไรนัก เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยจึงไม่สนใจแม้แต่น้อย
สองคนจึงเมินเสียงด่าทอแหลมแสบแก้วหู แล้วเข็นรถเข็นล้อเดียวหนักอึ้งกลับบ้านไป
เห็นทั้งสองไม่พูดสักคำแล้วเดินจากไป กู้ฮวาจือก็ยิ้มเยาะ “เห็นหรือไม่ พวกเขารู้สึกผิดถึงได้ไม่กล้าเผชิญหน้ากับพวกเรา!”
ที่จริงพวกเขาแค่ไม่อยากลดตัวลงไปเถียงด้วยต่างหากเล่า
สตรีในหมู่บ้านคิดในใจ
วันนั้นเถียนฮวนยังกล้าตบหน้าน้องสามีต่อหน้าชาวบ้านเสียด้วยซ้ำ พวกเขาจะไม่กล้าปะทะกับพวกนางได้อย่างไร
แต่ถึงจะคิดเช่นนั้น กู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์ก็มาจากบ้านที่มีฐานะ เสื้อผ้าเครื่องประดับใหม่เอี่ยม สตรีเหล่านี้ยังหวังพึ่งพวกนางอยู่ เวลาอยากยืมเสื้อผ้าใหม่ใส่ ก็คงต้องประจบประแจงให้มากเข้าไว้ พวกนางจึงไม่กล้าพูดจาให้สองพี่น้องระคายหู จึงได้แต่ยิ้มประจบคล้อยตามไปก็เท่านั้น
“พี่สาว ท่านเห็นหรือไม่ พวกเขาซื้อของกลับมาเพียบเลย! เต็มรถเข็นไปหมด!” กู้ฮวาเย่ว์พูดเสียงเบา
กู้ฮวาจือก็สะบัดหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ “ไม่ใช่เงินบ้านเราหรือไร พวกเขาข่มขู่เอาเงินจากท่านพ่อไปตั้งมากมาย คงเอาไปซื้อของอย่างสบายใจ ไร้ความยำเกรง เมื่อวานเอะอะโวยวายก็เพราะต้องการเงินมิใช่หรือ”
“แต่…ท่านพ่อให้แค่สองร้อยยี่สิบเหวินเองนะ ข้าวของบนรถเข็นนั่นดูอย่างไรก็เกินห้าร้อยเหวิน!”
กู้ฮวาจือสะอึก นางจ้องมองเงาหลังของกู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนอยู่นานก่อนจะหันขวับ “พวกเขาต้องซ่อนเงินไว้แน่ๆ! ไปบอกท่านพ่อกับท่านแม่กันเถิด!”
สองพี่น้องรีบกลับไปฟ้อง แน่นอนว่าไม่นานก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอีกในบ้านตระกูลกู้ แต่ด้วยบทเรียนสองครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะภรรยาและบุตรสาวจะโวยวายแค่ไหน กู้อันก็ยังคงทำหน้าดุไม่เปลี่ยนแปลง
“ห้ามไป”
“สามี! สองสามีภรรยาคู่นั้นไปตัวตำบลตั้งสองครั้งแล้ว ทุกครั้งกลับมาก็มีของเต็มรถเข็น พวกเขาเอาเงินมาจากที่ใด ถ้าไม่ใช่ขโมยจากบ้านเราไป! ข้าบอกแล้วว่าวันนั้นตอนแยกบ้าน พวกเขาทำเป็นโวยวายแล้วดึงชาวบ้านมาเป็นพยาน มาวันนี้ถึงได้รู้ว่าพวกเขาวางแผนกันไว้หมดแล้ว! พวกเราถูกพวกเขาหลอกเข้าแล้ว!” เจียงซื่อตะโกนลั่น
“แล้วอย่างไร แค่ไม่กี่วัน พวกเจ้าก่อเรื่องวุ่นวายกันไปกี่ครั้งกัน แล้วเคยได้สิ่งใดกลับมาบ้าง เชื่อหรือไม่ว่าครั้งนี้หากเจ้าไปอีก พวกเขาก็จะทำให้เจ้าเสียหน้าอีกครา!” กู้อันพูดเสียงเย็น
เจียงซื่อไม่ได้โง่ นางก็รู้อยู่แก่ใจว่ากู้อันพูดถูก แต่นางก็มิอาจกลืนความแค้นลงท้องได้
“แล้วอย่างไร พวกเราก็ปล่อยให้พวกเขาเอาเงินบ้านเราไปกินดีอยู่ดีไม่ได้หรอกนะ! ถ้ามีเงินเหลือ พวกเราควรจะเอาไปซื้อกระดาษกับพู่กันใหม่ให้เจี๋ยเกอเอ๋อร์!”
กู้ฉางเจี๋ยเดินออกมาจากห้องพอดี ได้ยินดังนั้นก็พูดขึ้นทันที “ไม่เป็นไรหรอกขอรับ เงินแค่นี้ก็ถือว่าข้าส่งให้พวกเขาไปแล้วก็กัน เราไม่ต้องคิดมาก”
เจียงซื่อได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจ “ลูกข้าช่างใจกว้างยิ่งนัก สมแล้วที่พวกเขาโชคดีได้เจอครอบครัวเรา ถ้าไปเจอครอบครัวอื่น แค่เรื่องที่พวกเขาทำไป ก็คงโดนลากออกมาประจาน!”
ท่าทางแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าเงินที่เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยใช้ ถูกพวกเขานับรวมว่าเป็นเงินของบ้านตระกูลกู้ไปเสียแล้ว!