ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 54 ลำบากมาก
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 54 ลำบากมาก
ในที่สุดเขาก็นึกออกว่าต้องถามเรื่องใด นางนึกว่าเขาจะไม่ถามแล้วเสียอีก
เถียนฮวนเอ่ยเสียงเบา “ข้าแซ่เถียน”
“ข้ารู้ว่าเจ้าแซ่เถียน เด็กรับใช้โรงหมอก็บอกข้าแล้ว แต่แซ่เถียนเกี่ยวข้องอันใดด้วย…เดี๋ยวก่อน เจ้าแซ่เถียน?” อาจารย์เกาสะดุ้งเฮือกขึ้นมา “หมอเถียนแห่งโรงหมอตระกูลเถียนในอำเภอที่เคยโด่งดังเมื่อสามปีก่อน มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับเจ้า”
“เขาคือบิดาของข้า” เถียนฮวนกล่าว
“เจ้า เจ้า…เจ้าคือบุตรสาวของหมอเถียนงั้นหรือ” เสียงของอาจารย์เกาเปลี่ยนไปทันตา สายตาที่มองนางเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ถูกแล้ว” เถียนฮวนพยักหน้า “เพียงแต่เพราะข้าเป็นสตรี ท่านพ่อจึงไม่ได้ถ่ายทอดวิชาแพทย์ให้ข้า แต่ก็นับว่าโชคดีที่ข้าเติบโตในโรงหมอ ตั้งแต่เดินได้ก็คอยป้วนเปี้ยนอยู่หลังโรงหมอ กลิ่นที่คุ้นเคยที่สุดก็คือกลิ่นยา ตัวอักษรที่ข้าเรียนรู้เป็นอันดับแรกก็คือชื่อยาต่างๆ ที่สำคัญ ผู้ที่สอนข้าอ่านเขียนมากที่สุดกลับไม่ใช่ท่านพ่อ แต่เป็นอาจารย์หลิว”
“เจ้าหมายถึงหลิวหย่งเหอ ปรมาจารย์นักปรุงยาแห่งโรงหมอตระกูลเถียนงั้นหรือ” อาจารย์เกาสูดหายใจเย็นเฉียบอีกครั้ง
เถียนฮวนพยักหน้าอีกครั้ง “เจ้าค่ะ”
อาจารย์เกาจมอยู่ในภวังค์ เขาตกตะลึงเสียยิ่งกว่าเดิม
“บัดนี้อาจารย์หลิวนับเป็นปรมาจารย์นักปรุงยาที่โดดเด่นที่สุดในเจียงโจว ศิษย์ที่เขาสอนล้วนเป็นที่ต้องการของร้านยาและโรงหมอทั่วแผ่นดิน เช่นนั้นเจ้า…”
“ข้าอยู่ตระกูลเถียนมากี่ปี ก็เรียนกับเขามานานเท่านั้น หากนับตั้งแต่วันแรกที่ข้าหัดใช้มีดสมุนไพร นั่นก็ผ่านมาตั้งสิบปีแล้ว” เถียนฮวนเอ่ย
สิบปี!
ตอนนี้อาจารย์หลิวอายุห้าสิบปีแล้ว เขาเริ่มรับศิษย์อย่างเป็นทางการเมื่ออายุสามสิบปี ทว่าศิษย์แต่ละคนก็อยู่กับเขาได้เพียงห้าหกปีก่อนจะไปทำงานที่อื่น
ศิษย์ที่คนทั่วไปรู้จักว่าอยู่กับอาจารย์หลิวนานที่สุดและเป็นมือขวาของเขาในตอนนี้ ก็เพิ่งจะเริ่มเรียนกับเขาเมื่อแปดปีก่อน
คนผู้นั้นเป็นศิษย์คนสุดท้ายของอาจารย์หลิว หลังจากนั้น อาจารย์หลิวก็ไม่รับศิษย์อีก
เมื่อสามปีก่อน อาจารย์หลิวเป็นตัวแทนเจียงโจวทำยาขี้ผึ้งชื่ออู่เจีย ยาขี้ผึ้งถูกส่งไปยังเมืองหลวง รักษาอาการปวดศีรษะข้างเดียวเรื้อรังของไทเฮาได้สำเร็จ
ฮ่องเต้ดีใจยิ่งนัก เขียนจดหมายกล่าวชมด้วยตัวเอง นับแต่นั้นชื่อเสียงของอาจารย์หลิวก็ขจรขจายไปทั่วแคว้นในชั่วข้ามคืน ค่าตัวของเขาพุ่งขึ้นเป็นร้อยเท่าทันที
บรรดาศิษย์ของเขาย่อมได้รับอานิสงส์ มีชื่อเสียงและสถานะสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะศิษย์คนสุดท้าย มีร้านยาและโรงหมอมากมายเสนอค่าตอบแทนสูงลิ่วเพื่อเชิญตัวไปปรุงยา โรงหมอที่ให้ค่าตอบแทนสูงที่สุดเสนอเงินมากถึงหนึ่งร้อยตำลึงพร้อมยกบุตรสาวเจ้าของโรงหมอให้แต่งงานด้วย!
สมุนไพรมีดาษดื่น มิได้หายากนัก ทว่าผู้ที่สามารถแปรรูปสมุนไพรออกมาได้อย่างมีคุณภาพนั้นกลับมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
หากผู้ใดมีแววว่าจะเป็นนักปรุงยาระดับสูง ก็มักจะถูกโรงหมอกับร้านยาหลายแห่งหมายตาไว้
นักปรุงยาระดับสูงก็ไม่ต่างจากหมอผู้เชี่ยวชาญการรักษา ล้วนหายากยิ่งนัก
ทว่า…สตรีตรงหน้ากลับเรียนกับอาจารย์หลิวมาเป็นสิบปีแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ นางอยู่กับอาจารย์หลิวยาวนานกว่าศิษย์คนสุดท้ายเสียอีก!
ไม่แปลกที่นางจะสามารถแปรรูปสมุนไพรออกมาได้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก
ในเมื่อเป็นศิษย์ของหลิวหย่งเหอผู้โด่งดัง จะมีฝีมือแย่ได้อย่างไร
เสียดายก็แต่…
“เฮ้อ!”
จู่ๆ อาจารย์เกาก็พรูลมหายใจออกมา
หากเถียนฮวนเป็นบุรุษ ด้วยพรสวรรค์ของนาง แม้อายุยังไม่ถึงสิบหกปีดี ก็คงสามารถทำงานในร้านขายยาเล็กๆ ได้ด้วยตนเองแล้ว
น่าเสียดายที่นางเป็นสตรี จึงไม่อาจเผยตัวออกหน้าออกตาได้ เช่นนี้แล้ว นางก็ทำได้เพียงเก็บตัวอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ บนภูเขานี้ พึ่งพาฝีมือการแปรรูปสมุนไพรเพื่อแลกเงินเลี้ยงชีพเท่านั้น
เมื่อนึกถึงศิษย์ชายของอาจารย์หลิวที่ล้วนมีชีวิตรุ่งโรจน์ ถูกผู้คนชื่นชมยกย่อง แล้วหันมามองเถียนฮวนตรงหน้าอีกครั้ง…จิตใจของอาจารย์เกาก็ยิ่งรู้สึกสับสนวุ่นวาย
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรใช้ท่าทีแบบใดในการพูดคุยกับสตรีตรงหน้า
เห็นสายตาของอาจารย์เกายิ่งดูสับสนขึ้น เถียนฮวนก็เพียงยิ้มบางๆ
“จริงๆ แล้ว ข้ายังมีสมุนไพรอีกชุดหนึ่งที่เตรียมไว้อยู่ ไม่ทราบว่าพวกท่านยังรับซื้อหรือไม่”
“รับสิ!” อาจารย์เกาพยักหน้าโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เขาได้เห็นฝีมือของเถียนฮวนกับตาตัวเองแล้ว ไหนจะมีชื่อของอาจารย์หลิวผู้โด่งดังเป็นหลักประกันอีก เขาจะลังเลอะไรอีกเล่า
ถึงจะยังไม่ได้ถามอาจารย์หลิวโดยตรง แต่ตอนนี้เขาก็เชื่อสนิทใจแล้วว่าเถียนฮวนเป็นศิษย์ของอาจารย์หลิวแน่นอน!
เถียนฮวนหันไปส่งสัญญาณทางสายตาให้กู้ฉางสุ่ย “หยิบของออกมาเถอะ”
กู้ฉางสุ่ยจึงเดินเข้าไปในห้อง หยิบห่อผ้าเล็กๆ ออกมายื่นให้
อาจารย์เกาเปิดดู พอเห็นของข้างในก็ตกตะลึงทันที “นี่…โสม? รากใหญ่มาก แปรรูปได้สมบูรณ์ขนาดนี้ แม้แต่รากฝอยก็ยังอยู่ครบหมด…เจ้าทำได้อย่างไร”
“ข้าแค่ทำตามที่อาจารย์หลิวสั่งสอนข้ามา ตรึกตรองเล็กน้อยจึงทำได้เจ้าค่ะ” เถียนฮวนยิ้มกล่าว “เชิญท่านตรวจสอบโสมแปรรูปเจ้าค่ะ คุณภาพเป็นอย่างไรบ้าง พอจะรับซื้อได้หรือไม่”
“คุณภาพดีมาก! รับซื้อแน่นอน! เพียงแต่…” อาจารย์เกาลังเลเล็กน้อย “โสมชั้นยอดเช่นนี้ ดูจากลักษณะภายนอกแล้วอายุน่าจะไม่ต่ำกว่าร้อยปี ราคาย่อมไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยตำลึง ทว่า…คราวนี้ข้าไม่ได้พกเงินมากขนาดนั้นติดตัวมา”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านเอาของกลับไปใช้ก่อนก็ได้ ส่วนเงินค่าโสมก็เก็บไว้ที่พวกท่านก่อน เวลาพวกเราต้องใช้ค่อยไปรับทีหลังก็แล้วกัน” เถียนฮวนยิ้ม “โรงหมอของพวกท่านใหญ่โตขนาดนั้น ข้าไม่กลัวว่าพวกท่านจะเบี้ยวเงินข้าเจ้าค่ะ”
“เจ้าเด็กนี่ใจกว้างเกินไปแล้ว โสมนี่มีค่าร้อยตำลึงเชียวนะ เจ้ากลับวางใจฝากไว้กับข้าแบบนี้ ไม่กลัวหรือ” อาจารย์เกาตกใจยิ่งนัก
เถียนฮวนเพียงยิ้ม “ท่านพ่อเคยบอกว่า สมุนไพรมีไว้รักษาชีวิตผู้คน ไม่ใช่เก็บไว้กักตุนรอขาย ดังนั้นโสมแปรรูปนี้หากอยู่ในโรงหมอ ย่อมเกิดประโยชน์มากกว่าเก็บไว้เอง ของที่มีประโยชน์ต้องอยู่ในมือของคนที่รู้จักใช้งาน ถึงจะสามารถแสดงคุณค่าได้มากที่สุด เก็บไว้กับพวกเราก็เสียเปล่าเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อาจารย์เกาก็เหม่อมองเถียนฮวนครู่ใหญ่ ก่อนจะพยักหน้า
“บิดาเจ้ากล่าวได้ถูกต้อง” เขาค่อยๆ ห่อโสมไว้อย่างระมัดระวังพลางกล่าวว่า “ตอนนี้ข้าจะเขียนสัญญาไว้ให้ก่อนว่า ข้าจะรับซื้อโสมแปรรูปในราคาหนึ่งร้อยยี่สิบตำลึง พวกเจ้าเข้าตัวตำบลเมื่อไหร่ ก็แวะมาที่โรงหมอเพื่อรับเงินเสียเถิด ข้าจะให้เจ้าของโรงหมอเตรียมเงินไว้ให้ภายในสองวัน”
“ไม่ต้องรีบหรอกเจ้าค่ะ ด้วยสภาพของบ้านเราตอนนี้ เงินก้อนใหญ่ขนาดนั้นเก็บไว้กับเรากลับจะกลายเป็นปัญหาเสียอีก ฝากไว้กับพวกท่านก่อนน่าจะดีกว่าเจ้าค่ะ” เถียนฮวนรีบกล่าว
อาจารย์เกาก็นึกถึงเรื่องที่ได้ยินเมื่อครู่เกี่ยวกับสองสามีภรรยาคู่นี้
เฮ้อ! บุตรสาวของหมอเถียนผู้เคยโด่งดัง ศิษย์ของอาจารย์หลิวผู้เลื่องชื่อ แต่กลับตกอับถึงเพียงนี้ ขนาดเขาเป็นคนนอกยังอดรู้สึกสงสารนางไม่ได้
“อืม ข้ารู้แล้ว”
เพียงแต่สิ่งที่เขาจะช่วยนางได้ในตอนนี้มีเพียงน้อยนิด เขาจึงทำได้แค่พยักหน้า เก็บโสมไว้กับตัว แล้วปีนขึ้นรถเทียมล้ออีกครั้ง เขาเอ่ยขึ้นว่า
“กลับ!”
วันนี้เขาจะต้องกลับไปปรึกษากับเจ้าของโรงหมอว่าพวกเขาจะช่วยเหลือเถียนฮวนอย่างไรดี ปัญหานี้ต้องคิดให้รอบคอบ