ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 55 คิดมากเกินไป
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 55 คิดมากเกินไป
มีบุรุษแปลกหน้าสวมชุดผ้าไหม ขับรถเทียมล้อเข้าออกหมู่บ้านถึงสองครั้งสองครา ชาวบ้านที่เห็นดังนั้นจึงรีบตรงไปยังบ้านของกู้ฉางสุ่ยทันที และเรื่องนี้ก็กลายเป็นที่ฮือฮาไปทั้งหมู่บ้านในเวลาอันสั้น
แม้แต่หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยผู้ร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้าน กลับเลี้ยงล่อไว้เพียงตัวเดียวเท่านั้น ซ้ำยังไม่สง่างามและตัวใหญ่เท่าล่อที่ใช้ลากรถเทียมล้อของอาจารย์เกาในวันนี้
ส่วนบ้านตระกูลกู้ไม่ซื้อล่อสักตัว เพราะต้องการประหยัดเงินเพื่อส่งเสียกู้ฉางเจี๋ยให้ได้เรียนหนังสือ มีเพียงลาเพศเมียตัวเล็ก สำหรับใช้งานในฤดูเก็บเกี่ยวหรือเดินทาง
คนทั้งหมู่บ้านต่างอิจฉาสองบ้านนี้ยิ่งนัก แต่บัดนี้ จู่ๆ ก็มีล่อตัวใหญ่ขนเงางามปรากฏตัวขึ้นในหมู่บ้าน เจ้าของล่อยังแต่งกายหรูหรา เมื่อเข้าหมู่บ้านมา เขาก็เที่ยวไปถามชาวบ้านหลายคนเรื่องกู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวน
ยิ่งฟังมากเข้า คิ้วของเขาก็ยิ่งขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
พอเห็นท่าทางเช่นนี้ ชาวบ้านหลายคนก็ใจเต้นระทึก ดังนั้น เมื่ออาจารย์เกาเพิ่งจะจากไป ชาวบ้านก็แห่กันมาสอบถามข่าวทันที
กู้ฉางสุ่ยก็ไม่ปิดบังอะไร เขาหัวเราะพลางอธิบายว่า “เขาคือคนจากโรงหมอในตำบล พวกเขาคิดว่าสมุนไพรแปรรูปที่ภรรยาข้าทำเป็นสมุนไพรชั้นดี วันนี้จึงถือโอกาสมาขอซื้อถึงบ้าน”
“จริงหรือ เช่นนั้นพวกเจ้าคงได้เงินไม่น้อย”
“แค่พอเลี้ยงชีพได้ มิอาจสร้างบ้านหลังใหม่ได้!” กู้ฉางสุ่ยตอบด้วยท่าทีกึ่งจริงกึ่งหยอก
เก้าตำลึงมิใช่เงินจำนวนน้อยๆ เขาจึงไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ
ชาวบ้านทำงานหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินมาทั้งชีวิต ก็ยังไม่เคยเห็นเงินสิบตำลึงเลยสักครั้ง
เมื่อกู้ฉางสุ่ยมิได้กล่าวให้กระจ่าง ชาวบ้านก็เลยคิดว่าพวกเขาคงขายสมุนไพรไปได้สักร้อยสองร้อยเหวินเท่านั้น ทว่าเงินจำนวนนั้นกลับทำให้ชาวบ้านอิจฉาเสียแล้ว
“เท่านี้ก็ดีมากแล้ว พวกเจ้าก็ยังหนุ่มยังสาว ค่อยๆ เก็บเงินไปอีกสักปีสองปีต้องสร้างบ้านใหม่ได้แน่นอน!” พวกเขากล่าวปลอบใจสองสามีภรรยา
กู้ฉางสุ่ยแสดงต่อ “พวกเราก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน!”
พูดจบเขาก็กล่าวต่ออย่างกระตือรือร้น “จริงสิ! พวกเราไปจับตัวอ้นในป่าไผ่มาหลายวัน ได้ตัวอ้นมามากมายจนกินกันไม่หมด ภรรยาข้าจึงเอามาทำเป็นตัวอ้นรมควันไว้ หากพวกท่านไม่รังเกียจ ก็เอากลับไปชิมกันคนละตัวดีหรือไม่”
เขากินตัวอ้นจนรู้สึกเอียนเต็มที ตอนนี้แค่เห็นตัวอ้นที่แขวนอยู่เต็มชายคาก็ขนลุกซู่ ดังนั้นเมื่อมีแขกมาเยี่ยมเยือน เขาจึงไม่ลังเลที่จะหยิบตัวอ้นรมควันออกมาแจก
เนื้อตัวอ้นเชียวนะ!
อาหารที่พวกเขากินกันจนเบื่อขนาดนี้ ในสายตาชาวบ้านกลับเป็นของหายากแสนอร่อย
แม้ทุกคนจะเกรงใจอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานความอยากกินเนื้อได้ ประกอบกับท่าทีร้อนแรงของกู้ฉางสุ่ยที่ยัดตัวอ้นใส่มือพวกเขาไม่มีหยุด จึงทำได้เพียงรับไว้ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
หลังแจกตัวอ้นให้ทุกคนแล้ว กู้ฉางสุ่ยก็หันกลับไปพูดกับเถียนฮวนว่า “คราวก่อนเราทำแบบนี้จนท่านพ่อท่านแม่ไม่พอใจไปแล้ว ตอนนี้พวกเราต้องแสดงความกตัญญูให้ทุกคนประจักษ์”
เถียนฮวนรีบพยักหน้า “แน่นอนอยู่แล้ว”
ทั้งสองคนช่วยกันถือตัวอ้นหกตัว ผูกด้วยเชือกฟางแล้วหิ้วไปที่บ้านตระกูลกู้
ข่าวเรื่องบุรุษปริศนาตามหากู้ฉางสุ่ยกับภรรยา ครั้งแรกเขามีสีหน้าเย็นชา ครั้งที่สองยิ่งแปลกประหลาด ยังไม่ทันจะยืนให้มั่นก็ก้าวเท้ากลับทันที!
ข่าวนี้แพร่ถึงหูกู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์ที่กำลังเล่นอยู่ในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว สองพี่น้องก็กุลีกุจอรีบกลับไปบอกกู้อันกับเจียงซื่อ
เมื่อรู้เรื่องนี้ กู้อันก็ขมวดคิ้วแน่น ส่วนเจียงซื่อถึงกับกลอกตาหนึ่งครั้ง
“พ่อของลูก ท่านเห็นหรือไม่ สองคนนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ เมื่อก่อนขัดกับพวกเรายังไม่พอ ตอนนี้แม้แต่พวกตระกูลใหญ่ในตำบลก็ยังไม่เว้น! วันนี้พวกเขาทำให้คนพวกนั้นโกรธถึงเพียงนี้ วันหน้าไม่รู้จะถูกเล่นงานอย่างไรบ้าง! ถ้าเกิดพวกเขามาขอให้เราช่วย ท่านห้ามรับปากเด็ดขาดนะ! เราแยกบ้านกันแล้ว ก็ต้องถือว่าเป็นคนละบ้าน ตอนนี้พวกเรายังมีเจี๋ยเกอเอ๋อร์ ท่านห้ามปล่อยให้พวกเขาทำให้เจี๋ยเกอเอ๋อร์ต้องเดือดร้อนเด็ดขาด!”
“วางใจเถิด ข้ารู้แล้ว” กู้อันสูบยาสูบเข้าไปเฮือกใหญ่แล้วตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
ทั้งสองเพิ่งจะตกลงกันเสร็จ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“ผู้ใดกัน!” เจียงซื่อตะโกนถาม
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกข้าเองขอรับ พวกข้านำของมามอบให้” เสียงของกู้ฉางสุ่ยดังมาจากด้านนอก
สีหน้าเจียงซื่อพลันเปลี่ยนไปทันที
“ท่านเห็นหรือไม่ สองคนนั้นมาจริงๆ ด้วย! พวกเขาต้องมาขอให้เราช่วยแน่ๆ! พ่อของลูก ท่านอย่าโดนพวกเขาหลอกเอานะ! ทายาทในบ้านยังต้องพึ่งท่านเลี้ยงดู!”
“รู้แล้ว ข้ารู้ดีว่าจะทำอย่างไร” กู้อันเคาะบ้องยาสูบกับพื้นเบาๆ จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นพูด “เข้ามาเถิด ประตูไม่ได้ลงกลอน”
กู้ฉางสุ่ยจึงผลักประตูเข้ามาพร้อมกับเถียนฮวน
นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองกลับมาที่นี่หลังเหตุการณ์ทะเลาะกันในวันนั้น เมื่อได้เจอกันอีกครั้ง ทุกคนจึงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยในใจ
กู้ฉางสุ่ยก้าวตรงไปหาเจียงซื่อกับกู้อันทันที จากนั้นก็ยกตัวอ้นที่อยู่ในมือขึ้นสูง
“ท่านพ่อท่านแม่ ชาฤดูใบไม้ร่วงแบบพิเศษที่ภรรยาข้าทำเสร็จแล้ว ยังมีตัวอ้นรมควันฝีมือภรรยาข้าด้วย ของเพิ่งทำเสร็จ เราก็เลยรีบนำมาส่งให้ทันทีขอรับ!”
เห็นทั้งสองคนหอบของพะรุงพะรังกันมาเต็มไม้เต็มมือ เจียงซื่อก็รีบกลืนคำพูดไล่คนที่ติดอยู่ริมฝีปากกลับลงไปทันที
“ฮึ่ม ยังพอมีสำนึกอยู่บ้างนะ!”
นางฮึดฮัดในลำคอเบาๆ แล้วรีบส่งสายตาให้บรรดาบุตรสาว
กู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์จึงเดินเข้ามา คนหนึ่งรับชาแบบพิเศษ อีกคนรับตัวอ้นรมควันไป
เพียงแต่ถึงจะรับของจากพวกเขาแล้ว สองพี่น้องคู่นี้ก็ไม่ได้แสดงท่าทีเป็นมิตรอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะกู้ฮวาจือที่เคยโดนเถียนฮวนตบหน้าสองฉาด นางแอบถลึงตาใส่เถียนฮวนทันที
เถียนฮวนทำเป็นไม่เห็น ไม่สนใจอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย นางเพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ของพวกนี้ข้าทำเสร็จหมดแล้ว ชาฤดูใบไม้ร่วงแบบพิเศษก็เอาไปชงน้ำดื่มได้เลย ตัวอ้นรมควันก็เอาไปตั้งไฟ หรือจะหั่นเป็นชิ้นแล้วผัดกับน้ำมันก็ได้ พออุ่นแล้วก็รับประทานได้เลยเจ้าค่ะ”
“รู้แล้วน่า!” เจียงซื่อส่งเสียงฮึดฮัดอย่างหงุดหงิด นางคิดว่าสองสามีภรรยาช่างขัดหูขัดตายิ่งนัก
ช่วยไม่ได้ พี่ชายของนางที่กลับจากหมู่บ้านกานสุ่ยไปก็ล้มป่วยลงทันที เป็นไข้เรื้อรังอยู่หลายวัน เพิ่งจะเริ่มทุเลาเมื่อสองวันนี้ ทว่าก็ยังไร้เรี่ยวแรงจนทำงานไม่ได้
เพราะเรื่องนี้ พวกพี่สะใภ้ทะเลาะกับพวกพี่ชายจนบ้านแทบแตก!
ทั้งหมดนี่ก็เป็นเพราะกู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนทั้งสิ้น!
เพียงแต่มาวันนี้ทั้งคู่แบกของมามากมาย นางจึงไม่อาจกล่าวโทษตรงๆ ได้ ได้แต่เอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า “พวกเจ้ามีธุระอีกหรือไม่”
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่งขอรับ” กู้ฉางสุ่ยรีบกล่าว
คนในบ้านตระกูลกู้ต่างก็ลอบตื่นตระหนกกันเป็นแถว เบิกตากว้างมองมายังพวกเขา
ภายใต้สายตาระแวดระวังเหล่านั้น กู้ฉางสุ่ยก็กล่าวออกมาอย่างไม่รีบร้อนว่า
“รวงข้าวในนาสีเหลืองทอง อีกไม่นานคงได้เก็บเกี่ยว ส่วนใหญ่เป็นข้ากับท่านพ่อช่วยกันเก็บเกี่ยวในทุกปี แต่ปีนี้พวกเราต่างแยกบ้านกันแล้ว ก็เหลือแค่ท่านพ่อกับท่านแม่เท่านั้น ไม่ทราบว่าจะให้พวกเรากลับมาช่วยงานหรือไม่”
เจียงซื่อชะงักสายตา รีบหันไปมองกู้อัน เขาจึงกล่าวเสียงขรึมว่า “เรื่องนี้ยังไม่เร่งรีบ รอถึงเวลาแล้วแม่เจ้าจะไปบอกพวกเจ้าเอง”
“ขอรับ ลูกทราบแล้ว” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้ารับคำโดยไม่ซักถามต่อ
กู้อันก็โบกมือ “เอาละ ของก็เอามาให้แล้ว กลับไปเถิด!”
“ขอรับ ข้าขอตัว”
กู้ฉางสุ่ยรีบพยักหน้า แล้วก็ลากเถียนฮวนออกไปด้วยกัน
พวกเขาเพิ่งพ้นประตูบ้านตระกูลกู้ เสียงแหลมสูงของเจียงซื่อก็ดังขึ้นในลานบ้านทันที
“พ่อของลูก! ท่านได้ยินหรือไม่! เจ้าเด็กสองคนนั่นกำลังประจบเอาใจพวกเรา! พวกเขาหมายจะใช้พวกเราช่วยสู้กับคนพวกนั้น! เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก! ท่านอย่าถูกหลอกเอานะ!”