ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 56 ญาติผู้พี่จากตระกูลถัง
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 56 ญาติผู้พี่จากตระกูลถัง
เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยยังมิได้จากไปไกลนัก
เจียงซื่อก็ตะโกนขึ้นอย่างตื่นตระหนก เสียงดังลั่น ทั้งยังไม่คิดจะเบาเสียงลงแม้แต่น้อย ทำให้พวกเขาที่อยู่ด้านนอกได้ยินถนัดเต็มสองหู
เถียนฮวนกลอกตาอย่างอดไม่ได้ “น่าขันยิ่งนัก กลัวว่าพวกเราจะทำให้บ้านตัวเองเดือดร้อน ไฉนจึงยังรับของจากพวกเราเล่า ไม่กลัวโดนหลอกหรือไร”
“เวลาเปลี่ยน ใจคนก็เปลี่ยน” กู้ฉางสุ่ยพูดเสียงเรียบ “แต่ถึงพวกเขาจะรังเกียจเราก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยช่วงนี้คงไม่มาก่อเรื่องวุ่นวายอีก ดีเลย เราจะได้ใช้โอกาสนี้ไปเยี่ยมท่านตากับท่านแม่ยายที่หมู่บ้านหลิงเฉวียนกันสักหน่อย!”
“ตกลง!” เมื่อได้ยินเช่นนี้ เถียนฮวนก็มีสีหน้าร่าเริงขึ้นมาทันที นางพยักหน้า
เดิมทีพวกเขาวางแผนว่าจะพักหนึ่งวันแล้วพรุ่งนี้ค่อยเข้าตัวตำบลไปขายสมุนไพร
วันพรุ่งนี้พวกเขาไม่มีอะไรทำ เลยตัดสินใจกลับบ้านตระกูลถัง
ยามราตรีคนทั้งสองเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทาง พอรุ่งเช้าฟ้ายังไม่ทันสว่าง พวกเขาก็ออกเดินทางไปยังหมู่บ้านหลิงเฉวียน
เมื่อมาถึง ก็เห็นว่าหน้าบ้านตระกูลถังในหมู่บ้านหลิงเฉวียนตกแต่งด้วยโคมไฟสีสดใส ผู้คนเดินเข้าออกกันอย่างคึกคัก!
พอเห็นเถียนฮวน บางคนก็ยิ้มทักอย่างสนิทสนม “ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ มาเอาป่านนี้เชียว”
เถียนฮวนงุนงงยิ่งนัก “บ้านท่านลุงจัดงานมงคลอะไรหรือเจ้าคะ”
“หืม? พวกเจ้าไม่รู้หรือ อี้เจี่ยเอ๋อร์กับเฉินซิ่วไฉจากตัวตำบลหมั้นหมายกันแล้ว! วันนี้จะมีจัดเลี้ยงฉลองกัน!”
“อย่างนั้นหรือ” เถียนฮวนยิ้มน้อยๆ “บังเอิญยิ่งนัก พวกเรากลับมาทันวันงานพอดี”
พูดจบ นางก็จูงมือกู้ฉางสุ่ย “ไปเถอะ เรารีบเข้าไปแสดงความยินดีกับญาติผู้พี่กัน!”
สองคนพากันมาถึงหน้าเรือน เห็นท่านลุงกับป้าสะใภ้ยืนอยู่หน้าบ้าน พูดคุยกับแขกเหรื่อด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่พอเห็นเถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ย สีหน้าของคนทั้งสองก็ชะงักค้างทันที
อย่างไรก็ดี ป้าสะใภ้รีบเปลี่ยนมายิ้มรับแล้วเดินเข้ามาทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส “ฮวนเจี่ยเอ๋อร์กับสามีของฮวนเจี่ยเอ๋อร์ พวกเจ้าสบายดีหรือไม่ เหตุใดเพิ่งมาถึง ข้านึกว่าวันนี้พวกเจ้าจะไม่มาเสียอีก!”
“ท่านป้าสะใภ้ พวกข้าต้องเป็นฝ่ายถามท่านต่างหาก ญาติผู้พี่หมั้นหมายทั้งที เหตุใดท่านไม่แจ้งให้พวกเราทราบ” เถียนฮวนย้อนถาม
หวังซื่อเสแสร้งกะพริบตาหนึ่งที “พูดอะไรของเจ้า ข้าฝากคนไปส่งข่าวให้พวกเจ้าแล้วตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อน แต่พวกเจ้าไม่ตอบกลับมา ข้านึกว่าเจ้ายังโกรธพวกเรา ไม่ยอมมาเจอหน้าเสียอีก!”
น้ำเสียงของนางดูจริงจังราวกับมิได้เสแสร้ง ทว่าเถียนฮวนไม่เชื่อคำโกหกของนางแม้แต่น้อย!
เถียนฮวนมิอาจคิดได้ว่าเหตุใดป้าสะใภ้จึงไม่อยากเชิญพวกนางร่วมงานหมั้นหมายในครานี้ ปกติแล้วหากถังหรูอี้ได้คู่หมั้นดีๆ เช่นนี้ ย่อมต้องอยากโอ้อวดเป็นธรรมดา
กลัวว่าพวกเขาจะมาก่อความวุ่นวาย? เป็นไปไม่ได้หรอก
หวังซื่อก็ยังอยู่ทั้งคน ไม่ว่าถังหรูอี้จะได้คู่หมั้นเช่นไร ก็ไม่เกี่ยวกับเถียนฮวนแม้แต่น้อย นางไม่เคยหวังจะได้ประโยชน์ใดๆ จากทางบ้านตระกูลเฉิน นางจึงตัดความเป็นไปได้นี้ออกไป
เถียนฮวนครุ่นคิดหาสาเหตุในใจ ทันใดนั้นก็มีเสียงอบอุ่นนุ่มนวลดังมาจากในบ้าน
“ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ เจ้ากลับมาแล้วหรือ”
“ญาติผู้พี่?”
เถียนฮวนรีบเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นปัญญาชนหนุ่มในชุดตัวยาวสีน้ำเงินกำลังก้าวข้ามธรณีประตูเดินตรงมาทางนาง
ชายผู้นี้อายุราวสิบเจ็ดสิบแปดปี ใบหน้าละม้ายคล้ายกับท่านลุงถังซานยิ่งนัก เพียงแต่รูปร่างผอมเพรียวกว่าเล็กน้อย
ตั้งแต่ก้าวข้ามธรณีประตูเรือนตระกูลถังออกมา สายตาของเขาก็มิอาจละไปจากเถียนฮวนได้
กู้ฉางสุ่ยเห็นดังนั้น แววตาก็มืดลงทันที เขายื่นมือมาจับข้อมือของเถียนฮวนไว้แน่น
เถียนฮวนชะงักไปครู่หนึ่ง พลางหันไปถามเขาอย่างแปลกใจ “สามี ท่านเป็นอะไรไปหรือ”
ทันใดนั้นเอง ถังหรูฉินก็เดินมาถึงตรงหน้านางพอดี เขาหยุดเดิน
“สามี?…ญาติผู้น้องข้าเรียกเขาว่าสามีอย่างนั้นหรือ”
“ถูกต้อง” เถียนฮวนพยักหน้าพลางยิ้ม “เขาแซ่กู้ ชื่อกู้ฉางสุ่ย”
พูดจบ นางก็หันไปแนะนำให้กู้ฉางสุ่ยรู้จักญาติผู้พี่ “สามี นี่คือญาติผู้พี่ของข้า ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่สำนักศึกษาในอำเภอข้างเคียง”
“ญาติผู้พี่” กู้ฉางสุ่ยรีบเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
สีหน้าของถังหรูฉินกลับยิ่งประหลาดใจ เขาเม้มริมฝีปากอย่างยากลำบากก่อนจะเอ่ยว่า
“น้องเขย…”
เถียนฮวนรีบยิ้มถามต่อ “จริงสิ ญาติผู้พี่ ท่านกลับมาคราวนี้เพื่อมาร่วมงานหมั้นของพี่หรูอี้ใช่หรือไม่”
“ใช่” เสียงของถังหรูฉินพลันหม่นหมองลงทันที “หากไม่กลับมาคราวนี้ ข้าคงไม่รู้เลยว่าเจ้าก็แต่งงานแล้ว ท่านแม่ข้ายังบอกว่าเจ้าไปทำธุระสำคัญที่อื่น วันนี้จึงกลับมาไม่ได้ ข้าก็นึกว่าวันนี้คงไม่ได้เจอเจ้าเสียแล้ว ยังคิดไว้ว่าพรุ่งนี้จะไปหาเจ้า ที่ไหนได้เจ้ากลับมาจริงๆ ด้วย!”
พูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของเขาก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เถียนฮวนได้ยินดังนั้นก็รีบหันไปถามหวังซื่อผู้เป็นป้าสะใภ้ว่า “ท่านป้าสะใภ้ ท่านบอกพวกข้าว่าท่านส่งคนไปแจ้งข่าวบอกข้าแต่พวกข้าไม่ตอบกลับมิใช่หรือ ไยท่านจึงแจ้งพี่ชายว่าพวกข้าไม่ยอมมาร่วมงานหมั้นเล่า วาจาที่ท่านกล่าว ไม่ว่าพวกข้ามาหรือไม่มาก็ล้วนเป็นความผิดของพวกข้า”
หวังซื่อหน้าแดงก่ำ ไม่กล้ามองสบตานาง
ถังหรูฉินรู้เช่นนั้นก็หน้าตึง เขามองมารดาด้วยความไม่เข้าใจ “ท่านแม่ ทำไมต้องหลอกข้าด้วย เหตุใดต้องโยนความผิดให้ญาติผู้น้อง นางไม่ได้ทำอะไรผิด!”
หวังซื่อรีบทำหน้าเคร่งขรึมทันที “ไหนๆ ก็มากันแล้ว จะพูดเรื่องพวกนี้ไปเพื่ออันใด รีบเข้าไปข้างในได้แล้ว มีคนมองอยู่ตั้งเยอะ! น้องสาวของเจ้ากำลังจะหมั้นหมาย วันนี้เป็นวันมงคล อย่ามาเสียเรื่องเพราะเรื่องไร้สาระเช่นนี้!”
“เรื่องไร้สาระอย่างนั้นหรือ เรื่องทั้งหมดก็เพราะท่านแม่พูดโป้ปด หลอกลูกกับญาติผู้น้อง!”
“ญาติผู้พี่” เถียนฮวนรีบตัดบทถังหรูฉินทันที “ท่านตากับท่านแม่ข้าอยู่ที่ใดหรือ”
เถียนฮวนไม่เข้าใจว่าเหตุใดหวังซื่อจึงทำเช่นนี้ แต่นางรู้ดีว่าหน้าประตูเรือนมิใช่ที่ที่ควรโต้เถียงกัน
หากญาติผู้พี่กับป้าสะใภ้ทะเลาะกันเพราะนาง เช่นนั้นนางย่อมมีส่วนผิด
ถังหรูฉินหันกลับมาทันที “ตั้งแต่รุ่งสางท่านปู่ไอไม่หยุด ท่านอาจึงคอยดูแลท่านปู่อยู่ไม่ห่าง ข้าจะนำทางพวกเจ้าไปเอง!”
พูดจบ เขากำลังจะเดินไป
“ไม่ต้อง!” กู้ฉางสุ่ยเอ่ยขัดทันที “พวกเรารู้ว่าห้องของท่านตาอยู่ที่ใด เราไปกันเองได้ วันนี้บ้านเจ้ามีแขกเยอะ ญาติผู้พี่กลับไปช่วยท่านลุงกับท่านป้าสะใภ้ต้อนรับแขกเถิด”
ถังหรูฉินชะงักไปเล็กน้อย ก็ได้ยินเถียนฮวนพูดว่า “สามีข้าพูดถูกแล้ว ญาติผู้พี่กลับไปเถิด พวกเราไปหาท่านตากับท่านแม่เองได้”
“ก็ได้”
ถังหรูฉินจึงจำใจยอมปล่อยมือ
เถียนฮวนยกของในมือขึ้นอีกครั้ง “สามี เราไปกันเถอะ”
กู้ฉางสุ่ยเพียงพยักหน้า ไม่แม้แต่จะขานกลับ ก็เดินนำไปก่อนแล้ว
เขาเป็นอะไร
เถียนฮวนเห็นดังนั้นก็ตะลึงเล็กน้อย ก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าตามไป
“สามี…”
นางเพิ่งจะเอ่ยปาก กู้ฉางสุ่ยก็พูดขึ้นมาเสียก่อน “เจ้าสนิทกับญาติผู้พี่มากสินะ”
“ใช่! พวกเราสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก” เถียนฮวนพยักหน้า
“ก่อนอายุสิบสอง เจ้ามิได้อยู่บ้านตระกูลเถียนหรอกหรือ”
“อืม ข้าเติบโตในบ้านตระกูลเถียน แต่ญาติผู้พี่ถูกส่งมาศึกษาในสำนักศึกษาที่อำเภอตั้งแต่อายุหกขวบ เขาอาศัยอยู่ที่บ้านข้าหลายปี พอครอบครัวข้าล่มสลาย เขาก็สอบผ่านเป็นซิ่วไฉในปีนั้นพอดี ท่านอาจารย์ของเขาแนะนำให้ไปเรียนต่อที่สำนักศึกษาในอำเภอข้างเคียง แต่ละปีกลับมาเพียงสองสามครั้งเท่านั้น ดังนั้นท่านจึงไม่เคยเจอเขามาก่อน” เถียนฮวนยิ้ม “แต่เขาเป็นคนดีมากเลยนะ ที่นี่นอกจากท่านตาแล้ว ก็เป็นเขานี่แหละที่ดีกับข้ามากที่สุด!”
นางยังพูดไม่ทันจบ รังสีเย็นเยียบก็แผ่ซ่านออกมาจากตัวกู้ฉางสุ่ยในทันที