ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 58 ภรรยาข้าโง่ยิ่งนัก
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 58 ภรรยาข้าโง่ยิ่งนัก
กู้ฉางสุ่ยออกไปด้านนอกนานถึงสองเค่อ[1]จึงกลับมา
เขาชำแหละนกพิราบเสร็จเรียบร้อยพร้อมกับยกถังน้ำสะอาดเข้ามาให้ห้อง
เถียนฮวนรีบเข้าไปรับนกพิราบจากมือเขา “ตอนนี้ในครัวมีคนเยอะหรือไม่”
“คนเยอะยิ่งนัก ข้าไม่รู้จักพวกเขา โชคดีที่ญาติผู้พี่ช่วยข้าไว้ ข้าถึงขอน้ำร้อนกับมีดมาได้” กู้ฉางสุ่ยพูดเสียงเรียบ
เถียนฮวนพยักหน้าอย่างร่าเริงทันที “ท่านเห็นหรือไม่ ข้าบอกแล้วว่าญาติผู้พี่ข้าเป็นคนดี ต่อไปท่านจงสนิทกับเขาให้มากขึ้น ท่านต้องชอบเขาแน่นอน!”
มุมปากกู้ฉางสุ่ยกระตุก เขาพึมพำอะไรบางอย่างออกมา เขาพูดเร็วมาก เถียนฮวนฟังไม่ถนัด
“ท่านพูดอะไร”
“อ้อ ไม่มีอะไร ญาติผู้พี่เป็นคนดียิ่งนัก มีการศึกษา สุภาพเรียบร้อย” กู้ฉางสุ่ยรีบยิ้มกลบเกลื่อน จากนั้นก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที “เจ้าจัดของทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างพร้อม รอลมตะวันออก!” เถียนฮวนพยักหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่ได้สงสัยแม้แต่น้อย นางเบนความสนใจไปยังนกพิราบสองตัวนั้นทันที
ตอนกู้ฉางสุ่ยออกไปชำแหละนกพิราบ นางก็จุดเตาไฟเตรียมไว้เรียบร้อย แล้วเดินไปห้องของถังซื่อเพื่อหยิบมีดกับเกลือ แช่โก่วฉี่กับขิงฝาน ตอนนี้น้ำในหม้อดินบนเตาเริ่มมีฟองปุดๆ ใกล้จะเดือดเต็มที
เถียนฮวนตรวจดูนกพิราบอย่างละเอียดอีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่าเขาทำความสะอาดทั้งด้านในด้านนอกจนเรียบร้อยแล้ว จึงลงมือสับเท้านก จากนั้นก็ใส่ลงในน้ำเดือด คอยช้อนฟองออก
พอเลือดของนกพิราบถูกล้างออกจนหมด นางก็ตักขึ้นจากหม้อ เทน้ำเลือดทิ้ง แล้วเปลี่ยนเป็นน้ำสะอาดครึ่งหม้อ ค่อยๆ ใส่นกที่ลวกแล้วกลับลงไปอีกครั้งแล้วเติมขิงสดสี่ห้าแผ่น โกวฉี่เล็กน้อย และรากโสมสองเส้นลงไป ปิดฝาหม้อ เคี่ยวน้ำแกงด้วยไฟอ่อน
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ เถียนฮวนก็หันไปยิ้มหวานให้กู้ฉางสุ่ย “ขั้นตอนการทำต้มน้ำแกงนกพิราบแสนง่ายดาย แทบไม่ต้องเติมเครื่องปรุงอื่นใด เนื้อของนกพิราบรสชาติเลิศล้ำอยู่แล้ว ประเดี๋ยวก่อนยกขึ้นโต๊ะ ค่อยใส่เกลือเล็กน้อย ช่วยให้รสชาติดียิ่งนัก!”
กู้ฉางสุ่ยเห็นรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของภรรยา ราวกับเมฆหมอกในใจสลายไป แทนที่ด้วยแสงแดดอบอุ่น
“เจ้านี่นะ…ถ้าเจ้าโง่เช่นนี้ตลอดไปก็คงจะดี” เขาพึมพำเบาๆ
เถียนฮวนได้ยินเข้าพอดี
ใบหน้างามบูดบึ้ง “ท่านด่าข้าโง่หรือ!”
“ไม่ใช่” กู้ฉางสุ่ยส่ายหน้าปฏิเสธทันที ใช้นิ้วสะกิดปลายจมูกของนางเบาๆ แล้วกล่าวว่า “หากเจ้ากลายเป็นคนโง่ เจ้าก็ยังเป็นภรรยาที่งดงามที่สุดในใจของข้าอยู่เสมอ”
“ข้าไม่ได้โง่ ท่านต่างหากที่โง่!” เถียนฮวนหงุดหงิดใจ เอื้อมมือไปหยิกเขาทีหนึ่ง
กู้ฉางสุ่ยร้องโอดโอยทันที รีบกล่าวขอโทษ “ข้าผิดไปแล้ว! ภรรยาได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย! ต่อไปข้าจะไม่พูดแบบนั้นอีกแล้ว!”
“ท่านจำไว้เอาเลยนะ! ถ้ากล้าพูดว่าข้าโง่อีกละก็ ข้าจะตบท่านให้โง่จริงๆ เลยคอยดู!” เถียนฮวนเอ่ย
“จำขึ้นใจ ข้าไม่กล้าแล้ว!” กู้ฉางสุ่ยรีบก้มหัวขอโทษ
ถังซื่อที่ยืนอยู่ข้างๆ ทนดูไม่ได้อีกต่อไป
“ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ สามีเจ้าก็ยอมรับผิดแล้ว ยกโทษให้เขาเถิด ความจริงแล้วเขาก็น่าสงสารไม่น้อย”
“ท่านแม่! เขากำลังด่าลูกนะเจ้าคะ! ท่านได้ยินกับหูมิใช่หรือ ไม่ช่วยพูดแทนลูก เอาแต่เข้าข้างเขา!” เถียนฮวนโมโหจนกระทืบเท้า
เห็นบุตรสาวแสดงท่าทางเอาแต่ใจเช่นนี้ ถังซื่อกลับยิ้มกว้าง
นางไม่ได้เห็นรอยยิ้มสดใสของบุตรสาวมานานเพียงใดแล้วนะ
ตั้งแต่พวกนางย้ายมาอยู่บ้านตระกูลถัง แม้เถียนฮวนจะยิ้มทุกวัน แต่ถังซื่อย่อมดูออกว่านางฝืนยิ้มเพียงเพราะไม่อยากให้ตนเป็นห่วง
บัดนี้เถียนฮวนแต่งงานกับกู้ฉางสุ่ยได้เพียงหนึ่งเดือน นางกลับร่าเริงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไร้เดียงสาสดใสเหมือนเด็กสาวโดยทั่วไป มารดาเช่นตนจะไม่ดีใจได้อย่างไร
นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่ากู้ฉางสุ่ยรักใคร่เอ็นดูทะนุถนอมเถียนฮวนไม่น้อย
หัวอกคนเป็นแม่ก็ต้องการเลือกคู่ครองเช่นนี้ให้ลูกสาวมิใช่หรือ ในเมื่อเขาดีกับลูกสาวถึงเพียงนี้ แน่นอนว่านางต้องเข้าข้างเขาบ้าง
ในโลกนี้จะหาลูกเขยดีๆ เช่นนี้ได้ง่ายๆ เสียที่ใดเล่า!
เถียนฮวนเห็นถังซื่อยิ้มกว้างขึ้น ก็ยิ่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโมโห
นางระบายกับมารดาก็คงจะไม่ได้ จึงหันไปเสียงดังใส่กู้ฉางสุ่ยแทน “ท่านรีบมาช่วยงานข้าเดี๋ยวนี้!”
“ได้ ข้ามาช่วยเจ้าแล้ว!”
กู้ฉางสุ่ยรีบรับคำ พุ่งกายเข้ามาทันที
ถังซื่อกับผู้เฒ่าถังเห็นเช่นนั้น ต่างพากันหัวเราะออกมาโดยมิได้นัดหมาย
ทั้งสี่คนพูดคุยกันอย่างออกรส เสียงหัวเราะเฮฮาดังลอดออกไปนอกห้อง
ถังหรูฉินยืนอยู่ไม่ไกลจากประตูนัก ก้มหน้ามองพื้นอย่างเงียบงันอยู่ครู่ใหญ่
ถังหรูอี้เดินมาถึง บังเอิญเห็นภาพนั้นเข้าพอดี นางจึงดึงแขนเขา “พี่ชาย ข้าตามหาท่านตั้งนาน ที่แท้ท่านมาอยู่ที่นี่เองหรือ รีบไปกับข้าเถิด คนตระกูลเฉินรอท่านอยู่นะ”
นางออกแรงดึงแต่เขากลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น สีหน้าของถังหรูอี้ก็หม่นลงทันที
“พี่ชาย ท่านเลิกล้มความคิดนี้เสีย! นางแต่งงานไปแล้วนะ!”
“ข้ารู้…แต่ชายผู้นั้นไม่คู่ควรกับนาง” ถังหรูฉินเอ่ยเสียงต่ำ
ถังหรูอี้เบ้ปาก “ตระกูลเถียนของนางพังพินาศไปเสียแล้ว แต่งงานกับชาวนาก็เหมาะสมแล้วมิใช่หรือ ท่านคิดจะให้นางแต่งเข้าตระกูลแบบใดกัน ตระกูลบัณฑิตงั้นหรือ พวกเขาไม่มีวันรับนางเข้าบ้านหรอก!”
“เจ้าอย่าลืมว่าที่บ้านเรามีวันนี้ได้ ล้วนเพราะได้ท่านอาเขยคอยช่วยเหลือ ข้าได้ศึกษาที่สำนักศึกษาในอำเภอข้างเคียงมาหลายปี กินอยู่บ้านพวกเขา พวกเราติดหนี้บุญคุณตระกูลเถียน!” ถังหรูฉินกล่าวเสียงเข้ม
สีหน้าของถังหรูอี้เปลี่ยนไปทันควัน “พี่ชาย…หรือว่าท่านคิดจะใช้ตัวเองแทนคุณ? บ้านเราเลี้ยงดูพวกนางมาสามปีเต็ม บัดนี้ยังหาสามีดีๆ ให้ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ ท่านดูเถิด สองสามีภรรยาคู่นั้นมีความสุขเพียงใด ในเมื่อพวกเขาล้วนเต็มใจแต่ง เช่นนั้นบุญคุณที่บ้านเราติดค้างพวกนางไว้ก็นับว่าใช้คืนหมดแล้ว ไม่ติดค้างสิ่งใดอีกต่อไป”
ถังหรูฉินค้อนขวับ “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะ ว่าคนที่ต้องแต่งงานกับเขาก็คือเจ้า! ทุกคนในบ้านบีบบังคับให้ฮวนเจี่ยเอ๋อร์แต่งงานกับเขาแทนเจ้าเพื่อทำให้ข้าหมดหวังมิใช่หรือ พวกเจ้า…พวกเจ้าช่างไร้ยางอายยิ่งนัก!”
“พี่ชาย ท่านพูดอะไรของท่าน ท่านพ่อท่านแม่เป็นคนจัดการทั้งหมด ก็เพื่ออนาคตของท่านมิใช่หรือ ท่านเป็นถึงซิ่วไฉ รูปโฉมหล่อเหลา มีการศึกษา ภายภาคหน้าจะต้องได้เป็นขุนนางใหญ่ในราชสำนัก ภรรยาของท่านย่อมต้องเป็นคุณหนูจากตระกูลขุนนาง! คนเช่นเถียนฮวนจะคู่ควรกับท่านงั้นหรือ มิต้องกล่าวถึงนางในตอนนี้ ต่อให้นางยังเป็นคุณหนูแห่งโรงหมอตระกูลเถียน บุตรสาวจากตระกูลเช่นนั้นก็ยังไม่คู่ควรกับท่าน!” ถังหรูอี้ไม่พอใจยิ่งนัก จึงตวาดดังลั่น
เสียงหวีดแหลมของนางเรียกความสนใจจากคนรอบข้างได้ไม่น้อย
หวังซื่อผู้เป็นมารดารีบวิ่งเข้ามา “ฉินเกอเอ๋อร์ อี้เจี่ยเอ๋อร์ พวกเจ้าเป็นอะไรไป วันนี้เป็นวันมงคล พวกเจ้าสองพี่น้องทะเลาะอะไรกัน”
ถังหรูฉินรีบสูดหายใจเข้าลึกๆ
“ท่านแม่วางใจเถิด วันนี้เป็นวันมงคลของน้องสาว ลูกย่อมไม่ก่อเรื่องให้เสียหน้าแน่นอน หน้าที่ของลูก ลูกจะรักษาไว้ให้ดี แต่ที่เกินไปกว่านั้น ก็อย่าหวังเลยว่าลูกจะยอมทำ!”
เขาทิ้งท้ายเพียงเท่านี้ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปทันที
“ฉินเกอเอ๋อร์! ฉินเกอเอ๋อร์!” หวังซื่อเรียกลูกชายหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเขาจะหันกลับมา
“เฮ้อ!” นางถอนหายใจอย่างจนปัญญา “เด็กคนนี้อารมณ์ร้อนขึ้นทุกวัน!”
“โชคดีที่พวกท่านยกนางให้แต่งเข้าบ้านตระกูลกู้ไปแล้ว ไม่อย่างนั้นพี่ชายกลับมาคราวนี้ ผู้ใดจะล่วงรู้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง”
หวังซื่อหันไปมองทางนั้น ก่อนจะรีบดึงมือบุตรสาว “ไปกันเถอะ! ถ้านางไม่มาเกาะแกะพี่เจ้า ก็คงไม่มีอะไร แต่ถ้านางกล้าเข้ามาใกล้ละก็ คอยดูว่าข้าจะจัดการนางอย่างไร!”
[1] เค่อ หน่วยเวลาตามระบบจีนโบราณ 1 เค่อ เท่ากับ 15 นาที