ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 59 คนใจรวนเร
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 59 คนใจรวนเร
ด้านในห้อง ทั้งสี่คนนั่งคุยพลางหัวเราะร่วน เถียนฮวนหันไปดูหม้อน้ำแกงนกพิราบบนเตาเป็นระยะ
สองสามีภรรยาคู่นี้รักใคร่สนิทสนมกันยิ่งนัก บรรยากาศรอบตัวพลันอบอุ่นหวานละมุนเสียจนผู้เฒ่าถังลอบพยักหน้าให้ถังซื่ออยู่หลายครั้ง
ใบหน้าของถังซื่อประดับไปด้วยรอยยิ้ม นางพยักหน้าหนึ่งครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความยินดี
เถียนฮวนเห็นท่าทางของทั้งสองก็อดสงสัยไม่ได้ “ท่านแม่ ท่านตา เหตุใดวันนี้พวกท่านดูอารมณ์ดีกว่าทุกวัน”
“หลานรักของข้าได้แต่งงานกับคนดีๆ ข้าจะไม่ดีใจได้อย่างไร!” ผู้เฒ่าถังหัวเราะร่า ก่อนพยักหน้าให้กู้ฉางสุ่ย “สมแล้วที่เป็นเด็กที่ข้าหมายตาไว้แต่แรก ข้ารู้ว่าสายตาตนมองคนไม่เคยพลาด!”
“ท่านตา พูดอะไรน่ะเจ้าคะ!”
เถียนฮวนหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ประจวบกับกลิ่นน้ำแกงนกพิราบลอยออกมาจากหม้อดิน นางรีบเดินไปเปิดฝา ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย ปิดฝาเคี่ยวต่ออีกสักครู่ ก่อนยิ้มออกมา
“เสร็จแล้ว!”
กู้ฉางสุ่ยรีบหยิบถ้วยมาตักน้ำแกงใส่ลงไป ยื่นให้ถังซื่อกับผู้เฒ่าถัง
“ท่านตา ท่านแม่ยาย เชิญลิ้มรสน้ำแกงนกพิราบขอรับ”
“พวกเจ้าไม่กินด้วยกันหรือ” ถังซื่อรับถ้วยมาแล้วถามเสียงเบา
“น้ำแกงนกพิราบทำไว้เพื่อบำรุงร่างกายพวกท่านโดยเฉพาะ พวกเรายังหนุ่มยังสาว ร่างกายไม่จำเป็นต้องบำรุงมากนัก” เถียนฮวนรีบโบกมือปฏิเสธ
กู้ฉางสุ่ยพูดขึ้น “ข้างนอกจัดโต๊ะเลี้ยงแขกกันมิใช่หรือ เมื่อครู่ข้าเข้าครัวไปเห็นทั้งเนื้อสัตว์ ทั้งปลา ตัวไม่ใช่เล็กๆ หั่นเนื้อออกเป็นชิ้นใหญ่ประมาณนี้ให้ที ประเดี๋ยวข้าจะกินให้คุ้ม”
เขาทำมือเพื่อบอกขนาดของปลาและเนื้อด้วยความอยากกิน ทำให้ถังซื่อกับผู้เฒ่าถังพากันหัวเราะเสียงดัง
ผู้เฒ่าถังหัวเราะเสียจนริ้วรอยบนใบหน้าแทบหายไป
“ดีๆ พวกเจ้ายังหนุ่มยังสาว กินปลากินเนื้อเยอะๆ หน่อยจะได้แข็งแรง น้ำแกงนกพิราบพวกข้าจัดการเอง!”
ทั้งสองคนไม่เกรงใจอีกต่อไป ยกช้อนขึ้นมาตักน้ำแกงดื่มทันที
ผู้เฒ่าถังอายุมากแล้ว มื้อไม้เริ่มไม่ค่อยดี มือหนึ่งถือถ้วยน้ำแกง มือหนึ่งใช้ช้อนตัก ก็มักจะมือสั่นทำให้แกงหกเลอะเสื้อผ้า
กู้ฉางสุ่ยเห็นดังนั้นก็รีบรับถ้วยกับช้อนมาจากมือเขา “ให้ข้าป้อนท่านดีกว่า”
แม้เขาจะดูรูปร่างสูงใหญ่ ท่าทางแข็งแรง แต่พอถึงเวลาปรนนิบัติคนแก่ให้กินข้าวกินน้ำ เขากลับละเอียดอ่อนเสียยิ่งกว่าใคร
เขาป้อนน้ำแกงจนหยดสุดท้าย เสื้อผ้าผู้เฒ่าถังก็ยังสะอาดหมดจด ไม่มีรอยเปื้อนแม้แต่น้อย
ตอนป้อนเนื้อนกพิราบ เขาก็ลอกหนัง แกะกระดูกออกก่อน แล้วจึงคีบเอาแต่เนื้อล้วนป้อนให้ ผู้เฒ่าถังจึงรับประทานเนื้อนกพิราบได้อย่างง่ายดาย
เถียนฮวนเห็นแล้วก็อดชมไม่ได้ “ท่านช่างใส่ใจจริงๆ!”
กู้ฉางสุ่ยยิ้มเผยให้เห็นฟันขาวสะอาด “จริงๆ แล้ว เมื่อก่อนข้าก็ทำแบบนี้ประจำตอนดูแลท่านปู่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก”
แต่ก็เป็นเรื่องเมื่อสามปีก่อน!
ทว่าบัดนี้เขากลับปรนนิบัติผู้เฒ่าถังได้ดีเช่นนี้ นางก็พอจะนึกภาพออกว่าในบั้นปลายชีวิตของผู้เฒ่ากู้คงได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
ถังซื่อชมเขาไม่หยุดปาก
รอยยิ้มซื่อๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของกู้ฉางสุ่ย ทำให้ถังซื่อรู้สึกเอ็นดูระคนสงสารเขามากยิ่งขึ้น
นางรีบเรียกกู้ฉางสุ่ยให้มานั่งใกล้ๆ เริ่มถามไถ่ถึงความเป็นอยู่ของเขาในช่วงที่ผ่านมา
กู้ฉางสุ่ยก็ตอบอย่างซื่อตรง ไม่ปิดบังแม้แต่น้อย
เถียนฮวนเห็นมารดาสนิทสนมกับสามีตนมากขึ้นเรื่อยๆ กลับรู้สึกหึงหวงอย่างไร้เหตุผล
นางรีบเบือนหน้าหนี หันไปคุยกับผู้เฒ่าถัง
ขณะที่คนทั้งสี่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส ด้านนอกก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่เสียงของถังหรูอี้จะดังตามมา “ท่านปู่ ท่านอาหญิง งานเลี้ยงเริ่มแล้วนะเจ้าคะ!”
กู้ฉางสุ่ยเป็นฝ่ายเดินไปเปิดประตู
ถังหรูอี้เห็นว่าเป็นเขา นางก็ถอยหลังไปสองก้าวโดยอัตโนมัติ จากนั้นจึงเดินอ้อมเขาไปแล้วตะโกนว่า “ท่านปู่เจ้าคะ งานเลี้ยงเริ่มแล้วเจ้าค่ะ ท่านปู่กับท่านอาหญิงรีบออกไปกินข้าวเถอะ!”
“ข้ากับอาหญิงของเจ้าอิ่มแล้ว ให้ฮวนเจี่ยเอ๋อร์กับสามีของฮวนเจี่ยเอ๋อร์ไปร่วมงานเลี้ยงเถิด” ผู้เฒ่าถังเอ่ย
มีคนคอยป้อนน้ำแกงนกพิราบร้อนๆ ให้ ผู้เฒ่าถังจึงรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจยิ่งนัก
“ข้าแก่แล้ว ไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่ชอบอาหารรสจัด งานเลี้ยงเช่นนี้ข้าไม่ขอร่วมด้วย พวกเจ้าอายุยังน้อย ออกไปร่วมงานเลี้ยงรื่นเริงตามประสาหนุ่มสาวเถิด”
ตั้งแต่ถังซื่อมาอยู่ที่บ้านตระกูลถังก็แทบไม่ออกจากประตูบ้าน ตอนนี้นางก็ไม่คิดจะออกไปไหนเช่นกัน
เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยท้องร้องโครกคราก หิวเสียจนอยากรับประทานอาหารเต็มแก่
ทั้งสองจึงรีบตอบตกลงก่อนจะเดินไปยังหน้าบ้าน
ถังหรูอี้ส่งสายตาไม่เป็นมิตรให้สองสามีภรรยา
เมื่อเห็นว่าสองคนนี้เดินออกมาด้วยกัน นางก็รีบหันไปสั่งเสียงแข็งทันที “อีกเดี๋ยวพอถึงงาน พวกเจ้าก็นั่งกินข้าวกันเงียบๆ อย่าเอ่ยอะไรกับผู้ใดมั่วซั่ว ญาติของบ้านตระกูลเฉินส่วนใหญ่มาจากตัวตำบล ล้วนเป็นปัญญาชนทั้งสิ้น พวกเจ้าอย่าได้ก่อเรื่องให้บ้านข้าต้องอับอายขายขี้หน้าเล่า จำไว้ให้ขึ้นใจเสียด้วย!”
“ญาติผู้พี่ ท่านกลัวว่าข้าจะนำเรื่องนั้นไปแจ้งตระกูลเฉินงั้นหรือ” เถียนฮวนถามเสียงเบา
ถังหรูอี้หันขวับมา “เถียนฮวน ท่านปู่จะอยู่ดูแลเจ้าได้ตลอดงั้นหรือ เจ้าคิดว่าข้าไม่มีทางจัดการเจ้าหรือไร ตอนนี้เจ้าออกเรือนแล้ว ต่อให้เจ้าใส่ร้ายข้าต่อหน้าคุณชายเฉิน เขาก็ไม่เชื่อเจ้าหรอก! เขาคงคิดว่าเจ้าอิจฉาข้าที่ได้แต่งงานกับคนดีๆ จึงตั้งใจทำลายงานหมั้นหมาย”
“เช่นนั้น ท่านจะร้อนรนไปไย ซ้ำยังอุตส่าห์เข้ามาเตือนข้าไม่ให้พูดพล่อยๆ แบบนี้ แสดงว่าท่านเองก็ร้อนตัว” เถียนฮวนยิ้มเย็น
ถังหรูอี้ถลึงตาใส่ “ผู้ใดร้อนตัวกัน ข้าไม่มีอะไรต้องกลัว คุณชายเฉินรักข้ามาก เขาไม่หลงเชื่อคำพูดเหลวไหลของเจ้าหรอก!”
“ก็ดี เช่นนั้นข้าจะไปคุยกับบ้านตระกูลเฉินเสียหน่อย” เถียนฮวนยิ้ม ทำท่าจะเดินไปทางนั้นจริงๆ
“เจ้ากล้าหรือ!” ถังหรูอี้ตกใจจนหน้าซีด รีบกางแขนออกมาขวางทางเถียนฮวนไว้
เถียนฮวนหัวเราะเบาๆ “เห็นหรือไม่ ท่านเองก็กลัวจนตัวสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะเสี่ยงเดิมพันกับข้าด้วยซ้ำ ในเมื่อท่านเป็นแบบนี้ ยังจะกล้าปากเก่งกับข้าอีกหรือ”
ถังหรูอี้ถูกจี้ใจดำ ทั้งโกรธทั้งอับอาย นางจ้องหน้าเถียนฮวนอยู่ครู่ใหญ่ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ตกลงเจ้าต้องการสิ่งใด”
“ญาติผู้พี่ ถ้อยคำเหล่านี้ต้องเป็นข้าที่ถามท่าน ไม่ใช่ท่านเป็นฝ่ายถาม! เหตุใดท่านต้องหาเรื่องข้าด้วยเล่า” เถียนฮวนพูดอย่างจนใจ
ถังหรูอี้เม้มริมฝีปาก “เจ้าจะไม่ไปฟ้องคุณชายเฉินงั้นหรือ”
“เดิมทีข้าตั้งใจว่าจะไม่ฟ้อง แต่พอท่านพูดเช่นนั้นกับข้า ตอนนี้ข้าก็เริ่มไม่แน่ใจแล้ว…” เถียนฮวนเหยียดยิ้มเย็นชาเอ่ยอย่างเนิบช้า
ถังหรูอี้เบิกตากว้าง “เจ้าขู่ข้าหรือ”
“ญาติผู้พี่ ในเมื่อท่านเป็นฝ่ายหาเรื่องข้าก่อน หากข้าไม่ข่มขู่เสียบ้าง ท่านคงคิดว่าข้าเป็นพวกหัวอ่อนรังแกได้ง่าย!” เถียนฮวนกล่าวเสียงเย็น “ทว่ายามนี้ข้าไม่ได้ต้องการสิ่งใดมาก แค่ท่านนำกระดาษสองสามแผ่น พู่กัน และหมึกมาให้ข้าก่อนกลับก็พอแล้ว”
“เจ้าจะให้ข้าขโมยของในห้องท่านพ่อหรือ” ถังหรูอี้หน้าถอดสี