ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 6 เปลี่ยนโฉม
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 6 เปลี่ยนโฉม
เอ่อ…
เถียนฮวนนั่งอยู่บนคันนา มองดูกู้ฉางสุ่ยกำลังเก็บกิ่งไม้แห้งมาก่อไฟบนคันนา จากนั้นก็ถอนขนนกกระจอกที่เพิ่งจับได้ ล้างให้สะอาดในรางน้ำเล็กๆ ย่างบนไฟจนสุก
สุดท้าย เมื่อเขายื่นนกกระจอกย่างจนกรอบหอมหนึ่งตัวมาให้นาง นางจึงได้สติกลับมา
“ปกติท่านใช้ชีวิตแบบนี้ตลอดเลยหรือ” เถียนฮวนถามเสียงเบา พลางรับนกกระจอกย่างมาไว้ในมือ
“อืม” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า ขณะเคี้ยวนกกระจอกคำใหญ่ “ที่บ้านกินไม่อิ่ม ข้าจึงออกมาหาอะไรกินบ่อยๆ บางทีก็ล่านก บางทีก็ปีนต้นไม้ไปเก็บไข่นก หรือจับกระต่าย ถ้าหาไม่ได้ ก็ลงไปจับปลาที่แม่น้ำ อย่างไรเสียถ้าหาตั้งใจหา ก็ไม่มีวันอดตายหรอก”
เถียนฮวนอดยิ้มไม่ได้
ที่แท้ร่างกายกำยำแข็งแรงของเขาก็สร้างมาจากการหากินแบบนี้นี่เอง!
บุรุษผู้นี้ก็รู้จักพลิกแพลงแก้ปัญหาอยู่เหมือนกัน อย่างนี้นางก็อุ่นใจได้มากหน่อย
เมื่อกินนกกระจอกตัวหนึ่งเสร็จ กู้ฉางสุ่ยก็ดับกองไฟ แล้วถือมีดเล่มเล็กที่ใช้ชำแหละนกเดินไปล้างที่แม่น้ำ
ล้างเสร็จแล้ว เขาไม่ได้เก็บมีดกลับ แต่หยิบจ้าวเจี่ยว[1]จากอกเสื้อออกมา ใช้น้ำในแม่น้ำแทนกระจก แล้วเริ่มโกนหนวด!
พอโกนหนวดเรียบร้อยแล้วก็หวีผมอีกครั้ง
เมื่อเขาหันกลับมาอีกที เถียนฮวนก็ตะลึงกับภาพตรงหน้า
บุรุษผู้มีหน้าตาคมเข้ม ดูสง่างามเบื้องหน้านางในตอนนี้ คือชายหนุ่มบ้านนอกที่นางเจอเมื่อวานงั้นหรือ
แม้รอยแผลสีชมพูที่หางตายังชัดเจนอยู่ แต่กลับยิ่งเพิ่มกลิ่นอายความแข็งแกร่งของบุรุษเข้าไปอีก
“เป็นอย่างไร ข้าดูดีกว่าเมื่อวานไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามนางเบาๆ
เถียนฮวนพยักหน้า “ถ้าเมื่อวานท่านไปบ้านตระกูลถังด้วยหน้าตาแบบนี้ บางทีญาติผู้พี่ข้าอาจไม่ปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวก็ได้”
“ภรรยาที่ข้าต้องการ ไม่ใช่สตรีตื้นเขินที่ดูแต่หน้าตา” กู้ฉางสุ่ยตอบกลับ
เถียนฮวนชะงักไป แล้วก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ “ท่านจงใจใช่หรือไม่!”
จงใจทำตัวยากจนไว้หนวดเคราเพื่อลองใจถังหรูอี้ ให้ถังหรูอี้ยอมถอนหมั้นอย่างไม่ลังเล
แสดงว่าเขาไม่ได้ต้องการแต่งงานกับสตรีใดก็ได้จึงจะพอใจ
ถ้าไม่มีสตรีที่เขาถูกใจ ย่อมไม่มีวันที่เขาจะรับภรรยาเข้าบ้านโดยเด็ดขาด!
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า “ใช่”
เช่นนั้น…นางคงเป็นสตรีที่เขาใฝ่ฝัน
คิดถึงตรงนี้ ใบหน้าของเถียนฮวนก็ร้อนผ่าวขึ้นมา
แก้มขาวนวลของนางขึ้นสีระเรื่อดูคล้ายดอกท้อที่ใกล้ผลิบาน สีชมพูระเรื่ออ่อนๆ น่าทะนุถนอมยิ่งนัก กู้ฉางสุ่ยกลืนน้ำลายเบาๆ แล้วเบือนหน้าไปอีกทาง
“จริงสิ เรื่องที่ท่านพ่อสั่งเจ้าไว้เมื่อเช้า อย่าเพิ่งทำ”
“หา? เพราะเหตุใด”
“รอดูอีกสักสองวันก่อน” กู้ฉางสุ่ยตอบ
“อืม” เถียนฮวนรีบพยักหน้ารับ
แม้จะเพิ่งรู้จักกันเพียงวันเดียว แต่สามีผู้นี้ก็ยังสามารถทำให้เถียนฮวนมองเขาใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า
ตอนนี้ ความรู้สึกบางอย่างในใจนางยิ่งชัดเจนขึ้น…
ชายผู้นี้มิใช่คนธรรมดา นางเชื่อได้แน่ว่าเขาคือคนที่สามารถพึ่งพาได้!
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย กู้ฉางสุ่ยก็ลุกขึ้นแล้วพาเถียนฮวนเดินตรวจตราทุ่งนาอีกครั้ง ดึงหญ้า ถอนวัชพืช ไล่สารพัดนกที่มากินข้าวจนหมด แล้วจึงพากันกลับบ้าน
การออกมาตรวจทุ่งนาเช่นนี้ ผ่านไปไม่ทันไรก็ล่วงเข้าครึ่งวันแล้ว
ยิ่งอยู่ด้วยกันนาน ความเข้าใจระหว่างสองสามีภรรยาก็ยิ่งแน่นแฟ้น บรรยากาศเก้อเขินที่เคยปกคลุมอยู่ค่อยๆ จางหายไปโดยไม่รู้ตัว บทสนทนาก็มากขึ้นเรื่อยๆ
ถือเป็นความก้าวหน้าที่ดีเลยทีเดียว
เถียนฮวนคิดอย่างเบิกบานใจ ทว่าความรู้สึกยินดีนี้กลับมลายสิ้นทันทีที่นางก้าวเข้าสู่ประตูบ้านตระกูลกู้
“ท่านแม่เจ้าคะ ท่านดูสิ ข้าสวมชุดนี้งดงามหรือไม่”
“งดงามยิ่งนัก…แต่จือเจี่ยเอ๋อร์ เจ้าไปเอาชุดนี้มาจากไหนหรือ ข้าว่าเจ้าไม่มีกระโปรงตัวนี้นะ!”
“ข้าค้นเจอในห้องของพี่ใหญ่!”
“ปิ่นเงินนี่ด้วย ข้าก็เจอเหมือนกัน!”
เมื่อได้ยินบทสนทนาของเจียงซื่อกับบุตรสาวในลานบ้าน เถียนฮวนก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาด
นางเร่งฝีเท้าเข้าไปในบ้าน มองไปชัดๆ ก็พบว่ากู้ฮวาจือกำลังสวมชุดเจ้าสาวสีแดงเข้มที่นางใส่เมื่อวาน ส่วนบนผมของกู้ฮวาเย่ว์เสียบปิ่นเงินที่มารดานางมอบไว้เป็นสินเดิม…
ปิ่นเงินเพียงชิ้นเดียวที่ของมารดาให้ไว้!
โครม!
เพลิงโทสะลุกโชนขึ้นทันที
เถียนฮวนพุ่งเข้าไปกระชากปิ่นเงินคืนมาจากกู้ฮวาเย่ว์ ผลักกู้ฮวาจือจนล้มลงไป ก่อนจะดึงชุดเจ้าสาวกลับมาอย่างไม่ไว้หน้า
“ท่านเป็นอะไรไป!”
สองพี่น้องกู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์ร้องเสียงหลงอย่างขัดใจ
เจียงซื่อก็หน้าบึ้งทันที “สะใภ้ใหญ่ เจ้าเป็นอะไร เพิ่งเข้าบ้านมาได้แค่วันเดียวก็ก้าวร้าวใส่น้องสาวสามีแล้ว แบบนี้หรือคือการทำตัวเป็นพี่สะใภ้ที่ดี? เจ้าต้องขอโทษจือเจี่ยเอ๋อร์กับเย่ว์เจี่ยเอ๋อร์เดี๋ยวนี้!”
“พวกนางแอบเข้าไปในห้องข้า ค้นข้าวของของข้า แถมยังขโมยเสื้อผ้ากับปิ่นเงินของข้าไป แบบนี้ไม่ควรเป็นพวกนางที่ต้องขอโทษข้าหรอกหรือเจ้าคะ” เถียนฮวนตอบเสียงเย็น
“ข้าเข้าไปในห้องของพวกท่านไม่ได้หรือ ห้องของกู้ฉางสุ่ยเราจะเข้าเมื่อไหร่ก็ได้ ของในห้องเขาข้ารู้หมด! ชีวิตเขาก็เพราะปู่ข้าช่วยไว้ อาหารการกินตลอดหลายปีก็พวกเราหาให้เขาทั้งนั้น ของของเขาคือของของเรา! ท่านก็เหมือนกัน ท่านเป็นภรรยาเขา นั่นหมายความว่าของของท่านก็เป็นคนของเราเหมือนกัน! พวกเราเอาไปก็เพราะเห็นว่าสิ่งนี้พอจะมีค่าบ้างก็เท่านั้น!” กู้ฮวาจือตะโกนลั่น
กู้ฮวาเย่ว์ก็พยักหน้ารับ “ใช่! ท่านจงรู้ไว้ วันนี้พวกเราตั้งใจเข้าไปหาเสื้อผ้าเครื่องประดับของพี่สะใภ้ใหญ่โดยเฉพาะ! ใครจะคิดว่าบ้านเดิมท่านจะงกขนาดนี้ ไม่มีของดีสักชิ้น มีแค่ชุดกับปิ่นนี่แหละที่พอดูได้ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ของสองชิ้นนี้ก็ต้องเป็นของพวกข้า!”
พูดจบก็ยื่นมือมาตรงหน้าเถียนฮวน “เอามา!”
ร่างเถียนฮวนสั่นสะท้านด้วยความโกรธ แต่ก่อนที่นางจะได้ตอบอะไร เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหู
“ไม่ให้”
หากไม่ใช่เพราะเสียงนั้นเป็นเสียงทุ้มของบุรุษ นางคงคิดไปแล้วว่าคำพูดเมื่อครู่เป็นเสียงของตัวเอง!
เถียนฮวนยังไม่ทันได้หันกลับไป แม่สามีก็โกรธจัดถึงกับตะโกนด่าออกมา
“กู้ฉางสุ่ย! ตาสองข้างของเจ้ามีไว้ทำอะไร หรือตาเจ้าเอาไว้ระบายลมหายใจกันแน่? ภรรยาเจ้ารังแกน้องสาวเจ้า เจ้าดูไม่ออกหรือไร สตรีเห็นแก่ตัวแบบนี้ เจ้าควรตบสั่งสอนสักฉาดสองฉาดให้หลาบจำ!”
“ท่านแม่ ของพวกนั้นคือสินเดิมของนาง ย่อมเป็นของนาง พวกเราไม่ได้ให้สินสอด ก็ไม่มีสิทธิ์ขอสินเดิมนางเช่นกัน” กู้ฉางสุ่ยกล่าวเน้นทีละคำ
“ดีนักนะเจ้าเด็กนี่ กล้าขัดคำข้าเชียวหรือ” เจียงซื่อถึงกับถลึงตาใส่ทันที “ภรรยาเพิ่งเข้าบ้านได้ไม่ทันไร เจ้าก็ลืมแม่เพราะภรรยาแล้วหรือ ข้าทึ่งเสียจริง สตรีผู้นี้ร้ายกาจนัก เข้าบ้านมาได้แค่วันเดียวก็ยุแยงให้ครอบครัวแตกแยกแล้ว!”
“สตรีนิสัยแบบนี้อยู่ด้วยไม่ได้หรอก ไม่อย่างนั้นอีกหน่อยต้องทำบ้านเราแตกกระเจิงเป็นแน่! กู้ฉางสุ่ย รีบหย่าแล้วไล่นางกลับไปซะ!” กู้ฮวาจือตะโกนลั่น
“ใช่ ไล่นางกลับไป แต่ชุดกับปิ่นก็ต้องทิ้งไว้ให้พวกเรา!” กู้ฮวาเย่ว์ก็ส่งเสียงเสริมทันที
เถียนฮวนกอดเสื้อผ้ากับปิ่นไว้แน่น
ของสองสิ่งนี้ไม่ใช่แค่สินเดิม แต่มันยังเป็นสัญลักษณ์ของฐานะและเกียรติของนางด้วย
ถ้าเพิ่งมาถึงก็ถูกคนพวกนี้ริบทุกอย่างไปหมด นั่นย่อมทำให้พวกเขาเห็นว่านางรังแกได้ง่ายๆ และพอคิดแบบนั้น อีกหน่อยพวกเขาก็จะยิ่งได้ใจแล้วรังแกนางไม่เลิกราแน่นอน!
นางไม่มีวันยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด!
[1] จ้าวเจี่ยว เป็นสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้ทำสบู่