ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 62 ข้าไม่ไปกับใครทั้งนั้น
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 62 ข้าไม่ไปกับใครทั้งนั้น
เถียนฮวนยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้เริ่มไม่ชอบมาพากล
“ญาติผู้พี่ ท่านเป็นอะไรไปหรือ”
ถังหรูฉินไม่ตอบคำถาม แต่ก้าวฉับๆ เข้ามาหาแล้วคว้าข้อมือนางไว้แน่น “ญาติผู้น้อง มากับข้า!”
เขามิได้ให้นางได้ตัดสินใจแม้แต่น้อย กลับลากนางไปทางด้านข้างทันที
นี่เป็นคราแรกที่ถังหรูฉินมีท่าทีเช่นนี้!
เดิมทีเขาเป็นคนสุขุมเยือกเย็น พูดจาเนิบช้า นิ่งสงบ อ่อนน้อมถ่อมตนอยู่เสมอ ทว่าเขาในตอนนี้ราวกับมีเมฆดำทะมึนปกคลุมกาย
เถียนฮวนตกใจจนสะบัดมือออก “ญาติผู้พี่ ท่านปล่อยข้าแล้วค่อยเจรจากันได้หรือไม่!”
“ข้าไม่ปล่อย! และต่อไปข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าอีก!” ถังหรูฉินกล่าวอย่างแน่วแน่
นางยิ่งขัดขืน เขายิ่งบีบแน่น จนข้อมือของเถียนฮวนเจ็บแปลบ
กู้ฉางสุ่ยเห็นดังนั้นก็รีบพุ่งเข้ามาผลักถังหรูฉินออกไป
“ปล่อยมือจากภรรยาข้า!”
ถังหรูฉินเป็นเพียงบัณฑิตหนุ่มผอมบาง แน่นอนว่าสู้กู้ฉางสุ่ยไม่ได้ เขาถูกผลักกระเด็นไปหลายก้าว
สถานการณ์นี้ทำให้สีหน้าของเขายิ่งโกรธเกรี้ยวกว่าเดิม
เมื่อตั้งหลักได้ เขาก็เงยหน้าขึ้นมองกู้ฉางสุ่ยด้วยแววตาเย็นยะเยือก ก่อนหันกลับไปหาเถียนฮวน กล่าวกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
“ญาติผู้น้อง เจ้าอยู่กับข้าเถอะ! ไปกับข้า ข้าจะพาเจ้าไปยังตัวอำเภอ หนีจากสถานที่อับโชคเช่นนี้!”
“ญาติผู้พี่ ท่านเอ่ยวาจาเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร” เถียนฮวนตกใจอย่างยิ่งยวด “ท่านไม่สบายงั้นหรือ”
นางเอ่ยพลางเอื้อมมือไปแตะหน้าผากเขา ทว่ากู้ฉางสุ่ยรีบคว้ามือของนางไว้แล้วดึงกลับมา
“เขาไม่ได้ป่วย แค่ขาดสติไปเท่านั้น เจ้าอย่าใส่ใจเขาเลย ปล่อยให้เขาสงบสติอารมณ์ชั่วครู่ ประเดี๋ยวก็หายดี”
ความเย็นยะเยือกอันคุ้นเคยแผ่ซ่านออกมาจากบุรุษข้างกายนาง
เถียนฮวนหันไปมองโดยไม่รู้ตัว ก็เห็นทั้งร่างของกู้ฉางสุ่ยปกคลุมด้วยกระไอเยียบเย็น
“สามี” นางเรียกเบาๆ อย่างระวัง
กู้ฉางสุ่ยรีบดึงร่างนางมาไว้ด้านหลังตน เขาย่างเท้าเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าถังหรูฉิน “ญาติผู้พี่ ข้าขอเตือนเจ้าสักประโยค นางแต่งงานกับข้ามาหนึ่งเดือนแล้ว”
“ข้ารู้ แต่เจ้าไม่คู่ควรกับนางแม้แต่น้อย!” ถังหรูฉินกัดฟันกรอด
“เช่นนั้นผู้ใดที่คู่ควรกับนาง เจ้างั้นหรือ”
“แน่นอนว่าข้าคู่ควรกับนางมากกว่าเจ้า!”
ครืน!
เถียนฮวนตื่นตะลึงราวถูกฟ้าผ่า ศีรษะของนางขาวโพลนว่างเปล่าในพริบตา
นางมิได้ยินบทสนทนาของพวกเขาต่อจากนี้แม้แต่น้อย เวลานี้ในหัวของนางมีเพียงถ้อยคำของถังหรูฉิน
‘แน่นอนว่าข้าคู่ควรกับนางมากกว่าเจ้า!’
มากกว่าเจ้า!
คู่ควรกับนางมากกว่าเจ้า!
คู่ควรกับนาง…คู่ควรกับนางงั้นหรือ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
หญิงสาวค่อยๆ หันไปมอง ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่ทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันอยู่
บุรุษสองคนยืนประจันหน้ากัน สบตากันแน่นิ่ง แววตาที่ปะทะกันกลางอากาศราวกับมีสายฟ้าแลบผ่าน
แม้ถังหรูฉินจะเป็นบัณฑิตร่างผอมบาง ทว่าเขาก็ตัวสูงไม่น้อย เมื่อยืนเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ของกู้ฉางสุ่ย จึงไม่ต่างกันนัก
กู้ฉางสุ่ยสวมชุดผ้าหยาบๆ ธรรมดา ทว่าอำนาจความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมากลับมิได้ด้อยไปกว่าถังหรูฉินผู้สวมเสื้อตัวยาวตัดจากผ้าชั้นดีเลยแม้แต่น้อย
ทั้งสองคนฟาดฟันกันด้วยสายตาอย่างไม่มีใครยอมใคร
“เจ้ากลับไปเสีย แล้วข้าจะถือว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น” กู้ฉางสุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ถังหรูฉินแค่นหัวเยาะเย้ยหยัน “หึ! ข้าไม่ไป! ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้ญาติผู้น้องกลับไปถ้ำเสือรังหมาป่าอีกเด็ดขาด!”
“บ้านข้าไม่ใช่ถ้ำเสือรังหมาป่า!”
“ไม่ใช่กระนั้นหรือ เหตุใดเมื่อสิบวันก่อน พ่อเจ้าถึงได้มาหาพวกเราถึงบ้าน พูดจาว่าร้ายพวกเจ้าสองคนให้พ่อข้าฟังอยู่ตั้งนานเล่า”
“ที่แท้ชายผู้นั้นคือท่านพ่องั้นหรือ” เถียนฮวนอุทานเบาๆ
เดิมทีเรื่องนี้นางคิดว่าจะไถ่ถามจากท่านลุงคราวหน้า บัดนี้กลับได้รับคำตอบจากถังหรูฉินโดยบังเอิญ
นางไม่คาดคิดว่าจะเป็นพ่อสามี
เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยตกตะลึงยิ่งนัก
แววตาของกู้ฉางสุ่ยยิ่งเย็นเยียบลงอีกหลายส่วน “เหตุใดท่านพ่อข้าจึงมาที่หมู่บ้านหลิงเฉวียน”
“เขาใส่ร้ายญาติผู้น้อง กล่าวว่านางเจ้าเล่ห์ ขี้เกียจ โลภมาก ไม่เคารพพ่อแม่สามี ไม่รักน้องสามี วันๆ คิดแต่จะช่วงชิงทรัพย์สมบัติ ทะเลาะเบาะแว้ง ก่อความวุ่นวายไม่หยุดหย่อน ชั่วช้าราวพยัคฆ์ร้าย ข้าได้ยินมาจากท่านแม่ แต่ข้าไม่เชื่อว่าสตรีที่เขากล่าวถึงคือญาติผู้น้องของข้า!”
เขาจ้องกู้ฉางสุ่ย “ฐานะของภรรยาใหม่ในบ้านสามีนั้น ต้องอาศัยสามีคอยหนุนหลัง แต่ญาติผู้น้องแต่งกับเจ้าได้เพียงหนึ่งเดือน กลับถูกคนในบ้านเจ้ารังแกเช่นนี้ ไม่เห็นหรือว่าตัวเจ้าไร้ความสามารถเพียงใด เจ้าดีแต่แสดงอำนาจต่อหน้าข้า แล้วกับพ่อแม่เจ้าเล่า เหตุใดเจ้าจึงไม่ปกป้องนางจากพวกเขา คนเช่นเจ้าคิดหรือว่าข้าจะวางใจให้นางกลับไปกับเจ้า สักวันหนึ่งนางคงถูกญาติพี่น้องเจ้ารังแกจนตาย!”
“เป็นความผิดของข้าที่ไม่สามารถปกป้องนางได้” กู้ฉางสุ่ยก้มหน้ารับผิด
ถังหรูฉินแค่นเสียงเย็นชา “เจ้าไม่ต้องมาทำตัวเสแสร้งต่อหน้าข้า ข้ารู้ดีว่าญาติผู้น้องของข้าดีเพียงใด คนอย่างเจ้าอยู่กับนางก็มีแต่จะถ่วงรั้งนางเอาไว้ ถ้ายังมีสำนึกอยู่บ้าง ก็ควรปล่อยนางให้ไปกับข้า”
“แต่ถึงข้าจะเลวร้ายเพียงใด ข้าก็ยังเป็นสามีนาง ทุกวันนี้ชีวิตของพวกเราก็ค่อยๆ ดีขึ้น และจากนี้ไปก็จะต้องดีขึ้นกว่าเดิม” กู้ฉางสุ่ยไม่สนใจคำพูดของอีกฝ่าย
“เมื่อครู่ข้าพูดไปมากมายแต่กลับไม่คำหูเจ้าเลยสักคำ?” ถังหรูฉินมีสีหน้ายิ่งเย็นชาขึ้น “เช่นนั้นเจ้าลองกล่าวมาเถิดว่าชีวิตของพวกเจ้าจะดีขึ้นได้อย่างไร เจ้าจะให้นางทำไร่ไถนา หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ไม่ได้กินเนื้อทั้งปีทั้งชาติ หรือเจ้าจะให้นางคลอดลูกเป็นพรวน ทุกวันต้องปรนนิบัติญาติพี่น้องเจ้า ซ้ำยังต้องดูแลลูกๆ ใช้ชีวิตอย่างเหน็ดเหนื่อยจนแทบขาดใจ”
“บ้านของพวกข้า ญาติผู้พี่ไม่จำเป็นต้องลำบากใจแทน”
“ฮวนเจี่ยเอ๋อร์เป็นญาติผู้น้องของข้า! ข้าไม่มีทางปล่อยให้ญาติผู้น้องอันเป็นที่รักของข้าต้องตกต่ำเพราะพวกเจ้า!”
“หากนางไปกับเจ้า นางจะไม่ตกต่ำหรือไร ดุจคำกล่าวที่ว่า ‘ผู้ถูกสู่ขอเป็นภรรยา ผู้หนีตามไปเป็นอนุ’ เจ้าคิดว่าบิดามารดาเจ้าจะยินยอมงั้นหรือ เจ้าพานางหนีไปตอนนี้ เจ้าคิดจะให้นางอยู่ในฐานะอะไร”
“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า นางไปกับข้าก็ยังดีกว่าทนลำบากเพราะพวกเจ้า!”
“พอสักที!”
เถียนฮวนตะโกนลั่นอย่างสุดทน
บุรุษทั้งสองหันไปมองเถียนฮวนเป็นตาเดียว ใบหน้างดงามของนางพลันมืดหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด
“ภรรยา…”
“ญาติผู้น้อง…”
“ไม่ต้องเรียกข้า!” เถียนฮวนตวาดด้วยความโกรธ “ในสายตาของพวกท่าน ข้าไม่ใช่คน แต่เป็นของเล่นที่พวกท่านจะจัดการอย่างไรก็ได้ใช่หรือไม่ ข้ายังยืนอยู่ตรงนี้แท้ๆ กลับไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะไปกับผู้ใด
“เช่นนั้นข้าจะบอกให้พวกท่านรู้เสียตอนนี้...ข้าจะไม่ไปกับใครทั้งนั้น ข้าเดินเองได้!”