ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 8 ขุดหย่วนจื้อ
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 8 ขุดหย่วนจื้อ
เถียนฮวนฝืนยิ้มเล็กน้อย “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่าน ท่านคือลูกของพวกเขา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ท่านก็ไม่ควรขัดแย้งกับผู้ใหญ่ ที่ท่านเลือกจะปกป้องข้าเมื่อครู่ ข้าก็พอใจมากแล้ว”
“แต่เจ้าดูไม่มีความสุข” กู้ฉางสุ่ยกล่าว
เถียนฮวนยิ้มเจื่อน “ข้ายากจะมีความสุขจริงๆ”
จู่ๆ นางก็ได้แต่งงานอย่างกะทันหัน พอแต่งเข้ามา กลับต้องมาเผชิญกับสภาพครอบครัวเช่นนี้
พ่อแม่สามีไร้เมตตา น้องชายน้องสาวสามีก็ไม่เห็นหัวพี่สะใภ้ ท่าทางยโสโอหังเช่นนั้น ชวนให้รู้สึกอึดอัดใจเหลือเกิน
สำหรับครอบครัวนี้แล้ว พวกนางคงเปรียบได้กับลาคู่หนึ่ง ที่พร้อมให้ใครจะใช้สอยอย่างไรก็ได้ ไม่มีค่า ไม่มีตัวตน
เห็นนางเหม่อลอยอย่างไร้เรี่ยวแรง กู้ฉางสุ่ยก็เดินเข้ามาจับมือนางไว้แน่น
“ตามข้ามา”
“หา? จะไปไหน”
เถียนฮวนยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกเขาจูงออกจากลานบ้านไปเสียแล้ว
เวลานั้นเจียงซื่อกับบุตรสาวทั้งสองยังยืนคุยกันอยู่กลางลาน เห็นกู้ฉางสุ่ยจูงมือเถียนฮวนเดินผ่านหน้าโดยไม่แม้แต่จะมองมาสักนิด กู้ฮวาจือถึงกับหน้าถมึงทึง
“ท่านแม่เจ้าคะ เห็นหรือไม่ว่าพี่สะใภ้ใหญ่ร้ายกาจขนาดไหน! ดูสิ พี่ใหญ่ของข้าหลงนางจนหัวปักหัวปำ ห่างกันไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา[1]ก็กลับมาหานางเสียแล้ว! ถ้าพี่ใหญ่ไม่รีบหย่ากับนาง พวกเราก็ต้องหาทางไล่พวกเขาออกไป ไม่อย่างนั้น ถ้านางยุยงให้พี่ใหญ่แย่งสมบัติบ้านเรา จะกลายเป็นเรื่องใหญ่นะเจ้าคะ!”
“พวกเขากล้าหรือ!” เจียงซื่อทำหน้าดุดัน ตวาดเสียงต่ำ
แม้จะปากกล้า แต่ในใจกลับเริ่มกังวลขึ้นมาเสียแล้ว
ทว่าในตอนนั้น กู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนไม่มีทางล่วงรู้เลยว่าสามแม่ลูกคิดไปไกลเพียงใด!
ครั้งนี้กู้ฉางสุ่ยจูงมือเถียนฮวนมุ่งหน้าไปยังภูเขาด้านหลังหมู่บ้าน
หมู่บ้านกานสุ่ยตั้งอยู่ตรงเชิงเขา ระยะจากเชิงเขาถึงในตัวหมู่บ้าน เดินแค่สองสามหลี่ก็ถึง
พอเข้าป่า กู้ฉางสุ่ยก็จูงเถียนฮวนเดินต่อไปโดยไม่พูดไม่จา
เถียนฮวนเดินตามเขาไปอย่างมึนงง จนเมื่อหยุดยืนมั่นแล้วกวาดตามองไปรอบตัว ก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
“ว้าว ดอกไม้งดงามนัก!”
“อืม” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า “ชอบหรือไม่”
“ชอบ!” เถียนฮวนรีบตอบทันควัน
เบื้องหน้ามีดอกเบญจมาศป่าเบ่งบานราวผืนผ้า แผ่ขยายกว้างออกไปไกลนับหลี่ สีเหลืองทองอร่ามของดอกไม้ย้อมเนินเขาลูกนั้นให้กลายเป็นแผ่นพรมสีทองอันงดงามจับตา
มองสีสันเจิดจ้าเบื้องหน้า เถียนฮวนก็รู้สึกว่าความหม่นหมองในใจสลายหายไปสิ้น
กู้ฉางสุ่ยเห็นดังนั้นก็เดินไปเด็ดดอกไม้จำนวนหนึ่งมายื่นให้ “ข้าให้เจ้า”
เมื่อรับดอกไม้มาถือไว้ สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของดอกเบญจมาศป่าเข้าไป เถียนฮวนก็คลี่ยิ้มขึ้นมา
“ขอบคุณ” นางเอ่ยอย่างจริงใจ เพราะรู้ดีว่าเขาทำทั้งหมดนี้เพื่อตน
เจอเข้ากับดวงตาดำขลับที่เต็มไปด้วยความจริงใจฉายชัดในดวงตาคู่นั้น กู้ฉางสุ่ยก็หลุบตาลงแล้วเบือนหน้าไปทางอื่นทันที
“ไม่เป็นไร”
ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ แล้วก็รีบสาวเท้าออกไป “ไปล่ากระต่ายกัน”
เขายังคงเดินนำหน้า ส่วนเถียนฮวนก็เดินตามไปข้างหลัง
ทั้งสองเดินขึ้นมาถึงกลางเนินเขา เถียนฮวนก็เพิ่งรู้ว่า แท้จริงแล้วเขาวางกับดักไว้บนภูเขาลูกนี้ตั้งแต่ก่อนหน้าแล้ว
เขาเดินย่ำไปตามเส้นทางอย่างคุ้นเคยราวกับเดินอยู่บนพื้นราบ ไล่ตรวจกับดักทุกจุดที่เคยวางไว้
วันนี้โชคของเขาดีทีเดียว หนึ่งในกับดักมีกระต่ายอ้วนตัวหนึ่งติดอยู่ ส่วนอีกกับดักก็มีไก่ป่าสองตัวติดอยู่ในตาข่าย
กู้ฉางสุ่ยหยิบกระต่ายขึ้นมา แต่กลับไม่ได้แตะไก่ป่า
“ไม่เอาไก่กลับไปหรือ” เถียนฮวนถามเบาๆ
“เอากลับไปก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี” กู้ฉางสุ่ยตอบ
เถียนฮวนทำหน้างุนงง ก่อนที่เขาจะอธิบายต่อ “พรุ่งนี้เจ้าจะต้องกลับไปไหว้ญาติผู้ใหญ่ ไว้ค่อยมาเอาไก่ไปฝากบ้านลุงเจ้า”
เถียนฮวนพลันเข้าใจบางอย่างขึ้นมาได้
“อย่าบอกนะ ว่าเมื่อวานที่ไปสู่ขอเจ้าสาว ท่านแบกกระต่ายที่ล่าเองได้งั้นหรือ”
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า
ทันใดนั้นเถียนฮวนก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาเล็กน้อย
ที่แท้ตอนที่กู้ฉางสุ่ยไปสู่ขอนาง ของที่เอาไปทั้งหมดก็เป็นฝีมือเขาเองทั้งสิ้น บิดามารดาของเขาไม่ได้ให้ของอะไรไปเลยสักนิด ทั้งที่บ้านตระกูลกู้ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นครอบครัวมั่งมีแห่งหมู่บ้านกานสุ่ยแท้ๆ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ในสายตาพวกเขานั้น ไม่เคยมองกู้ฉางสุ่ยเป็นบุตรชายเลย
แม้แต่ฐานะของลูกก็ยังไม่ได้รับการยอมรับ
เขาช่างน่าสงสารเสียจริง
อยู่มาได้ตั้งหลายปี การที่ยังไม่เสียสติไปก่อนก็นับว่าเก่งแล้ว
สายตาที่เถียนฮวนใช้มองเขาในตอนนี้ มีความรู้สึกสงสารแฝงอยู่เล็กน้อย
แต่ไม่นานนัก แววตานางก็เปลี่ยนไปทันที เมื่อมองเห็นพุ่มหญ้าหน้าตาแปลกๆ เบื้องหน้า ใบหน้านางก็ปรากฏรอยยิ้มทันใด
“หย่วนจื้อ[2]!”
นางร้องเบาๆ อย่างตื่นเต้นแล้วก็วิ่งเข้าไป หมอบตัวลงแล้วเริ่มใช้มือขุดดินอย่างทะนุถนอม
กู้ฉางสุ่ยเห็นดังนั้นก็รีบหยิบมีดเล่มเล็กส่งให้ “ใช้มีดเล่มนี้ดีกว่า”
เถียนฮวนก็ไม่เกรงใจอะไร นางรับมีดเล่มเล็กมาถือ แล้วก้มหน้าก้มตาขุดหย่วนจื้อทันที
ขุดอยู่นานเกือบครึ่งชั่วยามจึงได้พักเหนื่อยครู่หนึ่ง พอลุกขึ้นเช็ดเหงื่อ ก็เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าข้างกายยังมีอีกคนยืนอยู่!
เถียนฮวนหัวเราะแห้งๆ “คือว่า ข้า…”
“ไม่เป็นไร” กู้ฉางสุ่ยส่ายหน้า จากนั้นก็หยิบหย่วนจื้อขึ้นมาหนึ่งต้น “นี่เรียกว่าอะไร”
“นี่เรียกว่า ‘หย่วนจื้อ’ เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง” เถียนฮวนรีบอธิบาย “สมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณช่วยบำรุงจิตใจให้สงบ ถ้าต้มรวมกับซวนเจ่าเหริน[3]กับม่ายตง[4]จะได้ยาที่ดีมากๆ เลยนะ ช่วงสองสามปีนี้ท่านแม่ข้านอนไม่ค่อยหลับ ก็อาศัยสมุนไพรนี้แหละถึงพอจะข่มตาหลับได้บ้าง แต่ท่านรู้ไหมว่าหย่วนจื้อแพงมาก บ้านข้าไม่มีเงินพอ ในหนึ่งเดือนท่านแม่ข้าได้กินยานี้เพียงครึ่งเดือนก็เท่านั้น ใครจะคิดว่าที่นี่จะมีหย่วนจื้อขึ้นอยู่! ขอบคุณท่านมากนะ จากนี้ไปท่านแม่ข้าจะไม่ขาดยากินอีกแล้ว!”
“เจ้ารู้วิธีการแปรรูปสมุนไพรด้วยหรือ” กู้ฉางสุ่ยจับประเด็นสำคัญได้ทันที
เถียนฮวนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า “บ้านข้าเคยเปิดโรงหมอ ก่อนข้าอายุสิบสองกิจการยังดีอยู่ แม้ครอบครัวเราจะถ่ายทอดวิชาให้เฉพาะบุรุษ แต่ข้าเติบโตมาในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น ได้ยินได้เห็นบ่อยเข้า ก็เลยพอจะทำอะไรเป็นบ้าง แต่ที่ข้าทำได้ก็แค่แปรรูปสมุนไพรแบบนี้เท่านั้นนะ เรื่องตรวจชีพจรหรือจ่ายยา ข้าทำไม่เป็นเลย”
“อย่างนี้นี่เอง” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า ก่อนจะหยิบมีดที่นางวางไว้แล้วเริ่มขุดหย่วนจื้อบ้าง
เถียนฮวนมองเขาอย่างประหลาดใจ ก่อนจะรีบย่อตัวลงนั่งข้างๆ คอยสอนเขาว่าต้นไหนควรขุด และขุดอย่างไรถึงจะดีที่สุด
กู้ฉางสุ่ยตั้งใจฟัง แล้วก็ค่อยๆ ชำนาญขึ้น ไม่นานก็ขุดได้คล่องแคล่ว
ผ่านไปไม่นาน เขาก็ขุดหย่วนจื้อมากองโต สูงเกือบถึงเข่า
เมื่อเห็นว่าเขายังจะขุดต่อ เถียนฮวนรีบห้ามไว้ “พอแล้วๆ หย่วนจื้อแปรรูปแต่ละครั้งไม่ได้ใช้มากมายนัก ที่มีอยู่ตอนนี้ถ้าเตรียมดีๆ ก็พอให้ท่านแม่ข้าใช้ได้สองถึงสามเดือนเลยทีเดียว ส่วนที่เหลือไว้ค่อยทยอยเก็บก็ได้ ไม่ต้องรีบ”
“อืม” กู้ฉางสุ่ยจึงหยุดมือ
จากนั้นเขาก็ไปตัดหญ้ามาหลายกำ แล้วมัดหย่วนจื้อทั้งหมดเข้าด้วยกันเป็นมัดเดียว
เถียนฮวนรีบจะรับมาถือ แต่เขากลับสะบัดมือแล้วสะพายขึ้นบ่าทันที จากนั้นหันมาพูดกับนางว่า “จริงๆ เมื่อครู่ข้าแค่อยากบอกว่า เจ้าทำเป็นเช่นนั้น…ดีมาก”
เถียนฮวนได้ยินก็ชะงักไปอีกครั้ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
ชายคนนี้…ยิ่งอยู่ด้วยก็ยิ่งน่ารู้จักเสียจริง
[1] หนึ่งถ้วยชา หมายถึง เวลาประมาณ 5-10 นาที
[2] หย่วนจื้อ คือ สมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ บำรุงจิตใจให้สงบ
[3] ซวนเจ่าเหริน คือ สมุนไพรที่ช่วยบำรุงจิตใจ กล่อมประสาท
[4] ม่ายตง คือ สมุนไพรที่มีสรรพคุณบำรุงปอด บำรุงจิตใจ