มรดกมารสวรรค์ - บทที่12 สำนักเวียนสวรรค์
สำนักเวียนสวรรค์
หุบเขาอันแสนลึกลับ ตั้งอยู่ห่างไกลจากถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์นับพันลี้ ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกฝนของเหล่าผู้บำเพ็ญเซียน สายน้ำและภูเขาโดยรอบล้วนเปี่ยมด้วยพลังธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ถึงขีดสุด ทุกพื้นที่ของสำนักเวียนสวรรค์อบอวลไปด้วยอากาศบริสุทธิ์และกระแสลมปราณอันชัดเจน เหมาะแก่การบ่มเพาะอย่างยิ่ง
สำนักเวียนสวรรค์แบ่งศิษย์ออกเป็นสี่หุบเขา โดยมีผู้อาวุโสสี่คนเป็นผู้นำ แต่ละคนล้วนมีรากฐานการบ่มเพาะระดับจ้าวดินแดนขึ้นไป
ทั้งสี่หุบเขาต่างมีค่ายกลป้องกันของตนเอง และยังเชื่อมต่อกันเป็นค่ายกลขนาดใหญ่ ก่อเกิดเป็นม่านพลังที่ครอบคลุมสี่ทิศ ปกป้องทั้งสำนักเวียนสวรรค์ไว้ภายใน
ใจกลางสำนักคือเขตของเจ้าสำนัก ซึ่งเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ศิษย์ใหม่ทุกคนต้องมาคำนับต่อหน้าเจ้าสำนัก บริเวณด้านหน้าเป็นลานประลองยุทธ์ ที่ทุกเช้าเหล่าศิษย์จากแต่ละหุบเขาจะมารวมตัวกันเพื่อบำเพ็ญ
เหตุผลที่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากเจ้าสำนักเวียนสวรรค์ครอบครองธูปวิเศษ ซึ่งช่วยให้จิตใจสงบ ลดความติดขัดในการหายใจและการหมุนเวียนลมปราณ เหล่าผู้อาวุโสจึงให้ศิษย์ใหม่ทุกคนมาฝึกที่บริเวณนี้
อีกหนึ่งพื้นที่สำคัญของสำนัก คือ “เขตต้องห้าม” ด้านหลังสำนัก เป็นที่ตั้งของบ่อน้ำราชันย์พิภพ ซึ่งเป็นแหล่งรวมสัตว์วิเศษของสำนัก มีผู้อาวุโสหนึ่งคนเฝ้าอยู่ตลอดเวลา และว่ากันว่าเจ้าสำนักรุ่นก่อนยังคงบำเพ็ญอยู่ ณ ที่แห่งนั้นมาแล้วกว่า 250 ปี
ภายในสำนักเล่าขานกันว่า นั่นคือ “ตำนานของสำนักเวียนสวรรค์”
ตลอด 250 ปีที่ผ่านมา มีเพียงผู้อาวุโสผู้เฝ้าบ่อน้ำราชันย์พิภพเท่านั้นที่ยังคงปรากฏตัวต่อสายตาผู้คนในช่วงสามสิบปีหลัง ส่วนเจ้าสำนักรุ่นก่อนกลับไม่มีผู้ใดได้พบเห็นอีกเลย
บางคนกล่าวว่า บรรพจารย์ผู้นั้นมีพลังเซียนสูงล้ำ หนึ่งก้าวย่ำฟ้าดิน หนึ่งสายตากดทับโลกหล้า หนึ่งกระบี่สามารถทำลายพิภพได้ทั้งสิ้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นคำเล่าขานและคำยกย่องของเหล่าอาจารย์ในสำนักเวียนสวรรค์
.
.
.
สำนักเวียนสวรรค์ เขตหอดับอสูร
หอดับอสูรเป็นพื้นที่ลับของสำนักเวียนสวรรค์ มีอาจารย์ระดับก่อกำเนิดเฝ้าประจำการ และมีศิษย์อีกกว่าสิบคนปฏิบัติหน้าที่อยู่ ภายในหอมีวงแหวนพลังหมุนวนล้อมรอบลูกแก้วสีทองที่ลอยอยู่เหนือพื้นดิน
หน้าที่ของหอดับอสูร คือเฝ้าระวังและควบคุมการเลื่อนระดับของสัตว์อสูรชั้นสูง ไม่ให้ก้าวข้ามสู่ระดับจักรพรรดิ เพราะหากถึงระดับนั้น จะสามารถส่งผลกระทบต่อโลกภายนอกได้อย่างร้ายแรง อีกทั้งยังอาจควบคุมสัตว์อสูรระดับต่ำกว่าให้ตกอยู่ภายใต้อำนาจ
ชายผมดำยาวกำลังนั่งบำเพ็ญอยู่หน้าลูกแก้วสีทอง เขาคืออาจารย์ผู้เฝ้าหอดับอสูร
ไม่นานนัก แสงจากลูกแก้วสีทองก็สั่นไหว ก่อนจะกระจายออกเป็นคลื่น ทำให้เขาลืมตาขึ้นทันที เมื่อเพ่งมอง ก็พบว่ามีแผนที่ปรากฏขึ้น ชี้ไปยังบริเวณที่ลั่วเหออาศัยอยู่
นั่นหมายความว่า… สัตว์อสูรระดับสูงกำลังใกล้จะเลื่อนระดับแล้ว
อาจารย์เฝ้าหอดับอสูรหยิบม้วนบันทึกออกจากเอว คลี่ออก ม้วนบันทึกสีขาวเปิดออกพร้อมแสงสีทองประทับลงบนพื้นที่ว่าง
“ศิษย์ รีบนำม้วนบันทึกนี้ไปส่งให้เจ้าสำนัก”
ศิษย์คนหนึ่งรับคำ เขาเป็นผู้บำเพ็ญระดับเปลี่ยนลมหายใจขั้นเริ่มต้น ก่อนจะขี่กระบี่บินที่มียันต์เสริมความเร็ว มุ่งหน้าไปยังหอเจ้าสำนัก
ระหว่างทาง เขาผ่านหุบเขาหลายแห่ง ศิษย์บางคนขี่กระบี่ด้วยพลังปราณของตนเอง บางคนใช้เรือบินขนาดเล็ก และบางส่วนยืนบนแท่นไม้ไผ่ที่ลอยได้ด้วยพลังเซียน เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
เครื่องแต่งกายของสำนักเวียนสวรรค์แบ่งระดับอย่างชัดเจนผ้าคลุมสีเหลืองคือศิษย์ระดับเปลี่ยนลมหายใจผ้าคลุมสีขาวตัดเหลืองคือระดับกลั่นลมปราณผ้าคลุมสีขาวลวดลายงดงามคือระดับก่อกำเนิด
ศิษย์ระดับสูงจะได้รับการยกย่องเช่นเดียวกับอาจารย์ ส่วนผู้อาวุโสระดับจ้าวดินแดนขึ้นไป มักไม่สวมผ้าคลุมของสำนัก
เมื่อศิษย์ระดับสูงผ่านไป ผู้คนโดยรอบล้วนหยุดคำนับ นี่ถือเป็นธรรมเนียมของสำนัก
……..
ณ ลานหอเจ้าสำนัก
ศิษย์จำนวนมากกำลังบำเพ็ญอยู่ ศิษย์จากหอดับอสูรรีบนำม้วนบันทึกเข้าไปถวายต่อหน้าเจ้าสำนัก
เจ้าสำนักเป็นชายวัยราวสามสิบปี ใบหน้ามีหนวดแพะเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ใดทราบอายุหรือระดับพลังที่แท้จริง
เขานั่งเอนตัวสบาย ๆ วางเท้าบนโต๊ะ และใช้พลังปราณดึงขนมลอยเข้าปากอย่างไม่รีบร้อน
“คำนับท่านเจ้าสำนัก นี่คือม้วนบันทึกตำแหน่งสัตว์อสูรระดับสูงที่ใกล้เลื่อนระดับขอรับ!”
เจ้าสำนักเหลือบมองเล็กน้อย ก่อนใช้พลังปราณรับม้วนบันทึกเข้ามา แล้วกล่าวเสียงเรียบ
“เข้าใจแล้ว ไปได้”
“ขอรับ!”
แต่เพียงครู่เดียว เจ้าสำนักกลับหยุดคิด ก่อนใช้พลังปราณปิดประตู แล้วโยนม้วนบันทึกคืนกลับไป
“เรื่องนี้ให้จิ้งเผิงจัดการเถอะ ส่วนค่าตอบแทน ข้าจะคุยกับเขาทีหลัง”
“ขอรับ!”
……….
สำนักเวียนสวรรค์ เขตหุบเขาผู้อาวุโสสาม
ชายผมดำยาวในชุดอาภรณ์ขาว ผ้าคลุมขาวตัดเหลือง กำลังฝึกกระบี่กับศิษย์น้องระดับเปลี่ยนลมหายใจ ก่อนจะเอาชนะทั้งหมดลงได้อย่างง่ายดาย
เขาคือ “จิ้งเผิง” ศิษย์ระดับกลั่นลมปราณอันดับหนึ่งของหุบเขาผู้อาวุโสสาม
“ศิษย์พี่ ท่านก้าวหน้าอีกแล้ว” ศิษย์กล่าวด้วยความนับถือ
ทันใดนั้น ศิษย์จากหอดับอสูรก็ขี่กระบี่ลงมา พร้อมยื่นม้วนบันทึกให้
“เรียนศิษย์พี่ นี่คือภารกิจจากเจ้าสำนัก ให้ท่านไปปราบสัตว์อสูรระดับสูง และขัดขวางไม่ให้มันเลื่อนระดับ”
จิ้งเผิงถอนหายใจเบา ๆ
“เห้อ… ช่วงนี้มีแต่ภารกิจจริง ๆ”
เขารับม้วนบันทึก ก่อนเหินกระบี่ออกจากสำนักไปทันที
เหล่าศิษย์น้องมองตามด้วยความโล่งใจ
“เย้! ในที่สุดพวกเราก็ได้พักแล้ว!”
“ได้ยินว่าหุบเขาผู้อาวุโสสองรับศิษย์ใหม่ เป็นหญิงงามด้วย ไปดูกันเถอะคืนนี้!”
เสียงหัวเราะดังขึ้น ก่อนที่เหล่าศิษย์จะขี่กระบี่แยกย้ายไปยังเป้าหมายของตนเอง