มรดกมารสวรรค์ - บทที่13 เลื่อนระดับ
ผ่านมาอีกหลายวัน ที่บ้านคนแซ่เยี่ยน ลั่วเหอนั้นสามารถเลื่อนระดับการบ่มเพาะไปอีกขั้นได้สำเร็จ สำหรับเขาในตอนนี้นั้น ไม่ใช่เรื่องยากที่จะหามุกวิญญาณอสูรในการเลื่อนระดับการบ่มเพาะ แต่ปัญหาคือระดับของเขาที่เพิ่มมากขึ้น การหวังพึ่งมุกวิญญาณสัตว์อสูรตั้งแต่ระดับต่ำและกลางเริ่มไม่มีผล และเริ่มเติมเต็มส่วนที่ขาดเกินในการเลื่อนระดับของลั่วเหอได้น้อยลง
หลังจากล่าสัตว์อสูรมาหลายวัน เก็บมุกวิญญาณสัตว์อสูรระดับกลางได้จำนวนหนึ่ง ลั่วเหอนั้นเริ่มมองคนรอบข้างของตน อย่างเช่นเยี่ยนอวี้เจินที่ติดอยู่ระดับจอมยุทธ์ขั้นปลายมาอย่างยาวนาน ตามที่เยี่ยนอวี้เจินนั้นเล่า เขานั้นติดอยู่ระดับจอมยุทธ์ขั้นปลายมา 3 ปีแล้ว ลั่วเหอนั้นมองเยี่ยนอวี้เจินเป็นผู้มีพระคุณต่อเขาไปแล้ว เขานั้นจึงออกล่าสัตว์อสูรมากขึ้น
ป่าล่าอสูรอันตรายมากมาย แต่สำหรับลั่วเหอในตอนนี้ อันตรายที่แท้จริงก็คือราชันย์อสรพิษหยกขาว ที่เริ่มขยายอาณาเขตเข้าใกล้เขตล่าสัตว์อสูรของหมู่บ้านเย่เผิงขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องราวที่เขานั้นหนีรอดจากสัตว์อสูรระดับสูง ลั่วเหอนั้นไม่ได้เล่าให้ผู้ใดฟัง แม้แต่ครอบครัวแซ่เยี่ยน เพราะลั่วเหอนั้นยังไม่พร้อมบอกเรื่องนี้ ทุกครั้งที่เข้าป่าล่าสัตว์อสูร เขานั้นก็จะเริ่มดูพื้นที่ของสัตว์อสูรระดับสูง ว่าขยายไกลแค่ไหน
ลั่วเหอนั้นมาถึงพื้นที่หนึ่งในแถวป่าล่าอสูร เขตของหมู่บ้านเหล็กดำ ลั่วเหอนั้นได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่ง จึงซ่อนตัวหลังต้นไม้อย่างรวดเร็ว กลุ่มคนพวกนั้นก็คือคนของโจวเมิ่น นับแปดคน กำลังออกมาเดินสำรวจ
“พี่ใหญ่ หัวหน้านั้นไม่ได้ออกจากการปิดตนมาหลายวันแล้ว ตัวข้าเองก็เบื่อหน่ายอย่างมาก ที่ต้องมาเดินวนที่นี่ซ้ำ ๆ ไม่งั้น….”
ชายที่ดูมีอำนาจเล็กน้อยกล่าว
“ไม่งั้นเราค่อยตรวจอีกที วันที่หัวหน้าออกจากการปิดตนเลื่อนระดับ เจ้านี่นะ… แต่ก็ช่างเถอะ สิ่งที่เจ้าพูดนั้นถูกต้องแล้ว เอาเช่นนี้ งั้นเดี๋ยวเราแบ่งกันตรวจเป็นคู่ สลับไปแต่ละวันดีหรือไม่”
ทั้งเจ็ดคนคำนับชายที่ดูมีอำนาจน้อยนิดนี้
“พี่ใหญ่ปราดเปรื่องยิ่งนัก แล้วเราจะจัดแบ่งยังไงรึพี่ใหญ่?”
ชายที่ดูมีอำนาจน้อยนิดครุ่นคิด เขานั้นจับคางและมองไปที่คนอื่น เขานั้นคิดอีกครั้ง เมื่อคิดไม่ออกจึงกล่าว
“ช่างเถอะ ไว้ค่อยว่ากันใหม่ รีบตรวจ รีบพัก”
“ขอรับ!”
เมื่อพวกมันทุกคนนั้นเดินจากไป ลั่วเหอก็เดินออกมาจากที่ซ่อน เขานั้นนึกถึงเรื่องที่กลุ่มคนของโจวเมิ่นกล่าวออกมา เรื่องการปิดตนเลื่อนระดับ สิ่งทำให้ลั่วเหอนั้นสนใจอย่างมากที่โจวเมิ่นจะเลื่อนระดับอีกครั้ง หากเป็นเรื่องจริงก็มีเรื่องดีและเรื่องไม่ดี
“หากโจวเมิ่นเลื่อนระดับสำเร็จ โอกาสในการฆ่าสัตว์อสูรก็จะมากขึ้น แต่! หลังฆ่ามันเสร็จ เราจะเอาตัวรอดอย่างไร?”
ลั่วเหอกำหมัดของตน พลังปราณระดับกำเนิดขั้นปลาย และแบมือสลายลมปราณของตนเอง ลั่วเหอนั้นกำลังนึกถึงคนที่พอจะเป็นคู่มือของโจวเมิ่น แม้ระดับการบ่มเพาะจะต่างกันหนึ่งระดับ ก็คือเยี่ยนอวี้เจิน
“มีเพียงเยี่ยนอวี้เจิน ที่จะสามารถรับมือกับโจวเมิ่นได้ ส่วนข้า เดือนนี้ฝืนเลื่อนระดับได้มากสุด ก็คงเพียงระดับจอมยุทธ์ขั้นกลางเท่านั้น ซึ่งยังห่างชั้นไปมาก ที่จะรับมือโจวเมิ่น”
ลั่วเหอนั้นเลือกที่จะออกจากที่นั่นไปก่อน เขานั้นได้ไปล่าสัตว์อสูรระดับต่ำสิบตัว ได้มุกวิญญาณอสูรระดับต่ำสิบเม็ด และได้สังหารสัตว์อสูรระดับกลางสามตัว และใช้วิชากลืนดาราดูดซับ ช่างเป็นโชคดีของลั่วเหอ ที่มีสัตว์อสูรระดับกลางโผล่มาอีกตัวพุ่งโจมตีใส่ลั่วเหอ ที่กำลังดูดกลืนวิญญาณอสูร แปรเปลี่ยนเป็นมุกที่บริสุทธิ์เพื่อใช้ในการบ่มเพาะ
มันนั้นเป็นสัตว์อสูรระดับกลาง ที่มีผิวที่เหนียว ทนต่อไฟและการโจมตีที่หนักหน่วงได้ ลักษณะทางร่างกายของสัตว์อสูรตัวนี้เหมือนกับกิ้งก่าที่น่ากลัว มันนั้นพยายามใช้หางที่ยาวของมันฟาดลั่วเหอ แต่ว่าลั่วเหอนั้นพบเจอเผ่าพันธุ์ของมันมามาก ในตลอดหลายวันมานี้ การโจมตีของมันนั้นล้วนอยู่ในความทรงจำของลั่วเหอทั้งหมด ลั่วเหอหลับตาลง
“การโจมตีเหมือนกัน การป้องกัน การจับการเคลื่อนไหวก็เหมือนกัน ไม่มีผิด”
เกิดร่างของลั่วเหอหลายคน ร่ายรำวิชาทวนเป็นเพียงภาพซ้อน ลั่วเหอลืมตา กำทวนเหล็กในมือแน่น และได้ขยับตัวและโจมตีทับร่างซ้อนของตน ในเมื่อทุกอย่างของสัตว์อสูรระดับกลางที่เหมือนกิ้งก่าตนนี้เหมือนเดิม ลั่วเหอจึงจะสังหารมันเหมือนเดิม แต่แตกต่างเพียงทวนที่เปลี่ยนไป แต่ลั่วเหอก็ยังออกแรงเดินลมปราณเหมือนเดิม
“วิชาทวน… อสรพิษแดง!”
ร่างของอสรพิษแดงปรากฏด้านหลังลั่วเหอ มันได้พุ่งไปรัดทั้งร่างกายของสัตว์อสูรระดับกลาง และอสรพิษแดงได้ระเบิดออก พลังปราณสีแดงจากวิชาอสรพิษแดง คลื่นปราณจากการระเบิดรุนแรง จนสัตว์อสูรระดับกลางล้มลง มันนั้นได้ตายลง ลั่วเหอนั้นลองอะไรใหม่ ๆ เขานั้นไม่สัมผัสร่างสัตว์อสูรระดับกลาง เพียงยืนและแบมือ จากนั้นชูมือใช้วิชากลืนดารา มันดูดพลังชีวิตและวิญญาณของสัตว์อสูร มาที่มือของลั่วเหอ กลายเป็นมุกวิญญาณอสูร
“ข้าจำความรู้สึกพวกนี้ได้หมดแล้ว”
ปกตินั้นลั่วเหอต้องกลืนกินโดยการไปแตะตัวของสัตว์อสูร เพราะลั่วเหอไม่สามารถแยกความแตกต่างของพลังบริสุทธิ์จากรอบตัวกับสัตว์อสูรได้ แต่ตอนนี้ลั่วเหอจำความรู้สึกทุกอย่างได้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องแตะตัวสัตว์อสูร
…………….
ช่วงกลางคืน
บ้านคนแซ่เยี่ยน
ช่วงกลางคืน เยี่ยนอวี้เจินจะออกมานั่งบ่มเพาะที่ลานกว้างที่บ้านของเขา ลั่วเหอที่อยู่ในห้องก็หลับตาบ่มเพาะเช่นกัน แต่เมื่อเยี่ยนอวี้เจินเริ่มบ่มเพาะพลังแล้ว ลั่วเหอจึงใช้โอกาสนี้ในการชูดัชนีสองนิ้ว ควบคุมมุกวิญญาณอสูรลอยขึ้น และไปวนเวียนรอบ ๆ ตัวของเยี่ยนอวี้เจิน และถ่ายทอดพลังในมุกวิญญาณอสูรให้กับเยี่ยนอวี้เจิน
เพียงไม่นาน เม็ดวิญญาณอสูรหมดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็ไม่ได้เกินความคาดหมายของลั่วเหอ เขานั้นได้ควบคุมมุกวิญญาณอสูรระดับต่ำที่เหลืออยู่เก้าเม็ด ถ่ายทอดพลังเข้าไปให้กับเยี่ยนอวี้เจินทันที พลังมากมายหลายทิศทางเข้าหาเยี่ยนอวี้เจิน พร้อมกับทำให้เยี่ยนอวี้เจินใบหน้าตึงเครียด มีเหงื่อไหลออกมาจำนวนมาก ลั่วเหอที่เห็นท่าไม่ดีจึงพยายามหยุด แต่ก็ทำไม่ได้
“เยี่ยนอวี้เจินกำลังฝืนดูดซับ แย่แล้ว แต่ว่าถ้าหากหลอมรวมเป็นเม็ดเดียวได้ล่ะ!”
ลั่วเหอคิดได้ดังนั้น จึงผสานเก้าเม็ดนั้นเข้าด้วยกัน และควบคุมปริมาณที่ปลดปล่อยถ่ายทอดให้กับเยี่ยนอวี้เจินนั้นเบาลง และน้อยลงเรื่อย ๆ ลั่วเหอนั้นเปิดประตูห้องออกมา และเดินไปนั่งอยู่ด้านหน้าของเยี่ยนอวี้เจิน และได้ควบคุมเม็ดวิญญาณอสูรระดับต่ำหลอมรวมเข้าด้วยกัน ดัชนีสองนิ้วชี้ไปที่กลางอกของเยี่ยนอวี้เจิน มุกทั้งเก้าถูกดูดมาที่กลางอกของเยี่ยนอวี้เจิน
มุกสีขาวบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นทีละเล็กทีละน้อย มันนั้นเริ่มใหญ่ขึ้น มุกที่เหลือก็เริ่มมีขนาดเล็กลงและสลายไป ลั่วเหอนั้นรีบวิ่งเข้าไปในห้องของตน แต่เหตุการณ์นี้ เยี่ยนเผิงที่แอบอยู่เห็นเข้าทั้งหมด
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ปราณแท้สีแดงของเยี่ยนอวี้เจินปรากฏขึ้น และระเบิดปะทุออกมา คลื่นพลังปราณที่แสนอบอุ่นกระจายไปทั่วทิศ เยี่ยนอวี้เจินลืมตาขึ้น ปราณแท้ของเขาทั้งหมดได้สลายไป เยี่ยนอวี้เจินลุกขึ้น และปลดปล่อยพลังลมปราณคลุมร่าง
(เยี่ยนอวี้เจินบรรลุระดับ จอมยุทธ์ขั้นสูงสุด)
ดวงตาของเยี่ยนอวี้เจินนั้นดีขึ้นอย่างมาก สามารถเห็นได้ไกลหลายลี้ อีกทั้งกำลังภายในของเยี่ยนอวี้เจินนั้นมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้เยี่ยนอวี้เจินรับรู้ความแตกต่างของขั้นทั้งสองทันที และเข้าใจไปเองว่าตนเองนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก ที่แต่ก่อนมีเพียงระดับจอมยุทธ์ขั้นปลายก็สามารถโจมตีระดับจอมยุทธ์ขั้นสูงสุดจนบาดเจ็บได้
“สุดยอดความแข็งแกร่งนี้… โจวเมิ่น รอบหน้าหลังจากจบการล่าสัตว์อสูร ข้าจะทวงความยุติธรรมให้ลูกข้า!”
ลั่วเหอนั้นดวงตาพร่ามัว และสลบลงหมอนไป….