มรดกมารสวรรค์ - บทที่17 ราชันย์อสรพิษหยกขาว1
นักล่าสัตว์อสูรระดับจอมยุทธ์ขั้นเริ่มต้นขึ้นไปต่างเดินตามการนำทัพของจิ้งเผิง เดิมทีเขานั้นต้องการจัดการสัตว์อสูรระดับสูงตัวนี้คนเดียว แต่ว่ากฎของผู้บำเพ็ญเซียนคือจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเหยื่อของมนุษย์ธรรมดา เพราะในสายตาของผู้บำเพ็ญเซียน สัตว์อสูรระดับสูงก็เป็นเพียงมดตัวหนึ่งเท่านั้น อีกทั้งสำหรับผู้บำเพ็ญเซียน รากฐานที่นักล่าสัตว์อสูรมี ยังไม่สามารถเจาะม่านป้องกันกายได้ด้วยซ้ำ
หน้าที่ของจิ้งเผิงนั้นมีเพียงอย่างเดียว เมื่อนักล่าสัตว์อสูรไม่สามารถสังหารสัตว์อสูรระดับสูงได้ จิ้งเผิงจะเข้าสังหารสัตว์อสูรระดับสูงในทันที จิ้งเผิงเพียงกระพริบตาก็สามารถมองไกลถึงร้อยลี้ เขานั้นมองหลบต้นไม้ทุกต้น และก็เห็นราชันย์อสรพิษหยกขาว มันนั้นสัมผัสถึงการมองของจิ้งเผิง มันนั้นเงยหน้าขึ้นฟ้าและคำรามออกมา คลื่นปราณแพร่กระจายไปทั่ว
จิ้งเผิงก้มหน้าคิด เขานั้นรู้สึกคุ้นเคยกับราชันย์อสรพิษขาว เขานั้นยืนครุ่นคิด จิ้งเผิงนั้นรู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่จิ้งเผิงก็ไม่ได้สนใจอะไร เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าเหล่านักล่าสัตว์อสูรไปกันหมดแล้ว จิ้งเผิงจึงขี่กระบี่ตามไป
กลุ่มนักล่าสัตว์อสูรได้วิ่งแยกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มคนที่ติดตามเยี่ยนอวี้เจิน และกลุ่มคนที่ติดตามโจวเมิ่น ทั้งสองกลุ่มนั้น คนที่ติดตามโจวเมิ่นมีมากกว่าเยี่ยนอวี้เจิน อาจเป็นเพราะโจวเมิ่นนั้นได้เข้าสู่ระดับเปลี่ยนลมหายใจขั้นเริ่มต้นแล้ว จึงเป็นเหตุผลหลักในการเลือกกลุ่มล่าสัตว์ ลั่วเหอที่ซ่อนตัวตนอยู่ เขานั้นเลือกติดตามโจวเมิ่นเพื่อไม่ให้เกิดความน่าสงสัย เพราะผ้าคลุมค่อนข้างเด่นชัด ดูไม่เหมือนใคร
ลั่วเหอนั้นใช้ดัชนีสองนิ้วควบคุมมุกวิญญาณอสูรระดับกลางแปดเม็ด ลอยตามหลังของลั่วเหอ ลั่วเหอนั้นคิดในใจ
“หากท่านเซียนสามารถฆ่าสัตว์อสูรระดับสูงได้ ก็ไม่จำเป็นต้องล่อสัตว์อสูรไปที่ค่ายกล!”
สายฟ้าผ่าลง!
เสียงดังลั่นไปทั่วทิศ สายฟ้านี้นั้นพิเศษอย่างมาก มันมีคลื่นพลังที่น่ากลัวแพร่กระจาย โจมตีนักล่าสัตว์อสูรที่เร่งรีบและโหยหิวศิลาของโจวเมิ่น สายฟ้าเพียงนิดเดียวก็สามารถทำให้นักล่าสัตว์อสูรระดับจอมยุทธ์ขั้นเริ่มต้นตายภายในครั้งเดียว จิ้งเผิงดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เขานั้นพุ่งกระบี่ออกจากหีบหนึ่งกระบี่ และแยกออกเป็นสี่กระบี่ (วิชาแยกกระบี่) กระบี่ทั้งสี่บินโจมตีราชันย์อสรพิษหยกขาว
“พวกเจ้าถอย!”
หนึ่งในกลุ่มของโจวเมิ่นหาได้สนใจสิ่งที่จิ้งเผิงกล่าว เขานั้นจับดาบพุ่งไปด้านหน้า!
ม่านป้องกันจากพลังสัตว์อสูรหยุดกระบี่ทั้งสี่ทันใดนั้นสายฟ้าสีทองได้ผ่าลงมาที่ม่านป้องกันของสัตว์อสูร คนที่จับดาบพุ่งไปจึงถูกประกายสายฟ้าผ่าจนไม่เหลือกระดูก เยี่ยนอวี้เจินปักทวนลงพื้น ม่านพลังปกป้องเยี่ยนอวี้เจิน ส่วนโจวเมิ่นก็ใช้มีดบินหมุนจนเกิดม่านป้องกัน แต่เยี่ยนอวี้เจินนั้นเหงื่อไหลออกมา
นักล่าสัตว์อสูรต่างขาอ่อนก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ ชายสามคนวิ่งออกไปจากกลุ่มก็ถูกประกายสายฟ้าผ่า ส่วนคนที่ยังอยู่ในกลุ่ม จิ้งเผิงได้ใช้กระบี่ป้องกันเอาไว้ จิ้งเผิงหันไปหาทุกคนด้วยใบหน้าที่จริงจัง
“พวกเจ้าระวัง! สัตว์อสูรที่มีสายเลือดระดับสูง การเลื่อนระดับแตกต่างจากสัตว์อสูรตัวอื่น มันต้องได้รับทัณฑ์สวรรค์ในการเลื่อนระดับ”
เยี่ยนอวี้เจินคำนับจิ้งเผิง เขานั้นกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล
“ท่านเซียน เราควรทำอย่างไร? หากเข้าใกล้ร่างก็ดับสลาย หากไม่ทำอะไร มันก็จะเลื่อนระดับสำเร็จ!”
จิ้งเผิงหลับตา และได้เรียกยันต์แผ่นสีเหลืองจากกระเป๋าข้างเอว ยันต์ที่เขียนอักษรเวทไว้ลอยขึ้นมาตรงหน้าจิ้งเผิง (ยันต์สงบจิตใจ) มันนั้นได้สลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวอาบตัวของจิ้งเผิง เขานั้นลืมตาขึ้น และใช้ดัชนีสองนิ้วมือซ้ายและมือขวาแกว่งไปมาจนด้านหลังเกิดวงแหวนค่ายกลสีทอง ปลายกระบี่สีทองปรากฏออกมา
“ข้าจะทำลายการเลื่อนระดับของมัน ต่อไปพวกเจ้าก็สังหารมันให้ได้ก็พอ!”
(วิชากระบี่ยักษ์)
ดวงตาของลั่วเหอเปิดกว้างด้วยความตื่นตะลึงต่อวิชากระบี่ยักษ์ของจิ้งเผิง ส่วนของกระบี่ปรากฏขึ้นมาเรื่อยๆ จิ้งเผิงชี้ดัชนีสองนิ้วไปที่ราชันย์อสรพิษหยกขาว ที่คำรามสู้กับทัณฑ์สวรรค์ที่ผ่าลงมาเรื่อยๆ กระบี่ยักษ์สีทองพุ่งไปที่ราชันย์อสรพิษหยกขาวทันที กระบี่ยักษ์สีทองหมุนเจาะม่านป้องกันของสัตว์อสูร
“ผ่าแล้ว 6 ครั้ง เหลืออีก 4 ครั้ง ต้องทันสิ ย้า!”
จิ้งเผิงใส่พลังปราณยัดเข้าไป กระบี่สีทองรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ม่านป้องกันของราชันย์อสรพิษหยกขาวได้ทลายลง เมฆดำนั้นได้สลายไป ทัณฑ์สวรรค์หยุดผ่าลงมา แต่ว่าดวงตาของราชันย์อสรพิษหยกขาวที่ไอความชั่วร้ายและความโกรธปกคลุมร่าง มันนั้นพุ่งใส่จิ้งเผิงทันที แต่มันไม่สามารถทำลายม่านปราณระดับกลั่นลมปราณขั้นกลางในทันทีได้ จิ้งเผิงนั้นนั่งปรับลมปราณ เยี่ยนอวี้เจินที่เห็นจิ้งเผิงนั่งปรับลมปราณ
เยี่ยนอวี้เจินปลดปล่อยพลังปราณระดับจอมยุทธ์ขั้นสูงสุด จับทวนประกายเพลิงโจมตีราชันย์อสรพิษหยกขาวพร้อมกับคนอื่นๆ แต่ว่ายังไม่ถึงตัวราชันย์อสรพิษหยกขาวด้วยซ้ำ มันนั้นระเบิดพลังออกมา เกิดปลายแหลมน้ำแข็งจากพื้นดินพุ่งโจมตีคนที่พลาดท่าทั่วทิศทาง เยี่ยนอวี้เจินนั้นไหวตัวทันใช้ทวนกันปลายแหลมน้ำแข็งที่พุ่งออกมาจากพื้นดิน
ส่วนลั่วเหอนั้นก็ใช้ทวนเหล็กที่ถูกผ้าขาวพันทั่วทวนตีปลายแหลมน้ำแข็งด้วยพลังปราณจนระเบิดออก ทำให้ลั่วเหอสามารถหลบได้ทัน เพราะแรงกระแทกจากการระเบิด ลั่วเหอที่กระเด็นติดต้นไม้ก็ยืนขึ้นและมองดูที่ทวนที่สัมผัสปลายแหลมน้ำแข็งเมื่อครู่ ลั่วเหอคิ้วขมวดและคิดในใจ
“แค่นิดเดียว ไอเย็นก็แช่แข็งในทันที!”
ลั่วเหอหันไปหาคนอื่น นักล่าสัตว์อสูรบางคนนั้นขาหรือแม้แต่แขนก็ถูกไอเย็นแช่แข็งและกัดเซาะร่างกาย คนเหล่านี้ล้วนนอนลงกับพื้นและดิ้นด้วยความเจ็บปวด มีคนหนึ่งเดินไปจับขาโจวเมิ่น เขานั้นคือคนของโจวเมิ่น
“หัวหน้า…ช่วยด้วย”
“ไอขยะ เอามือออกไป!” โจวเมิ่นเตะชายคนนั้นออก และพุ่งมีดบินเข้าไปเจาะน้ำแข็ง ราชันย์อสรพิษหยกขาวที่เห็นมีดบินก็ไม่กลัว มันนั้นอ้าปากปล่อยคลื่นไอเย็นแช่แข็งมีดบิน โจวเมิ่นพยายามควบคุมแต่ก็ทำไม่สำเร็จ มีดบินนั้นแทบไม่ขยับ เยี่ยนอวี้เจินจึงใช้วิชาอสรพิษแดงพร้อมกับอำนาจธาตุไฟจากทวนประกายเพลิง ทำลายน้ำแข็งนั้นจนมีดบินกลับมาที่มือโจวเมิ่นอีกครั้ง โจวเมิ่นทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อย
“น้องอวี้เจิน ขอบคุณ!” พูดด้วยน้ำเสียงประชด
เยี่ยนอวี้เจินนั้นรวบรวมลมปราณเพื่อจะโจมตีอีกครั้ง ส่วนโจวเมิ่นก็กำลังใช้ลมปราณขับไอเย็นออกจากมีดบินของตน ลั่วเหอนั้นที่มองเห็นโอกาสจึงใช้วิชาอสรพิษแดงโจมตีราชันย์อสรพิษหยกขาวให้มันสนใจ และเลื้อยตามลั่วเหอไปในทันที เยี่ยนอวี้เจินนั้นกล่าวออกมา
“ลั่วเหอ!”
เมื่อโจวเมิ่นได้ยินชื่อนี้ก็เร่งลมปราณขับไอเย็นออกจากมีดบินด้วยความเร็ว ส่วนเยี่ยนอวี้เจินก็รีบวิ่งไปในทันที ทางด้านของลั่วเหอ เขานั้นก็ใช้วิชาไฟโจมตีราชันย์อสรพิษหยกขาวเป็นระยะๆ แต่ว่าด้วยที่ว่ามันเป็นวิชาเซียน แต่สำหรับขอบเขตมนุษย์อย่างลั่วเหอ มันนั้นกินพลังลมปราณมหาศาล แต่ไม่เทียบเท่ากับวิชาตราประทับดาวมาร ลมปราณที่ถ่ายทอดจากมุกวิญญาณอสูรนั้นก็เชื่องช้า แต่หากใช้วิชากลืนดาราก็ต้องอยู่นิ่งๆ
ราชันย์อสรพิษหยกขาวพ่นคลื่นไอเย็นออกมา แต่เยี่ยนอวี้เจินก็กระโดดพุ่งตัวใช้ทวนประกายเพลิงที่เพลิงไฟลุกโชนทั่วทวน หมุนจนเกิดม่านป้องกันคลื่นไอเย็น แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น ลั่วเหอนั้นหันไปและใช้วิชาไฟโจมตีราชันย์อสรพิษหยกขาวซ้ำ มันนั้นสะบัดหัวอย่างแรงและเลื้อยตามไป
“ท่านช่วยข้าล่อมันไปที่ๆ หนึ่งที”
ลั่วเหอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและสีหน้าที่จริงจังดูมีแผนการในหัว เยี่ยนอวี้เจินที่ไม่สามารถกล่าวถามอะไรได้มากในสถานการณ์นี้ จึงเลือกที่จะทำตามคำที่ลั่วเหอพูด อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นก็ใกล้ถึงค่ายกลกักขังที่ลั่วเหอและจักรพรรดิมารสวรรค์เตรียมการไว้ เยี่ยนอวี้เจินพยักหน้าและกล่าว
“ได้ ทำตามที่เจ้าว่า!”