มรดกมารสวรรค์ - บทที่18 ราชันย์อสรพิษหยกขาว2
เยี่ยนอวี้เจินนั้นเลือดไหลออกจากปากจำนวนมาก เพราะเขานั้นรับคลื่นไอเย็นจากราชันย์อสรพิษหยกขาวอย่างต่อเนื่อง ลั่วเหอนั้นก็มีโอกาสได้ปล่อยวิชาไฟช่วยเยี่ยนอวี้เจินบ้างในบางครั้ง ทั้งสองได้วิ่งมาถึงค่ายกลกักขังที่ลั่วเหอและจักรพรรดิมารสวรรค์เตรียมไว้แล้ว ลั่วเหอหันไปหาเยี่ยนอวี้เจิน และได้ใช้วิชาอสรพิษแดงกับวิชาไฟพร้อมกัน ทำให้ทั้งสองวิชาชนกันและระเบิดออกมา
“กระโดด!”
ลั่วเหอและเยี่ยนอวี้เจินกระโดดสูงที่สุด ทั้งสองอยู่เหนือหัวของราชันย์อสรพิษหยกขาว มันนั้นอยู่ใต้เท้าทั้งคู่ ลั่วเหอนั้นได้เปิดใช้งานค่ายกลในทันที เสาหินทั้งสี่ส่องแสงสีทองและเชื่อมต่อกัน แสงสีทองได้มัดราชันย์อสรพิษหยกขาว มันนั้นพยายามดิ้น แต่ยิ่งดิ้นมันก็ยิ่งมัดแน่นขึ้น ลั่วเหอลงพื้นอย่างปลอดภัย ลั่วเหอนั้นนั่งนำมือทั้งสองข้างประกบกัน ปราณสีม่วงหลุดรอดออกมาจากมือลั่วเหอ
เยี่ยนอวี้เจินที่ตกใจกับค่ายกลกักขังที่เขานั้นไม่เคยพบเจอมาก่อนก็กล่าวออกมา
“ลั่วเหอ นี่มันคืออะไร?”
ลั่วเหอยกมือที่ประกบกันออกมาเล็กน้อย ก็ปรากฏตราประทับดาวมารขนาดเล็กที่มีออร่าพลังปราณสีม่วงออกมาเป็นระยะ ๆ
“ข้าไม่อาจบอกท่านได้ รู้เพียงว่ามันสามารถกักขังสัตว์อสูรได้ระยะหนึ่ง ท่านไม่ต้องสนใจข้า สังหารสัตว์อสูรตนนี้เลย!”
“ข้าเข้าใจแล้ว นี่คงเป็นสิ่งที่ท่านเซียนสร้างขึ้นเป็นแน่!”
เยี่ยนอวี้เจินจับทวนประกายเพลิง และเริ่มหมุนทวนจนเกิดเปลวไฟทั่วทวน ปราณสีแดงระดับจอมยุทธ์ขั้นสูงสุดได้คลุมร่างของเยี่ยนอวี้เจิน เขานั้นพุ่งโจมตีราชันย์อสรพิษหยกขาวด้วยการฟันทวนไปที่หัวของสัตว์อสูร แต่เพียงมันมองด้วยสายตา แรงดันวิญญาณก็กระแทกร่างเยี่ยนอวี้เจินจนกระเด็น มีดบินได้พุ่งโจมตีตาสัตว์อสูรจนมันตาบอด
ราชันย์อสรพิษหยกขาวดิ้นไม่หยุด มันนั้นคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด ทำให้เสาหินกระพริบเล็กน้อย
โจวเมิ่นเรียกมีดบินกลับมา และหันไปมองเยี่ยนอวี้เจิน
“น้องอวี้เจิน โจมตีพร้อมกัน!”
เยี่ยนอวี้เจินหน้าตาเคร่งเครียด เขานั้นพยักหน้าให้กับโจวเมิ่น
“ได้!”
เยี่ยนอวี้เจินหลับตาลง และรวบรวมพลังปราณทั้งหมดใส่ไว้ที่ทวนประกายเพลิง พลังนั้นรุนแรงอย่างมาก มันนั้นเผามือของเยี่ยนอวี้เจิน ด้านหลังของเขาปรากฏอสรพิษแดงขนาดใหญ่ขึ้น มันนั้นคำรามออกมา โจวเมิ่นก็ถ่ายพลังลมปราณครึ่งหนึ่งของตน มีดบินนั้นหมุนไม่หยุด จนรอบด้านปรากฏพลังปราณที่แข็งแกร่งรอบมีดบิน
“มีดบินสังหาร!”
“ทวนประกายเพลิงอสรพิษแดง!”
ทั้งมีดบินและอสรพิษแดงโจมตีพร้อมกัน ราชันย์อสรพิษหยกขาวนั้นสร้างม่านป้องกันออกมา มีดบินนั้นพุ่งเจาะม่านป้องกันของราชันย์อสรพิษหยกขาว เช่นเดียวกับอสรพิษแดงที่พุ่งใช้หัวชนม่านป้องกัน
ทางด้านของจิ้งเผิง เขานั้นปรับลมปราณเรียบร้อย เขานั้นเช็ดเลือดที่ไหลออกจากปาก เขาขัดขวางชะตาของสัตว์อสูรระดับสูงตนนี้ จึงได้รับความเจ็บปวดของทัณฑ์สวรรค์อีกสี่ครั้ง ซึ่งมันทั้งเจ็บปวดและอันตรายอย่างมาก แต่ระดับของจิ้งเผิงสูงอย่างมาก จึงไม่ได้รับผลกระทบที่มากเท่าไหร่ เพียงแค่ปรับลมปราณเล็กน้อยก็หายในทันที
จิ้งเผิงนั้นมองนักล่าสัตว์อสูรที่บาดเจ็บจากไอเย็นกักเซาะ จึงใช้วิชาชำระล้างของสำนักเซียนช่วยนักล่าสัตว์อสูร เพียงแกว่งแขน ออร่าประกายแสงสีทองได้ช่วยขจัดไอเย็นทั้งหมดของนักล่าสัตว์อสูร พวกเขานั้นที่ทนทรมานมานานก็ร้องไห้ มาคุกเข่าคำนับจิ้งเผิง แต่เขานั้นไม่ได้สนใจ จิ้งเผิงใช้พลังปราณยกนักล่าสัตว์อสูรทุกคนขึ้นมา
“ขอบคุณความเมตตาของท่านเซียน”
เสียงระเบิด!
จิ้งเผิงคิ้วขมวด และเรียกกระบี่จากหีบกระบี่ และขี่ไปทางเสียงระเบิดที่เกิดขึ้นทันที ก็พบว่าโจวเมิ่นและเยี่ยนอวี้เจินนั้นนอนกระอักเลือด หมอกควันนั้นปิดบังการมองเห็น แต่จิ้งเผิงก็สามารถตรวจจับลมหายใจของสัตว์อสูรตนนี้ได้ จิ้งเผิงตกใจมาก เพราะเกล็ดของมันเปลี่ยนไป และเขาของมันยาวขึ้นอย่างมาก เมฆดำนั้นก็เริ่มถยอยกลับมาอีกครั้ง เมฆดำม้วนตัวในทันที
จิ้งเผิงเรียกกระบี่มาลอยอยู่ด้านหน้าของตน และใช้วิชาชำระล้างคลุมกระบี่บิน กระบี่ส่องแสงสีทอง ราชันย์อสรพิษหยกขาวได้พ่นคลื่นไอเย็น แต่ก็ถูกกระบี่ที่คลุมด้วยวิชาชำระล้างสลายคลื่นไอเย็นไปทั้งหมด ทัณฑ์สวรรค์ได้ผ่าลงใส่ราชันย์อสรพิษหยกขาว จิ้งเผิงได้ยกร่างของโจวเมิ่นและเยี่ยนอวี้เจินไปไกล ๆ
“หลบไป! มันจะเลื่อนระดับอีกครั้ง”
จิ้งเผิงเรียกยันต์สงบจิตขึ้นมาลอยตรงหน้าของตนอีกครั้ง เขานั้นกำลังจะทำเหมือนเช่นเคย แต่รอบนี้นั้นไม่ใช่การทำลายหรือขัดขวางชะตาของสัตว์อสูรตนนี้ แต่เป็นการสังหารราชันย์อสรพิษหยกขาวก่อนที่จะเลื่อนระดับสำเร็จ ลั่วเหอนั้นลืมตาขึ้น และได้ชูมือขึ้น ตราประทับดาวมารออร่าสีม่วงขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นเหนือหัวสัตว์อสูรระดับสูง
“นั่นมันวิชาอะไรกัน หรือว่ามีผู้บำเพ็ญระดับกลั่นลมปราณที่นี่อีกนอกจากเรา!”
จิ้งเผิงเมื่อเพ่งมองก็เห็นลั่วเหอ จิ้งเผิงนั้นยิ้มออกมา
“ที่แท้พลังนั้นก็คือเจ้านี่เอง”
ลั่วเหอเขากดมือลง ตราประทับดาวมารนั้นได้ทับร่างของราชันย์อสรพิษหยกขาว ค่ายกลกักขังพังทลาย แต่ราชันย์อสรพิษหยกขาวนั้นก็ไร้โอกาสหนีแล้ว เพียงไม่นานคลื่นพลังระเบิดออก จิ้งเผิงนั้นได้สร้างม่านป้องกันร่างกาย และได้โยนยันต์คุ้มภัยไปให้กับเยี่ยนอวี้เจินและโจวเมิ่น ม่านป้องกันสีขาวปกป้องทั้งสอง ทั้งสามคนนั้นมองลั่วเหอก็ตกใจในสุดยอดวิชา
เมื่อคลื่นพลังแตกกระจายสลายไป ก็พบว่าลั่วเหอนั้นได้สลบลงไปแล้ว จิ้งเผิงนั้นมาตรวจเช็คชีพจรให้กับลั่วเหอ แต่ก่อนจะถึงทันใดนั้นค่ายกลได้ทำงาน ไม่ใช่ค่ายกลกักขัง อักษรเวทย์บนเสาหินได้ประทับพื้นล่างที่มีร่างของลั่วเหอและซากสัตว์อสูรระดับสูงอยู่ มันนั้นเรียงกันสร้างวงแหวนค่ายกลใหม่ สิ่งที่อยู่ในวงค่ายกลได้ส่องแสงสีทองและได้หายไป เยี่ยนอวี้เจินได้รีบวิ่งไปแต่ก็ไม่พบอะไรเลย จิ้งเผิงนั้นมองก็ตกใจและคิดในใจ
“เบื้องหน้าคือค่ายกลกักขัง แต่เพียงไม่นานกลายเป็นค่ายกลเคลื่อนย้าย ความชำนาญสูงมาก น่าเสียดายที่อักษรเวทย์หายไปหมดแล้ว”
เยี่ยนอวี้เจินได้วิ่งมาคุกเข่าคำนับจิ้งเผิง ใบหน้าของเยี่ยนอวี้เจินนั้นเครียดเป็นอย่างมาก
“ขอร้องท่านเซียน ตามหาลั่วเหอด้วย!”
จิ้งเผิงใช้ลมปราณยกร่างเยี่ยนอวี้เจินขึ้น
“ไม่ต้องห่วง ค่ายกลเคลื่อนย้ายเมื่อครู่อย่างมากก็พาเด็กนั่นไปไกลเพียงร้อยลี้ ในระยะร้อยลี้นี้ท่านก็หาเขาเองเถอะ ข้าขอลา!”
จิ้งเผิงเรียกกระบี่บินและบินขึ้นฟ้า เยี่ยนอวี้เจินนั้นรีบวิ่งตามไปทันที
“ท่านเซียนโปรดรอก่อน ท่านเซียน!” จิ้งเผิงส่ายหัว เขานั้นคิดในใจ
“เห้อ…มนุษย์พวกนี้ เห็นข้าว่างมากหรืออย่างไร?”