มรดกมารสวรรค์ - บทที่19 ตบะลดลง
ผีเสื้อสีดำออร่าสีแดง เมื่อมันบินไปที่ไหน ออร่าสีแดงรอบตัวของมันก็จะระยิบระยับสวยงาม ผีเสื้อดำตัวนี้นั้นคือจักรพรรดิมารสวรรค์ จังหวะสุดท้ายลั่วเหอฝืนพยายามใช้วิชาตราประทับดาวมารแบบสมบูรณ์แต่ก็ไม่สำเร็จ แต่ยังกลืนกินระดับพลังที่ฝึกมา 1 เดือน
(ลั่วเหอ ตบะลดลง ระดับกำเนิดขั้นเริ่มต้น)
ผีเสื้อดำบินไปเกาะที่หน้าผากของลั่วเหอ ด้านข้างของเขานั้นมีซากราชันย์อสรพิษหยกขาวอยู่ กลิ่นซากสัตว์อสูรตัวนี้เริ่มรุนแรงอย่างมาก เมื่อเห็นเช่นนี้เอง ผีเสื้อดำจึงบินไปเก็บกลิ่นซากสัตว์อสูร แล้วบินไปโปรยกลิ่นที่จมูกของลั่วเหอ ทำให้เขาลุกขึ้นมาและเช็ดจมูกอย่างแรง
ลั่วเหอมองไปรอบๆ ก็พบว่าทั้งพื้นและผนังเป็นหิน ด้านแขนซ้ายของตนมีแสงสว่างสาดส่องกระทบไหล่ซ้ายของเขา ที่แท้ลั่วเหอตอนนี้อยู่ในถ้ำ พร้อมกับซากสัตว์อสูรระดับสูง ผีเสื้อดำบินมาเกาะหัวของลั่วเหอ ทันใดนั้นเหมือนมีฝ่ามือตบหัวลั่วเหอ เขากระโดดขึ้นและหันมอง แต่ก็ไม่พบผู้ใด ผีเสื้อบินมาอยู่ระหว่างตาของลั่วเหอ และกล่าวด้วยน้ำเสียงโมโห
“ศิษย์โง่ เจ้าช่างกล้านักนะ!”
สีหน้าของลั่วเหอเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
“ท่านอาจารย์ ศิษย์ไม่เข้าใจ เกิดอะไรขึ้น ข้าทำอะไรผิด?”
น้ำเสียงของจักรพรรดิมารสวรรค์ดูท้อแท้กับลั่วเหออย่างมาก
“เจ้าลองปลดปล่อยพลังปราณดู แล้วจะรู้เอง”
ลั่วเหอปลดปล่อยพลังปราณออกมา เป็นพลังปราณระดับกำเนิดเพียงเท่านั้น แถมยังเป็นขั้นเริ่มต้น ลั่วเหอถึงกับเข่าทรุด และนึกถึงที่ตนเองฝืนถ่ายพลังลมปราณให้กับการใช้วิชาตราประทับดาวมาร ทำให้ลั่วเหอใบหน้าเศร้าอย่างมาก เขารู้สึกเสียใจที่ไม่ประมาณตนเอง ลั่วเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงเบา
“ศิษย์ทำพลาดไป ท่านอาจารย์ ข้าขออภัย หนึ่งเดือนนี้สูญเปล่าแล้ว”
จักรพรรดิมารสวรรค์กล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม
“แล้วอย่างไร? ศิษย์ข้า เลิกคิดเช่นนั้น การบำเพ็ญเซียน สิ่งที่ต้องแลกมาก็คือเวลา แต่แลกกลับด้วยอายุไขยืนยาว อย่าได้ท้อแท้กับการบำเพ็ญเด็ดขาด!”
ลั่วเหอหันไปมองซากราชันย์อสรพิษหยกขาว แววตาของเขาดีขึ้นอย่างมาก และกล่าวออกมา
“ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ชี้แนะ! ศิษย์จะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง”
เขาคำนับผีเสื้อดำ
ลั่วเหอไปนั่งบ่มเพาะหน้าซากสัตว์อสูรระดับสูง เขาใช้วิชากลืนดารา คลื่นวิญญาณสองสายปรากฏแยกซ้ายและขวา แสงทั้งสองถูกกลืนกินจนสร้างเป็นสองมุก ด้านซ้ายเป็นมุกวิญญาณอสูรระดับสูง อีกด้านเป็นมุกสีขาวที่มีไอเย็นปกคลุม มันส่งคลื่นพลังไอเย็นแช่แข็งซากราชันย์อสรพิษหยกขาว
ลั่วเหอกระอักเลือดออกมา เพราะแรงดันพลังของมุกสีขาวที่ปกคลุมไอเย็นนั้นแข็งแกร่งมาก ลั่วเหอลืมตาขึ้นและเดินไปสัมผัสมัน แต่ถูกไอเย็นกัดเซาะนิ้วทันที ทำให้ต้องปล่อยมือ จักรพรรดิมารสวรรค์หัวเราะออกมา
“ฮ่าๆ ศิษย์ข้า ดูเจ้านั่น มันคือมุกอำนาจธาตุน้ำแข็ง หากเจ้าสามารถหลอมร่างกายเข้ากับมันได้ พลังจิตของเจ้าจะยิ่งแข็งแกร่งอย่างมาก!”
ลั่วเหอยิ้มออกมา แล้วหันไปสนใจมุกวิญญาณอสูรระดับสูง จากนั้นเรียกมุกวิญญาณอสูรระดับต่ำ 12 เม็ดที่เหลือในกระเป๋าออกมาหลอมรวมให้กลายเป็นเม็ดเดียว เช่นเดียวกับมุกวิญญาณอสูรระดับกลางอีก 3 เม็ด เขาก็หลอมรวมเป็นเม็ดเดียว ก่อนเก็บเข้ากระเป๋าทันที
ลั่วเหอก่อนจะทำสิ่งใดต่อ ได้ลุกขึ้นคำนับจักรพรรดิมารสวรรค์ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น แววตาไร้ความกลัว แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ท่านอาจารย์ ข้าตัดสินใจแล้ว! ข้าจะใช้ทรัพยากรทั้งหมดปิดตนฝึกฝนระหว่างนี้ ข้าเชื่อว่าเยี่ยนอวี้เจินจะออกตามหาข้าเป็นแน่ หวังว่าท่านอาจารย์จะช่วยข้าซ่อนถ้ำนี้ไว้”
จักรพรรดิมารสวรรค์เข้าใจสิ่งที่ลั่วเหอคิด ในใจมีความภูมิใจ แต่ก็ต้องการแก้นิสัยเร่งร้อนนี้ จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ศิษย์ข้า บางอย่างเร่งรัดเกินไปก็ใช่ว่าจะดี หวังว่าเจ้าจะประมาณตนและมีความอดทน ห้ามฝืนเลื่อนระดับโดยเด็ดขาด”
“ศิษย์เข้าใจแล้ว!”
ลั่วเหอนั่งบำเพ็ญทันที ทำให้จักรพรรดิมารสวรรค์เครียดเล็กน้อยที่มีศิษย์ใจร้อน เดิมทีลั่วเหอไม่ได้เป็นเช่นนี้ แต่ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ก็ยิ่งมองย้อนอดีตว่าตนเองเสียเวลามามากเพียงใด และเคยถูกดูถูกมากแค่ไหน ลั่วเหอนึกถึงคำพูดของซูมู่หรง
“ทำไมไม่ยอมลุกขึ้นสู้บ้าง เดินเล่นในตระกูลลั่วให้พวกขยะนินทาเล่นเนี่ยนะ”
ลั่วเหอยิ้ม แล้วเรียกมุกวิญญาณระดับต่ำที่หลอมรวมไว้ขึ้นมาดูดซับ
เพียงไม่กี่ชั่วยาม ปราณสีขาวพุ่งออกจากร่างลั่วเหอ ไม่นานมันระเบิดออก คลื่นพลังปราณกระจายไปทั่วถ้ำ ลั่วเหอไม่ลืมตา เพียงหายใจเข้าออก แล้วบำเพ็ญต่อ
(ลั่วเหอ บรรลุกำเนิดขั้นกลาง (กำลังฟื้นฟู))
ผ่านมา 7 วัน มุกวิญญาณอสูรระดับต่ำหมดลง แต่ยังไม่สามารถเลื่อนระดับต่อไปได้ ลั่วเหอจึงเรียกมุกวิญญาณอสูรระดับกลางมาดูดซับ ซึ่งได้ผล เขารู้สึกใกล้จะเลื่อนระดับ
ทางด้านหมู่บ้านเย่เผิง ไม่ได้ศิลาตามข้อตกลง เพราะคนที่สังหารคือ “ลั่วเหอ” ซึ่งเป็นคนของหมู่บ้านเย่เผิง เยี่ยนอวี้เจินไม่ได้สนใจศิลาจำนวนมากนัก เพียงต้องการทวงความยุติธรรมให้ลูกทั้งสองของเขา
ผ่านมา 8 วัน ลั่วเหอยังไม่สามารถบรรลุขั้นต่อไปได้ แต่ก็รู้สึกเพียงก้าวเดียวจะถึง เขาจึงไม่ฝืนเลื่อนระดับตามคำอาจารย์ ขณะเดียวกัน กลุ่มของเยี่ยนอวี้เจินบุกโจมตีโจวเมิ่น แต่พ่ายแพ้ แขนซ้ายขาด ตบะลดลง 1 ขั้น เยี่ยนอวี้เจินไม่โศกเศร้า เขาฝึกทวนทั้งวันทั้งคืน
(ลั่วเหอ บรรลุกำเนิดขั้นปลาย (กำลังฟื้นฟู))
ผ่านมา 9 วัน ในที่สุดลั่วเหอก็บรรลุระดับกำเนิดสำเร็จ มุกวิญญาณอสูรระดับกลางสลายไป เขาลืมตาขึ้น พร้อมคลื่นลมปราณที่แผ่กระจายทั่วถ้ำ ลั่วเหอมองออกไปหน้าถ้ำ เห็นผีเสื้อดำบินวนอยู่ เขายิ้มออกมา เพราะอาจารย์กำลังเฝ้าถ้ำให้
ลั่วเหอเรียกมุกวิญญาณอสูรระดับสูง แล้วเริ่มบำเพ็ญต่อ
พลังบริสุทธิ์จากมุกวิญญาณอสูรระดับสูงห่างชั้นกับระดับกลางราวฟ้ากับดิน มันไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดพลังทีละเม็ด แต่ราวกับสิบเม็ดหลอมรวมในคราวเดียว ร่างกายลั่วเหอเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยพลังบริสุทธิ์ คล้ายดักแด้ของหนอนไหม
“1 เดือน ต้องไปถึงระดับจอมยุทธ์… ไม่สิ ระดับเปลี่ยนลมหายใจก็ไม่แน่!”