มรดกมารสวรรค์ - บทที่2 ลอบสังหาร
ค่ำคืนที่มืดมิดหน้าหลุมศพของบิดาลั่วเหอ ไม่มีเพียงศพของบิดาลั่วเหอที่จะอยู่ที่แห่งนี้ แต่ยังมีคนตระกูลลั่วอีกหนึ่งคนที่ได้ตายลงด้วย มีดสั้นของลั่วเหอ ทุกคนนั้นจากตอนแรกที่ชี้ดาบเข้าหาลั่วเหออย่างมั่นคง ตอนนี้กลับชี้อย่างสั่นคลอน เมื่อคิดย้อนไปก็เห็นลั่วเหอเป็นคนอ่อนแอ หนึ่งในนักฆ่าได้วิ่งแกว่งดาบเข้าหาลั่วเหอ
ลั่วเหอหลับตาและหมุนตัวหลบดาบของนักฆ่า พุ่งตัวใช้มีดสั้นตัดเส้นเอ็นมือข้างที่ถือดาบอย่างรวดเร็ว และใช้แขนล็อกคอนักฆ่าไว้นักฆ่านั้นดิ้นด้วยความเจ็บปวด แต่เมื่อไหร่กันที่ขาของนักฆ่าไม่อาจเดินได้ ทั้งแขนทั้งสองข้างและขาทั้งสองข้าง ลั่วเหอตัดเส้นเอ็นทิ้งทั้งหมด และใช้มีดกรีดคอนักฆ่าแล้วปล่อยลงพื้น
เสียงร้องนั้นเงียบลง เหลือเพียงเสียงสำลักเลือด จนนักฆ่าคนนั้นหมดลมหายใจไป การสังหารที่ไร้ความปรานีและโหดเหี้ยมของลั่วเหอทำเอานักฆ่าขาอ่อน ถึงกับดาบหลุดมือและอาเจียนออกมาจำนวนมาก ลั่วเหอนั่งบนร่างนักฆ่าที่หมดลมหายใจ และลั่วเหอกินแป้งกรอบอีก 1 คำ
“ข้านั้นแม้จะต้องตาย ก็ต้องแลกกับชีวิตพวกเจ้าไม่ก็อวัยวะส่วนหนึ่งของพวกเจ้า!”
นักฆ่าในแปดคนนั้นชี้หน้าด้วยความโมโห “นี่แกไอปีศาจ วันนี้แกต้องตาย”
ลั่วเหอเตะดาบที่ตกลงพื้นใส่นักฆ่าคนนั้น โชคดีที่นักฆ่าคนนั้นยังพอมีสติ ใช้ดาบกันการโจมตีที่ลั่วเหอเตะมาได้ นักฆ่าทุกคนนั้นมองหน้ากันและกัน จับดาบในมือแน่น และพุ่งหวังสังหารลั่วเหอ ดาบนั้นเร็วมาก พุ่งเข้าหาลั่วเหออย่างรวดเร็ว แต่ลั่วเหอสามารถหลบดาบหลายทิศทางได้ เพราะวิชาดาบนี้ลั่วเหอดูเป็นร้อยรอบ
ลั่วเหอนั้นแม้จะเก่งกาจ แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตมนุษย์ ร่างกายมนุษย์ อีกทั้งยังเป็นร่างที่อ่อนแอและผอมอย่างมาก ลั่วเหอลืมตาและควบคุมมีดสั้นบินรอบตัว ป้องกันดาบที่พุ่งเข้ามาพร้อมกันทุกทิศทาง ลั่วเหอพลาดท่าโดนดาบทิ่มที่ด้านหลังจนกระอักเลือดออกมา
“แค่กๆ” ลั่วเหอเอามือปิดปาก มองเลือดของตนเองที่เต็มมือ ลั่วเหอกำมีดสั้นในมือแน่น และแกว่งมีดปาดคอไปสองคน ทำเอาพละกำลังของลั่วเหอเกือบหมด ช่างน่าแปลกที่ภาพในหัวตอนนี้คือสมัยเด็กที่ได้อยู่กับบิดาของตน สมัยที่เพิ่งได้ฉายาอันดับ 1 เมืองอินทรีขาว
ลั่วเหอรวบรวมพลังปราณ คลื่นปราณระดับกำเนิดขั้นปลายรุนแรงกว่าไอชั่วร้ายบนตัวลั่วเหอเสียอีก ลั่วเหอผิวปากเป็นบทเพลงหนึ่ง ซึ่งเป็นบทเพลงที่บิดาของลั่วเหอชอบผิวปากให้ฟังอยู่บ่อย ๆ สมัยเขายังเด็ก
“ท่านพ่อ หากท่านยอมแพ้ต่อโชคชะตาของท่าน ข้าจะแสดงให้ดู หากสวรรค์ลิขิตให้ข้าตายตอนนี้ ข้าก็จะเอาพวกนักฆ่าตระกูลลั่วที่เหลือไปกับข้าด้วย!”
เหล่านักฆ่าล้อมลั่วเหอ และกำดาบแน่น พุ่งดาบจากทุกทิศทาง ลั่วเหอนั้นกระโดดลอยตัวและใช้มีดแกว่งไปทุกทิศทางจนดาบของนักฆ่าซ้อนกัน
ลั่วเหอถ่ายพลังลมปราณไปที่มีดและกดลง คลื่นพลังปราณระดับสูงกว่านักฆ่าที่มีเพียงระดับสามัญขั้นสูงสุด ทำให้นักฆ่าต้านไม่ไหว ดาบทิ่มลงพื้นกันหมด และลั่วเหอหมุนตัวถีบนักฆ่ากระเด็นไปทั้งหมด
ลั่วเหอล้มลง ตอนนี้แม้แต่การปลดปล่อยพลังปราณก็ไม่สามารถทำได้แล้ว การปลดปล่อยพลังปราณใช้พลังงานเยอะเกินไป แป้งกรอบที่เหลือเพียงเสี้ยวหนึ่งในอกเสื้อของลั่วเหอ ก็ไม่เพียงพอให้ลั่วเหอใช้วิชาปราณยุทธ์ได้
ลั่วเหอยืนขึ้นและกระโดดไปที่ศพนักฆ่าที่เขาฆ่า ลั่วเหอหยิบดาบจากศพของนักฆ่าขึ้นมาในมือขวา มือซ้ายก็หยิบแป้งกรอบมากิน สีหน้าของลั่วเหอแม้แต่ครั้งนี้ก็ไร้ความกลัว ลั่วเหอยังยิ้มและหัวเราะ เลือดไหลออกจากปาก
“ฮ่าๆ…มาเถอะวะ!”
ลั่วเหอวิ่งเข้าไปกลางดาบของนักฆ่าลั่วเหอไม่ใช้พลังปราณแม้แต่น้อยเพราะเขาหากใช้ตอนนี้ก็คงรับมือได้เพียงหนึ่งกระบวนท่าลั่วเหอกัดฟันสู้สุดชีวิต
ดาบนั้นก็ยิ่งฟันลงมาที่ร่างของลั่วเหอหลายบาดแผลปรากฏเลือดไหลนองเต็มพื้นและทั่วทั้งร่างลั่วเหอเต็มไปด้วยเลือด ลั่วเหอสังหารไปได้สองคนร่างไร้ลมหายใจของพวกมันล้มลงพื้น
ดาบเงินชั้นดีพุ่งด้วยความเร็วไปหาลั่วเหอดาบเงินชั้นดีปกคลุมไปด้วยปราณระดับจอมยุทธ์ขั้นเริ่มต้นลั่วเหอทิ้งดาบลงพื้นและใช้มือทั้งสองจับดาบแต่ก็ด้วยความเร็วมันทิ่มอกลั่วเหอทะลุ
ร่างนั้นถูกตรึงอยู่ตรงต้นไม้ลั่วเหอกระอักเลือดกองใหญ่ออกมาลั่วเหอยิ้มออกมาแต่แววตาเครียดแค้นอย่างมาก แม้แต่ตอนตายดวงตาของลั่วเหอกับไม่ปิดลง ร่างชายที่สังหารลั่วเหอสะท้อนผ่านดวงตา ชายคนนั้นก็คือลั่วเวิน
จอมยุทธ์ตระกูลตระกูลลั่วได้แบกหีบกระบี่ของซูมู่หรงมาให้กับลั่วเวินแววตาของเขาดูมีความสุขอาจเป็นความแค้นที่ได้จบลงลั่วเวินเป็นรองซูมู่หรงมาตลอดบัดนี้ในเมืองอินทรีขาวอันดับ1ก็คือลั่วเวิน
เขานั้นหัวเราะดังลั่นและจับหน้าที่ไร้ลมหายใจของลั่วเหอเขานั้นชะเง้อหน้าไปที่ลั่วเหอและยิ้มอย่างสะใจ
“ข้าจะบอกอะไรดีๆ ให้เจ้าฟังไว้นะคนที่เลือกสถานที่แห่งนี้ก็คือซูมู่หรงเขานั้นต้องการฆ่าเจ้า แต่ไม่เป็นไรๆข้านั้นแก้แค้นให้เจ้าแล้วไม่ต้องขอบคุณ…ฮ่าๆ”
ลั่วเวินตบไหล่ลั่วเหอเบาๆ และเดินจากไปเหล่านักฆ่าตระกูลลั่วได้นำผ้ายันต์สีเหลืองที่เขียนสลักวิญญาณด้วยเลือดหมูและมัดด้วยเชือกรอบตัวลั่วเหอ
………..
เมืองอินทรีขาว – เรือนตระกูลซู
3วันก่อน
เรือนนี้นั้นเป็นเรือนหลังของซูมู่หรงที่เขานั้นใช้เวลาอยู่ที่เรือนหลังในการฝึกวิชากระบี่คู่ของเขา วันนี้นั้นไม่เหมือนเดิมระหว่างที่ซูมู่หรงกำลังฝึกกระบี่
ลั่วเวินได้ปรากฏตัวตบมือให้กับซูมู่หรงเขานั้นมากับคนใช้ที่สวมผ้าคลุมหัวที่รอบกลายมีลมปราณระดับจอมยุทธ์ขั้นปลายชายที่มีระดับบ่มเพาะสูงเช่นนี้แบกหีบทองขนาดใหญ่
ซูมู่หรงชี้กระบี่ไปที่ลั่วเวินทำให้คนสวมผ้าคลุมกระโดดมาง้างหมัดจะซัดพลังปราณใส่ซูมู่หรง แต่ลั่วเวินได้วิ่งไปบังซูมู่หรงทำให้คนผู้นั้นหยุดมือ
“นี่คือท่าทีของแขกงั้นรึ!”
“ใจเย็นๆพี่มู่หรง ข้ามีเรื่องจะเจรจากับท่านเกี่ยวกับชีวิตน้อยๆของลั่วเหอ ท่านคงรู้ดีหากท่านพ่อข้าจากไปคนที่จะขึ้นแทนคือลั่วเหอที่เป็นพี่ใหญ่ของข้า หากไม่ทำเช่นนี้ตระกูลลั่วจะเป็นที่ขับขันของตระกูลอำนาจอื่นๆ แต่ถ้าเขาหายไปละ?”
ซูมู่หรงกำกระบี่ในมือแน่นจ้องไปที่ลั่วเวิน
“ตระกูลลั่วกล้ารังแกผู้มีพระคุณของข้า! จะยังให้ข้าร่วมมืออีกพวกเจ้าคิดอะไร!”
ซูมู่หรงกระทืบเท้าคลื่นพลังปราณระดับจอมยุทธ์ขั้นกลางแต่ก็ถูกคลื่นปราณของคนสวมผ้าคลุมทำลายมัน
ลั่วเวินส่ายหัวและทำสีหน้าที่เบื่อหน่าย
“นี่ท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือ คนที่ทำให้ผู้มีพระคุณของท่านเกือบพิการคือใครท่านคงไม่ลืมนะ…ท่านพ่อข้าเป็นเพียงแค่ขยะอายุมากกว่า45ปียังติดอยู่เพียงจอมยุทธ์ขั้นสูงสุดแตกต่างจากข้าและท่าน…ข้านั้นจะยึดตำแหน่งผู้นำตระกูลลั่วมาเป็นของข้า นี่ไม่ใช่เพียงห้าแสนศิลาแต่ว่าข้าจะมอบที่ดินเหมืองของตระกูลลั่วให้ท่านด้วย”
สีหน้าของซูมู่หรงนั้นเปลี่ยนไปถึงยังไงแม้จะมีพลังที่มากล้นแต่ว่าเรื่องจัดการทรัพยากรของตระกูลซูนั้นต่ำมาก
ครึ่งเดือนก่อนผู้นำตระกูลซูลาโลกไปยิ่งทำให้ศิลาทองคำขาดการดูแลบัญชีก็เริ่มแปลกขึ้นทุกวัน ตระกูลซูเริ่มเข้าสู่ช่วงวิกฤตกิจการในเมืองก็มีการโกงและการดูแลไม่ทั่วถึง ซูมู่หรงเรียนแต่วรยุทธ์ไม่ยอมเชื่อฟังบิดาจึงทำให้ทำบัญชีหรือดูแลกิจการไม่เป็น
ลั่วเวินเห็นสีหน้าของซูมู่หรงที่คิดหนักจึงกล่าวย้ำเข้าไป
“ท่านก็รู้อำนาจของตระกูลลั่วท่านได้สิ่งของได้การจัดการกิจการจากข้าที่สำคัญ”
ลั่วเวินไปพูดใกล้ๆหูของซูมู่หรง
“ได้แก้แค้นให้กับท่านลั่วหลี่” ลั่วเวินได้จากไปแต่ก็ถูกซูมู่หรงจับแขนหยุดไว้ลั่วเวินยิ้มออกมาในทันที
……….
บนหน้าผาของยอดเขาใกล้เมืองอินทรีขาวที่ด้านล่างนั้นแม้จะเป็นแม่น้ำแต่เพียงพลาดตกลงไปก็จะถูกทิ่มแทงด้วยปลายแหลมของโขดหินจะลุเสียบร่างคนที่พลาดตกลงไปจนตาย
ชาวบ้านนั้นมีหลายคนเคยพลาดตกลงไปไม่มีคนใดที่ตกลงสู่น้ำมีแต่ตกลงสู่โขดหินแหลมที่ขึ้นมาจากน้ำชาวบ้านเรียกหน้าผานี้ว่า ‘ผากลืนวิญญาณ’
ศพของซูมู่หรงและศพของลั่วเหอ ลั่วเวินนั้นกำลังยืนอยู่บนศพของทั้งสองขาข้างซ้ายเหยียบลั่วเหอขาข้างขวาเหยียบซูมู่หรง
“อากาศบนนี้ช่างดีเสียจริง พวกเจ้าสูดอากาศเข้าไปสิ…ช่างสดชื่นจริงๆ พรุ่งนี้เช้าข่าวของพวกเจ้าก็คือไปฝังศพลั่วหลี่แต่ถูกสัตว์โจมตีจนตกหน้าผาดีหรือไม่ฮ่าๆ”
ร่างของลั่วเหอถูกลั่วเวินถีบลงไปด้านล่างพร้อมๆกับร่างซูมู่หรงร่างทั้งสองกระแทกกันทำให้ร่างของลั่วเหอกระเด็นตกลงน้ำ
แตกต่างจากร่างซูมู่หรงที่ถูกบาดจนตกน้ำ ร่างของลั่วเหอแม้แต่ตอนนี้ก็ยังลืมตาไอความชั่วร้ายรุนแรงอย่างมาก มุกแดงมุกหนึ่งที่ถูกดินกลบฝังได้ส่องแสงสีแดงขึ้น!