มรดกมารสวรรค์ - บทที่3 บังสวรรค์
มุกสีแดงที่กำลังส่องแสง ลวดลายของมันช่างน่าประหลาด แสงที่ส่องประกายเป็นสีแดง มันดูจะชอบใจกับไอความชั่วร้ายและเลือดของลั่วเหอเป็นอย่างมาก มือโครงกระดูกสีดำได้กอดร่างของลั่วเหอ มันเป็นโครงกระดูกสีดำ ส่วนแขนทั้งหมดกอดร่างลั่วเหอจนมิด วิญญาณสีขาวของลั่วเหอได้มาปรากฏอยู่ที่ใดที่หนึ่ง มันเป็นสะพานสีทองที่ดูไร้สิ้นสุด วิญญาณของลั่วเหอถูกแขนโครงกระดูกดำดึงตัวไป
เพียงหนึ่งลมหายใจ วิญญาณลั่วเหอได้มาถึงสถานที่ไม่คุ้นเคย เขานั้นยืนอยู่บนน้ำที่เป็นสีเลือด โดยด้านหน้ามีต้นไม้ใหญ่ที่ไร้ใบไม้ ลำต้นแห้งสนิท ลั่วเหอนั้นคิดเพียงว่านี่อาจเป็นความคิดก่อนตายของเขา แต่เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็ไม่รู้สึกคุ้นเคย หรือเคยฝันถึงนึกถึงที่แห่งนี้มาก่อน อีกทั้งความคิดของลั่วเหอดังก้องไปทั่ว
โรงศพสีดำเริ่มโผล่ออกมาจากน้ำสีเลือดที่ลั่วเหอเหยียบอยู่ มันมีขนาดใหญ่อย่างมากจนทำให้เกิดคลื่นยักษ์กำลังจะซัดเข้าหาลั่วเหอ แต่ก็เกิดโล่ปราณสีทองปกคลุมร่างของลั่วเหอ คลื่นน้ำสีเลือดนั้นจึงพัดผ่านไป เมื่อมองดูชัด ๆ ขนาดของโรงศพช่างใหญ่โต ดูจะสูงกว่าภูเขาที่เคยพบเห็นมา บนโลงศพมีลวดลายต่าง ๆ เมื่อเพ่งมองจะเห็นเป็นมังกรเกล็ดดำที่สลักอยู่บนโลงศพ
“ลวดลายบนโรงศพนี้ รูปร่างช่างเหมือนกับมังกรที่บันทึกไว้ในตำรา แต่เมื่อมาเทียบกันแล้ว มังกรพวกนี้กลับเหมือนตะขาบที่ไต่โลงศพเพียงเท่านั้น”
อักษรสีทองปรากฏขึ้นหน้าโรงศพ มันค่อย ๆ ชัดขึ้นเรื่อย ๆ อักษรสีทองปรากฏชื่อของเจ้าของโรงศพที่ใหญ่โตเช่นนี้ ลั่วเหออ่านมัน
“จักรพรรดิมารสวรรค์”
คลื่นพลังบางอย่างกระแทกทำลายโล่สีทองและโจมตีวิญญาณของลั่วเหอ จนได้รับบาดเจ็บ ลั่วเหอมองมือวิญญาณของตนเองที่เกิดรอยร้าวอย่างน่าตกใจ เสียงที่ดูใหญ่โต เค้นครึ้มดังขึ้น
“ตอนนี้เจ้ายังไม่คู่ควรจะเอ่ยนามข้าต่อหน้าโรงศพผนึกสวรรค์”
ลั่วเหอแม้ไม่รู้ว่าสิ่งตรงหน้าคือสิ่งใด แต่การจะทำเช่นนี้ได้ พลังย่อมไม่ธรรมดา ลั่วเหอคำนับจักรพรรดิมารสวรรค์
“ท่านช่วยตอบข้อสงสัยของข้าน้อยด้วย ที่นี่คือที่ใด โลกหลังความตายงั้นหรือ?”
“ไม่ใช่”
สิ้นสุดคำตอบนั้น วิญญาณของลั่วเหอถูกดึงไปยังด้านบนของโรงศพผนึกสวรรค์ เมื่อขึ้นไปด้านบน สิ่งที่ลั่วเหอเหยียบคือรูปสลักของทหารสวมเกราะที่กำลังอยู่ในท่วงท่าต่อสู้ มังกรเกล็ดดำพวกนั้นก็เช่นกัน เมื่อมองใกล้ ๆ ก็พบว่าเป็นเพียงรูปสลักเท่านั้น ตรงหน้าของลั่วเหอปรากฏศิลาหินที่บันทึกท่วงท่าบางอย่าง
“ที่นี่คือห้วงจิตของข้า บนศิลาบันทึกวิชา 2 อย่าง วิชาตราประทับดาวมาร และวิชากลืนดารา”
ลั่วเหอหันซ้ายขวา มองหาจักรพรรดิมารสวรรค์ แล้วกล่าวด้วยสีหน้ามึนงง
“ท่านหมายความว่าอย่างไร ท่านจะสอนวิชายุทธ์ให้ข้างั้นหรือ?”
จักรพรรดิมารสวรรค์กล่าวออกมา
“ใช่ สองวิชานี้เหมาะแก่เจ้า วิชาตราประทับดาวมารแข็งแกร่งตามระดับบ่มเพาะของเจ้า ส่วนวิชากลืนดาราช่วยดูดซับพลังฟ้าดินได้อย่างรวดเร็ว”
“ข้าไม่เข้าใจ ท่านจะมอบวิชาให้ง่าย ๆ เช่นนี้เป็นไปไม่ได้ ท่านต้องการสิ่งใดจากข้า”
“ฮ่า ๆ ใช่”
สีหน้าของลั่วเหอเปลี่ยนไปทันที เกิดความกังวลปรากฏบนใบหน้า
“ข้าต้องการร่างกายมนุษย์ ไม่ต้องกลัว ไม่ใช่ร่างกายของเจ้า แต่เป็นร่างกายของผู้แข็งแกร่งระดับตัดวิญญาณเพื่อสิงสู่”
ลั่วเหอดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เขาไม่เชื่อในสิ่งที่จักรพรรดิมารสวรรค์พูด
“มันคือระดับอะไรของท่าน ข้าไม่เข้าใจ ระดับสูงสุดคือเปลี่ยนลมหายใจ ท่านคงอยากสิงร่างข้ามากกว่า”
คลื่นพลังที่ทรงพลังบดกดวิญญาณของลั่วเหอ จนวิญญาณสั่นคลอนราวกับจะสลาย
“ไม่! ระดับการบ่มเพาะนั้นมีด้วยกัน 19 ระดับ ได้แก่ สามัญ หลอมรวม กำเนิด จอมยุทธ์ เปลี่ยนลมหายใจ กลั่นลมปราณ จักรพรรดิ จ้าวดินแดน สยบฟ้า จิตเต๋า ครึ่งก้าวนิรันดร์ ตัดชะตาฟ้าดิน ทัณฑ์สวรรค์ มหาวีรชน ตัดวิญญาณ เซียนนิรันดร์ บรรพชนเต๋า ทะลวงชั้นฟ้า จักรพรรดิเทพนิรันดร์ ทุกระดับแบ่งเป็น 4 ช่วง คือ ขั้นเริ่มต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย ขั้นสูงสุด”
รอบด้านเปลี่ยนไป ปรากฏห้วงสายธารสีทองระยิบระยับ มีมารสวรรค์ตนหนึ่งเป็นยักษ์ตัวสีแดง มีแขนหกแขน สวมใส่ผ้าคลุมขาว เพียงเหยียบย่ำก็เกิดคลื่นพลังกระจายไปทั่ว ลั่วเหอเมื่อเทียบขนาดแล้วเป็นเพียงมดเท่านั้น มารสวรรค์มองลงมา ก่อนที่วิญญาณของลั่วเหอจะกลับมาที่เดิม
(จักรพรรดิมารสวรรค์ – ระดับมหาวีรชนขั้นสูงสุด)
เผ่ามารสวรรค์เป็นเผ่าที่แข็งแกร่งกว่าเผ่าอื่นสิบเท่า แต่ไม่สามารถเข้าสู่วัฏสงสารแบบเดียวกับมนุษย์หรือเผ่าอื่น ๆ ได้ และไม่อาจตายเพราะกาลเวลา ทั้งชีวิตบ่มเพาะเร็วกว่าเผ่าอื่น แต่ไม่สามารถก้าวข้ามระดับมหาวีรชนได้ เผ่ามารสวรรค์เข้าใจวัฏสงสารเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
ลั่วเหอเข้าใจแล้ว หากจักรพรรดิมารสวรรค์ต้องการจะเลื่อนระดับที่สูงกว่าเดิม ต้องผสานวิญญาณเข้ากับร่างมนุษย์ และผสานวิญญาณจักรพรรดิมารสวรรค์และวิญญาณมนุษย์เข้าด้วยกัน
“ร่างกายของเจ้ามากสุดในชีวิตที่จะไปถึงก็คือระดับสยบฟ้าขั้นกลางเท่านั้น ไม่อาจไปได้มากกว่านี้ แต่เจ้าเหมาะแก่การเป็นผู้สืบทอดมรดกของข้า ไอชั่วร้ายของเจ้าปลุกมุกสวรรค์โลหิต”
ลั่วเหอมองร่างกายของตนเอง
“หากข้าจะสามารถแก้แค้น สังหารพวกมันให้หมด… ข้าตกลง!”
ลั่วเหอไม่ยอมทิ้งโอกาสที่จะทำให้ตนแข็งแกร่ง เพื่อแก้แค้นลั่วเวิน ภาพสุดท้ายก่อนที่เขาจะตายปรากฏชายที่ฆ่าเขา นั่นก็คือลั่วเวิน เพราะฉะนั้นลั่วเหอจะแก้แค้นมันให้หมด
ฝันที่ลั่วเหอเคยฝันปรากฏอีกครั้ง เป็นภาพในเมืองอินทรีขาวและตระกูลลั่ว ยิ่งคิด ไอสังหารและไอชั่วร้ายก็ยิ่งปะทุขึ้น มันเย็นเยือกจนรอบด้านเกิดอากาศหนาวเย็น จักรพรรดิมารสวรรค์หัวเราะออกมาอีกครั้ง
“ฮ่า ๆ… ดี! ข้าจะเป็นอาจารย์ของเจ้า เจ้ายินยอมหรือไม่?”
“ข้ายินยอม คำนับท่านอาจารย์!”
สิ้นสุดคำพูดนั้น ดวงตาสีแดงขนาดใหญ่เหนือหัวลั่วเหอเปิดขึ้น แสงสีแดงพุ่งลงสู่ร่างวิญญาณ ตรามารสวรรค์ปรากฏที่หน้าผากของลั่วเหอ เคล็ดวิชาบนศิลาส่องแสงสีขาวและลอยเข้าสู่ตรามารสวรรค์
“อ้า!”
แสงสีแดงระเบิดออกทั่วร่างวิญญาณ ก่อนจะสลายไป ร่างของลั่วเหอที่เต็มไปด้วยบาดแผล โครงกระดูกสีดำเข้ากอดร่างของเขา ควันสีแดงไหลออกจากโครงกระดูกและเริ่มรักษาร่างกายและเส้นลมปราณ
ร่างของลั่วเหอลอยตามน้ำมาหยุดที่ริมแม่น้ำ อีกาตัวหนึ่งดวงตาสีแดงปรากฏข้างหูลั่วเหอ มันคือจักรพรรดิมารสวรรค์ที่จำแลงมากระซิบ
“ลิขิตสวรรค์ของเจ้า ข้าปิดบังไว้แล้ว ต่อไปนี้จงเดินบนเส้นทางของเจ้าลิขิตของตนเอง!”
อีกาตัวนั้นดวงตาจาก 1 ดวงกลายเป็น 10 ดวง จ้องมองลั่วเหอ ก่อนจะกระพือปีกบินจากไป แต่ไม่นานร่างนั้นก็ระเบิดหายไป
หญิงสาวนางหนึ่งได้ยินเสียงระเบิด จึงวิ่งไปยังทิศทางนั้น และพบลั่วเหอนอนสลบอยู่ริมแม่น้ำ