มรดกมารสวรรค์ - บทที่21 กลับหมู่บ้าน
หมู่บ้านเย่เผิง ชายผมดำยาวสวมหมวกไม้ไผ่สานและล้อมติดด้วยผ้าใสสีขาวที่ช่วยปิดบังหน้าตา สวมใส่อาภรณ์หนังสัตว์ที่ดูราคาถูก ด้านหลังของเขาแบกทวนที่มีผ้าพันด้วยผ้าขาว ชายคนนี้นั้นก็คือลั่วเหอ เขานั้นกลับมาแล้ว แต่เพื่อไม่ให้ใครรับรู้ว่าลั่วเหอกลับมาแล้ว จึงต้องซ่อนตัวตน ชายสามคนยืนบังหน้าของลั่วเหอ
พวกเขาสวมใส่อาภรณ์ดำ ผ้าคลุมหนังสัตว์ ในมือถือทวนเหล็กที่คุณภาพค่อนข้างสูง ดูมีระดับและราคาสูงกว่าทวนเหล็กของลั่วเหอหลายเท่า มันดูคมกริบ พวกเขาทั้งสามนั้นล้วนเป็นคนของโจวเมิ่น ลั่วเหอนั้นเพ่งมอง ในใจก็เกิดความสงสัย เพราะเขานั้นไม่เคยเห็นสองคนนี้มาก่อน และทั้งคู่ยังมีตบะระดับจอมยุทธ์ขั้นเริ่มต้นทั้งคู่ด้วย
แม้จะผ่านมา 3 เดือน แต่ก็ยากนักที่จะมีคนในกลุ่มของเยี่ยนอวี้เจินจะบรรลุระดับจอมยุทธ์ขั้นเริ่มต้นตั้งสองคน เพราะคนที่ใกล้เคียงระดับจอมยุทธ์ขั้นเริ่มต้นล้วนมีตบะเพียงกำเนิดขั้นกลาง ซึ่งภายใน 3 เดือนไร้ทรัพยากร ไม่มีทางไปถึงระดับจอมยุทธ์ขั้นเริ่มต้นแน่นอน หนึ่งในชายสองคนนั้นได้จับหมวกไม้ไผ่สานของลั่วเหอ และกำลังจะเปิดออก แต่ทันใดนั้นลั่วเหอได้ใช้มือทุบขาตนเองเบาๆ
คลื่นพลังปราณกดทับร่างของชายสองคนนั้นจนล้มลง ทวนก็หล่นลงพื้น ทั้งสองพยายามฝืนตนเองเพื่อลุกขึ้นมา แต่ก็ไม่สามารถทำได้ คนในหมู่บ้านต่างตกใจ คนของโจวเมิ่นหลายสิบคนได้จับอาวุธของตนและปลดปล่อยพลังปราณทั้งหมด ล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับจอมยุทธ์ขั้นเริ่มต้น พวกนั้นพยายามจะจัดการลั่วเหอ
“ใจเย็นทุกท่าน ข้าเพียงแค่มาหาเยี่ยนอวี้เจินเท่านั้น”
คนๆ หนึ่งในกลุ่มโจวเมิ่นนั้นหัวเราะออกมา
“ฮ่าๆ ที่แท้ก็สหายของเจ้าคนพิการ”
เยี่ยนเผิงนั้นได้ปาหินใส่พวกคนของโจวเมิ่น สีหน้าของเขาไม่พอใจอย่างมาก และได้มายืนบังหน้าลั่วเหอ คนเฝ้าทางหมู่บ้านเย่เผิงได้วิ่งมาสมทบกับกลุ่มของเขา
“อย่ามาพูดอย่างนี้กับพ่อของข้านะ พวกเจ้าไม่มีค่าพอ!”
เยี่ยนเผิงกางแขนออก ปกป้องลั่วเหอ เขานั้นหันมากระซิบกับลั่วเหอ “ท่านไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะปกป้องสหายท่านพ่อเอง!” คนพวกนั้นต่างหัวเราะใส่เยี่ยนเผิง
“เด็กอย่างเจ้ามันจะทำอะไรได้ ฮ่าๆ ออกมาดีกว่า อย่าให้พวกข้าใช้กำลังเลย!”
เยี่ยนเผิงแสดงสีหน้าโกรธและตะโกนออกมา
“หัวหน้าพวกเจ้าหากรู้ว่ารังแกพวกข้า พวกเจ้าจะต้องถูกทำโทษเป็นแน่!”
หนึ่งในนั้นวิ่งด้วยความเร็วและกล่าว “เจ้าขู่ข้างั้นรึ?” ชายคนนี้จะจับคอเสื้อของเยี่ยนเผิง แต่ก็ถูกลั่วเหอจับมือไว้แน่น ชายคนนี้พยายามดึงออก แต่ลั่วเหอนั้นกำแน่นอย่างมาก ชายคนนี้ปลดปล่อยพลังปราณระดับจอมยุทธ์ และดึงสุดแรงก็สามารถดึงออกได้ ชายคนนี้ล้มลงพื้นและชี้หน้าลั่วเหอ
“จัดการมัน!”
คนเหล่านั้นล้วนพุ่งโจมตีลั่วเหอ ลั่วเหอจับทวนด้านหลังของตน จักรพรรดิมารสวรรค์ที่พอรู้สิ่งที่ลั่วเหอจะทำต่อไปจึงกล่าวออกมาดักลั่วเหอไว้ก่อน “บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าศัตรู เพียงสั่งสอนก็พอ!” ลั่วเหอนั้นเลิกจับทวนเหล็ก และใช้มือเปล่าในการต่อสู้
ลั่วเหอนั้นได้เตะขาของคนพวกนั้นล้มลง และซัดเข้าไปที่หน้าจนสลบ คนที่เหลือตกใจเล็กน้อย แต่ก็เลิกสนใจและวิ่งเข้าไปจัดการลั่วเหอ แต่ก็ถูกลั่วเหอเตะจนปลิวไปไกล และถูกต่อยไปที่หน้าท้องหลายคน ทำให้คนเหล่านั้นต่างจุก บางคนก็ถูกต่อยจนสลบ ลั่วเหอเดินไปจับคนที่ถูกจับมือตอนแรก และยกคอเสื้อชายคนนั้นขึ้น และควบคุมทวนลอยขึ้นมาจ่อคอ ด้วยวิชายันต์บิน
“เดี๋ยวๆ ท่านเซียน ใจเย็นก่อน ท่านต้องการพบเยี่ยนอวี้เจิน นี่ๆ เด็กคนนี้คือลูกของเขา ไปกับเจ้าเด็กนี่เลย”
ลั่วเหอโยนร่างชายคนนั้นปลิวไปไกล และกล่าวออกมา
“ไป!”
“ขอรับท่านเซียน” ชายคนนั้นวิ่งสะดุดพวกของตนเอง จึงเตะและกวาดมือไล่ทุกคนไป “ไปๆ เร็ว โชคดีขอรับท่านเซียน” คนพวกนี้นั้นวิ่งหนีออกจากหมู่บ้านเย่เผิงไป
เยี่ยนเผิงได้คุกเข่าคำนับลั่วเหอ ทำให้ลั่วเหอใช้พลังปราณยกร่างเยี่ยนเผิงขึ้น
“ขอบคุณท่านเซียนที่ช่วยเหลือ!”
เหล่าชาวบ้านออกมาจากที่ซ่อนและกล่าวตามที่เยี่ยนเผิงกล่าว ลั่วเหอนั้นไม่ได้สนใจ เขานั้นมุ่งหน้าไปที่บ้านคนแซ่เยี่ยนทันที ก็พบกับเยี่ยนอวี้เจินที่กำลังฝึกทวน แม้แขนจะมีข้างเดียว เขานั้นเมื่อมองทวนเล่มนั้นที่อยู่ด้านหลังของลั่วเหอก็จำได้ทันที และกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ตกใจ สับสน และมึนงง
“ลั่วเหอ! นี่เจ้า… เจ้ายังไม่ตายงั้นรึ?”
“ใช่!”
ลั่วเหอเปิดหมวกออก เยี่ยนอวี้เจินใบหน้าที่ซีดเซียวปรากฏรอยยิ้ม ทันใดนั้นเย่เซียนฮวาและเย่หนิงเอ๋อร์ได้ออกมาเจอลั่วเหอ ทั้งหมดนั้นต่างดีใจที่ลั่วเหอนั้นปรากฏตัวและปลอดภัยดี ลั่วเหอมองไปที่แขนของเยี่ยนอวี้เจิน เยี่ยนเผิงกล่าวออกมาด้วยความเครียดแค้นใจ
“เมื่อเดือนก่อนตอนท่านไม่อยู่ โจวเมิ่นขยายอำนาจควบคุมหัวหน้าแต่ละหมู่บ้าน หมู่บ้านไหนที่ไม่ยอมก็จะถูกฆ่าจนหมด คนไหนที่พอมีฝีมือก็เก็บไว้ แต่คนที่เห็นต่างต่างถูกฆ่าตาย ท่านพ่อข้าและกลุ่มนักล่าร่วมมือจัดการโจวเมิ่น แต่ว่าก็เป็นเช่นนี้ ท่านพ่อข้าถูกตัดแขน กลุ่มนักล่าก็ตายกันหมด ข้าอยากจะฆ่ามันนัก!”
สีหน้าทุกคนเศร้าอย่างมาก การเสียแขนของเยี่ยนอวี้เจินทำให้ตบะของเขานั้นลดลงไป 1 ขั้น เขาจึงอยู่ระดับจอมยุทธ์ขั้นปลาย แม้จะฝึกหนักแค่ไหนก็ไม่สามารถกลับไปจุดเดิมได้แล้ว ทุกคนล้วนรู้เรื่องนี้ดี แต่โจวเมิ่นก็ยังปล่อยให้เยี่ยนอวี้เจินมีชีวิตอยู่ ก็เพราะต้องการให้เขาได้รับความอับอายก็เท่านั้น
ลั่วเหอสวมหมวกเพื่อปิดบังใบหน้าที่รู้สึกผิด และได้คำนับเยี่ยนอวี้เจิน
“ข้าขออภัย หากข้าอยู่ตอนนั้น คงอาจช่วยท่านได้บ้าง ท่านคงไม่ตกอยู่สภาพเช่นนี้!”
เยี่ยนอวี้เจินจับมือที่กำลังคำนับของลั่วเหอและยิ้มออกมา เขาไม่โทษลั่วเหอแม้แต่น้อย
“ลั่วเหอ เจ้าอย่าได้โทษตนเอง สุดท้ายก็เป็นข้าที่ไม่รู้จักเจียมตัว ไม่เห็นภาพรวมเป็นสำคัญ จนทุกคนต้องตาย หมู่บ้านถูกเผา!”
สีหน้าที่เศร้าเสียใจของเยี่ยนอวี้เจินทำให้คนอื่นๆ ต่างนึกย้อนเรื่องเมื่อสามเดือนก่อน เรื่องนี้จะเป็นตราบาปที่หลอกหลอนครอบครัวนี้ตลอดไป เย่หนิงเอ๋อร์เข้าไปกอดเยี่ยนอวี้เจิน
“พี่เยี่ยน ท่านอย่าได้โทษตนเองเลย ท่านทำเต็มที่แล้ว!”
เยี่ยนเผิงและเย่เซียนฮวาต่างเข้าไปกอดพ่อของตน ทั้งสามต่างกอดปลอบใจเยี่ยนอวี้เจิน ลั่วเหอที่ยืนมองครอบครัวแซ่เยี่ยนก็อมยิ้มออกมา เขานั้นกล่าวสิ่งที่ทำให้ทุกคนตกใจ ลั่วเหอนั้นปลดปล่อยระดับเปลี่ยนลมหายใจขั้นเริ่มต้นออกมา คลื่นพลังปราณรอบตัวของลั่วเหอช่างน่าเกรงขาม
“พวกท่านไม่ต้องห่วง อีกไม่นานโจวเมิ่นก็จะตายแล้ว!”
เยี่ยนอวี้เจินตกใจอย่างมาก เขาไม่นึกว่าภายในเวลาสามเดือนลั่วเหอนั้นจะสามารถบรรลุระดับเปลี่ยนลมหายใจขั้นเริ่มต้นได้แล้ว จักรพรรดิมารสวรรค์ในใจก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจลั่วเหอที่ปลดปล่อยระดับแท้จริงออกมา จักรพรรดิมารสวรรค์กล่าวออกมา
“นี่คงเรียกว่าความผูกพัน หึๆ พวกเขาแค่มนุษย์ หวังว่าเจ้าหากได้มีมีดบินระดับ 2 มาแล้ว ก็จงตัดจบวาสนากับครอบครัวนี้ซะ!”
“ข้าเข้าใจแล้ว!”
เยี่ยนอวี้เจินได้ยื่นทวนประกายเพลิงให้กับลั่วเหอ เขาพยักหน้าและยิ้มออกมา เยี่ยนเผิงกล่าวด้วยสีหน้าที่มีหวังอย่างมาก ทุกคนก็เช่นกัน ต่างตกใจระดับตบะของลั่วเหอ
“พี่ชาย ท่านห้ามแพ้มันนะ!”
เย่เซียนฮวากะพริบตาและปลดปล่อยพลังปราณระดับกำเนิดขั้นปลาย และกล่าวด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“ข้าจะไปกับท่านด้วย!”
เยี่ยนอวี้เจินลุกขึ้นและคว้าทวนเหล็กด้านหลังลั่วเหอและกระแทกลงพื้น คลื่นพลังปราณปลดปล่อยออกมาระดับจอมยุทธ์ขั้นปลาย สีหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้ม
“ข้าก็จะไปด้วย!”