มรดกมารสวรรค์ - บทที่35 ฝึกฝน
ลั่วเหอที่ขี่กระบี่ตามหลังของอาจารย์เหยียน ลั่วเหอรู้สึกได้ทันทีว่าอาจารย์เหยียนมีเรื่องในใจ และเรื่องนั้นก็คือเรื่องของลั่วเหอที่เลือกการฝึกวิชาทำนองคลื่นพยัคฆ์ ซึ่งเป็นวิชาที่อันตรายสำหรับผู้บำเพ็ญระดับต่ำ และผู้บำเพ็ญที่จิตใจอ่อนแอ ไม่อาจปล่อยวางเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมาในชีวิตได้
ลั่วเหอแม้อยากจะกล่าวเหตุผลแท้จริงที่เลือกวิชาทำนองคลื่นพยัคฆ์ แต่เขานั้นไม่สามารถกล่าวออกมาได้ ลั่วเหอทำได้เพียงส่ายหัวไปมาเท่านั้น
ผ่านมาไม่นาน อาจารย์เหยียนและลั่วเหอได้มาถึงที่พักของลั่วเหอแล้ว ทั้งคู่ลงจากกระบี่ ลั่วเหอได้คำนับอาจารย์เหยียน เขานั้นกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เสียดายและเสียใจ
“เห่อ…เจ้านี่นะ เลือกวิชาเซียนได้ดีจริงๆ ตอนนี้ตบะของเจ้าคือ?”
“ระดับเปลี่ยนลมหายใจขั้นเริ่มต้นขอรับ ท่านอาจารย์”
อาจารย์เหยียนพยักหน้าเข้าใจ เขานั้นได้มอบแผนที่สำนัก และได้หยิบศิลาวิญญาณ 25 ก้อนออกมาจากถุงมิติ และได้หยิบกล่องไม้ใส่ยามอบให้กับลั่วเหอ
“ลั่วเหอ ภายในระยะเวลา 5 ปี หากมีวาสนาเซียนจริงๆ เจ้าต้องอยู่ระดับเปลี่ยนลมหายใจขั้นสูงสุดให้ได้!…ทุกๆ 1 เดือน เจ้าจะได้รับยาชำระล้าง 1 เม็ด และศิลาวิญญาณ 25 ก้อนทุกเดือน เมื่อเจ้าสามารถบรรลุระดับต่อไปได้ ของก็จะมากขึ้น!”
ลั่วเหอรับของทั้งหมด และกวาดมือไปที่ถุงมิติที่เอวของเขา ของทั้งหมดในมืออาจารย์เหยียนได้เข้ามาที่ถุงมิติของลั่วเหอทั้งหมด จากนั้นลั่วเหอเดินถอยหลังไปหนึ่งก้าว และคำนับอาจารย์เหยียน
กระบี่ได้บินเข้าฝักกระบี่ของลั่วเหอ จากนั้นอาจารย์เหยียนได้ขี่กระบี่จากไปโดยไม่กล่าวอะไร และไม่แสดงสีหน้าใดๆ ออกมา ลั่วเหอมองแผ่นหลังของอาจารย์ตนเองที่เริ่มห่างออกไปไกลเรื่อยๆ ลั่วเหอได้ทำหน้าที่จริงจังและคิดในใจ
“ในตำราเซียนของอาจารย์บันทึกไว้ว่า ยาชำระล้างเป็นยาที่จะช่วยปรับสมดุลร่างกาย และขจัดของเสียในร่างกายออกทั้งหมด!”
ลั่วเหอได้เดินไปอ่านชั้นหนังสือในห้อง เป็นคัมภีร์ไม้เก่าๆ ที่เมื่อกางออกมาก็เป็นการบันทึกการฝึกบำเพ็ญเซียน เส้นลมปราณทุกเส้นล้วนไปอยู่จุดเดียวกันคือกลางอก ซึ่งเป็นที่อยู่ของรากวิญญาณ หากสามารถตั้งจิตสงบ จะสามารถดูดซับพลังฟ้าดินรอบตัวได้ ซึ่งมันคือพื้นฐานที่ลั่วเหอนั้นรู้อยู่แล้ว
ลั่วเหอได้เดินเข้าไปในป่าใกล้ๆ กับที่พักของเขา เป็นสถานที่ที่สงบและมีพลังฟ้าดินที่บริสุทธิ์อย่างมาก ไหลผ่านตัวของลั่วเหอไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อหันหน้าไปมองก็พบกับศาลาแดงขนาดใหญ่ที่อยู่เหนือเมฆขาว ลั่วเหอไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยว่าพลังฟ้าดินนี้จะไหลไปที่แห่งใด เพราะว่าลั่วเหอเพียงกระทืบพื้น
วิชากลืนดาราก็ทำงาน พลังที่บริสุทธิ์รอบตัวลั่วเหอกลายเป็นมุกพลังบริสุทธิ์ 4 เม็ด 4 ทิศรอบตัวของลั่วเหอ มุกสีขาวเริ่มขยายใหญ่ขึ้น ลั่วเหอได้สะบัดมือเก็บมุกทั้งหมดมาไว้ในมือขวา จึงทำให้วิชากลืนดาราสลายไป ลั่วเหอได้หลอมมุกทั้งสี่เป็นมุกเดียวกัน ทำให้มีขนาดใหญ่โตอย่างมาก ลั่วเหอคิดในใจ
“สุดยอด เพียงหนึ่งลมหายใจก็สามารถสร้างมุกปราณบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ได้ สำนักเซียนช่างแตกต่างจากด้านนอกจริงๆ เรื่องการบำเพ็ญก็ไม่ใช่ปัญหาอีกแล้ว เหลือแต่…”
ลั่วเหอได้หยิบคัมภีร์ทำนองคลื่นพยัคฆ์ออกมาจากถุงมิติ และเดินไปนั่งหินที่มีรูปร่างแบนสามารถนั่งได้ ลั่วเหอได้นั่งและหยิบยาชำระล้างในถุงมิติ จากนั้นลั่วเหอได้กลืนมันลงไป พร้อมกับเริ่มดูดซับมุกปราณบริสุทธิ์ ตรามารสวรรค์ปรากฏ คัมภีร์ทำนองคลื่นพยัคฆ์กางออกมา เป็นภาพของร่างกายมนุษย์ที่นั่งบำเพ็ญ โดยมีปราณสีฟ้ารวมกันอยู่ที่ส่วนหัว ปราณสีฟ้าในภาพนั้นไม่ได้แสดงถึงจุดลมปราณหรืออะไร แต่แสดงถึงพลังจิต
หน้าถัดไปได้ถูกเปิด ลั่วเหอนั้นแม้หลับตานั่งบำเพ็ญเซียน แต่ก็ยังสามารถเรียนรู้คัมภีร์ทำนองคลื่นพยัคฆ์ นี่อาจเป็นพรสวรรค์เพียงเล็กน้อยของลั่วเหอ คือการจดจำ และยิ่งได้พลังจากตรามารสวรรค์ ก็ทำให้ลั่วเหอมีความจำเหนือนักบำเพ็ญคนอื่น 1 ขั้น
“วิชาทำนองคลื่นพยัคฆ์แบ่งเป็น 3 ระดับ 3 คำราม ระดับ 1 คำราม 1 ครั้ง โจมตีจิต ระดับ 2 คำราม 2 ครั้ง โจมตีจิตและกายเนื้อ ระดับ 3 คำราม 3 ครั้ง โจมตีจิต โจมตีกายเนื้อ และโจมตีวิญญาณ เมื่อถึงระดับ 3 จะเรียกว่าพยัคฆ์ราชันย์พิภพ”
(1 วันต่อมา)
ลั่วเหอลืมตาขึ้น พลังปราณสีม่วงระเบิดออก สร้างคลื่นลมกระแทกไปรอบทิศทาง ลั่วเหอหน้าเสีย เขานั้นนำมือซ้ายมาปิดปากตนเอง จากนั้นลั่วเหอได้ไอออกมา เมื่อเขาเปิดมือออกก็พบกับเลือดสีดำ และเมื่อมองรอบๆ ตัวก็พบว่ามีไอสีดำกำลังออกจากร่างกาย ซึ่งมันมีกลิ่นที่เหม็นอย่างมาก
ลั่วเหอได้ชูดัชนีสองนิ้ว ปราณสีม่วงปรากฏรอบตัวลั่วเหอ เขานั้นได้ใช้วิชาตราประทับดาวมารขนาดจิ๋วมาที่นิ้วชี้มือข้างที่ชูดัชนีสองนิ้วอยู่ ลั่วเหอมองไปที่ตราประทับดาวมาร
“น่าเสียดาย แม้แต่ตอนนี้ดวงตาที่อยู่รอบตราประทับดาวมารก็ไม่ยอมลืมตา”
ลั่วเหอได้หยิบของทั้งหมดที่ตนเองได้มาออกจากกระเป๋ามิติ ทั้งหมดเป็นของที่ผ่านมาตลอดหลายเดือน ทวนประกายเพลิง มีดบินระดับ 2 กระบี่บินระดับ 1 ยันต์บิน ยันต์คุ้มภัย 1 ใบ ยาฝึกปราณ 8 เม็ด และของชิ้นสุดท้ายที่ทำให้แทบทั้งห้องของลั่วเหอถูกไอเย็นกัดเซาะ มันคือแก่นอำนาจธาตุน้ำแข็ง
เขานั้นควบคุมทวนประกายเพลิงและแก่นอำนาจธาตุน้ำแข็งมาอยู่ใกล้ๆ กัน เกิดคลื่นปราณสีแดงที่มีพลังไอความร้อนที่สามารถแผดเผาผิวหนังมนุษย์อย่างง่ายดาย ส่วนอีกด้านก็เกิดคลื่นปราณสีขาวฟ้าที่มีพลังไอความเย็นที่มากพอที่จะทำให้ผิวหนังมนุษย์ไม่สามารถรับรู้หรือใช้งานได้อีกต่อไป ทั้งสองขั้วพลังที่แตกต่างต่างข่มกันไปมา ลั่วเหอส่ายหัวและกล่าว
“อำนาจธาตุทั้งสองต่างข่มกันไปมา อีกฝ่ายชนะ อีกฝ่ายแพ้ สลับกันไป…หากสามารถควบคุมทั้งสองพร้อมกันคงดีไม่น้อย”
ลั่วเหอได้เก็บของทุกอย่างเข้าถุงมิติ จากนั้นลั่วเหอได้กำมือแน่น และปลดปล่อยพลังปราณระดับเปลี่ยนลมหายใจขั้นเริ่มต้นออกมา แต่ครั้งนี้ลั่วเหอเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและแก่นลมปราณ ที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนตั้งแต่เลื่อนระดับเปลี่ยนลมหายใจ
“2 ปี ไม่สิ 1 ปี ต้องไปถึงได้แน่…ระดับเปลี่ยนลมหายใจขั้นกลาง!”
ลั่วเหอได้หยิบแผนที่สำนักศึกษาชี้ฟ้า เขานั้นได้กางออก เพียงไม่นานลั่วเหอเดินออกมาจากที่พัก และได้กระทืบพื้น ปราณสีทองปรากฏด้านหลังของลั่วเหอ แต่เป็นปราณสีทองที่จางอย่างมาก คลื่นปราณเบาๆ ได้พัดไปรอบๆ เหมือนลมธรรมดาที่พัดผ่านร่างกาย
“แม้จะเบาบาง แต่ก็นับว่าสำเร็จ 1 ใน 10 ส่วนแล้ว ท่านอาจารย์ หลังจากที่ท่านตื่นขึ้นมา ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง!”