มรดกมารสวรรค์ - บทที่41 บรรพชนเผ่ามนุษย์
ม่านป้องกันสำนักได้ถูกซ่อมแซมแล้ว มีเพียงเมิ่งอู๋ที่รู้ว่าม่านป้องกันสำนักมีด้วยกันสิบชั้น เขานั้นจึงไม่ได้สนใจที่จะช่วยเหลือ อาจเป็นเพราะค่ายกลป้องกันสำนักชั้นในไม่ใช่เขาที่สร้างขึ้น เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นที่ต้องใส่ใจ ความแข็งแกร่งของม่านป้องกันย่อมต่ำกว่าชั้นนอกที่เมิ่งอู๋เป็นคนสร้างขึ้น เขาจึงไม่ใส่ใจมันแม้แต่น้อย
ทุกคนเริ่มแยกย้าย มีเพียงอาจารย์เหยียนเฉาและอาจารย์ซูเหวินที่ทั้งคู่ต่างสงสัยการมาถึงของบุคคลลึกลับที่ทำให้หินวัดพลังเซียนสร้างไฟทอง 10 ไฟ ผู้อาวุโสจงเหมินขี่นกอินทรียักษ์มาจอดที่หน้าหินวัดพลังเซียน อาจารย์เหยียนเฉาหยิบผ้าคลุมดำขึ้นมาดู
“ไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยอยู่ตรงนี้มาก่อน มีเพียงผ้าคลุมดำที่หลงเหลือไว้”
ผู้อาวุโสจงเหมินมองและกล่าวออกมา
“พวกเจ้าไม่ต้องตามหาแล้ว คนที่ทำคงเป็นผู้อาวุโสอมตะท่านหนึ่งที่มาเยี่ยมเยียนสำนักเราเท่านั้น”
อาจารย์ทั้งสองคำนับผู้อาวุโสจงเหมิน อาจารย์ซูเหวินกล่าว
“ท่านผู้อาวุโสจงเหมิน มีความเป็นไปได้เจ้าค่ะ! ศิษย์ที่มองเห็นเหตุการณ์กล่าวว่า คนผู้นั้นไม่ทราบว่าเป็นชายหรือหญิง แต่เขานั้นมีอาวุธอำนาจธาตุ!”
ผู้อาวุโสจงเหมินทำท่าทางครุ่นคิดและพยักหน้า
“อืม…เช่นนั้นก็สมเหตุสมผล ช่วงนี้ข้าจะไปเฝ้าหอหมื่นตำรา พวกเจ้าสองคนก็ไปเฝ้าที่ป่าสัตว์อสูรไว้ หากมีการเคลื่อนไหวผิดปกติอะไร แจ้งข้าทันที”
อาจารย์ทั้งสองคำนับพร้อมกันและกล่าวพร้อมกัน
“ขอรับ!”
“เจ้าค่ะ!”
อาจารย์เหยียนเฉาเดินไปแนบมือที่หินวัดพลังเซียน เขานั้นรู้สึกคุ้นเคยบางอย่าง ปราณรอบ ๆ หินวัดพลังเซียนรู้สึกคุ้นเคย แต่เขาก็เลิกคิดและเรียกกระบี่ออกมา อาจารย์ซูเหวินได้ขี่กระบี่บินขึ้นฟ้า เขานั้นหันมาหาอาจารย์เหยียนเฉา
“นี่! รออะไรอยู่ ไปกันเถอะ”
“เข้าใจแล้ว”
อาจารย์ซูเหวินทำหน้าเบื่อหน่าย
“เห้อ…พวกศิษย์พี่คนอื่นได้ไปงานเลี้ยง ดูพวกเราสิ น่าเบื่อจริง ๆ”
“คำสั่งผู้อาวุโส เราต้องทำตาม”
อาจารย์ซูเหวินทำหน้าเศร้า ทำให้อาจารย์เหยียนเฉาหัวเราะออกมา
“เจ้านี่นะ! เดี๋ยวข้าจะให้ศิษย์น้องสามเอามาให้เจ้า”
“ข้าว่าแล้ว เจ้าน่ะดีต่อข้าที่สุด ข้าขอไปก่อน!”
อาจารย์ซูเหวินตั้งดัชนีสองนิ้วข้างขวา ปราณสีฟ้าปรากฏ ทำให้ช่วยเร่งความเร็วกระบี่ ปีกปราณสีฟ้าปรากฏที่ด้ามจับกระบี่ ช่วยเพิ่มความเร็ว อาจารย์เหยียนเฉาก็ทำเช่นกัน ไม่งั้นไม่อาจตามทัน
………
หินวัดพลังเซียน
มิติลับด้านในหินวัดพลังเซียน
แสงสว่างระยิบระยับเป็นดาวตกขาวร่วงลงมาจากฟ้าอย่างไม่รู้จบ รอบด้านเป็นสถานที่มืดมิด ราวกับห้วงอวกาศที่มืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากดวงดาวที่กำลังร่วงลงไม่หยุดและไม่มีที่สิ้นสุด
ลั่วเหอหันซ้ายหันขวา พยายามดันตัวเองไปข้างหน้า แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ตอนนี้เขาทำได้เพียงหมุนตัวเท่านั้น ด้านหลังลั่วเหอปรากฏร่างยักษ์ของจิตวิญญาณของเขาที่มีลักษณะเหมือนกับมารสวรรค์ยักษ์หกแขน เพียงแต่ใบหน้าถูกปิดด้วยหน้ากากขาวที่สลักตรามารสวรรค์
“จักรพรรดิมารสวรรค์งั้นหรือ? ไม่ใช่ รูปลักษณ์แม้คล้ายคลึงแต่ไม่เหมือนหลายส่วน!”
“ผิดแล้ว!”
เสียงชายคนหนึ่งดังก้องไปทั่วมิติลับ เสียงดูใหญ่โตอย่างมาก รอยแยกมิติแยกออก ขาของคนผู้หนึ่งก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ เพียงเหยียบย่ำหนึ่งก้าวก็เกิดรอยแยกมิติเพิ่มขึ้นเป็นร้อย!
ชายสวมอาภรณ์ขาว ใบหน้างดงามราวกับนางฟ้า คิ้วดำ เส้นผมล้วนเป็นสีขาว ปากแห้งซีด ผิวขาวซีด หน้าผากแต้มจุดสีแดง ด้านหลังศีรษะมีวงแหวนเวทย์สีขาวอยู่ แสดงถึงระดับที่สูงส่งของเผ่าเซียน
(ซางเซวียน – เสี้ยววิญญาณบรรพชนเผ่ามนุษย์)
“นั่นคือร่างทางสายเลือดมารสวรรค์…เจ้าเป็นมนุษย์ เหตุใดจึงมีสายเลือดมารสวรรค์ได้!”
ลั่วเหอคำนับซางเซวียนด้วยความเคารพ
“ผู้อาวุโสโปรดให้อภัยด้วย ข้าน้อยมิอาจกล่าว หวังว่าผู้อาวุโสจะไม่ใส่ใจผู้น้อย!”
“เจ้าไม่อาจปิดบังข้าได้! เนตรแปรสวรรค์!”
ดวงตาของซางเซวียนแปรเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง จ้องไปที่ดวงตาของลั่วเหอ เพียงชั่วครู่ ความรู้สึกที่แปลกประหลาดราววิญญาณออกจากร่างไปชั่วขณะหนึ่ง ลั่วเหอสั่นกลัวอย่างไม่เคยเจอมาก่อน ซางเซวียนปิดตาตนเองและเปิดตา วิชาเนตรได้หายไป
“ชะตาและกระดูกวิญญาณในกายเจ้าล้วนไม่ใช่ของเจ้า นึกไม่ถึงหมื่นปีมานี้จะหลงเหลือมารสวรรค์สักตน!”
“ท่านคือใครกัน…!”
ซางเซวียนปลดปล่อยร่างวิญญาณสีทองขนาดยักษ์ออกมา คลื่นพลังกระจายไปทั่วทิศ
“ข้าคือบรรพชนเผ่ามนุษย์! เจ้ารู้จักเผ่าเทวะหรือไม่?”
ลั่วเหอส่ายหัวและคำนับซางเซวียน
“ผู้น้อยไม่เคยได้ยินมาก่อนขอรับ!”
“เจ็ดหมื่นปีก่อน เผ่าเทพปิดประตูแดนเทพ เผ่าเทวะไม่อาจบำเพ็ญเป็นเทพได้อีก เช่นเดียวกับเผ่าเซียนและเผ่าสัตว์นิรันดร์ สามหมื่นปีก่อน เผ่าเทวะแข็งแกร่งรุกรานเผ่าอื่น ๆ สร้างสมบัติเซียนหนึ่งชิ้นนามว่าอสุราอาบโลหิต สมบัติระดับ 9 ที่มีอำนาจสร้างเทพจำแลง”
ลั่วเหอแสดงสีหน้าสงสัยและคิดในใจ
“ไม่เข้าใจเลย เผ่าเทพ เผ่าเทวะ มันคืออะไรกันแน่ ความรู้ของเราในตอนนี้น้อยเกินไปจริง ๆ”
“แน่นอนว่าเกี่ยวกับเจ้าทางอ้อม และเกี่ยวกับจักรพรรดิมารสวรรค์โดยตรง!”
ลั่วเหอมองไปที่ซางเซวียนด้วยสายตาที่สงสัย แววตานั้นจ้องซางเซวียนอย่างไร้ความเคารพ ไร้ความรู้สึกใด ๆ มีเพียงความสงสัยเท่านั้น ลั่วเหอนั้นคิดในใจ
“ท่านอาจารย์ไม่เคยเล่าเรื่องนี้แม้แต่น้อย…”
“เผ่าเทวะใช้กระดูกและเลือดของเผ่ามารสวรรค์สร้างอสุราอาบโลหิตขึ้นมา วิญญาณถูกใช้หล่อเลี้ยงอสุราอาบโลหิต”
ซางเซวียนเดินหนึ่งก้าวก็ไปถึงด้านหน้าของลั่วเหอ เขานั้นใช้นิ้วชี้มือซ้ายจิ้มไปที่หน้าผากของลั่วเหอ ภาพของสมบัติเซียนระดับ 9 ปรากฏออกมา รูปร่างเหมือนหยกแบนเรียวที่มีปราณสีแดงปรากฏออกมา ตรงกลางมีดวงตาเทพอสุราอยู่ ลั่วเหอเขานั้นมึนหัวอย่างมาก ลั่วเหอปิดปากตนเอง เขานั้นมีอาการเหมือนจะอาเจียนออกมา
ร่างกายของลั่วเหอนั้นเกิดบางอย่างผิดปกติ กลางหน้าผากตรามารสวรรค์ปรากฏออกมาและมีรูปร่างที่เปลี่ยนไป รอบตัวของลั่วเหอล้วนมีกลิ่นอายที่น่ากลัว เขานั้นลืมตาขึ้น ดวงตาปกคลุมด้วยไอปราณสีแดงเลือด มันคือปราณสังหารระเบิดออกมา
เสียงแหบแห้ง รากยาว เป็นสิ่งที่น่าสยดสยองออกมาจากปากของลั่วเหอ
“จูยี่….”
“นึกไม่ถึงว่าความแค้นนี้จะสลักเข้าไปในเลือดของเผ่ามารสวรรค์โดยตรง…ไอความแค้นนี้รุนแรงยิ่งนัก”
ซางเซวียนได้กวักมือออกมา มิติเกิดรอยแยก เมิ่งอู๋ได้ปรากฏออกมาจากรอยแยกนั้น เขานั้นมองไปที่ลั่วเหอและไอสังหารที่น่ากลัว เมิ่งอู๋คำนับซางเซวียนด้วยความเคารพอย่างมาก
“คำนับท่านบรรพชน ไม่ทราบว่าท่านมีเรื่องใดขอรับ!”
ซางเซวียนขยับนิ้วก้อยมือข้างขวา ทำให้ร่างกายของลั่วเหอลอยขึ้นไปหาเมิ่งอู๋ เขานั้นรับร่างของลั่วเหอไว้ เมื่อมาอยู่ที่อกของเมิ่งอู๋ก็ยิ่งชัดเจน ไอสังหารและกลิ่นอายประหลาดที่น่ากลัวชัดเจนขึ้น
“เมิ่งอู๋ ดูแลเด็กคนนี้ให้ดีแทนข้าด้วย อย่าเชื่อภายนอกของเด็กคนนี้ แม้ดูสงบ แต่จิตใจกลับไม่อาจวางความแค้น ความแค้นนี้สักวันจะทำร้ายตัวเจ้าเด็กน้อยนี่เอง”
“ขอรับ!”
เมิ่งอู๋ได้หายไปพร้อมกับลั่วเหอ ซางเซวียนมองมือทั้งสองข้างของตนที่เริ่มสลายไป เขานั้นหลับตาและกล่าวออกมา
“คนแซ่ลั่วอีกแล้ว เป็นเหมือนกับหมื่นปีก่อน...”
สิ้นสุดคำกล่าวนั้น ซางเซวียนได้สลายหายไปตลอดกาล.…