มรดกมารสวรรค์ - บทที่44 ปีศาจเฒ่า
สำนักเทพฮวา
แดนไร้นิมิต
หญิงสาวสองคนสวมใส่อาภรณ์สีขาวผ้าคลุมชมพูอ่อนพริ้วไหวตามลม ดวงตาของทั้งคู่งดงามอย่างมาก เพียงแต่ใบหน้าช่วงล่างตั้งแต่จมูกลงไปถึงคอถูกซ่อนด้วยผ้าขาว แต่อีกคนนั้นสวมใส่หน้ากากเงินสลักลวดลายงดงามทำให้เห็นริมฝีปากอมชมพู
รอบข้างของทั้งคู่นั้นเป็นท้องฟ้ากว้างใหญ่มีเมฆขาวอยู่รอบๆ ใต้เท้าของทั้งคู่คือกระบี่เงินที่สลักคำว่า ‘ฮวา’ ไว้ที่ด้ามจับกระบี่ นักพรตหญิงสวมหน้ากากเงินกำลังบินนำ นักพรตหญิงอีกคน ทั้งคู่ดูสนิทกันไม่น้อย
นักพรตหญิงกล่าว
“ศิษย์พี่ เราตรวจสอบที่นี่มาสามวันแล้วนะ…ก็ไม่พบร่องรอยของพวกพรรคมังกรครามแม้แต่น้อย”
นักพรตหญิงสวมหน้ากากเงินหยุดกระบี่ และนักพรตหญิงอีกคนก็หยุดเช่นกัน ใต้ล่างของพวกเขาเป็นเหมือนถ้ำหินแห่งหนึ่งที่มีแสงสีแดงกระพริบอยู่ด้านล่าง
“แสงนั่น?”
“ศิษย์น้องระวังด้วย ถึงยังไงที่นี่ก็อันตรายอยู่แล้ว”
“เจ้าค่ะ ศิษย์พี่”
ทั้งสองได้ตั้งดัชนีสองนิ้วและแยกกระบี่ออกมาหลายเล่ม หมุนวนอยู่รอบตัว เสียงร้องหนึ่งดังขึ้น
“อ้า!”
ทั้งสองรีบควบคุมกระบี่บินไปในทันที แต่เมื่อไปถึงหน้าถ้ำก็มืดมิดอย่างมาก นักพรตสวมหน้ากากเงินได้ใช้วิชาเซียนสร้างบอลแสงสว่างขึ้น ขาข้างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดเป็นนักพรตสาวผ้าคลุมแดง
นางนั้นคำนับทั้งสอง นักพรตสาวผ้าขาวปิดบังใบหน้าทั้งหมดได้กล่าว
“ผ้าคลุมแดงสำนักเพลิงตะวัน…นี่เจ้าควรรีบกลับได้แล้วก่อนที่ประตูจะปิดลง”
นางนั้นพูดขึ้น แต่น่าแปลกที่เป็นเสียงหนักแน่น ดูไม่เหมือนกับสตรี แต่ฟังแล้วเหมือนเสียงของบุรุษ แถมเสียงยังแหบ ดูลากยาว
“เจ้าค่ะ….”
นางนั้นไอออกมาหนึ่งครั้ง ทั้งร่างกายนางนั้นสั่นไหวเพียงชั่วครู่ นักพรตสาวหน้ากากเงินได้ใช้พลังปราณผลักร่างตนเองและนักพรตสาวผ้าขาวออกมาห่างนักพรตหญิงสำนักเพลิงตะวัน
นักพรตสาวหน้ากากเงินสีหน้าตกใจอย่างมาก และควบคุมกระบี่ฝั่งขวาลอยขึ้น หมุนด้วยพลังปราณอย่างรวดเร็ว ปราณนั้นปกคลุมกระบี่จนเกิดลมแรงรอบทิศ มาอยู่ด้านหน้า พร้อมโจมตีตลอดเวลา
“แม้จะเพียงนิดเดียว…ไม่ผิดแน่ ปราณเหม็นเน่าพรรคมังกรคราม!”
ร่างของนักพรตสาวสำนักเพลิงตะวันได้แตกสลาย กลายเป็นชายชราสวมใส่ผ้าคลุมดำ ใบหน้าเหี่ยวไม่มีผม กลางหน้าผากแปะแต้มจุดดำ
(ปีศาจเฒ่าพรรคมังกรคราม – ระดับกลั่นลมปราณขั้นปลาย)
เมื่อทั้งสองเห็นดังนั้นจึงปลดปล่อยวิชากระบี่ออกมา กระบี่หมุนวนนั้นขยายใหญ่เป็นกระบี่วิญญาณปราณสีชมพูขนาดใหญ่พุ่งโจมตี ส่วนอีกคนก็ใช้วิชาสร้างบอลไฟโจมตีสนับสนุน ปีศาจเฒ่ากระทืบพื้น ถ้ำสั่นไหว ตัวของปีศาจเฒ่าก็สั่นไหว ร่างกายที่สั่นไหวหลบการโจมตีทั้งหมดอย่างง่ายดาย ปีศาจเฒ่ายิ้มออกมาและหัวเราะอย่างน่ากลัว
“หึๆ พวกเซียนนี่เก่งจริงๆ ไม่อาจปิดบังพวกท่านได้ แต่ด้วยตบะระดับกลั่นลมปราณขั้นกลางสองคนจะทำอะไรข้าได้!”
นักพรตสาวผ้าขาวใช้กระบี่ที่ซ่อนอยู่ในวิชาบอลไฟทะลุบอลไฟโจมตีปีศาจเฒ่า แต่น่าประหลาด กระบี่บินกลับไปไม่ถึงราวกับมีกำแพงมากั้นไว้ ทั้งสองตกใจอย่างมาก แต่ก็ไม่ยอมแพ้ จับมือกันถ่ายเทพลังปราณลงกระบี่เดียวโจมตีอีกครั้ง ม่านป้องกันปรากฏออกมาเป็นหัวโครงกระดูกน่าสะพึงกลัว มารับกระบี่ที่มีพลังปราณของทั้งสองไว้ ทั้งสองตกใจอย่างมากและกล่าวพร้อมกันออกมา
“หัวกะโหลก?”
“ไหนๆ มีมาอีกหรือไม่? เซียนคงไม่มีแค่นี้จริงๆ นะ…หึๆ”
นักพรตหญิงทั้งสองมองหน้ากันและเริ่มตั้งค่ายกลเวทย์เซียนบางอย่าง ใต้เท้าของปีศาจเฒ่ามีวงเวทย์เซียนสีชมพูอ่อนอยู่ใต้เท้า เกิดผ้าขาวมารัดตัวของปีศาจเฒ่าไว้ แต่ว่าปีศาจเฒ่านั้นขำออกมา
“ฮ่าๆ ลูกไม้เด็กๆ”
ปีศาจเฒ่าตั้งดัชนีสองนิ้วมือขวาและทำการแสดงวิชาของเขานามว่า (อสูรกลืนวิญญาณ) หัวโครงกระดูกออร่าสีดำได้ปรากฏออกมาบินกักผ้าขาวที่กักขังปีศาจเฒ่าอยู่
“นึกไม่ถึงสำนักเทพฮวาผู้โด่งดังจะส่งศิษย์ที่อ่อนแอมาตามฆ่าข้าจริงๆ ฮ่าๆ”
ค่ายกลกักขังแตกสลายอย่างง่ายดาย และพลังสะท้อนกลับโจมตีนักพรตสาวทั้งสองคน แต่นักพรตสาวผ้าขาวที่เลือดไหลออกมาจากปากกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าคงไม่คิดว่าสำนักเทพฮวาที่อยู่มาเป็นพันปีจะทำตามที่เจ้ากล่าว น่าขัน!”
ปีศาจเฒ่าทำหน้ามึนงง แรงกดดันมหาศาลได้กดทับร่างของปีศาจเฒ่าลงดิน บนท้องฟ้าเกิดสภาพอากาศแปรปรวน แสงสีชมพูพุ่งลงมาสู่พื้น ปรากฏร่างของนักพรตหญิงหน้าตางดงามราวนางฟ้า ผมดำยาวพริ้วไหว ผิวขาวงดงาม นางนั้นปลดปล่อยรัศมีพลังไม่หยุด
(หลิวหรงหรง – ระดับกลั่นลมปราณขั้นเริ่มต้น)
“ศิษย์พี่ทั้งสองหลบไปก่อน เดี๋ยวศิษย์น้องจัดการเอง”
นักพรตสาวทั้งสองพยุงร่างกันและกันขึ้นมายืนได้อีกครั้ง และมองแผ่นหลังของหลิวหรงหรงพร้อมกันและกล่าวออกมา
“เข้าใจแล้ว ระวังด้วย!”
ปีศาจเฒ่าเหงื่อตกและทำหน้าจริงจัง เพราะเขานั้นพึ่งโดนแรงกดดันของนักบำเพ็ญระดับก่อกำเนิดเข้าไป แต่ช่างน่าแปลกที่มันหายไปแล้ว เพราะคนตรงหน้าระดับต่ำกว่าเมื่อครู่มาก
“ชิ! เมื่อครู่มันคืออะไร แต่ช่างเถอะ คิดว่ามีระดับกลั่นลมปราณขั้นเริ่มต้นเข้ามาช่วยจะทำอะไรข้าได้”
หลิวหรงหรงเพียงหันไปมองด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความต้องการในการสังหาร ปีศาจเฒ่ามือก็สั่นอย่างน่าประหลาด เหล่านักพรตสาวทั้งสองได้บินออกไปด้านนอกถ้ำ หลิวหรงหรงเดินไปทางปีศาจเฒ่า 4 ก้าว ทิ้งรอยเท้าปราณ 4 ก้าวไว้บนพื้น รัศมีพลังเอ่อล้นออกมาจำนวนมาก ปีศาจเฒ่าตั้งสติและได้หยิบอาวุธเซียนของตนเป็นไม้เท้ารูปร่างประหลาด
(ไม้เท้ากักวิญญาณ ระดับ 2)
ปีศาจเฒ่าใช้ไม้เท้ากักวิญญาณเคาะลงพื้นอย่างรุนแรง เกิดลมพายุรุนแรง ปราณสีดำออกมา ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเสียงร้องโหยหวนของวิญญาณเหล่าเซียนที่ตายเพราะปีศาจเฒ่า ปรากฏหัวโครงกระดูกที่อาบไปด้วยปราณสีดำหรือไอแห่งความตายที่น่ากลัว มาลอยอยู่ข้างๆ ของปีศาจเฒ่า
“วิชาอสูรกลืนวิญญาณ!”