มรดกมารสวรรค์ - บทที่43 ชีวิตที่เรือนส่องดารา
เรือนส่องดาราตอนนี้นั้นผ่านมา 3 เดือนแล้ว ทุกๆ วันลั่วเหอจะออกไปบำเพ็ญเซียนทุกครั้ง แม้จะเคยรู้สึกใกล้ถึงระดับต่อไป แต่ว่าก็ยังไม่สามารถข้ามผ่านอีกขั้นของตนเองได้ ลั่วเหอนอนลงพื้นและมองฟ้า ลั่วเหอหลับตา ปราณสีม่วงออกจากร่างกายของลั่วเหอ
พื้นดินสั่นไหวไปทั่วเรือนส่องดารา
ร่างลั่วเหอกระตุกขึ้นมายืนขึ้น เกิดลมปราณมหาศาล ลั่วเหอพยายามลืมตา แสงสีทองปรากฏออกจากดวงตาทีละน้อย เมื่อ ลืมตาถึงขีดสุด ด้านหลังของลั่วเหอปรากฏร่างของพยัคฆ์ทองคำราม คลื่นพลังรัศมีสีทองกระจายไปทั่วทิศ (ทำนองคลื่นพยัคฆ์ระดับ 1)
เมิ่งอู๋ที่ขี่กระบี่เข้ามาใกล้เรือนส่องดารา เขานั้นหยุดกระบี่และมองคลื่นรัศมีสีทอง เมิ่งอู๋ยิ้มออกมา
“เด็กคนนี้จะกล่าวว่าไร้พรสวรรค์ได้เช่นไร… ศิษย์รุ่นหลังช่างไร้ตาเสียจริง”
ลั่วเหอสะบัดชายเสื้อสลายพยัคฆ์ทองคำ ลั่วเหอนั้นยิ้มออกมา เขานั้นรู้สึกมีความสุขอย่างมาก เพราะในที่สุดลั่วเหอเขานั้นก็ทำสำเร็จ สามารถฝึกวิชาทำนองคลื่นพยัคฆ์บรรลุถึงระดับ 1 ซึ่งเป็นก้าวแรกของการเสริมแกร่งฝึกพลังจิต
“ลั่วเหอ!”
ลั่วเหอหันหลังไปตามเสียงของเมิ่งอู๋ เรียกลั่วเหอขี่กระบี่ลงมา แต่ว่าไม่สามารถหยุดกระบี่ได้ เมิ่งอู๋จึงใช้พลังทำลายกระบี่และใช้วิชาลอยตัวย่ำอากาศลงมา พลังปราณระเบิดออกมา ลั่วเหอนั้นกระเด็นไปไกล เมิ่งอู๋ใช้พลังปราณสร้างม่านปราณปกป้องลั่วเหอ
“ฮ่าๆ วิชากระบี่บินนี่ยังยากเหมือนเดิม… ฮ่าๆ”
“คำนับผู้อาวุโสเมิ่งอู๋”
เมิ่งอู๋ใช้พลังปราณรวบรวมละอองกระบี่ที่เขานั้นทำลายด้วยมือของตนเอง รวบรวมเป็นกระบี่อีกครั้ง นี่คือครั้งแรกที่ลั่วเหอเห็นวิชาเซียนที่แปลกประหลาดเช่นนี้
“ผู้อาวุโสเมิ่งอู๋ ศิษย์ขอกล่าวถาม นี่คือวิชาอะไรขอรับ?”
เมิ่งอู๋ยิ้มและเดินไปด้านหน้าประตูเรือน ก่อนที่เขานั้นจะเปิดประตูเข้าไปด้านใน เขาหยุดอยู่หน้าประตูและกล่าวออกมา
“ได้ หากเจ้าสามารถบรรลุระดับเปลี่ยนลมหายใจขั้นกลางได้ภายในปีนี้ ข้าจะคิดดูเรื่องสอนวิชา คืนสภาพให้กับเจ้า”
“ศิษย์เข้าใจแล้วขอรับ!”
……….
เช้าวันต่อมา ลั่วเหอตื่นแต่เช้า จับกระบี่ แต่เมื่อฝึกวิชาทวน เมื่อมาถึงระดับเปลี่ยนลมหายใจขั้นเริ่มต้น ช่วยยกระดับวิชาของลั่วเหออย่างมาก เขานั้นรวดเร็วและรำกระบี่ด้วยวิชาทวนอย่างรวดเร็ว ปราณกระจายรวดเร็วทลายใบไม้ที่กำลังร่วงหล่น
เมิ่งอู๋เดินออกมาจากห้องพักของตน คลื่นปราณวิชาทวนพุ่งไปทางเมิ่งอู๋ เขานั้นเพียงจ้องมอง คลื่นปราณได้สลายหายไป เมิ่งอู๋กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
“ลั่วเหอ เจ้าไม่ต้องปกปิด อยากฝึกทวนก็ใช้ทวนอำนาจธาตุในถุงมิติเจ้าเถอะ”
ลั่วเหอทำหน้าตาสงสัยและมองไปที่เมิ่งอู๋ และคำนับอย่างเคารพ
“ผู้อาวุโสเมิ่งอู๋ หรือว่านี่จะเป็นอีกวิชาของท่านงั้นหรือ?”
เมิ่งอู๋ส่ายหัวและหัวเราะเบาๆ อย่างสุภาพ
“ฮ่าๆ… เจ้านี่นะ ใฝ่รู้เสียจริง แต่ว่าไม่ใช่ สามเดือนก่อนเจ้าทำอะไรลงไป แสดงสิ่งใดไป ข้าย่อมรู้ทั้งหมด”
ลั่วเหอทำหน้าตึงเครียด เขานั้นรู้สึกผิดที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง เปิดช่องโหว่ง่ายดายเช่นนี้ เมิ่งอู๋เมื่อเห็นลั่วเหอทำสีหน้าเช่นนี้ ก็โยนตำราเวทย์เซียนให้กับลั่วเหอ เขานั้นรับไว้ในมือแล้ว
“นี่คือ?”
“เจ้าไม่ต้องคิดมาก คนที่รู้มีเพียงข้าและท่านบรรพชนเผ่ามนุษย์เท่านั้น วิชายุทธของเจ้าอ่อนด้อย เจ้ามีดีเพียงพลังจิต จนกว่าไอแค้นจะหาย เจ้าก็ลองเรียนวิชาเวทย์เซียนดู… จำไว้ลั่วเหอ พรสวรรค์เราเลือกไม่ได้ แต่ใช่ว่าจะสร้างมันไม่ได้!”
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”
เมิ่งอู๋ได้เดินกลับเข้าห้อง ส่วนลั่วเหอก็เก็บกระบี่เข้าถุงมิติและจับทวนประกายเพลิงขึ้นมา และรำวิชาทวนด้วยความหนักแน่นและทรงพลัง ลั่วเหอได้ปลุกพลังอำนาจธาตุไฟและฝึกอีกครั้ง ทำเช่นนี้ตั้งแต่เช้ายันเที่ยง
ช่วงบ่ายมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ลั่วเหอที่กำลังกินข้าวก็วางถ้วยชามลงและกำลังเดินไปเปิดประตู แต่เมิ่งอู๋ได้ตะโกนหยุดลั่วเหอเอาไว้
“หยุด! ห้ามให้เขาเห็นใบหน้าเจ้าเด็ดขาด แสดงเพียงแผ่นหลังเท่านั้น”
“ขอรับ”
ลั่วเหอได้หันหลังไป ส่วนเมิ่งอู๋ก็เดินไปเปิดประตู เมิ่งอู๋ใช้ดัชนีสองนิ้วข้างซ้ายใช้วิชาเวทย์เซียนสร้างค่ายกลใต้พื้นที่ที่ลั่วเหอยืนอยู่ ไอแค้นได้ถูกซ่อน อีกทั้งตบะของลั่วเหอก็ถูกซ่อนเช่นกัน เมื่อประตูเปิดออก คนด้านหลังประตูก็คือผู้อาวุโสจงเหมิน ทั้งสองคำนับกัน
ผู้อาวุโสจงเหมินมองแผ่นหลังลั่วเหอเพียงครู่และกล่าวออกมา
“ได้ยินว่าผู้อาวุโสออกจากกักตนชั่วคราว จึงเตรียมยาปรับชีพจรมาให้ท่านผู้อาวุโสขอรับ”
สีหน้าท่าทางของผู้อาวุโสจงเหมินไม่อาจปิดบังดวงตาของเมิ่งอู๋ได้ เขานั้นหันหลังและเสกตำรามาอยู่มือตนและเปิดอ่านเพียงครู่
“เข้าประเด็นเถอะ!”
ผู้อาวุโสจงเหมินทำหน้าเสียใจ เขานั้นมองไปที่แผ่นหลังของคนทั้งสองและกล่าวออกมา
“ศิษย์ 15 คนที่เข้าร่วมแดนไร้นิมิต ตายหมดแล้วขอรับ”
ผู้อาวุโสเมิ่งอู๋ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ส่วนลั่วเหอหูเขานั้นกระดิกด้วยความสงสัยและตกใจไม่น้อย เมิ่งอู๋มองไปที่ลั่วเหอและกล่าว
“เด็กน้อย เจ้าไปอ่านตำราให้เข้าใจเถอะ!”
ร่างของลั่วเหอถูกพลังปราณของเมิ่งอู๋ยกตัวขึ้น หน้าต่างเปิดด้วยพลังลมปราณ ร่างของลั่วเหอถูกยกเข้าไปด้านใน และหน้าต่างได้ปิดลง ยันต์ผนึกใบสีเหลืองอักษรสีแดงได้ออกมาจากถุงมิติของเมิ่งอู๋แปะไว้ที่หน้าต่างที่ถูกปิด
ลั่วเหอแนบหูฟังแต่ก็ไร้เสียงใดๆ ลั่วเหอคิดในใจ
“แดนไร้นิมิตจะคัดผู้มีความสามารถเข้าร่วม แสดงว่าอันดับ 1 ถึงอันดับ 15 คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในปี หากเหล่าอาจารย์ระดับก่อกำเนิดเข้าร่วมไม่ได้ ทั้ง 15 คน หากได้ติด 15 อันดับ จะเป็นระดับใดกัน?”
ลั่วเหอแสดงสีหน้าและท่าทางที่ครุ่นคิด และนึกถึงการต่อสู้ของนักบำเพ็ญระดับกลั่นลมปราณขั้นเริ่มต้น วิชากระบี่หลอกตาที่เขาสร้างขึ้นโดยเอามาแค่ภาพวิชา วิชากระบี่ยักษ์แท้จริง!
“ไม่! ระดับกลั่นลมปราณขั้นเริ่มต้น ถึงยังไงก็เจอได้ทั่วไปในสำนัก เพราะฉะนั้นทั้ง 15 คนนั้นตบะต้องมากกว่าระดับกลั่นลมปราณขั้นกลางขึ้นไป”